ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 233 ไปกันเถอะที่รัก ผมจะพาคุณกลับบ้าน
บทที่ 233 ไปกันเถอะที่รัก ผมจะพาคุณกลับบ้าน
ด้านนี้ เฝิงเว๋ยกำลังถกเถียงกับเฝิงต้าลู่อย่างออกรส
ส่วนอีกด้าน หานชิงอวี่กำลังเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกง เดินล้วงกระเป๋าทั้งสองข้างมุ่งหน้ากลับบ้าน
ทุกครั้งที่พ่อกับแม่ซื้อบ้านอยู่ใกล้เขา ก็มีข้อดีคือกลับบ้านได้เร็วกว่าเดิม
ตอนนี้ระยะทางจากโรงพยาบาลถึงบ้าน ใกล้เพียงข้ามถนนไปอีกหนึ่งเส้น แล้วเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าว ก็จะถึงหมู่บ้านที่หานชิงอวี่อาศัยอยู่
เนื่องจากทำเลแถวนี้ค่อนข้างดี การซื้อบ้านก็เท่ากับการลงทุน
ดังนั้น หานชิงอวี่จึงไม่ได้ตำหนิการกระทำของพ่อกับแม่ที่ดูเหมือนจะฟุ่มเฟือยสิ้นเปลืองเท่าไหร่นัก
เขาเดินดูวิวทิวทัศน์ใหม่ ๆ ข้างถนนไป พลางคิดถึงเรื่องที่บ้านไปด้วย
การเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ทำให้รู้สึกสดชื่นไม่น้อย
แต่แล้วไม่นานนัก เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ที่มุมถนน มีผู้คนจำนวนมากล้อมกันอยู่เป็นชั้น ๆ เหมือนกำลังมุงดูอะไรสักอย่าง
และภายในกำแพงมนุษย์ที่หนาแน่น ก็มีเสียงหญิงสาวร้องไห้โฮดังขึ้นเป็นระยะ ๆ
เห็นดังนั้น หานชิงอวี่ก็เดินเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ด้วยความได้เปรียบทางด้านส่วนสูงและรูปร่าง หานชิงอวี่จึงสามารถมองทะลุกำแพงมนุษย์ จนเห็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน
เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังถูกชายร่างกำยำฉุดกระชากตัวอยู่ภายในกำแพงมนุษย์
ชายร่างกำยำหน้าแดงก่ำ และในมือนั้นยังถือขวดแอลกอฮอล์สีเขียวมรกตด้วย
แต่หน้าตาของหญิงสาว กลับทำให้หานชิงอวี่ชะงักไปเล็กน้อย
นั่นมันเจียงหลานหยวน ที่เพิ่งพาพี่ชายของเธอออกจากโรงพยาบาลไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ไม่ใช่เหรอ!
เจียงหลานหยวนกำลังถือใบปลิวโฆษณาอยู่ปึกหนึ่ง ดูเหมือนเธอกำลังจะแจกมันอยู่
“ที่รัก เลิกแจกใบปลิวเถอะ”
“ไปกันเถอะ กลับไปที่บ้านหลังใหญ่ของเรากันเถอะ!”
ชายฉกรรจ์พูดพลางคว้าแขนอันเรียบเนียนของเจียงหลานหยวนไว้ด้วยท่าทางหื่นกระหาย
เจียงหลานหยวนตกใจจนร้องกรี๊ด เมื่อเห็นว่ามือใหญ่ ๆ ที่สกปรกนั่นจับอยู่ที่แขนของเธอจริง ๆ
“คุณเป็นใคร!”
