ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 219 เขามาที่นี่เพื่อเล่นตลกเหรอ? - บทที่ 220 คุณจะต้องชดใช้
- Home
- ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ
- บทที่ 219 เขามาที่นี่เพื่อเล่นตลกเหรอ? - บทที่ 220 คุณจะต้องชดใช้
บทที่ 219 เขามาที่นี่เพื่อเล่นตลกเหรอ?
ไม่เพียงแต่หานชิงอวี่ที่สังเกตเห็นว่าสายตาของชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นไม่เป็นมิตร แม้แต่เจียงหวู่ที่อยู่ข้าง ๆ ตอนนี้ก็รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที
แม้ว่าขาจะยังใช้งานได้ไม่คล่องแคล่ว แต่เขาก็ยังก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้น หานชิงอวี่และเจียงหลานหยวนจึงถูกเขาบังไว้ด้านหลัง
“เจียงหวู่ วันนี้คงจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วสินะ?”
“แย่หน่อยนะ เพราะวันนี้ยังมีบางคนที่อยากให้แกพักอยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อย!”
หัวหน้าของชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นพูดขึ้นก่อน
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยสิวที่ปูดโปน หนังศีรษะมีร่องลึกมากมาย ดูแล้วน่ากลัวราวกับนักเลงในละครโทรทัศน์
เจียงหวู่มองไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“พวกแกนี่มันไม่เกรงกลัวกฎหมายจริง ๆ!”
“อุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อครั้งก่อน คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าพวกแกเป็นคนจัดฉากขึ้นมา!”
“คงเป็นเพราะฉันดวงแข็งจึงรอดตายมาได้ แล้วตอนนี้พวกแกจะมาทำอะไรอีก? อยากฆ่าฉันงั้นเหรอ? มาเลย!”
เขามองไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ พร้อมอารมณ์ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
คนไข้ที่อยู่โดยรอบลอบมองมาที่พวกเขาก่อนจะรีบเดินเข้าไปในโรงพยาบาล ราวกับกลัวว่าเรื่องราวจะบานปลายจนมาถึงตัวเอง
ร่างกายของเจียงหลานหยวนสั่นเทาเล็กน้อย เธอเผลอคว้าแขนของ หานชิงอวี่มากอดไว้โดยไม่รู้ตัว แล้วพูดเสียงเบา
“หมอหาน ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดีคะ?”
แต่แล้วเธอก็เหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน รีบผละมือออกจากแขนหานชิงอวี่
“ไม่ ไม่ได้ หมอหานรีบหนีไปเถอะ”
“คุณช่วยพวกเราเยอะเเล้ว พี่ชายของฉันบอกว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนมาก ไม่สามารถดึงคุณลงมาให้ลำบากได้อีกแล้ว!”
กลับกัน หานชิงอวี่ไม่มีทีท่าจะกลัวกลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้าเลย
เขาถามเจียงหลานหยวนเบา ๆ
“พวกนี้คือใคร ทำไมถึงตามรังควานพี่ชายเธอ?”
เจียงหลานหยวนลังเลอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เอ่ยตอบ
“พวกนี้เป็นคนจากบริษัทเก่าของพี่ชายฉัน พี่ชายบอกว่าพวกเขาก่อเรื่องไม่ดี แล้วจะให้พี่ชายรับผิดแทน…”
“เเต่ว่าพี่ชายไม่ยอม สุดท้ายเขาก็กลายเป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์นี้”
“พวกเขาเลยสร้างอุบัติเหตุมาเพื่อปิดปาก”
“โชคดีที่พี่ชายฉันดวงเเข็ง เขาจึงรอดตายมาได้”
เจียงหลานหยวนยังคงผวาอยู่เมื่อต้องพูดถึงเรื่องนี้
เห็นได้ว่าเธอกลัวกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าตาโหดเหี้ยมนี้มาก
เจียงหวู่ขบฟันแน่น พูดกับหานชิงอวี่ที่อยู่ข้างหลังโดยไม่หันกลับมา
“หมอหาน ตลอดชีวิตผมไม่เคยร้องขออะไรจากใครเลย”
“ตอนนี้ผมขอร้องให้คุณพาเสี่ยวหยวนออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด พาเธอไปให้ไกล แล้วก็โทรแจ้งตำรวจ!”
