ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 248 บันทึกไว้ทั้งหมด
บทที่ 248 บันทึกไว้ทั้งหมด
“พวกคุณเป็นใครกัน?!”
ชายหัวโล้นจ้องมองไปยังร่างเงาทั้งสองข้างเตียงด้วยความประหลาดใจ เขาพบว่าชายวัยกลางคนสองคนกำลังยืนอยู่ข้างเตียง และในตอนนี้กำลังจ้องมองพวกเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
ชายทั้งสองสวมชุดเครื่องแบบสีเทาที่ดูคุ้นตา
ชายหัวโล้นมองและพยายามนึกทบทวนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะร้องขึ้น
“ฉันจำได้แล้ว ฉันจำได้แล้วว่าพวกแกเป็นใคร!”
“ฉันเคยเห็นพวกแกทั้งสองอยู่บริเวณด้านล่างของตึก!”
“พวกแกเป็นคนนำทีมมาช่วยเจียงหวู่ไว้!”
ชายหัวโล้นพูดถูก เพราะตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาก็คือ จางหลี่และหวังฮุ่ยนั่นเอง
เมื่อพวกเขาเห็นชายหัวโล้นที่ยืนอยู่ตรงหน้า แววตาของทั้งสองก็เต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก
ในชั่วพริบตา ทั้งสี่คนที่อยู่ในห้องต่างถูกกดดันจนไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมองได้
“พวกแกเป็นใครกัน หานชิงอวี่เป็นคนส่งพวกแกมาที่นี่ใช่ไหม?”
“พวกแกพาคนที่เราตามหาไปซ่อนไว้ที่ไหน?”
“ถ้าพวกแกไม่ยอมพูด ก็อย่าโทษพวกเราที่ไม่ไว้หน้าพวกแกทั้งสอง!”
ชายหัวโล้นตั้งสติอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าตรงหน้ามีเพียงแค่คนสองคนเท่านั้น ในขณะที่พวกเขามีกันอยู่สี่คน
สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า สองหมัดไม่อาจสู้สี่มือ*[1]
ดูจากรูปร่างของอีกฝ่ายแล้วก็ไม่เห็นจะกำยำเท่าไหร่นัก แม้จะต่อสู้กันจนสูสี แต่ด้วยจำนวนคนของฝ่ายชายหัวโล้นมีเยอะกว่า ชายทั้งสองต้องจ่ายค่าตอบแทนที่นี่อย่างสาสม!
ทว่าชายทั้งสองที่สวมชุดเครื่องแบบสีเทากลับหัวเราะอย่างเย็นชา
“นี่หรือประสิทธิภาพในการทำงานของบริษัทตระกูลเฝิง”
“การกระทำทั้งหมดของพวกแก ล้วนอยู่ในกำมือของคุณหานน้อยของพวกเรา”
“ส่วนพวกแกในตอนนี้ ก็ถูกล้อมโดยพวกเราสองคนแล้ว”
เมื่อได้ฟังคำพูดของชายทั้งสองตรงหน้า ชายหัวโล้นและลูกสมุนที่อยู่ข้าง ๆ ต่างก็อึ้งไปชั่วครู่
เดี๋ยวก่อน
เราโดนล้อมอยู่เหรอ?
พวกเราทั้งสี่คน จะโดนคนสองคนล้อมได้อย่างไร?
เมื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชายหัวโล้นก็โกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที เพราะชายทั้งสอง ไม่ได้มองว่าพวกเขาทั้งสี่คนที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นคนเลย!
สีหน้าของเขาแดงก่ำ ก่อนจะสั่งการเหล่าสมุนที่อยู่ด้านข้าง
“ไอ้บ้าเอ๊ย กล้ามากนักนะ!”
“ฉันจะอัดพวกแกจนต้องกระอักเลือดเลย ดูซิว่าจะยังปากดีได้อีกไหม!”
“พวกเรา ลุย!”
เมื่อคำสั่งนั้นสิ้นสุดลง เหล่าสมุนที่คอยจังหวะอยู่นานก็พุ่งเข้าใส่
เมื่อเห็นว่าลูกสมุนของเขาถูกส่งออกไปเพื่อดึงดูดความสนใจของชายทั้งสอง ชายหัวโล้นก็ก้าวไปข้างหน้าและชกหมัดอย่างรุนแรง
เขาหัวเราะเยาะในใจอย่างโหดเหี้ยม
บางทีคนทั่วไปอาจจะปล่อยให้ลูกน้องของตัวเองขึ้นไปก่อน หรือต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามตัวต่อตัวทีละคน
แต่ตอนนี้เขากลับสั่งให้ทุกคนออกไปโจมตีโดยตรง ไม่เพียงแต่จะโจมตีคู่ต่อสู้แบบไม่ทันตั้งตัวได้เท่านั้น แต่ยังสามารถใช้จำนวนคนเพื่อกดดันได้อีกด้วย
ได้เปรียบสองชั้น ชายหัวโล้นแทบจะจินตนาการถึงความพ่ายแพ้ของตัวเองไม่ออกเลย
อย่างไรก็ตาม จางหลี่และหวังฮุ่ยที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่มีอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใด
เมื่อเผชิญหน้ากับทั้งสี่คนที่พุ่งเข้ามา พวกเขาก็ยืดขาคนละข้างออกไปเตะเหล่าสมุนคนที่อยู่ใกล้พวกเขามากที่สุด
เหล่าสมุนต่างไม่เคยเห็นการเคลื่อนไหวที่เด็ดขาดและว่องไวเช่นนี้มาก่อน เดิมทีพวกเขามักจะใช้วิธีการต่อสู้แบบอันธพาลข้างถนนล้วน ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการตบหน้าหรือดึงผมแบบเด็ก ๆ หรือการชกแบบไร้หลักการใด ๆ
เมื่อต้องเผชิญกับการเตะที่เด็ดขาดและว่องไวเช่นนี้ ท้องไส้ของพวกเขาก็รู้สึกปั่นป่วนทันที
ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็รู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่บนถนน แต่จู่ ๆ ก็ถูกรถชนเข้าอย่างจัง
แรงอันมหาศาลผลักพวกเขาให้กระเด็นออกไปอย่างรวดเร็ว
ตึง! โครม!