“ฉันไม่รู้จักคุณ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”
จากนั้นเธอก็พยายามสะบัดมือเขาออก
แต่เจียงหลานหยวนเป็นเพียงนักศึกษาสาวตัวเล็ก ๆ จะไปสู้แรงของชายร่างกำยำที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ชายร่างกำยำยังดูเหมือนจะดื่มแอลกอฮอล์มา จนใบหน้าและแก้มทั้งสองข้างแดงก่ำ บ่งบอกถึงพละกำลังอันมหาศาล
เขาออกแรงบีบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าเจียงหลานหยวนไม่สามารถสะบัดแขนออกมาได้เลย ซ้ำยังกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
เมื่อเห็นท่าทางที่เจ็บปวดของเธอ ชายรางกำยำก็หัวเราะออกมาอย่างหื่นกระหาย
แต่ทันใดนั้น เสียงหัวเราะของเขาก็เปลี่ยนเป็นร้องไห้คร่ำครวญออกมาโดยไม่รู้สาเหตุ ชายร่างกำยำมองไปยังเจียงหลานหยวน ก่อนจะพูดออกมา
“คุณภรรยา คุณจำผมไม่ได้แล้วเหรอ?”
“ดูสิ นี่บ้านหลังใหญ่ของเราไม่ใช่เหรอ?”
“หมู่บ้านเทียนหลิน ใช่เลย! บ้านเราอยู่ในหมู่บ้านเทียนหลินนี้ไง!”
“ไปกันเถอะที่รัก ผมจะพาคุณกลับบ้าน!”
ชายร่างกำยำที่อยู่ในอาการมึนเมาพึมพำ ขณะมองใบปลิวโฆษณาในมือของเจียงหลานหยวน
เนื้อหาในใบปลิวโฆษณาคือโฆษณาขายบ้าน ขณะที่เจียงหลานหยวนกำลังแจกใบปลิวอยู่นั้น เธอดันโชคร้าย ถูกชายร่างกำยำที่เมามายไม่ได้สติ เดินเซไปเซมาบนถนนเข้ามาระราน
ส่วนหมู่บ้านหรือคุณภรรยาอะไรนั่น คงเป็นเพียงภาพฝันของคนเมาเท่านั้น
แต่ผู้คนรอบข้างกลับไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ พวกเขาเพียงมองดูเฉย ๆ อย่างสนุกสนาน
บางคนก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา
“ผู้หญิงคนนี้ช่างน่าสงสาร ไม่มีใครช่วยเธอได้เลยเหรอ?”
ทันใดนั้น ก็มีคนที่มาถึงก่อนหน้าเอ่ยตอบ
“ช่วยสิ ช่วยสิ ก่อนหน้านี้ก็มีคนมาช่วยแล้ว!”
“ตอนที่เด็กผู้หญิงคนนี้เพิ่งถูกระราน ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้แหละ ไอ้ผู้ชายคนนี้ไม่รู้ว่ามาจากไหน อยู่ดี ๆ ก็โผล่มาบอกว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นลูกสาวของตัวเอง แต่หลังจากนั้นก็บอกว่าเป็นภรรยาของเขา!”
“มีคนข้าง ๆ ทนเห็นไม่ได้เลยเข้าไปช่วย แต่ผู้ชายคนนี้ก็โกรธขึ้นมา”
“คว้าขวดเบียร์เตรียมจะฟาดหัวคนอื่น!”
“ไอ้ขี้เมานี่ทำร้ายคน ลงมือไม่รู้จักหนักเบา ถ้าเกิดโดนตีจนเป็นอัมพาตครึ่งซีกจะทำอย่างไร!”
ผู้คนรอบข้างฟังแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล ต่างพยักหน้าเห็นด้วย แล้วถอนหายใจอย่างสมเพชเวทนาในชะตากรรมของเจียงหลานหยวน
“โอ้ น่าเสียดาย ช่างเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยมาก แต่ว่า…”
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้
ร่างหนึ่งกลับเริ่มเดินเข้ามาในกลุ่มคนอย่างฉับไว เห็นได้ชัดว่าร่างนี้ไม่เพียงแต่สูงใหญ่และสง่างามเท่านั้น แต่ยังมีรังสีน่าเกรงขามมากอีกด้วย
ผู้คนรอบข้างต่างก็มองด้วยความประหลาดใจ
“เหอะ มีไอ้หนุ่มหัวร้อนจริง ๆ ด้วย”
“ถึงพ่อหนุ่มคนนี้จะตัวสูง แต่ไอ้คนเมานั่นมีอาวุธนะ ฉันว่าเจ้าหนุ่มหล่อคนนี้แย่แน่!”