“ถ้าโชคดีผมรอด ผมจะยอมเป็นควายเป็นม้ารับใช้คุณตลอดชีวิตที่เหลือ”
“แต่ถ้าผมไม่รอด…”
เขาพูดราวกับกำลังสั่งเสีย โดยระบายความห่วงใยที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้มาทั้งหมด
กลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้าหรี่ตามองเจียงหวู่ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“ฮ่า ๆ ๆ เจียงหวู่ แกวางใจได้ ถ้าหากแกไม่รอด”
“ฉันจะดูแลน้องสาวแสนสวยคนนี้ของแกไปจนตลอดชีวิตที่เหลือเอง!”
หลังพูดจบ เขาก็ยื่นใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนองและสิวอักเสบเข้ามาใกล้
“สาวน้อย เธอวางใจได้เลย”
“พี่ชายคนนี้จะดูแลเธอให้ดีที่สุด!”
เจียงหลานหยวนตกใจถอยหลังไปสองก้าว เธอจ้องมองคนแปลกหน้าตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว และเผลอส่งเสียงกรีดร้องออกมา
ที่นี่คือทางเข้าตึกผู้ป่วยใน ซึ่งยังห่างจากประตูทางเข้าโรงพยาบาลอีกพอสมควร
หมายความว่าบริเวณนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล
มีคนร่างกำยำล่ำสันที่เห็นเหตุการณ์นี้อยู่ใกล้ ๆ แม้จะอยากช่วยเหลือ แต่จำต้องกลั้นความตั้งใจเอาไว้ เมื่อเห็นชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ที่ถือกระบองอยู่ในมือ และมีสีหน้าดุร้าย
ท้ายที่สุดแล้ว หลายคนก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยุ่งยากเหล่านี้
ทันทีที่เจียงหวู่ที่ได้ฟังคำพูดเหล่านี้ เขาก็หายใจฮึดฮัดอย่างกรุ่นโกรธ
เขาจ้องมองกลุ่มชายฉกรรจ์คนตรงหน้า ดวงตาแดงก่ำ ราวกับพร้อมจะสู้จนตัวตาย
จากนั้นเขาก็พูดกับหานชิงอวี่โดยไม่หันกลับมาอีกครั้ง
“หมอหาน คุณได้ยินที่ผมพูดไหมครับ?”
“คุณเป็นคนมีการศึกษา มาอยู่ตรงนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้”
“ผมขอร้องให้คุณรีบพาน้องสาวผมออกไปที่ที่ปลอดภัยด้วยเถอะ!”
เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ในน้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมมาก มันฟังดูร้อนรนและแหบพร่าราวกับจะหมดแรง
จากน้ำเสียงที่ได้ฟัง สามารถบอกได้เลยว่า เจียงหวู่เตรียมใจที่จะตายที่นี่แล้ว
กลุ่มชายฉกรรจ์ต่างก็หัวเราะกับท่าทางของเจียงหวู่ พลางใช้กำปั้นกระแทกฝ่ามืออีกข้างของตัวเองอย่างแรง
“ฉันถามอีกครั้ง เรื่องที่เราเคยคุยกัน ตกลงว่าแกจะยอมทำไหม?”
ตามที่เจียงหลานหยวนพูด เรื่องที่เขาพูดถึงก็คือการรับผิดแทนนั่นเอง
เจียงหวู่จ้องมองคนตรงหน้า แล้วกัดฟันแน่น
“ไม่มีทางเด็ดขาด!”
“ดี คิดว่าตัวเองเก่งนักใช่ไหม?”
“พี่น้อง เตรียมตัวลงมือกันได้ ทำให้มันรู้ซะว่าจะทนได้นานแค่ไหน!”
