ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 203 หมอเทวดานี่นา
บทที่ 203 หมอเทวดานี่นา
ริมถนน
สี่แยกไฟแดง
หานชิงอวี่เดินตรงเข้าไป เห็นว่าบริเวณสี่แยกของถนนแคบ ๆ นี้มีคนมุงดูอยู่ไม่น้อย
ร้านโทรศัพท์มือถือแถวนั้นกำลังมีโปรโมชันแจกไข่ไก่ บรรดาคุณปู่คุณย่านั่งรอคิวบริเวณนั้นอยู่ก่อนแล้ว
แต่พอมีเรื่องเกิดขึ้นตรงหน้า ไข่ไก่ก็ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้อีกต่อไป พวกเขามุ่งความสนใจไปที่กลางถนน บริเวณด้านหน้ารถยี่ห้อคาเยนน์
แน่นอนว่ารถคาเยนน์ทรงโฉบเฉี่ยวคันนั้น ไม่ใช่จุดสนใจของผู้อาวุโสทั้งหลายเหล่านี้
สิ่งที่คุณปู่คุณย่าสนใจก็คือ ชายชราคนหนึ่งกำลังนอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดที่อยู่ด้านหน้ารถต่างหาก
“คุณลุงคนนั้นน่าสงสารจัง ร้องมานานแล้ว ยังไม่มีใครเข้าไปช่วยเลย”
“เฮ้อ คนหนุ่มสาวสมัยนี้…”
หานชิงอวี่ได้ยินก็ตกใจ
หรือว่า มีคนได้รับบาดเจ็บงั้นเหรอ?
ผู้สูงอายุร่างกายอ่อนแอ หากถูกรถชนคงเป็นเรื่องใหญ่
ถึงแม้จะไม่ต้องรีบส่งโรงพยาบาล ก็ควรตรวจดูอาการก่อน
หานชิงอวี่มองไปข้างหน้า แล้วรีบวิ่งเข้าไปช่วย
แต่ระหว่างนั้น เขาก็ได้ยินเสียงคุณลุงคนหนึ่งที่ลุกขึ้นพูดเพื่อความเป็นธรรม
“อย่ามาอ้างถึงความรับผิดชอบ ฉันเห็นกับตาเลยว่าไอ้แก่เนี่ย มันนอนแผ่รอรับงานอยู่ริมถนนต่างหากล่ะ!”
นอนรอรับงาน หมายถึง นอนรอให้มีคนมาว่าจ้าง
งานที่ทำให้โดยการนอนรอรับจ้างย่อมมีน้อย เช่น การเล่นโยคะ เป็นต้น แต่หากเป็นกลางถนนใหญ่ งานที่ทำได้โดยการนอนรอรับงานก็น่าจะมีแค่การแกล้งให้รถชนเท่านั้น
ต่างคนต่างพูดจาไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
แน่นอนว่าหานชิงอวี่ไม่สนใจพวกปากมาก พูดจาไร้สาระที่พูดกันคนละประโยคสองประโยค แต่กลับตรงดิ่งไปยังจุดเกิดเหตุโดยตรง
ในฐานะหมอ สิ่งที่เขาชอบที่สุดคือการดูหลักฐานด้วยตาตัวเอง
บริเวณหน้ารถยี่ห้อคาเยนน์ มีหญิงสาวแต่งกายนุ่งน้อยห่มน้อยคนหนึ่งกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ด้วยความกังวล
เธอสวมต่างหูขนาดใหญ่เกือบเท่ากำปั้น ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก
แต่หากสังเกตให้ดี หญิงสาวได้เจาะหูเต็มพื้นที่ ต่างหูหลากหลายสีสันสะท้อนแสงสะดุดตา ยิ่งทำให้เธอดูทันสมัยเป็นพิเศษ
เมื่อพิจารณาร่วมกับรถยี่ห้อคาเยนน์ ที่จอดอยู่ใกล้ ๆ ก็ดูจะเป็นเป้าหมายในการกรรโชกที่ไม่เลวเลย
ส่วนชายชราในชุดมอมแมมที่นอนอยู่กับพื้น เขากำลังกดโทรศัพท์อยู่ในมือ
ความเจ็บปวดทรมาน ทำให้เขาครวญครางออกมาไม่หยุด
เมื่อเห็นหานชิงอวี่เดินตรงไปยังทางม้าลาย ฝูงชนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงฮือฮา
“พ่อหนุ่มคนนี้หล่อจัง น่าเสียดายจริง ๆ”
“ใช่แล้ว เจอเรื่องแบบนี้ ใคร ๆ ก็อยากหนีไปให้ไกลทั้งนั้น แต่กลับยังมีคนกล้าเข้ามาเสี่ยง”
“ใช่ไหมล่ะ ทำตัวสบาย ๆ เหมือนกับว่านี่เป็นบ้านของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น”
“น่าเสียดาย น่าเสียดาย จริงอย่างที่เขาว่ากัน ลงเอยด้วยการกางเกงเปื้อนโคลน!”
หญิงสาวผู้สวมต่างหูและมีผมสีเขียวแซมทองเงยหน้ามองหานชิงอวี่ราวกับกำลังร้องขอความช่วยเหลือ
หานชิงอวี่ไม่ลังเล รีบย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ คุณลุงแล้วถามว่า
“ผมเป็นหมอ บอกหน่อยได้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น?”