“อีกอย่าง ต่อให้ช่วยไว้ได้จริง ๆ บางทีสาวน้อยนั่นอาจจะไม่แม้แต่จะมองเขาเลยก็ได้ ฮ่า ๆ!”
พวกเขากล่าวพลางมองไปยังหานชิงอวี่ ที่แทรกตัวเข้าฝ่าฝูงชน
พวกเขามองออกแล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้าก็คือ ผู้ที่ต้องการจะแสดงบทฮีโร่ช่วยสาวงาม
แต่เมื่อเห็นสภาพที่น่ากลัวของคนเมา ประกอบกับขวดแอลกอฮอล์ที่อยู่ในมือ ก็ทำให้ผู้คนรอบข้างตกใจ
ผู้คนรอบข้างยังไม่เชื่อว่าหานชิงอวี่จะหยุดคนเมาตรงหน้าได้
ต้องรู้ไว้ว่านั่นไม่ใช่แค่ขวดแอลกอฮอล์ขวดหนึ่ง
หากฟาดลงบนศีรษะจนแตกกระจาย รับรองว่าต้องมึนงงแน่นอน
และหากฟาดลงกับพื้น แล้วหยิบเอาปากขวดมากำไว้ในมือ ก็เท่ากับว่าเป็นอาวุธง่าย ๆ ที่มีอานุภาพคล้ายกับมีดสั้นเล่มหนึ่ง
ไม่ว่าแก้วแหลมคมจะแทงเข้าที่ท้อง หรือแทงเข้าที่ต้นขา
พวกเขารู้ดีว่าจะต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
แม้จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาล ก็อาจจะมีเศษแก้วที่ยังคงค้างอยู่บริเวณบาดแผล การจัดการกับมันนั้นช่างแสนทรมานนัก
แต่หานชิงอวี่ไม่ได้สนใจอะไรมาก และพูดออกไปตรง ๆ
“ไปให้พ้น!”
เพียงคำพูดเดียว เท้าของเขาก็เตะเข้าไปยังร่างของคนเมาตรงหน้า
คนเมาถูกเตะอย่างไม่ทันตั้งตัว จนต้องปล่อยมือสกปรกที่จับแขนของเจียงหลานหยวนไว้ พลางเซถอยหลังออกไปหลายก้าว
ท้ายที่สุด คนเมาก็ล้มหงายหลังลงไป นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นที่เป็นสวนหย่อมริมถนน
ผู้คนโดยรอบต่างพากันตะลึง พวกเขาไม่คาดคิดว่าชายร่างกำยำเช่นนั้น จะถูกหานชิงอวี่เตะจนล้มลงในสวนหย่อมข้างทางได้อย่างง่ายดาย
จริง ๆ แล้วพวกเขาต่างหากคิดมากไป ในเวลาที่มึนเมาอย่างหนัก พวกเขาจะมีเรี่ยวแรงที่ไหนกัน
หลังจากถูกลูกเตะของหานชิงอวี่ เขาเมาก็เซถลาไปยังพุ่มไม้ของสวนหย่อม ราวกับว่าต้องการจะนอนหลับไปตรงนั้น
คนเมาหลับตาลง พลางครางออกมาเบา ๆ
“อืม ภรรยา ภรรยา…”
ผู้คนโดยรอบที่เห็นคนเมาอยู่ในสภาพอนาถก็หัวเราะคิกคักทันที
ส่วนผู้คนที่เพิ่งจะมุงดูและไม่ยอมช่วยเหลือหรือแจ้งตำรวจ ก็เริ่มปรบมือกันอย่างพร้อมเพรียง
แต่หานชิงอวี่กลับไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น เขาเดินตรงไปยังเจียงหลานหยวน
“เป็นอะไรไหม มีรอยขีดข่วนตรงไหนรึเปล่า?”