กลุ่มชายฉกรรจ์ยิ้มอย่างเหี้ยมโหด ขณะที่ถือกระบองเดินตรงเข้ามาหาเจียงหวู่
แม้ของพวกนี้จะดูอันตรายน้อยกว่ามีดสั้น ทว่ามีเพียงคนที่เคยเห็นพลังทำลายล้างของมันเท่านั้นถึงจะรู้ กลุ่มชายฉกรรจ์หุ่นล่ำบวกกับอาวุธเหล่านี้ ไม่เกินสองนาทีก็สามารถซัดเจียงหวู่บาดเจ็บจนช้ำในได้
อย่างไรก็ตามเจียงหวู่ยังคงไม่ยอมถอย เขายืนนิ่งอยู่ที่เดิมพร้อมตั้งท่าเตรียมรับมือ
ในตอนนั้นเอง มีใครบางคนเข้ามาตบบ่าเจียงหวู่เบา ๆ
เจียงหวู่ตกใจเล็กน้อย ร่างกายกำลังจะเคลื่อนไหวโดยสัญชาตญาณ แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกว่าคนที่ตบบ่านั้น ไม่ได้ต้องการทำร้ายเขา
เพราะเสียงที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจดังขึ้นจากด้านหลัง
“ผ่อนคลายหน่อยเถอะครับ”
“หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว พยายามลดความผันผวนของอารมณ์ลง จะเป็นผลดีต่อการฟื้นฟูร่างกาย”
“และตอนนี้ร่างกายคุณไม่แข็งแรง ควรลดการเคลื่อนไหวรุนแรงลงให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงสถานการณ์แบบวันนี้เอาไว้”
เสียงของหานชิงอวี่ที่เอ่ยอย่างช้า ๆ ไม่เพียงแต่ทำให้เจียงหวู่ตะลึง แม้แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ที่เตรียมจะเข้ามาลงมือก็นิ่งค้างอยู่กับที่
แม้แต่ผู้คนที่เหลือบมองเหตุการณ์โดยรอบก็ยังต้องหยุดชะงักเช่นกัน
เดิมที หัวใจของพวกเขาก็มีความรู้สึกไม่สงบที่แตกต่างกัน
แต่ตอนนี้ ความรู้สึกของพวกเขากลับตรงกันอย่างน่าประหลาดว่า
หมอคนนี้น่ะ
เขามาที่นี่เพื่อเล่นตลกเหรอ?!
บทที่ 220 คุณจะต้องชดใช้
ตอนนี้เจียงหวู่มึนงงไปหมด
เดิมทีเขาเตรียมพร้อมที่จะมีเรื่องและเปิดฉากต่อสู้กับพวกคนนี้แล้ว
แต่ตอนนี้กลับโดนหานชิงอวี่ปลดอาวุธเขาลงไป ทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือเลย
สถานการณ์แบบนี้ เขาคาดไม่ถึงจริง ๆ
“โอ้…ครับ”
เขามองหานชิงอวี่ที่จัดแขนและมือของตัวเองให้กลับสู่ตำแหน่งที่ผ่อนคลายอย่างเหม่อลอย แต่ปากก็ทำได้แค่ตอบรับไปตามเรื่อง
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ เจียงหวู่”
“นี่มันโรงพยาบาลบ้าอะไรกันวะ? หมอดูแลคนไข้ดีขนาดนี้เลยเหรอ?”
“แต่ช่างมันเถอะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ช่วงชีวิตที่เหลือแทบทั้งชีวิตของแก คงต้องอยู่ในโรงพยาบาลนี่แหละ!”
ชายฉกรรจ์พูดไปหัวเราะไป พลางแสดงสีหน้าเยาะเย้ยใส่เจียงหวู่
ขณะที่กำลังมึนงง เจียงหวู่ก็เริ่มรู้สึกโมโหหานชิงอวี่ขึ้นมา
เดี๋ยว… นี่มันเวลาไหนแล้ว ยังมาสนใจเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้อยู่อีก!
