ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 240
บทที่ 240 จุดจบที่เจ็บปวด
ร่างกายของเจียงหวู่แข็งค้างอยู่กับที่
เขาไม่คาดคิดว่าคนที่อยู่ตรงหน้าจะมีความโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้
แม้เขายินยอมและเต็มใจที่จะไป แต่อันธพาลเหล่านี้ก็ยังคงต้องการฆ่าทั้งเขาและน้องสาวอย่างเหี้ยมโหด
และสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ นับว่าย่ำแย่กว่าตอนที่อยู่ในโรงพยาบาลมาก
ก่อนหน้านี้ ในโรงพยาบาลมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลความสงบเรียบร้อยโดยเฉพาะ
แต่ตอนนี้ คนที่อยู่รอบ ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นชาวบ้านธรรมดาเหมือนกับเขา
ในชุมชนแออัดแห่งนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก นับประสาอะไรกับการยุ่งเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นในสถานการณ์แบบนี้
ดังนั้น เขาเองก็คงต้องพบจุดจบที่ไม่สวยงามนัก แต่ตอนนี้เขากลับทำให้น้องสาวและหมอหานเข้ามาพัวพันกับเรื่องยุ่งยากนี้ไปด้วย
เขาอยากจะเก็บมีดปังตอที่ติดอยู่กับไม้เบสบอล ที่เพิ่งโยนทิ้งไปเมื่อครู่ขึ้นมา
ขณะที่เขากำลังจะก้มตัวลง อาวุธที่ตกอยู่บนพื้นก็ถูกเท้าของใครบางคนเตะไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
เมื่อเจียงหวู่เงยหน้าขึ้น ก็พบกับชายหัวโล้นที่กำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่
แม้ว่าจะเป็นการหัวเราะ แต่ใบหน้าของชายหัวโล้นกลับเต็มไปด้วยควาดุร้าย
“ยังคิดจะหยิบมีดห่วย ๆ ของแกอยู่เหรอ?”
“วางใจได้ หากว่าแกไม่ให้ความร่วมมือหลังจากพวกเราพากลับไปละก็”
“ถึงเวลานั้น เราจะเช่าเรือเพื่อพาแกกับน้องสาวไปที่แม่น้ำ จากนั้นก็จะแล่เนื้อพวกแกเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนให้ปลากินเป็นอาหาร!”
พูดจบ ชายหัวโล้นก็หันไปทางลูกน้อง
“ยังยืนงงอะไรอยู่ จับหมอหานและสาวน้อยคนนี้ไปซะ!”
ถ้าไม่เด็ดขาด ก็ยืนหยัดอยู่ไม่ได้
ชายหัวโล้นผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย เรื่องแค่นี้เขาเข้าใจได้ไม่ยาก
ทว่าสถานการณ์ในเวลานี้ กลับเกิดเปลี่ยนแปลงขึ้น อย่างรวดเร็ว
รถมินิบัสคันหนึ่ง กำลังแล่นฉิวมายังตึกหลังนี้
ในความทรงจำของผู้คน รถบัสเป็นรถที่ค่อนข้างเทอะทะ และมักจะเคลื่อนที่อย่างเนิบช้าอยู่บนท้องถนน
เช่น รถโดยสารประจำทางที่แล่นไปบนถนนอย่างช้า ๆ มานานนับสิบปี
แต่รถมินิบัสที่อยู่ตรงหน้า กำลังขับเข้าโค้งโดยให้ความรู้สึกราวกับจะลอยได้ เห็นได้ชัดว่าใช้ความเร็วสูงมากแค่ไหน
เหล่าผู้เช่าที่มุงดูความสนุกต่างก็ตะลึงไปตาม ๆ กัน พวกเขาไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้พบกับภาพเหตุการณ์แบบนี้
เพียงพริบตาเดียว รถมินิบัสก็จอดเทียบอยู่ข้างตึก
ตามมาด้วยชายฉกรรจ์สวมเครื่องแบบราวสิบถึงยี่สิบคนกำลังเดินลงมาจากรถ
ชายฉกรรจ์เหล่านี้สวมชุดเครื่องแบบสีเทาดูคล่องแคล่วว่องไว และมีระเบียบวินัยมากกว่ากลุ่มอันธพาลตรงหน้าอย่างเห็นได้ชัด
ทันทีที่ได้รับคำสั่ง เหล่าชายชุดเทาก็วิ่งตรงมายังหานชิงอวี่ทันที
อย่างไรก็ตาม การวิ่งแบบนี้แม้จะดูวุ่นวาย แต่ก็ยังคงเป็นระเบียบ
และทันทีที่วิ่งมาถึง เหล่าชายชุดเทาต่างยืนเรียงแถวเป็นรูปสี่เหลี่ยมในพริบตาเดียว พลางมองมายังเหล่าอันธพาลที่หมายจะเข้ามาหาหานชิงอวี่ ด้วยสายตาที่ดุร้าย
ชายหัวหัวโล้นในตอนนี้ถึงกับงงงัน
พวกนี้เป็นใครกัน?
พวกเขาได้สืบหาข้อมูลมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะมา และไม่เคยได้ยินว่าพื้นที่ชนบทแบบนี้จะมีเจ้าถิ่นเลย
อย่างไรก็ตาม การกระทำของผู้ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มชายชุดเท่าในเวลาต่อมา ก็ทำให้เขาเข้าใจทุกอย่าง
ทันใดนั้น ผู้ที่เป็นหัวหน้าได้ออกคำสั่งให้ชายชุดเทาคนหนึ่งไปยืนประกบหานชิงอวี่ และชายชุดเทาที่สั่งการก่อนหน้านี้ก็เข้าไปยืนประกบแพทย์หนุ่มด้วยเช่นกัน
ทั้งสองคนคำนับหานชิงอวี่พร้อมกัน ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“คุณหานน้อย พวกเราต้องขออภัยด้วยที่มาช้าไปเล็กน้อย”
“คุณหานน้อยต้องการให้พวกเราจัดการคนพวกนี้ไหมครับ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ชายหัวโล้นที่อยู่ตรงหน้าก็เริ่มเสียงอ่อนลงไปเล็กน้อย
“คุณ คุณหานน้อย?”