แม้ห้องนี้จะดีกว่าห้องเช่าที่เจียงหวู่เช่ามาก่อน แต่โดยรวมแล้วก็ยังค่อนข้างคับแคบ
ตอนนี้มีผู้ชายหกคนยืนอยู่ในห้อง ทำให้ห้องดูคับแคบจนเกินบรรยาย
ผลที่ตามมาคือ ร่างเหล่าสมุนที่อยู่ด้านหน้าเซถอยหลังไปหลายก้าว หลังจากที่ถูกเตะเพียงครั้งเดียว ราวกับลูกโบว์ลิ่งที่ถูกโยนออกไป จนกระแทกเข้ากับผู้คนที่อยู่ข้างหลังอย่างรุนแรง
โครม!
ร่างของพวกเขาทั้งสี่ชนเข้ากับโต๊ะด้านหลังพร้อมกัน
แก้วบนโต๊ะร่วงลงบนพื้นจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ
เมื่อได้ยินเสียงแก้วแตกดังเพล้ง ชายหัวโล้นก็ร้องอุทานในใจว่า ไม่ดีแล้ว
แต่ก็สายเกินไปแล้ว
ร่างของพวกเขาทั้งสี่คนล้มลงไปด้านหลังอย่างช่วยไม่ได้ จนนั่งลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยเศษแก้ว
แม้เศษแก้วเหล่านี้จะไม่ได้แหลมคม แต่ก็มีบางชิ้นที่แทงเข้าไปในต้นขาและบั้นท้ายของทั้งสี่คน จนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
แอ๊ด…
ในเวลานั้นเอง ประตูก็เปิดออก
หานชิงอวี่เดินเข้ามาพร้อมพี่น้องตระกูลเจียงและเหล่าพนักงานที่สวมเครื่องแบบสีเทา
เมื่อชายหัวโล้นที่กำลังร้องโอดโอยเห็นหานชิงอวี่พาพี่น้องตระกูลเจียงเข้า เขาก็ถึงบางอ้อว่าตนเองโดนหลอกแล้ว
เขาจ้องหน้าหานชิงอวี่ แล้วตะโกนขึ้น
“หานชิงอวี่ แกช่างชั่วร้ายสิ้นดี!”
หานชิงอวี่ได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าที่เย็นชาลง เขายิ้มให้ชายทั้งสี่คนที่อยู่ตรงหน้าอย่างเย็นยะเยือก
“ผีชางรับใช้เสือ*[2] ทำร้ายคนอ่อนแอ กลัวคนแข็งแกร่ง”
“คนแบบนี้ กลับกล้าด่าฉันว่าชั่วร้าย”
“เก่งกล้าขนาดนี้ คงมั่นใจในคนที่หนุนหลังพวกคุณมากสินะ”
“พวกคุณคิดว่าเฝิงเว๋ยจะกลับมาช่วยพวกคุณจริง ๆ เหรอ?”
ชายหัวโล้นถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดความโกรธออกมาทันที
“หานชิงอวี่ อย่าได้ใจไป”
“ใช้แผนสกปรกมาเล่นงานเราแบบนี้ ถือว่าเป็นวีรบุรุษตรงไหน ถ้าเก่งจริงก็ไปสู้กับคุณเฝิงสิ”
“แกรีบปล่อยพวกเราไปจะดีกว่า”
“ถ้าพวกเราไม่กลับไปตามเวลาที่กำหนด แล้วไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ พี่น้องของพวกเราและบริษัทเฝิง ก็จะรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ”
“เมื่อเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นหาน เทคโนโลยีหรือใครก็ตาม เตรียมพบกับหายนะได้เลย”
ชายหัวโล้นพูดจาฉะฉาน ราวกับว่าคนที่ถูกปิดล้อมจนหมดทางสู้ในเวลานี้ไม่ใช่พวกเขาทั้งสี่คน แต่กลับเป็นหานชิงอวี่ต่างหาก
หลังจากฟังแล้ว จางหลี่และหวังฮุ่ยก็กำมือแน่น
คำพูดของคนพวกนี้สร้างความหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ ไม่เพียงแต่สีหน้าของหานชิงอวี่จะเรียบเฉย แต่เขากลับเผยรอยยิ้มออกมา
เขาหันกลับไปมองเจียงหวู่และเจียงหลานหยวน สองพี่น้องที่อยู่ข้างหลัง
“เป็นอย่างไรบ้าง เก็บภาพได้ครบไหม?”
เจียงหลานหยวนตอบหานชิงอวี่ด้วยแววตาเป็นประกาย
“หายห่วง ได้ภาพครบหมดแล้ว!”
[1] สองหมัดไม่อาจสู้สี่มือ หมายถึง คนจำนวนน้อยไม่อาจต่อสู้กับคนจำนวนมากได้ มักใช้พูดถึงสถานการณ์ที่ฝ่ายอ่อนแอกว่าตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบ
[2] ผีชางรับใช้เสือ มาจากเรื่องราวในนิทานจีนโบราณ เชื่อกันว่าผู้ที่โดนเสือกัดตายนั้น วิญญาณจะกลายเป็นผู้รับใช้เสือ คอยช่วยหาเหยื่อ และช่วยให้เสือไปทำร้ายคนอื่นต่อไป