แต่สิ่งที่เจียงหวู่และคนอื่น ๆ รอบข้างคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากหานชิงอวี่ จัดแจงท่าทางและสภาพจิตใจของเจียงหวู่แล้ว เขาก็เดินเข้าไปหาชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นโดยตรง
“ที่นี่คือโรงพยาบาล กรุณาออกไปซะ”
สีหน้าหานชิงอวี่ขณะพูดจานั้นเรียบนิ่งราวกับสายน้ำ ไม่ต่างอะไรกับปรมาจารย์รุ่นเก่าในหนังที่คุ้นเคย
แม้เขาจะยังไม่ลงมือ แต่ทันทีที่เขาพูดจบ พลังอำนาจก็แผ่ไปทั่วบริเวณ
ผู้คนรอบข้างต่างชะงักงัน
สถานการณ์ในวันนี้ หากหานชิงอวี่ไม่อยู่ พวกเขาก็คงไม่มีใครกล้าขัดขวางแน่นอน
เพราะกลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้าล้วนดูน่าเกรงขาม แม้หานชิงอวี่จะเป็นแพทย์ประจำตัวของเจียงหวู่ ก็ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้
ทว่าที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ
แท้จริงแล้วหานชิงอวี่ไม่ใช่แพทย์ประจำของเจียงหวู่ หนำซ้ำยังเคยพบหน้ากันเพียงสองครั้งเท่านั้น
ที่ในเวลานี้เขายืนอยู่ตรงหน้าเจียงหวู่ ก็เพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นคนไข้ของเขา
แค่นั้นเอง
“หมอหาน คุณ…”
เดิมที เจียงหวู่ตั้งใจจะให้หานชิงอวี่รีบออกไป
ด้วยนิสัยของเขาแล้ว จะยอมให้อีกฝ่ายมาแบกรับเรื่องต่าง ๆ แทนตนเองได้อย่างไร
เห็นได้ชัดว่าหมอหานในเวลานี้ ยินยอมที่จะเสียสละตัวเองเพื่อเจียงหวู่
จิตใจแบบนี้ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้ง แต่ว่า…
เจียงหวู่คิดมาถึงตรงนี้ มือที่ตั้งใจจะดึงหานชิงอวี่ออก กลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
เพราะเขาเห็นว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ ที่หน้าตาโหดเหี้ยมเหล่านี้กำลังแสดงสีหน้าลังเล
“น้องชาย พวกเราเคยพบกันที่ไหนรึเปล่า?”
ชายคนที่เป็นหัวหน้าชะงักงัน แม้แต่รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยบนใบหน้าก็ค่อย ๆ เลือนหายไป
การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเช่นนี้ ย่อมหนีสายตาของผู้ที่ยืนดูเหตุการณ์ไปไม่ได้
พวกเขามองดูกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านี้ ที่มีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แล้วหันกลับมามองหานชิงอวี่
หลังจากนั้นหัวใจของพวกเขาก็เกิดความรู้สึกที่ราวกับคลื่นกระทบฝั่ง
พวกเขาไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ที่เพิ่งจะทำตัวกร่างเมื่อครู่ กลับเป็นเหมือนเด็กนักเรียนดีเด่นในห้องเรียน ที่พากันเชื่อฟังโดยพร้อมเพรียงกันไปเสียแล้ว
แถมยังเรียกหานฉิงอวี๋ตรงหน้าว่าน้องชายอีกด้วย!
แต่หานฉิงอวี่กลับไม่มีอารมณ์ผันผวนมากนักกับการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อตัวเขาเอง
เขาจะไม่มีวันทำเรื่องที่ดูสูงส่ง แต่ในทางกลับกันก็เต็มไปด้วยความโง่เขลา อย่างการยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องผู้อื่นอย่างแน่นอน
ที่กล้าเผชิญหน้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มนี้เพียงลำพัง ก็เพราะว่าเพิ่งจะนึกขึ้นโดยบังเอิญว่า
จริง ๆ แล้วเขาเคยพบชายฉกรรจ์กลุ่มนี้มาก่อน
โดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหน้า
คนที่พบกับ ลั่วจือซิน ที่ร้านปิ้งย่างในวันนั้นก็คือเขา!
แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใด หลังจากที่ลั่วจือซินแนะนำตัวเองเสร็จแล้ว พวกเขากลับแสดงความเคารพต่อเขาทันที
ไม่เพียงแค่ออกมาขอโทษ แต่ยังควักเงินจ่ายค่าอาหารให้ด้วย