“หากอาการรุนแรง จะต้องรีบส่งโรงพยาบาลทันที”
เมื่อคุณลุงได้ยินประโยคแรก ก็เหมือนกับว่าได้พบพระผู้ช่วยให้รอดทุกข์ จึงร้องโอดโอยออกมา
แต่พอได้ยินว่าจะไปโรงพยาบาล ร่างกายของคุณลุงก็สั่นสะท้าน ก่อนจะค่อย ๆ หันร่างกายไปทางด้านอื่นอย่างเงียบ ๆ
จากนั้นก็ร้องโอดโอยอีกครั้ง
เมื่อหญิงสาวผมสีเขียวได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้ก็แทบร้องไห้ออกมาด้วยความตื่นตระหนก
เธอหันไปมองหานชิงอวี่และพูดขึ้นทั้งน้ำตา
“จะเป็นอะไรไปได้ละคะ!”
“ฉันจอดรถรอสัญญาณไฟแดง แล้วจู่ ๆ คุณลุงคนนี้ก็เดินมานอนอยู่ตรงหน้ารถฉันทันที”
“โชคดีที่ตอนรอไฟแดงฉันไม่ได้เล่นโทรศัพท์ ไม่อย่างนั้นฉันคงมองไม่เห็นและขับรถทับไปแล้ว!”
คำพูดของสาวผมเขียวทำให้คุณลุงที่อยู่ข้าง ๆ ตัวสั่นสะท้านอีกครั้ง
เขาค่อย ๆ หันใบหน้าของเขาไปทางอื่น
หานชิงอวี่ย่อตัวนั่งลง และเริ่มใช้สุดยอดวิชาตรวจร่างกายของเขา
“อย่างไรก็ต้องตรวจร่างกายพื้นฐานก่อน”
หานชิงอวี่พูดพลางคลำไปทั่วร่างกายของคุณลุง
จากนั้นก็ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า
“อืม ตอนนี้เขาสบายดี ไม่มีบาดแผลใด ๆ บนร่างกาย”
“ต่อให้คุณทำแบบนี้ ก็ไม่ได้เงินค่ารักษาพยาบาลหรอกนะครับ”
ประโยคที่สองนี้พูดกับชายชราตรงหน้า
หลังจากพูดจบ คุณลุงก็ไม่ได้พลิกตัวไปมาอีกต่อไป แต่ลุกขึ้นพร้อมกับบ่นพึมพำอะไรบางอย่างเป็นภาษาท้องถิ่น
จากนั้นก็เดินจากไป
ผู้คนที่เฝ้าจับจ้องหานชิงอวี่อยู่เมื่อครู่ ตอนนี้ต่างก็ตกใจกับปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
คุณลุงที่ถูกรถชนล้มลงบนพื้น แต่กลับฟื้นขึ้นมาเดินเหินได้เพียงชั่วพริบตา
นี่คือนักบุญชัด ๆ!
หญิงสาวผมเขียวแสดงสีหน้าขอบคุณต่อหานชิงอวี่
นอกจากนั้น ดวงตาที่เธอมองเขาก็แปรเปลี่ยนไป
เพราะตอนนี้เธอพบว่า คุณหมอหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าหล่อมาก!
สำหรับผู้มีพระคุณเช่นนี้ ผู้หญิงส่วนใหญ่ย่อมยากที่จะต้านทาน
แม้แต่หญิงสาวผู้ขับรถคาเยนน์ก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงความรู้สึกประทับใจต่อหานชิงอวี่ได้
เธอชี้ไปที่รถ พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“ฉันชื่อโจวลู่ ขอบคุณที่ช่วยไว้นะคะ!”
“สนใจที่จะนั่งรถไปกินข้าวด้วยกันไหม ฉันเลี้ยงเอง!”
โจวลู่พูดไปพลางหันหลังเหลียวกลับไปที่รถคาเยนน์
โดยทั่วไปแล้ว ชายหนุ่มส่วนใหญ่ยากที่จะต้านทานรถหรูได้
แม้แต่ผู้ชายบางคน ความปรารถนาในรถหรูนั้น อาจจะมากกว่าความรู้สึกที่มีต่อหญิงสาวด้วยซ้ำ
นี่เป็นสาเหตุที่โจวลู่กล้าชวนหานชิงอวี่ และเป็นความมั่นใจที่ทำให้เธอเชิญชวนเขา
แต่ในครั้งนี้ วิธีการนี้กลับใช้ไม่ได้ผลแล้ว
หานชิงอวี่เพียงแค่ยิ้มตอบเธออย่างสุภาพ แล้วพูดว่า
“ไม่เป็นไร ขอบคุณนะ”
“รถของฉันอยู่ด้านหลัง และมีคนรอฉันอยู่ในรถ”
หลังจากพูดจบหานชิงอวี่พยักหน้าให้โจวลู่เล็กน้อย แล้วหันหลังจากไป
โจวลู่แสดงสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย เธอกลับตัวมองไปทางด้านหลัง อยากจะดูว่ารถที่หานชิงอวี่ขับมานั้นคือคันไหน
ได้ยินมาว่ารายได้ของหมอในตอนนี้อาจจะลดลงไปบ้าง แต่ก็ยังจัดว่าดีอยู่
หานชิงอวี่ในวัยนี้ หากได้รับการสนับสนุนจากทางบ้าน ก็น่าจะสามารถซื้อรถยนต์พลังงานทางเลือกสักคันได้โดยไม่มีปัญหาใช่ไหม์
ผู้คนโดยรอบต่างก็มองมาที่หานชิงอวี่ด้วยความชื่นชม พวกเขาเคยเจอหมอมาเยอะพอสมควร
แต่หมอที่อายุน้อย หน้าตาหล่อเหลา และมีความรับผิดชอบสูงขนาดนี้ พวกเขากลับเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ต่อหน้าต่อตาผู้คนมากมาย พวกเขาเห็นหานชิงอวี่หันหลัง แล้วเดินไปเปิดประตูรถตู้เก่า ๆ คันหนึ่ง
จากนั้นก็ก้าวขึ้นไป