ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 250 น้ำตาหลังลูกกรง
บทที่ 250 น้ำตาหลังลูกกรง
ชายหัวโล้นยังมึนงงกับฝ่ามือเมื่อครู่ไม่หาย
ผลปรากฏว่าฝ่ามือที่สามก็ซัดเข้ามาอีกครั้ง
โดนไปสามฝ่ามือ ชายหัวโล้นก็เริ่มรู้สึกมึนศีรษะ
เดิมทีเขาเชื่ออยู่ว่าหาน เทคโนโลยีคงไม่กล้าทำอะไรตัวเอง
แต่เมื่อโดนฝ่ามือเข้าไปหลายครั้ง เขาก็อดสงสัยในชีวิตของตัวเองไม่ได้จริง ๆ
เดิมทีเหล่าลูกสมุนที่อยู่ข้าง ๆ ทีก็อยากจะเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่หัวหน้า แต่พอพวกเขาเห็นชายหัวโล้นตัวโตโดนตบจนมึนงง พวกเขาก็หดคอกลัวจนต้องหลบไปทางอื่น
พวกเขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่า หากโดนฝ่ามือทั้งสามนี้เข้าที่หน้าตัวเอง มันจะเจ็บขนาดไหน
ขณะที่ฝ่ามือที่สี่กำลังจะฟาดลงมา ชายหัวโล้นก็ทนไม่ไหว พลันอ้าปากพูดกับจางหลี่ทันที
“เฮ้ย แกไม่มีสิทธิ์มาตีฉันนะ!”
“ต่อให้จะตี ก็ควรมีเหตุผลสิ!”
“ฉันโดนตีแล้วโดนตีอีก ไม่จบไม่สิ้นสักทีเนี่ย!”
หลังจากพูดจบเขาก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง เพราะจากสายตาของผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่ ก็พอจะเดาได้แล้วว่า สิ่งที่เขาพูดออกไปเท่ากับการสูญสิ้นความองอาจผ่าเผยที่เคยสร้างมาไปโดยสิ้นเชิง
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็รู้ดีอยู่ว่าหากไม่พูดอะไรออกไปสักคำ เขาอาจจะต้องตายโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ
จางลี่มีสีหน้าเคร่งขรึม มองไปยังชายหัวโล้นตรงหน้าด้วยสีหน้าดำทะมึน
“ขอโทษไม่เป็นเหรอ?”
“ขอโทษคุณหานน้อยเดี๋ยวนี้!”
จางลี่และหวังฮุ่นต่างเคยเป็นทหารมาก่อน หลังจากปลดประจำการก็ประสบกับภาวะตกงานเนื่องจากเศรษฐกิจถดถอย แทบจะหางานมั่นคงในสังคมได้น้อยมาก
ประกอบกับนิสัยซื่อสัตย์จริงใจ ทำให้พวกเขาโดนหลอกอยู่บ่อย ๆ
จนกระทั่งพวกเขาได้พบกับหานเหวินซาน และได้เข้าร่วมงานกับหาน เทคโนโลยี
หลังจากนั้น จางลี่และหวังฮุ่ยก็เริ่มมีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น
ตั้งแต่นั้นมา พวกเขาก็ยึดเอาหานเหวินซานเป็นผู้นำ
แม้ว่าหลังจากหานเหวินซานประสบความสำเร็จทางธุรกิจ และพวกเขาจะได้พบเจอกันน้อยลง แต่ทว่าหากผู้เป็นนายมีสิ่งใดร้องขอ พวกเขาก็จะปฏิบัติตามอย่างเต็มที่
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นหาน เทคโนโลยี หรือหานชิงอวี่ที่เป็นลูกชายของเจ้านาย พวกเขาก็ล้วนแต่จงรักภักดี
เมื่อได้ยินคำดูถูกเหยียดหยามคุณชายหาน และดูหมิ่นหาน เทคโนโลยี เช่นนี้ จึงทำให้พวกเขาโกรธแค้นเป็นอย่างมาก
ชายหัวโล้นได้ฟังดังนั้นก็ถึงกับอยากจะร้องไห้
เขาเงยหน้ามองจางลี่และหวางฮุ่ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ
“พี่ชาย แล้วทำไมพวกคุณถึงไม่บอกผมตั้งแต่แรก”
“คุณหาน ผมขอโทษ เราไม่ควรด่าคุณ!”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันไปบอกกับลูกสมุนด้านหลัง
“หูหนวกรึไง? ไม่ได้ยินเหรอว่าเขาพูดว่ายังไง?”
