ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 249 หานชิงอวี่ แกหลอกฉัน!
บทที่ 249 หานชิงอวี่ แกหลอกฉัน!
ประโยคนี้ ทำให้ชายหัวโล้นตกใจ
เดิมทีเขายังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าหานชิงอวี่กำลังใช้กลอุบายอะไรอยู่
แต่บรรยากาศแปลก ๆ ทำให้เขารู้สึกได้ว่า ในตอนนี้ ไม่เพียงแต่หานชิงอวี่จะไม่รู้สึกโกรธกับคำพูดของเขาเมื่อครู่ กลับดูเหมือนว่าจะรู้สึกชอบใจเสียด้วยซ้ำ
ชายหัวโล้นเห็นหานชิงอวี่เหลือบมองเจียงหลานหยวนที่อยู่ข้างหลัง หญิงสาวก้าวมาข้างหน้า พร้อมเปิดเสียงที่บันทึกเอาไว้ในมือถืออยู่ตลอดเวลาขึ้นมา
หลังจากนั้น เสียงของชายหัวโล้นก็ดังออกมาจากมือถือของเจียงหลานหยวน
[ถ้าพวกเราไม่กลับไปตามเวลาที่กำหนด แล้วไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ พี่น้องของพวกเราและบริษัทเฝิงก็จะรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ!]
[เมื่อเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นหาน เทคโนโลยีหรือใครก็ตาม เตรียมพบกับหายนะได้เลย!]
เมื่อเสียงนี้ดังออกมา ชายหัวโล้นถึงกับชะงักไปชั่วครู่
จนถึงตอนนี้ เขายังไม่รู้เลยว่าหานชิงอวี่กำลังคิดจะทำอะไร
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แม้แต่พนักงานของหาน เทคโนโลยีที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ได้ยินอะไรแปลกใหม่จากการบันทึกเสียงที่หานชิงอวี่เล่นให้ฟัง
เห็นว่าชายหัวโล้นยังไม่รู้สึกตัวว่ามีอะไรผิดปกติ หานชิงอวี่จึงพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
“ตอนนี้คุณยอมรับแล้วสินะ ว่าเป็นคนที่บริษัทเฝิงส่งมา?”
เพียงประโยคเดียว ทำให้ดวงตาของชายหัวโล้นหดเล็กลงอย่างฉับพลัน
ในเสี้ยววินาที ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างก็เข้าใจในสิ่งที่หานชิงอวี่ต้องการจะสื่อ
ตอนนี้ชายหัวโล้นรู้สึกตกใจและกลัวเป็นอย่างมาก
แม้ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ เฝิงเว๋ยจะไม่ได้กำชับให้เขาอยู่ในเงามืด แต่ในมุมมองของเขาเองนั้น สิ่งนี้ก็ควรเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำของปฏิบัติภารกิจครั้งนี้
เพราะอย่างไร เรื่องแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรให้ใครรู้
แต่แล้วอารมณ์ของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นความโกรธอย่างฉับพลัน
เขาจ้องมองหานชิงอวี่ด้วยความโกรธจัด
“หานชิงอวี่ แกหลอกฉัน!”
แพทย์หนุ่มยังคงตอบกลับด้วยรอยยิ้มอันแสนสงบ
“นี่เป็นสิ่งที่คุณพูดเอง แล้วจะมาโทษว่าผมหลอกคุณได้อย่างไร?”
“คนเราไม่มีทางเอ่ยถึงสิ่งไม่ได้ทำออกมาแน่นอน หากสิ่งที่คุณทำในวันนี้ไม่มีบริษัทตระกูลเฝิงอยู่เบื้องหลังและคอยหนุนหลังล่ะก็ แน่นอนว่าคุณคงไม่มีทางพูดแบบนั้นหรอก”
“จริงไหมล่ะ?”
น้ำเสียงของหานชิงอวี่แฝงไปด้วยการหยอกล้อและเสียดสี ซึ่งเป็นสิ่งที่หานชิงอวี่คนเดิมไม่มีทางทำอย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยการแพทย์ หรือแม้แต่หลังหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วเลือกที่จะละทิ้งบริษัทของครอบครัวเพื่อฝึกงานที่โรงพยาบาล หานชิงอวี่ก็ปรารถนาเพียงแค่จะเป็นแพทย์ที่ดีเท่านั้น
แต่หลังจากประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านมา เขาก็เติบโตขึ้นอย่างแท้จริง
ไม่เพียงแต่บุคลิกของเขาจะไม่เชื่องช้าเหมือนเดิมเท่านั้น แต่เขายังเรียนรู้วิธีจัดการกับคนประเภทที่ไม่มีเหตุผลได้เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับหลักการทางการแพทย์ที่บันทึกไว้ในตำราเฉพาะทาง แม้ว่าคนเหล่านี้อาจดูเหมือนโรคร้ายแรงที่จัดการได้ยาก
แต่ตราบใดที่หาวิธีจัดการที่ถูกต้อง พวกเขาก็จะตกหลุมพรางของเรา
สุดท้าย ก็จัดการอีกฝ่ายให้สิ้นซาก
ตอนนี้หานชิงอวี่กำลังใช้วิธีนี้กับคนที่อยู่ตรงหน้า
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ฟังคำพูดของหานชิงอวี่ คนทั้งสี่ตรงหน้ากลับยิ่งโกรธแค้น
ไม่เพียงชายหัวโล้น แต่คนอื่น ๆ ข้างกายของเขาก็ตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจเช่นกัน
“หานชิงอวี่ แกตายแน่!”
