ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 239 สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว
บทที่ 239 สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว
แม้เสียงที่ดังขึ้นอย่างฉับพลันนี้จะไม่ดังมาก แต่กลับเต็มไปด้วยพละกำลัง
แม้จะอยู่ห่างออกไปไกล แต่ก็สัมผัสได้ว่า ถึงผู้พูดจะไม่ใช่คนร่างใหญ่กำยำประหนึ่งนักรบ ทว่ามีความกดดันแผ่ซ่านอย่างหนาแน่น
ผู้คนรอบข้างต่างหันมองยังต้นทางของเสียงกันเป็นตาเดียวกัน พบว่าเป็นหานชิงอวี่ที่กำลังประคองหญิงสาวคนหนึ่ง เดินตามหลังอันธพาลเหล่านี้ช้า ๆ
ผู้คนที่เฝ้าดูต่างตกตะลึง
ชายหนุ่มตรงหน้าดูอ่อนเยาว์และหล่อเหลา ร่างกายเปล่งออร่าราวกับนักปราชญ์
เมื่อเทียบกับบรรยากาศโดยรอบ เขาช่างดูไม่เข้าพวกเสียเหลือเกิน
การที่มาที่นี่คนเดียวก็แปลกพอแล้ว ทำไมถึงได้พาผู้หญิงมาด้วย
เจียงหวู่ถึงกับอึ้งไป
แม้แต่พวกอันธพาลที่วันนี้มาเพื่อหาเรื่อง และเตรียมให้เจียงหวู่ชดใช้ ก็ยังตะลึงงัน
พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะได้พบหานชิงอวี่ที่นี่
ชายหัวโล้นยังคงมีสติอยู่ เขารีบเดินไปหาหานชิงอวี่พร้อมกับรอยยิ้ม
“แหะ ๆ คุณหมอหาน ลมพัดอะไรพัดคุณมาที่นี่กันครับ?”
“พวกเราก็ไม่ได้เจอกันนานแล้ว คุณหมอหานสบายดีไหม?”
หานชิงอวี่ไม่ได้เสียเวลาพูดจาอ้อมค้อม พูดกับชายหัวโล้นออกไปตรง ๆ
“ดูเหมือนคุณจะทำผิดสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้นะ”
ได้ยินแบบนั้น หานชิงอวี่ก็ไม่ได้สนใจในคำทักทายของอีกฝ่าย แต่กลับพูดเรื่องนั้นขึ้นมาตรง ๆ ทำให้ชายหัวโล้นรู้สึกใจหายวาบในทันที
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นนักเลงเก๋าเกมอย่างเขา จะไปสะดุ้งกับคำพูดแค่นี้ได้อย่างไร
เขาจึงรีบทำหน้าเศร้า แล้วก็พูดกับแพทย์หนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
“หมอหาน พวกเราก็ไม่มีทางเลือก”
“งานของเรา นายจ้างเป็นคนสั่ง ถ้าเราไม่ทำตามคำสั่งของนายจ้าง…”
“คนที่เดือดร้อน ก็คงจะเป็นพวกเราเอง!”
หานชิงอวี่หัวเราะอย่างเย้ยหยัน แล้วมองไปยังชายหัวโล้น ชายหนุ่มรู้ดีว่า คำพูดนี้เป็นเพียงข้ออ้างของอีกฝ่ายเท่านั้น
หากสถานการณ์เป็นแบบนั้นจริง คราวก่อนพวกเขาก็คงจะไม่รับปากว่าจะไม่กลับมาก่อกวนพี่น้องตระกูลเจียงอีก
คราวก่อนยังรับปากกันดี ๆ อยู่เลย
หันกลับมาอีกทีก็กลับมาใช้วิธีเดิมอีกแล้ว
เห็นได้ชัดว่าจุดประสงค์ตั้งแต่ต้นจนจบของพวกเขานั้น ก็คือหลอกลวงให้ตายใจชั่วคราว แล้วจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้ลุล่วงโดยที่ไม่ให้หานชิงอวี่รู้ตัว
ประการแรก พวกเขาคิดว่าหานชิงอวี่คงไม่ใส่ใจเรื่องของพี่น้องตระกูลเจียงมากนัก
หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล พวกเขาก็คงไม่มีโอกาสติดต่อกันอีกแล้ว
ประการที่สอง พวกเขาคิดว่าอย่างไรหานชิงอวี่ก็คงไม่มีทางรู้
เพียงแค่พวกเขาทําเรื่องต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้น ต่อให้หานชิงอวี่มารู้ในภายหลัง แต่ก็ไม่น่าจะเข้ามาแทรกแซงได้อีกแล้ว
ดังนั้น หานชิงอวี่จึงมองชายหัวโล้นที่อยู่ตรงหน้าพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย
“พวกคุณกลัวเจ้านาย แต่ไม่กลัวฉันอย่างนั้นสินะ?”
