ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 236 การปิดล้อม
บทที่ 236 การปิดล้อม
ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยในตัวหานชิงอวี่ เจียงหลานหยวนก็ลืมตาตื่นขึ้น
“อุ๊ย หมอหาน!”
“ฉัน ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย!”
เจียงหลานหยวนที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา เมื่อเห็นว่าร่างตนเองกำลังพิงอยู่กับตัวของหานชิงอวี่ เธอจึงรีบลุกขึ้นนั่ง พร้อมด้วยสีหน้าที่แดงก่ำเล็กน้อย
จากนั้นก็ทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ก่อนที่เธอจะล้มลง
เมื่อได้ยินคำอธิบายของหานชิงอวี่ เจียงหลานหยวนก็พอจะเข้าใจคร่าว ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เธอเป็นลมไป
“ขอบคุณมากจริง ๆ นะคะหมอหาน”
“คุณช่วยฉันหลายอย่างเลย ฉันไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรแล้ว”
หานชิงอวี่ส่ายหน้า
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอบคุณหรอก”
หานชิงอวี่พูดออกมาจากใจจริง สำหรับเขาที่มีใจรักในการรักษาคนไข้ การได้ช่วยเหลือผู้อื่นเช่นนี้ ทำให้เขามีความสุขเป็นพิเศษ
แม้กระทั่งความรู้สึกภูมิใจที่ได้เงินทองและชื่อเสียงเป็นการตอบแทนก็ไม่อาจมาเทียบเทียมได้
“บ้านเธออยู่ไหน ฉันจะเรียกรถไปส่ง”
หานชิงอวี่พูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันเรียกรถ
เจียงหลานหยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็บอกที่อยู่ให้กับหานชิงอวี่
แม้จะเกรงใจที่ต้องรบกวนคุณหมอหานอีกครั้ง แต่ก็จำเป็นจริง ๆ เพราะตอนนี้ขาทั้งสองข้างของเธออ่อนแรงมาก
แม้สติจะกลับมาแล้ว แต่ถ้ายังเดินกลับบ้านแบบมึนงงเช่นนี้ ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้
เมื่อหานชิงอวี่เปิดประตูให้ขึ้นรถ เธอก็โค้งตัวลงเล็กน้อย พร้อมกับกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณค่ะหมอหาน”
อีกด้านหนึ่ง
ขณะที่รถที่เรียกผ่านแอปพลิเคชันกำลังมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ตามที่เจียงหลานหยวนบอก
เวลาเดียวกัน ภายในชุมชนแห่งหนึ่งในเมืองจิน
กลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนยืนอยู่หน้าตึกเก่าหลังหนึ่ง พลางตะโกนขึ้นไปชั้นบน
“เจียงหวู่! เจียงหวู่!”
“ไอ้เจียง ออกมาซะ!”
“แกคิดว่าจะหนีได้ตลอดไปรึไง? แกก็รู้ว่านายใหญ่ในเมืองจินมีอิทธิพลแค่ไหน”
“ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้หรอกนะ”
“ต่อให้แกจะหนีได้เก่งแค่ไหน แต่น้องสาวของแกล่ะ จะให้เธอหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปกับแกด้วยรึไง?”
“ยอมทำตามเงื่อนไขของนายเราซะเถอะ มากับพวกเราแต่โดยดีซะ!”
กลุ่มคนข้างล่างตะโกนลั่น ทำให้เพื่อนบ้านโดยรอบไม่พอใจอย่างมาก
ขณะนี้เป็นเวลาพลบค่ำพอดี ผู้เช่าบางคนที่เลิกงานเร็วก็ทยอยกลับมาภายในชุมชนแล้ว
เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวก ก็อดไม่ได้ที่จะเปิดหน้าต่างออกไปต่อว่า
“ใครวะ!”
“เลิกงานมาก็เหนื่อยมากพอแล้ว หยุดตะโกนเสียงดังได้ไหม!”
กลุ่มคนข้างล่างเงียบไป ก่อนจะมีสายตานับสิบคู่จ้องมองไปยังผู้เช่าที่พูดตอบโต้มา
สายตาอันเฉียบคมนับสิบคู่ ทำให้ผู้เช่าที่อยากจะเป็นวีรบุรุษต้องยอมจำนน และรีบหดคอเข้าไปในหน้าต่าง
“ขอโทษด้วย เมื่อครู่ผมเข้าใจผิดเองครับ”
“พวกคุณจะทำอะไรก็เชิญทำต่อเลยครับ”
ด้วยเหตุนี้ กลุ่มคนข้างล่างจึงเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง
“หลังจากนี้เราจะทำแบบนี้ทุกวัน เชื่อสิ แม้แกจะไม่รำคาญ แต่เพื่อนบ้านของแกก็ต้องรำคาญแน่ ๆ!”
“จริงด้วย พวกเรายินดีต้อนรับเพื่อนบ้านท่านอื่นที่แจ้งเบาะแสให้ด้วยนะ”
“หากช่วยให้เราหาเจียงหวู่พบ เราจะรีบจากไปทันที!”
“อีกอย่าง เผื่อพวกคุณไม่รู้ว่าเจียงหวู่เป็นใคร พวกเรายังได้พิมพ์ภาพของเขาแล้วแปะไว้ที่ชั้นล่างด้วย!””
“พวกคุณที่เดินผ่านไปผ่านมา สามารถเข้ามาดูได้นะ!”