“รีบไปขอโทษคุณหานซะ!”
เมื่อเหล่าลูกสมุนเห็นท่าทางของหัวหน้า พวกเขาต่างก็ยอมแพ้อย่างแท้จริง และรีบเอ่ยปากพูดกับหานชิงอวี่ที่อยู่ตรงหน้าอย่างตะกุกตะกัก
“ขอโทษครับคุณหาน พวกเราไม่ควร…”
แม้จะไม่รู้ว่าในใจจริงรู้สึกอย่างไร แต่อย่างน้อยพวกเขาต่างก็ยอมก้มหัวให้หานชิงอวี่
แพทย์หนุ่มพยักหน้าแสดงความพอใจ และใช้โอกาสนี้หาทางลงให้กับจางลี่และหวังฮุ่ยอย่างมีเกียรติ
“โอเค พวกเขาก็ขอโทษแล้ว”
“ลุงจาง ลุงหวัง พวกคุณอย่าโกรธเลย”
“อย่าให้คนที่แบบนี้ทำให้พวกคุณโกรธเลย มันไม่คุ้มหรอก”
พูดไปก็ยิ้มให้ทั้งสองคน ราวกับกำลังชื่นชมการทำงานของพวกเขา
จางลี่กับหวังฮุ่ยต่างก็ต้องตกตะลึงไปชั่วขณะ
พวกเขาไม่คาดคิดว่าคุณเสี่ยวหานจะไม่เรียกชื่อ แต่กลับเรียกว่า ลุงจาง และลุงหวังแทน
เกียรติยศเช่นนี้ อาจเป็นเพียงแค่คำพูดผ่าน ๆ ของหานชิงอวี่เท่านั้น
แต่สำหรับพนักงานเก่าแก่ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับบริษัทมานานอย่างจางลี่ และหวังฮุ่ย มันเหมือนเป็นรางวัลใหญ่เลยทีเดียว
เพราะการเรียกขานเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าหานชิงอวี่ยอมรับว่าพวกเขาเป็นพวกเดียวกันอย่างแท้จริง
คิดมาถึงตรงนี้ พวกเขาก็ยิ่งเพิ่มความจงรักภักดีและการปกป้องที่มีต่อ หานชิงอวี่ขึ้นไปอีก
ชายทั้งสองจ้องมองอันธพาลทั้งสี่ที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าเยือกเย็น ก่อนจะถอยไปด้านข้าง
เหล่าอันธพาลทั้งสี่จึงโล่งใจได้ในที่สุด
ชายหัวโล้นเองก็รู้สึกโล่งอกอย่างมากในตอนนี้
จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ อย่างน้อยก็แสดงให้ว่าเห็นคนตรงหน้าเหล่านี้เป็นคนมีเหตุผล
ดังนั้นเรื่องทุกอย่างยังคงสามารถพูดคุยกันได้
เหมือนกับที่คาดการณ์เอาไว้ ยังไม่ทันที่พวกเขาจะคิดหาข้อเสนอและเงื่อนไขการเจรจา หานชิงอวี่ก็ได้เอ่ยขึ้น
“พวกคุณอยู่ที่นี่ไม่ได้”
“ถ้าฟ้าสางแล้วเกิดมีคนมาพบความวุ่นวายที่นี่ หากมีคนไปแจ้งตำรวจ พวกคุณโดนจัดการแน่”
“จากการกระทำของคุณในคืนนี้ คุณคิดว่าทางตำรวจจะจัดการกับพวกคุณอย่างไรล่ะ?”
