ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 234 เอาอกเอาใจ
บทที่ 234 เอาอกเอาใจ
เดิมที เจียงหลานหยวนกำลังจะเงยหน้าเพื่อขอบคุณชายหนุ่มใจดีตรงหน้าอย่างจริงจัง
แต่เมื่อเธอพบว่าชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยเหลือคือใคร เธอก็ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความดีใจทันที
“ว้าว หมอหาน!!”
“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้คะ? อย่างกับพรหมลิขิตเลย!”
หลังจากพูดจบ เจียงหลานหยวนที่ยังคงถูนวดแขนที่แดงเล็กน้อยของตัวเองอยู่ ราวกับว่าในตอนนี้ความเจ็บปวดทั่วร่างกายได้ถูกชำระล้างจนหายไปหมดสิ้น แม้แต่ดวงตาก็มียังมีประกายระยิบระยับของดาวนับหมื่นดวง
“เธอ… ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ แล้วพี่ชายของเธอไปไหน?”
หานชิงอวี่มองไปรอบ ๆ
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เจียงหลานหยวนคอยดูแลพี่ชายอยู่ในโรงพยาบาล
แต่พอไม่เห็นทั้งสองคนปรากฏตัวพร้อมกัน ก็รู้สึกแปลกประหลาดนิดหน่อย
น้ำเสียงของเจียงหลานหยวนมีความรู้สึกตื่นเต้นอยู่เล็กน้อยราวกับว่าเธอกำลังฝันอยู่
เธอพูดพลางแลบลิ้นใส่หานชิงอวี่ด้วยท่าทางน่ารัก
“แหะ แหะ พี่ชายของฉันเพิ่งได้งานพิเศษแถวนี้ค่ะ”
“ก่อนหน้านี้ฉันได้ยื่นพักการเรียนกับอาจารย์ที่ปรึกษาไป ตอนนี้ยังไม่อยากกลับมหาวิทยาลัย เลยคิดว่าจะหารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ทำในระหว่างนี้”
“งานพิเศษวันนี้คือการแจกใบปลิว แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า…”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ อารมณ์ของเจียงหลานหยวนก็ห่อเหี่ยวลงเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าเธอยังคงจมอยู่กับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ โดยยังไม่ฟื้นตัวดีนัก
ผู้คนรอบข้างที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ ต่างอดไม่ได้ที่จะอิจฉาจนแทบจะเป็นลมล้มพับไป
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าราวกับละครโทรทัศน์ชัด ๆ
ทันทีที่นางเอกสาวสวยถูกคนร้ายรังแก พระเอกก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างสง่าผ่าเผยต่อหน้าสายตาผู้คนนับร้อย ทว่าผู้คนรอบข้างที่มุงดูเหตุการณ์ในตอนนั้นกลับไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเลยสักคน จึงทำให้ หานชิงอวี่ได้โอกาสแสดงบทบาทของตนเอง
หลังแพทย์หนุ่มฟังคำบอกเล่าของเจียงหลานหยวนจบ ก็เอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นเขาก็พูดขึ้น
“ตอนนี้เธอมีทางเลือกอยู่สองทาง”
“ทางเลือกแรกคือ ลาออกจากงานพิเศษนี้แล้วกลับบ้านไปเลย”
“ส่วนทางเลือกที่สองคือ หาที่แจกใบปลิวใหม่ ไม่ว่ายังไงก็ต้องเลี่ยงคนพวกนี้ให้ได้”
หลังจากหานชิงอวี่พูดจบ เจียงหลานหยวนก็รีบพยักหน้าทันที
“อืม หมอหานพูดถูกทุกอย่างเลยค่ะ!”