“คุณคือ…”
คำพูดนี้ยิ่งทำฝูงชนโดยรอบรู้สึกสับสนกับตัวตนของหานชิงอวี่มากยิ่งขึ้น
พวกเขามองหานชิงอวี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ชายคนนี้น่าค้นหาจริง ๆ ใครจะรู้ว่าเขายังมีอีกกี่บทบาทซ่อนอยู่?
แม้แต่เจียงหลานหยวนและเจียงหวู่ ก็ยังไม่รู้ว่าหานชิงอวี่หาชายชุดเทาเหล่านี้มาจากไหน
เห็นได้ชัดว่าชายชุดเทามีแววตาที่เฉียบคม แถมยังมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงแทบทุกคน
หากเกิดการปะทะขึ้นมาจริง เหล่าอันธพาลที่ดูเหมือนจะถูกจ้างมาเพื่อข่มขู่ คงเอาชนะพวกเขาไม่ได้เลย
ในตอนนี้ เหล่าอันธพาลเริ่มรู้สึกสับสนและหวาดกลัว
“พี่ใหญ่ คนพวกนั้นดูจำนวนเยอะกว่าเราอีกนะ”
“หรือว่าพวกเราควรจะ…”
อันที่จริงแล้ว เหล่าอันธพาลก็แค่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้น
เมื่อได้เห็นคนของฝ่ายตรงข้าม ก็อดรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาไม่ได้
หานชิงอวี่มองดูสีหน้าของคนเหล่านั้นแล้วยิ้มออกมา ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้
หานชิงอวี่เป็นคนจัดการหาชายชุดเทาเหล่านี้มาทั้งนั้น หลังจากที่เขาได้ที่อยู่ของเจียงหลานหยวน เขาก็โทรไปคุยกับทางบริษัท เพื่อขอให้พวกเขามาช่วยพาเจียงหลานหยวนและเจียงหวู่ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยชั่วคราว
อย่างแรกก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องคู่นี้ ส่วนอีกอย่างก็เพื่ออำนวยความสะดวกในการพูดคุยกับพวกเขา
เพราะก่อนหน้านี้ หานชิงอวี่ได้ยินเรื่องราวของพวกเขามาบ้างแล้ว และดูเหมือนว่าจะมีบริษัทเฝิงอยู่เบื้องหลัง
ในขณะเดียวกัน ภารกิจที่หานชิงอวี่รับผิดชอบอยู่ในตอนนี้ก็คือ การสืบเรื่องราวการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างบริษัทเฝิงและโหยวเหว่ย กรุ๊ป
แต่หานชิงอวี่มีลางสังหรณ์ว่า เบื้องลึกของเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับบริษัทเฝิงแน่นอน
หากจะพูดให้ถูกต้องกว่านั้นก็คือ เรื่องน่าจะเกี่ยวกับเฝิงเว๋ยและเฝิงต้าลู่ พ่อลูกคู่นี้มากกว่า
เพราะฉะนั้น เขาจึงคาดเดาเอาไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่ตอนที่กำลังจะมา
เรื่องนี้อาจจะเริ่มต้นสืบสวนจากพี่น้องตระกูลเจียง โดยเริ่มจากการหาว่าบริษัทเฝิงกำลังจะทำเรื่องอะไรกันแน่
เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็เลยมีความคิดที่จะพาพี่น้องคู่นี้ไปในสถานที่ลับแห่งหนึ่ง พร้อมทั้งจัดคนให้คอยคุ้มกันตลอดเวลา
และระหว่างทางก็ได้คุยเรื่องนี้กับเจียงหลานหยวนแล้ว
เดิมทีเจียงหลานหยวนก็ค่อนข้างเห็นด้วย แต่พอคิด ๆ ดูแล้ว เธอกลัวว่าจะต้องใช้เงินของหานชิงอวี่ จึงรีบปฏิเสธทันที
สุดท้ายเธอก็บอกว่าจะกลับไปคุยกับพี่ชายก่อน
หานชิงอวี่เองก็มองออก เขาจึงใช้วีแชทติดต่อกับพนักงานของหาน เทคโนโลยีทั้งสองคนที่เคยร่วมงานกันมาก่อน
พนักงานของหาน เทคโนโลยีที่มากันตอนนี้ ก็มาเพื่อช่วยพี่น้องตระกูลเจียงขนของ
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ ทันทีที่ก้าวขาลงจากรถ พวกเขากลับพบว่ามีคนจำนวนมากยืนอยู่ตรงหน้าหานชิงอวี่
คนเหล่านี้ดูท่าทางจะเป็นพวกอันธพาล และยังดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่
หัวหน้าของกลุ่มพนักงานจึงรีบพาพวกเขาตรงมายังคุณหานน้อยทันที
เพราะถ้าเกิดอะไรกับหานชิงอวี่ขึ้นมา พวกเขาเองก็รับผิดชอบไม่ไหว
สุดท้าย ชายหัวโล้นที่เห็นภาพตรงหน้า ก็ตัดสินใจกัดฟันพูดขึ้น
“งานเข้าแล้ว ถอยก่อนดีกว่า!”