เขาไม่ได้โต้เถียงกับเหล่าอันธพาลที่ไม่รู้จักเหตุผลมากนัก เพียงแค่ทวนคำพูดของพวกเขา
แต่ในทางกลับกัน แม้ว่าเขาจะใช้ตรรกะที่ไร้เหตุผลเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังทำให้ชายหัวโล้นตรงหน้าพูดไม่ออกได้อยู่ดี
ชายหัวโล้นมองหานชิงอวี่ด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ ดูเหมือนเขาจะคาดไม่ถึงว่าหมอหานจะพูดอะไรแบบนี้
“เอ่อ เรื่องนั้น…”
“คุณหมอหาน คุณเป็นหมอนะ”
“หมอ ไม่น่าจะทําแบบนี้กับเราได้นะ…”
“อีกอย่าง คุณเชื่อไหมล่ะ หากว่าผมบอกเรื่องนี้ให้คุณหนูลั่วรู้ เธอก็น่าจะไม่เห็นด้วยกับการที่คุณเข้ามาจัดการเรื่องนี้”
ชายหัวโล้นหัวเราะในลำคอพลางชี้ให้เห็นหัวใจหลักของปัญหา
ขณะพูดประโยคนี้ แววตาของชายหัวโล้นยังแฝงไปด้วยความเยาะหยัน
ขาดแต่เพียงจะพูดออกมาตรง ๆ ว่า หานชิงอวี่เป็นเพียงแมงดาที่พึ่งพาผู้หญิงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เหล่าอันธพาลรอบข้างต่างเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของหัวหน้าเป็นอย่างนี้ พวกเขาทั้งหมดจึงมองไปยังหานชิงอวี่ พร้อมด้วยหัวเราะเสียงเฮฮาที่ปราศจากซึ่งความเคารพต่อเขา
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงหวู่ที่อยู่ด้านข้าง ๆ ก็รีบลุกขึ้นและหันไปพูดกับหานชิงอวี่
“หมอหานหาน อย่าเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย”
“ผมเข้าใจว่าคุณก็อยากช่วย แต่เรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่หมอคนเดียวจะรับมือไหว!”
สำหรับความปรารถนาดีของหานชิงอวี่ในตอนนี้ เจียงหวู่รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก
แต่หากแพทย์หนุ่มพูดว่าเขาสามารถแก้ไขสถานการณ์ในวันนี้ได้ เจียงหวู่ก็คงไม่เชื่ออย่างแน่นอน
เพราะเขาก็ได้สังเกตเห็นแล้วว่า ที่หานชิงอวี่สามารถช่วยเขาไว้ได้เมื่อคราวก่อน ก็เพราะว่าตอนนั้นอยู่ในโรงพยาบาล และอีกอย่างคือคนพวกนี้ไม่ได้มีอาวุธอะไรติดมือมาเลย
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ มีหมอหญิงที่ชื่อหมอลั่ว ได้เข้ามาเห็นเหตุการณ์ในตอนนั้นพอดี ทำให้พวกปีศาจเหล่านี้รู้สึกหวาดกลัว
แต่จากการสังเกตของเจียงหวู่ในตอนนี้
แม้ว่าคนเหล่านี้จะยังคงพูดจาดี ๆ กับ หานชิงอวี่อยู่ก็ตาม
แต่นั่นก็เป็นเพราะเกรงกลัวหมอลั่วทั้งสิ้น
สำหรับหานชิงอวี่แล้ว คนเหล่านี้ไม่ได้ให้ความเคารพเขามากเท่าไหร่
และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ชายหัวโล้นหัวเราะในลำคอ แล้วพูดกับคนทั้งหลายที่อยู่โดยรอบ
“คิดจะหนีอย่างนั้นเหรอ? ง่ายเกินไปมั้ง!”
“คุณหมอหาน เห็นแก่หน้าหมอลั่ว พวกเราจะไม่ทำอะไรคุณ”
“แต่ยังไงซะ พวกเราอยากขอความร่วมมือจากคุณนิดหน่อย”
ชายหัวโล้นพูดพลางโบกมือไปทางผู้คนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ด้านข้าง
ชั่วพริบตา เหล่าอันธพาลที่เพิ่งจะรุมประชาทัณฑ์เจียงหวู่เมื่อครู่ กลับเดินกรูเข้ามาหาหานชิงอวี่และเจียงหลานหยวนที่เขาประคองอยู่
“ใจเย็นก่อน!”
ขณะที่วงล้อมรอบตัวหานชิงอวี่กำลังจะก่อตัวขึ้น เสียงของเจียงหวู่ก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
ชายหัวโล้นขมวดคิ้ว พลางเหลือบมองเจียงหวู่ จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน
“เป็นอะไรไป แกวางใจเถอะ เดี๋ยวก็มีคนมาจัดการแกเอง”
เมื่อได้ยินว่ากลุ่มคนเหล่านี้หมายจะจับน้องสาวตนเองจริง ๆ เจียงหวู่จึงตะโกนขึ้นทันที
“พวกแกมาตามหาฉันไม่ใช่เหรอ! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับน้องสาวของฉันสักหน่อย!”
“ปล่อยเธอไป!”
“ฉันจะไปกับพวกแก!”
หลังพูดประโยคนี้จบ บริเวณโดยรอบก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบงัน
แม้แต่พวกอันธพาลที่เพิ่งจะล้อมตัวเข้าหาหานชิงอวี่และเจียงหลานหยวน ก็ยังหันกลับมามองชายหัวโล้นที่อยู่ด้านหลัง
พวกเขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้
ชายหัวโล้นก็ดูเหมือนจะไม่ได้คาดคิดมาก่อน แต่หลังจากได้สติ เขาก็หัวเราะและปรบมือเบา ๆ
“ดี ดีมาก”
“แบบนี้ก็ดีแล้ว ถ้ายอมไปกับเราตั้งแต่ทีแรก แกกับน้องสาวจะมีสภาพอย่างวันนี้ไหม?”
“แต่ว่านะ ฉันเพิ่งจะรู้เอาตอนนี้เอง”
“ดูเหมือนว่าแกจะรักน้องสาวของแกอยู่ไม่น้อยสินะ”
“งั้นแกจะว่าอย่างไร หากเราจะจับแกกับน้องสาวไปพร้อม ๆ กัน”
“ถือเป็นการการันตี ว่าพวกแกจะหนีเราไปไม่ได้”
“ว่าไง ความคิดฉันฟังดูเข้าท่าไหม?”