หลังพูดจบ หานชิงอวี่ก็จ้องมองทั้งสี่คนอย่างเงียบ ๆ
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายหัวโล้นจึงกัดฟันกรอด
หานชิงอวี่ ไอ้หนุ่มคนนี้มันโหดเหี้ยมจริง ๆ!
คำพูดไม่กี่คำ ก็แทงใจดำของพวกเขาได้
พวกเขารู้ว่าหาน เทคโนโลยีจะไม่ทำอะไรพวกเขา ดังนั้น แม้ว่าเบื้องหน้าพวกเขาอาจจะยอมอ่อนข้อในเรื่องคำพูด แต่หากจะให้ร่วมมือกัน นั่นก็เป็นเรื่องเพ้อฝัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องนี้ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
เมื่อตำรวจเข้ามาพัวพันในเรื่องนี้ บวกกับหลักฐานและคำสารภาพที่อยู่ในมือของหานชิงอวี่ พวกเขาคงต้องถูกส่งเข้าไปกินข้าวแดงแน่ ๆ ที่สำคัญคือ การกระทำแบบนี้อาจจะต้องติดคุกเป็นสิบ ๆ ปี
เพราะว่าการกระทำก่อนหน้านี้ของพวกเขา มันโหดเหี้ยมเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ
ชายหัวโล้นครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ จนรู้สึกว่าหัวโล้น ๆ ของตัวเองเย็นวาบ
ท้ายที่สุด เขามองไปยังหานชิงอวี่ ก่อนจะพูดออกมาอย่างยอมจำนน
“คุณบอกมาเลย อยากให้พวกเราทำอะไร!”
หานชิงอวี่มองออกว่าพวกเขาน่าจะยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว
ดังนั้นเขาจึงไม่อ้อมค้อม และพูดอย่างตรงไปตรงมา
“ง่ายมาก ก่อนหน้านี้คุณพูดว่าถ้าไม่โทรไปบอกพวกพ้องให้สบายใจ พวกเขาจะดำเนินการอย่างอื่นใช่ไหม?”
“ข้อเรียกร้องของผมมันง่ายมาก ผมต้องการให้พวกคุณโทรกลับไปบอกว่า พี่น้องตระกูลเจียงถูกจับได้แล้ว”
“จากนั้นคอยดูปฏิกิริยาต่อไปว่าพวกเขาจะจัดการอย่างไร แล้วก็รับมือไปตามสถานการณ์”
“สรุปคือ ให้พวกคุณถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน แล้วค่อยสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับแผนต่อไปของพวกเขา”
หลังจากหานชิงอวี่พูดจบ ชายหัวโล้นก็เกิดความลังเลอีกครั้ง
หากพวกเขาตกปากรับคำ ก็เท่ากับเป็นการหักหลังบริษัทเฝิง
ถ้าหากการทรยศหักหลังนี้ถูกเปิดเผยออกมาล่ะก็ พวกเขาอาจจะโดนบริษัทเฝิงถลกหนังกันเลยก็ได้!
แต่หากพวกเขาไม่ลงมือทำเช่นนั้นละก็…
ในห้วงความคิดของชายหัวโล้น ปรากฏเป็นภาพฉากภายในคุกออกมาอย่างชัดเจน เสียงโซ่ตรวนยังคงดังกังวานอยู่ในหัวของเขา
หากพวกเขาไม่ลงมือทำเช่นนั้นล่ะก็ พวกเขาคงจะหนีไม่พ้นชะตากรรมที่จะต้องหลั่งน้ำตากับการอยู่หลังลูกกรงเป็นแน่
ด้วยเหตุนี้ หัวหน้าอันธพาลจึงได้ไตร่ตรองอยู่หลายนาที ก่อนที่แววตาของเขาจะแปรเปลี่ยนเป็นความโหดเหี้ยมในทันใด
เขาหันกลับไปยังหานชิงอวี่ราวกับว่าได้ตั้งมั่นในความตั้งใจบางอย่าง แล้วกล่าวออกมา
“พวกเราตกลงตามที่คุณหานขอร้องแล้ว”
“คุณจะให้พวกเราทำอะไร พวกเราก็จะทำตามนั้น!”