เวลานี้ เจียงหวู่นอนราบอยู่ที่ระเบียงที่เก่าทรุดโทรม โดยใช้กระถางต้นไม้คอยบังตัวเองไว้ ในขณะที่คอยแอบมองลงไปด้านล่าง
เมื่อเห็นผู้คนด้านล่างกำลังมุงดูอยู่หนาตา เขากัดฟันพูดขึ้น
“โธ่เว้ย พวกเราอุตส่าห์มาอยู่ในที่แบบนี้ พวกมันก็ยังหาเจอจนได้!””
“คราวนี้ไม่ใช่แค่ส่งคนมาล้อมไว้เฉย ๆ แต่พวกมันยังติดรูปไว้อย่างกับฉันเป็นอาชญากรเลย”
“เวรเอ๊ย! ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ยังไงก็ต้องโดนเจอตัวแน่ ๆ!”
เจียงหวู่พูดพึมพำกับตัวเอง พลางพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ไปด้วย
เพราะตอนนี้เจียงหลานหยวนก็อาศัยอยู่ในห้องเช่าที่ทรุดโทรมภายในตึกหลังนี้ด้วย
หากเธอเห็นสถานการณ์แบบนี้เข้า หญิงสาวอย่างเธอจะทนกับแรงกดดันทางจิตใจขนาดนี้ได้อย่างไร
และสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือสิ่งที่พวกชายฉกรรจ์ด้านล่างพูดขึ้นมาเมื่อครู่
หากยังหาตัวเขาไม่เจอ พวกมันจะตามหาเจียงหลานหยวนน้องสาวของเขา
ถ้าหากเวลานั้นมาถึง ทุกอย่างก็เป็นเพราะตัวเขาเอง ที่ทำให้น้องสาวต้องพลอยลำบากไปด้วย
เขาที่เป็นพี่ชาย คงไม่ต่างอะไรจากไอ้ขี้แพ้คนหนึ่ง
เมื่อคิดอย่างนั้น มีช่วงเวลาเสี้ยววินาทีที่เจียงหวู่ตัดสินใจจะลุกขึ้นมาเปิดเผยตัวตนของตัวเอง
แต่เขายังคงหวังในโชคชะตาอยู่ว่าจะรอสังเกตการณ์ที่นี่อีกสักหน่อย
บางทีคำพูดของพวกชายฉกรรจ์อาจเป็นเพียงคำขู่ที่ทำให้เขากลัวก็ได้ หากเขาอยู่ที่นี่สักพักและยังไม่ปรากฏตัว อีกฝ่ายก็คงจะถอยไปเองใช่ไหม?
เพียงแต่ว่า…
“ทำไมเสี่ยวหยวนยังไม่กลับมาอีกนะ…”
เจียงหวู่พูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และกำลังจะส่งข้อความหาเจียงหลานหยวนอีกครั้ง
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ตอนนี้เจียงหลานหยวนเป็นลมเพราะน้ำตาลในเลือดต่ำ และเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวในขณะที่นั่งอยู่ในรถ
ไม่ต้องพูดถึงการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบข้อความของเขาเลย
หลังจากนั้นประมาณสิบกว่านาที รถก็พาเธอมาถึงยังปลายทาง
หานชิงอวี่พยุงเจียงหลานหยวนเดินเข้าไปในชุมชน
ภายใต้การชี้นำของเจียงหลานหยวน เขาค่อย ๆ พยุงเธอราวกับกำลังช่วยเหลือผู้ป่วยที่กระดูกหักมาใหม่ ๆ และพาเธอมายังชั้นล่างของตึก
หากมองจากระยะไกล เหมือนกับว่าเธอได้รับบาดเจ็บจริง ๆ
ตามหลักการแล้ว อาการน้ำตาลในเลือดต่ำแบบนี้ ก็น่าจะฟื้นตัวได้ภายในระยะเวลาหนึ่ง หลังจากได้รับพลังงานเข้าไปแล้ว
แต่เจียงหลานหยวนน่าจะขาดสารอาหารเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับอาการแบบนี้เข้าไปอีก
แม้ร่างกายจะดีขึ้นกว่าเมื่อครู่มากแล้ว แต่เมื่อเทียบกับสภาพร่างกายของคนทั่วไป ก็ยังคงมีความแตกต่างอยู่
ทั้งคู่มาถึงชั้นล่างของอาคาร ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้นหลายครั้ง
เมื่อตั้งใจฟังดี ๆ ก็ปรากฏฏว่าได้ยินชื่อของเจียงหวู่
เจียงหลานหยวนเบิกตากว้าง มองไปยังหานชิงอวี่แล้วพูดขึ้น
“คุณหมอหาน เราไปดูกันเถอะ”
ภายในใจของเธอกำลังร้อนรน เป็นห่วงความปลอดภัยของพี่ชายมากกว่าอาการน้ำตาลในเลือดต่ำของตัวเองเสียอีก
ตอนนี้มีคุณหมอหานอยู่ เธอจึงกล้าที่จะเดินไปมองดูว่าเกิดอะไรขึ้น
แน่นอนว่าหานชิงอวี่ก็ได้ยินชื่อเจียงหวู่เช่นกัน เขาจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาจำได้ว่าเหมือนจะเคยได้ยินเสียงของคนที่กำลังพูดอยู่ตรงหน้าจากที่ไหนสักแห่ง