“ฉันจะหาที่ใหม่ ฉันรู้ว่าที่ไหนปลอดภัย”
เธอพูดพลางเก็บใบปลิวที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น
ผู้คนโดยรอบต่างพากันมองหานชิงอวี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา เพราะผู้คนที่มุงดูกันอยู่ตรงนี้ ส่วนมากจะสนใจเพียงแต่ความงามของเจียงหลานหยวน
แต่ในทางกลับกัน เจียงหลานหยวนกลับแสดงความกระตือรือร้นต่อ หานชิงอวี่ขนาดนี้!
นี่คือสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ผู้คนที่มุงดูอยู่ด้านข้างในเวลานี้ ต่างก็อยากให้สาวน้อยน่ารักคนนี้รู้จักหน้าค่าตาของพวกเขา เลยรีบพากันนั่งยอง ๆ และช่วยเจียงหลานหยวนลงไปเก็บใบปลิวที่หล่นเกลื่อนพื้นเหมือนกับหานชิงอวี่
เมื่อเจียงหลานหยวนเห็นว่าจู่ ๆ ก็มีคนมาช่วยเก็บใบปลิวให้เธอเป็นจำนวนมาก แม้จะยังไม่เข้าใจสาเหตุ แต่เธอก็ขอบคุณอย่างจริงใจ
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณทุกคนมากเลยค่ะ!”
“ถ้าไม่ได้ทุกคนช่วยไว้ ใบปลิวมากมายขนาด พวกเราก็ไม่รู้ว่าจะเก็บกันเสร็จเมื่อไหร่!”
เมื่อเห็นว่าเจียงหลานหยวนทักทายพูดคุยกับพวกเขาก่อน หัวใจของพวกเขาก็เริ่มเต้นรัว
ในบรรดาผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่นั้น มีชายหนุ่มบางคนที่เพิ่งเลิกงานและเดินผ่านมาไม่น้อย พวกเขานำใบปลิวที่เก็บได้ส่งคืนให้เจียงหลานหยวน พร้อมกับหัวเราะร่า
“เรื่องแค่นี้เอง จริง ๆ ผมอยากจะเข้ามาช่วยคุณตั้งนานแล้วนะ แต่ไอ้หนุ่มคนก่อนหน้านี้ดันมาแย่งซีนซะก่อน!”
“นั่นสิ หมอนั่นมันกวนประสาทจริง ๆ!”
“คุณผู้หญิง คุณไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรใช่ไหม ถ้าได้รับบาดเจ็บ ผมจะพาคุณไปตรวจที่โรงพยาบาล!”
ผู้คนที่ยืนมุงดูโดยรอบ ที่เดิมทีไม่กล้าจะพูดอะไร แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นอัศวินผู้พิทักษ์ดอกไม้ไปเสียแล้ว ต่างก็พากันมาเอาอกเอาใจเจียงหลานหยวนขึ้นมา
เจียงหลานหยวนจึงได้เข้าใจว่าที่จู่ ๆ คนพวกนี้ก็มาช่วยเธอเก็บใบปลิวอย่างเอาอกเอาใจนั้นเป็นเพราะอะไร
ก็เพราะเมื่อได้เผชิญหน้ากับหญิงสาวสวย พวกเขาจึงอยากจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดมากขึ้น
แม้จะได้แค่พูดคุยกันเพียงสองสามคำ พวกเขาก็รู้สึกพอใจมากแล้ว
ประเด็นนี้ไม่ใช่เจียงหลานหยวนจะพูดให้ดูน่ากลัว แต่เป็นความคิดที่แท้จริงของพวกเขาต่างหาก
อย่างไรก็ตาม เจียงหลานหยวนกลับเพียงรับใบปลิวที่ทุกคนส่งมาให้ พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณสำหรับความห่วงใยของทุกคนนะคะ”
“เพียงแต่ฉันกับคุณหมอหานรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว ให้เขาไปเป็นเพื่อนฉันที่จุดแจกใบปลิวถัดไปก็พอแล้ว”