“หากพวกเราต้องพบกับจุดจบอันเลวร้ายเพราะเรื่องนี้ พวกเราจะไม่ปล่อยแกไป แม้จะตายกลายเป็นผีก็ตาม!”
คำด่าทอที่คล้ายคลึงกันหลุดลอยออกมาจากปากของอันธพาลทั้งสี่
เนื่องจากมีเศษแก้วจำนวนมากกระจายอยู่บนพื้น และได้ทิ่มแทงเข้าไปในร่างกายของพวกเขา แม้ว่าตอนนี้ปากของพวกเขาจะครวญครางออกมา แต่ร่างกายของพวกเขากลับไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ดูตลกสิ้นดี
เจียงหลานหยวนมองชายทั้งสี่ด้วยความรู้สึกเอือมระอาเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าพวกเขาน่ากลัวมาก แต่ตอนนี้ พวกเขาเป็นเพียงกลุ่มคนขี้ขลาดเท่านั้น
แท้จริงแล้วพวกเขาไม่ได้มีความกล้าหาญมากพอที่จะแลกชีวิตอย่างที่จินตนาการไว้ พวกเขาเพียงแค่โม้โอ้อวดความโหดเหี้ยมเท่านั้นเอง
เจียงหลานหยวนเงยหน้าขึ้นพูดกับเจียงหวู่ที่อยู่ข้าง ๆ
“พี่ ต่อไปนี้พี่ห้ามคบค้าสมาคมกับคนพวกนี้อีกนะ”
“ถ้าฉันรู้ ฉันจะโกรธมาก”
เมื่อเห็นว่าเจียงหลานหยวนที่พูดด้วยท่าทีจริงจัง เจียงหวู่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เขาจัดการสีหน้าของตัวเอง ก่อนจะตอบกลับเจียงหลานหยวนด้วยท่าทีจริงจังเช่นกัน
“ได้ พี่สัญญา”
ในเวลานี้ คนทั้งสี่ยังคงทรุดตัวลงกับพื้น และต่อว่าหานชิงอวี่อย่างต่อเนื่อง
เสียงของพวกเขาดังขึ้นเรื่อย ๆ และดูเหมือนจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
แต่ในอีกทางด้านหนึ่ง สองพี่น้องตระกูลเจียงดูราวกับมีบรรยากาศอบอุ่นห้อมล้อมตัวพวกเขาไว้
เพียะ!
ขณะทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับความสงบสุขระหว่างพี่น้อง เสียงตบอันดังก็กระชากพวกเขากลับสู่โลกแห่งความจริง
เจียงหวู่เงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มองไปยังภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างงุนงง
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทุกคนคือ จางลี่ที่อยู่ในชุดสีเทาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วฟาดฝ่ามืองบนใบหน้าของชายหัวโล้นอย่างแรง
เพียงแค่เสียงก็พอจะบอกได้แล้วว่าแรงแค่ไหน
แม้แต่ชายหัวโล้นที่ดูเหมือนมีมัดกล้ามเต็มตัวก็ยังเซไปทางซ้าย
เขาพยายามจะใช้มือยันพื้นเพื่อประคองตัวเอง แต่เมื่อมือแตะลงบนพื้น เขาก็ร้องออกมา
“โอ๊ย!”
เศษแก้วบนพื้นบาดลงบนนิ้วที่หยาบกร้านของเขา ทำให้เกิดบาดแผลขนาดใหญ่บนนิ้วทันที
แต่จางหลี่กลับทำเหมือนมองไม่เห็นภาพตรงหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ถ้ายังปากไม่ดีแล้วมาดูถูกคุณชายหาน วันนี้พวกแกไม่ได้ออกจากห้องนี้แน่”
หานชิงอวี่มองดูเหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้า แต่ก็ไม่ได้ห้ามปราม
ก่อนจะมา เขาได้ตกลงกับพนักงานทุกคนเรียบร้อยแล้วว่า แม้ครั้งนี้จะได้รับอนุญาตให้ใช้ความรุนแรง แต่ก็ไม่อนุญาตให้ทำเรื่องที่เกินขอบเขตโดยเด็ดขาด
พวกเขาก็รับปากกับหานชิงอวี่ในตอนนั้นทันทีว่า จะไม่ทำอะไรที่เกินขอบเขต
ดังนั้น ชายหนุ่มถึงได้มั่นใจว่า จางลี่แค่ต้องการขู่ชายหัวโล้นโดยไม่มีเจตนาอื่นใดเพิ่มเติม
แม้ว่าคนทั้งสี่จะแอบเดาได้แล้วว่า ชายชุดเทาน่าจะแค่ขู่พวกเขา
เพราะถึงแม้ว่าชายชุดเทาจะทำให้เขารู้สึกถึงแรงกดดันอย่างมหาศาล แต่ก็ดูเป็นคนมีความชอบธรรม
คนที่มีความชอบธรรมแบบนี้ คงจะไม่กล้าลงมือทำร้ายจริง ๆ หรอก
ขณะที่เขากำลังคิดได้เช่นนั้น จู่ ๆ ก็มีฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าเขาอีกครั้ง
เพียะ
เสียงนั้นดังก้องกังวานอีกครั้ง