หลังจากนั้นลั่วจือซินก็พร่ำบอกเขามาตลอดว่า ด้วยสถานะของตัวเองที่เป็นแพทย์ ที่ทำให้คนกลุ่มนั้นรู้สึกเกรงใจและยอมถอยไป
แต่หานชิงอวี่รู้ดีในใจว่า สำหรับพวกอันธพาลแบบนี้แล้ว
ในใจไม่มีเส้นแบ่งอะไรทั้งสิ้น และยิ่งไม่น่าจะเกิดความรู้สึกเกรงกลัวต่อแพทย์โดยไร้เหตุผล
หานชิงอวี่พอจะเดาออกได้เลือนราง
ที่พวกคนกลุ่มนี้เปลี่ยนท่าทีไปอย่างมากเมื่อครู่ น่าจะเป็นเพราะลั่วจือซิน
ดังนั้น หานชิงอวี่จึงพูดขึ้น
“อืม ผมเคยเจอพวกคุณตอนที่อยู่กับหมอลั่วในร้านปิ้งย่าง ”
เป็นไปตามคาด กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ยังคงกร่างอยู่เมื่อครู่ พลันลดความผยองลงในทันที
“โอ้ คุณหมอหาน”
หัวหน้าอันธพาลเหลือบมองหานชิงอวี่ ก่อนจะกล่าวออกมาสั้น ๆ
แม้สายตาของเขายังแฝงไปด้วยความโหดเหี้ยม แต่กลับมีอาการเหม่อลอยเล็กน้อย ราวกับกำลังคิดหาวิธีที่จะเอาตัวรอดจากวิกฤตินี้ให้ได้
ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่โดยรอบ กลับต้องตกตะลึงเป็นรอบที่สอง ราวกับว่าพวกเขาโดนฟ้าผ่ากลางถนน
ส่วนใหญ่แล้ว ผู้คนเหล่านี้ต่างเฝ้าดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนดูเรื่องสนุก
เดิมทีพวกเขาคิดว่า หานชิงอวี่ที่ดูจะใจร้อนและวู่วามเช่นนี้ คงต้องโดนซ้อมสักยกแน่ ๆ
แต่ตอนนี้ เหมือนกับว่าพวกเขาถูกโลกใบนี้ปรับทัศนคติใหม่เสียแล้ว
แม้แต่เจียงหวู่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็อดประหลาดใจกบเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ได้
เดิมทีเขายังคิดอยู่ว่า หากชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นลงมือ เขาก็จะรีบดึงตัวหานชิงอวี่กลับมา แล้วบอกให้รีบหนีไป
แต่ตอนนี้ สถานการณ์กลับถูกควบคุมเอาไว้ได้แล้วเสียอย่างนั้น!
ร่างของหานชิงอวี่ที่สวมเสื้อกาวน์สีขาว กลับทำให้ชายฉกรรจ์ร่วมสิบคนตรงหน้าหยุดการเคลื่อนไหว
ยิ่งกว่านั้น หัวหน้าของพวกมันยังดูเหมือนรู้จักกับหมอหานด้วย!
ปริศนามากมายปรากฏขึ้นในหัวใจของเจียงหวู่
ตอนนี้เขาเพียงแต่รู้สึกว่า หานชิงอวี่ที่อยู่ตรงหน้าทั้งลึกลับ แถมยังยิ่งใหญ่และทรงอำนาจมากขึ้นกว่าเดิม
หัวหน้าอันธพาลเองก็ดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศโดยรอบ คิดในใจว่าตัวเองกำลังเสียหน้าเพราะหานชิงอวี่
ดังนั้น เขาจึงจงใจกระแอมไอสองสามครั้ง ก่อนจะหันไปพูดกับหานชิงอวี่ว่า
“คุณหมอหาน ผมแนะนำให้คุณอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เลยจะดีกว่า”
“เรื่องนี้สำคัญมาก ต่อให้หมอ… คุณหมอลั่วจะอยู่ตรงนี้ เราก็จะ…”
หานชิงอวี่ ที่ได้ยินประโยคนี้กลับยกมือขึ้น เพื่อทักทายคนทางด้านหลังของชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นทันที
“เฮ้ หมอลั่ว…”
หานชิงอวี่พูดจบ เหล่าคนกำยำล่ำสันรอบข้างต่างหันขวับไปด้านหลังในทันใด สีหน้าตึงเครียดราวกับกำลังกังวลกับบางสิ่ง
ทว่าเบื้องหลังของพวกเขากลับว่างเปล่า
เมื่อหันกลับมา พบว่าหานชิงอวี่มีรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้า
“หมอลั่วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้สักหน่อย แล้วพวกคุณจะกังวลทำไม?”
ที่จริงแล้วการคาดเดาของหานชิงอวี่นั้นถูกต้อง
กลุ่มชายฉกรรจ์ต้องการให้หานชิงอวี่ออกไป เพื่อจะได้ลงมือกับเจียงหวู่
แต่รอยยิ้มบนใบหน้าที่หล่อเหลา ทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์เริ่มมีความโกรธแค้นต่อเขา
สถานการณ์ที่เพิ่งจะคลี่คลาย พลันตึงเครียดขึ้นมาในทันใด
หัวหน้าอันธพาลโกรธจนตัวสั่น จ้องเขม็งไปยังหานชิงอวี่แล้วพูดช้า ๆ
“หมอหาน คุณจะต้องชดใช้สำหรับการกระทำเมื่อครู่ของคุณ”