เธอรู้ดีในใจว่าเมื่อครู่เพิ่งถูกคุกคามอยู่พักใหญ่ แต่คนกลุ่มนี้ไม่มีสักคนที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย
พอเห็นว่าคุณหมอหานเป็นคนก้าวเข้ามาช่วยเหลือเธอ พวกเขาก็เลยอยากเข้ามาเอาหน้า
เจียงหลานหยวนแยกแยะได้ว่าใครจริงใจต่อเธอ อยากจะช่วยเธอ
อย่างไรก็ตาม คนกลุ่มนี้ยังคงช่วยเธอเก็บใบปลิวอยู่ดี เธอเองก็ไม่ได้พูดอะไรไม่ดีใส่พวกเขา
เพียงปฏิเสธไปอย่างสุภาพก็พอแล้ว
ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาทุกคู่ก็หันไปจับจ้องหานชิงอวี่ ทันที
ดวงตาของพวกเขามีทั้งความอิจฉาและความริษยา
ผู้คนส่วนใหญ่ส่ายหัวแสดงความเสียดาย พวกเขาคิดว่าเรื่องนี้คงจะจบลงแล้ว จึงหันหลังเตรียมจะเดินจากไป
แต่ยังมีบางคนที่ไม่ยอมแพ้ พลางพึมพำขึ้นมาเบา ๆ
“รู้จักกันอยู่ก่อนแล้วก็ไม่เห็นเป็นไร ไปกันหลายคนก็จะได้มีหลายแรงไง ฮ่า ๆ”
“นั่นสิ เราเต็มใจจะไปกับหมอหานเพื่อช่วยแจกใบปลิวให้กับน้องสาวคนสวยทั้งหมดเลย!”
“พวกคุณนี่คิดอะไรตื้นเขินจริง ๆ ผมไม่เหมือนพวกคุณหรอกนะ เพราะผมเต็มใจจะสละชีวิตเพื่อน้องสาวคนสวยคนนี้!”
แม้พวกเขายืนมุงดูมาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่รู้จักชื่อของเจียงหลานหยวน
ดังนั้น พวกเขาจึงเรียกเธอว่า ‘น้องสาวคนสวย’ ที่แสนจะหวานเลี่ยน
“ว่าไง ลองไปกับพวกเขาสิ น่าจะปลอดภัยดีนะ” หานชิงอวี่พูดกับเจียงหลานหยวนที่อยู่ข้าง ๆ
อันที่จริง ที่หานชิงอวี่พูดก็มีเหตุผล เพราะตอนนี้พวกเขากำลังอยู่บนถนน และยังมีผู้คนอยู่รอบ ๆ อีกมากมาย
ยิ่งมีคนมากเท่าไหร่ ความปลอดภัยของเจียงหลานหยวนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
และด้วยความช่วยเหลือของพวกเขา ใบปลิวของเจียงหลานหยวนก็คงจะแจกจ่ายได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
แต่เจียงหลานหยวนส่ายหัวไปมาเหมือนกับลูกตุ้ม
“ไม่ ไม่ ไม่ ฉันอยากไปกับหมอหานมากกว่า!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังแสดงความจงรักภักดีต่อเจียงหลานหยวนอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของทุกคน
“น่ารำคาญ! แค่ผู้หญิงคนเดียว พวกแกต้องเอาอกเอาใจขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้ ใครเป็นคนโยนฉันเข้าไปในสวนตรงนั้น!”
เสียงนี้ดังก้องราวกับฟ้าผ่ากลางอากาศ ทำให้ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างผงะไปตาม ๆ กัน
ทุกคนหันไปยังทิศทางของต้นเสียงช้า ๆ และก็ต้องชะงักกลางคันทันที
เพราะตอนนี้ มีคนเมาคนหนึ่งที่แต่งตัวมอมแมม กำลังยืนจ้องพวกเขาด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว ราวกับหมีสีน้ำตาลตัวเขื่องที่แผ่กลิ่นอายแห่งความดุร้ายไปทั่วทั้งร่างกาย!