ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 252 ความรับผิดชอบทั้งหมด
บทที่ 252 ความรับผิดชอบทั้งหมด
หานชิงอวี่รับสายด้วยความสงสัยเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่า แม้แต่ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึงว่าลั่วจือซินจะโทรมาหาในตอนนี้
จะว่าไปก็โทษเธอไม่ได้
ก่อนหน้านี้ เขาจดจ่ออยู่กับการจัดการเรื่องราวเจียงหวู่มาตลอด ส่วนเรื่องของลั่วจือซิน ไป๋ปิง และคนอื่น ๆ เขาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ดังนั้น การที่ลั่วจือซินโทรหาเขาในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ จึงเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายอย่างเห็นได้ชัดเจน
เมื่อรับสาย เสียงอันอบอุ่นของลั่วจือซินก็ดังมาจากปลายสายทันที
[สวัสดีหมอหาน ช่วงนี้เป็นไงบ้าง?]
[เราไม่ได้เจอกันสองวันแล้ว ไม่คิดถึงกันบ้างเลยเหรอ?]
แม้หานชิงอวี่จะผ่านการทดสอบของเธอแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากัน เธอก็ที่จะหยอกเย้าเขาไม่ได้
แต่คาดไม่ถึงว่า น้ำเสียงของหานชิงอวี่จะนิ่งจนผิดปกติ
“ที่หมอลั่วโทรมาหาฉันในเวลาแบบนี้ คงไม่ใช่แค่จะถามคำถามนี้หรอกใช่ไหม?”
หลังจากวุ่นวายมาทั้งวัน เวลาก็ล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนแล้ว
จริงอยู่ที่แทบจะไม่มีใครโทรมาในเวลานี้ โดยเฉพาะเพื่อพูดคุยเรื่องไร้สาระที่ไม่มีความสลักสำคัญ
เมื่อได้ยินคำตอบจากหานชิงอวี่ ลั่วจือซินที่อยู่ปลายสายก็ดูท้อแท้เล็กน้อย
แต่ถึงอย่างไรเธอก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ
เพราะหานชิงอวี่เอง ก็เป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยจะโรแมนติกนัก
เธอทำปากยื่นที่ปลายสาย พร้อมพูดด้วยความสิ้นหวัง
[เอาเถอะ ฉันจะเข้าประเด็นเลยแล้วกัน]
[ก่อนหน้านี้บริษัทเฝิง ได้เชิญหาน เทคโนโลยีมาร่วมประชุมรึเปล่า?]
[ทำไมไม่ไปล่ะ?]
หานชิงอวี่ตกใจไปชั่วขณะ เขาไม่คิดว่าลั่วจือซินจะรู้เรื่องนี้
แต่ไม่ช้าก็เข้าใจความหมายในคำพูดของเธอ
“เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับหมอลั่วด้วยเหรอ?”
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้กับลั่วจือซินมากนัก
ส่วนลั่วจือซิน เธอเคยคุยเรื่องนี้กับไป๋ปิงมาก่อนแล้ว
แต่ไป๋ปิงเกรงว่าจะรบกวนหานชิงอวี่ จึงไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเขา
ดังนั้น ลั่วจือซินจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเธอในช่วงเวลานี้ให้หานชิงอวี่ฟัง
“แสดงว่าบริษัทเฝิงไม่ได้เชิญหาน เทคโนโลยีไปเพื่อการประชุมวิจัย”
“แต่เป็นการประชุมเพื่อโยนความผิดให้หาน เทคโนโลยีงั้นเหรอ?”
หานชิงอวี่เข้าใจได้ในทันทีว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
ตอนนี้เบาะแสทุกอย่างเชื่อมโยงเข้าด้วยกันแล้ว ทำให้ความคิดของเขากระจ่างชัดขึ้นเยอะ
ลั่วจือซินพูดขึ้น
[ก็อาจจะพูดได้อย่างนั้นแหละ เฝิงเว๋ยเพิ่งส่งข้อความมาให้ฉัน]
[เขาบอกว่า พรุ่งนี้เช้าตามที่นัดหมายไว้ เขาและโหยวเหว่ย กรุ๊ปจะมาอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฉันฟัง]
หานชิงอวี่หัวเราะเสียงเย็น ตอนนี้เขาเข้าใจถึงเหตุผลที่เฝิงเว๋ยสั่งให้ชายหัวโล้นและพวกอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไรแล้ว
เพราะตราบใดที่พวกเขาควบคุมตัวเจียงหวู่ไว้ได้ ก็จะมั่นใจได้ว่าการประชุมครั้งนี้จะราบรื่น ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น
ถึงตอนนั้น ชื่อเสียงของหาน เทคโนโลยีก็คงแขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้ว
เมื่อเห็นว่าหานชิงอวี่ที่ปลายสายเงียบไปนาน ลั่วจือซินเลยพูดต่อ
[ฉันพอจะมีความคิดดี ๆ อยู่อย่างหนึ่ง]
[ตอนนี้หาน เทคโนโลยีปฏิเสธคำเชิญของบริษัทเฝิงไปแล้ว แต่ถ้าพรุ่งนี้นายเข้าร่วมการประชุมพร้อมกับฉันละก็…]
[ฉันเชื่อว่าตอนนั้น สีหน้าของบริษัทเฝิงคงจะดูไม่จืดแน่]
หานชิงอวี่รู้สึกแปลกใจกับข้อเสนอของลั่วจือซิน เพราะหากเลือกวิธีนั้น ก็หมายความว่าเธอไว้ใจเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่สำหรับหญิงสาวที่คุณปู่ของเธอเพิ่งเข้าสู่ภาวะเจ้าชายนิทรา มันดูเหลือเชื่อมากเกินไป
หานชิงอวี่จึงอดไม่ได้ที่จะถาม
“ทำไมถึงได้ช่วยผมขนาดนี้?”
“คุณมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอว่าหาน เทคโนโลยีจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง?”
ลั่วจือซินฟังประโยคนั้นแล้วก็รู้สึกงุนงงไปชั่วครู่ จากนั้นก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ
เธอไม่อยากพูดว่าเธอเชื่อใจหาน เทคโนโลยีอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะความสัมพันธ์กับไป๋ปิงและความเข้าใจที่มีต่อหานชิงอวี่
เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบ
[ฉันมีเหตุผลของตัวเอง]
[เป็นไง ประทับใจกับการตัดสินใจของฉันรึเปล่า?]
หานชิงอวี่ได้ยินประโยคนี้แล้วก็หัวเราะออกมา
“ก็ต้องรอดูพรุ่งนี้ว่าเธอจะแสดงออกมาได้ดีแค่ไหน”
หลังจากพูดจบ ทั้งสองก็ตกลงกันคร่าว ๆ ถึงรายละเอียดการปฏิบัติการในวันพรุ่งนี้
เมื่อสิ้นสุดการสนทนากับลั่วจือซิน หานชิงอวี่ก็จัดการเรื่องที่พักให้กับทุกคนจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็สั่งให้จางลี่และหวังฮุ่ย นำเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังบริเวณนี้ประมาณสองสามคน
หลังจากได้พักผ่อนไปหนึ่งคืน หานชิงอวี่และพยานก็เดินทางมาถึงจุดนัดหมายที่ตกลงกับลั่วจือซินล่วงหน้า เพื่อให้เธอพาพวกเขาไปยังบริเวณใกล้ห้องประชุม
พวกเขาไม่ได้รีบเข้าไปทันที แต่ให้ลั่วจือซินเข้าไปสำรวจสถานการณ์ก่อน
ลั่วจือซินเข้าไปในห้องประชุมและมองไปยังที่ว่างบนโต๊ะประชุม จากนั้นก็แสร้งถามด้วยความไม่รู้
“คนของหาน เทคโนโลยีล่ะ ยังไม่มาอีกเหรอ?”
ขณะนี้ ผู้คนจากโหยวเหว่ย กรุ๊ปและบริษัทเฝิงก็มารวมตัวกันครบแล้ว แม้ลั่วจือซินจะเข้ามาตรงเวลา แต่เธอกลับเป็นคนที่เข้าร่วมรุมเป็นคนสุดท้ายรองจากหาน เทคโนโลยี
เป็นไปตามคาด เมื่อเฝิงเว๋ยได้ยินลั่วจือซินถามคำถามนี้ เขารีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเจ็บปวดในทันที
“คุณลั่วครับ ผมเสียใจที่จะต้องแจ้งให้ทราบว่าเราไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจากับหาน เทคโนโลยี”
“เราได้ชี้แจงสถานการณ์ทั้งหมดต่อหาน เทคโนโลยีแล้ว แต่พวกเขายังคงไม่ยินยอมที่จะส่งคนมาแก้ไขปัญหา”
“มุมมองนี้ก็พอจะมองออกว่าหาน เทคโนโลยีเอง ก็ไม่ได้ตั้งใจจะแก้ไขปัญหา!”
เฝิงเว๋ยกล่าวอย่างชัดเจน ขณะที่ชื่นชมความงามของลั่วจือซิน
คุณหมอสาวมองเฝิงเว๋ยที่แสดงออกถึงความชอบธรรม แม้จะทำทีว่าตั้งใจฟัง แต่ในใจกลับหัวเราะเยาะ
หากไป๋ปิงไม่ได้บอกวิธีการเจรจาระหว่างพวกเขากับหาน เทคโนโลยีไว้ล่วงหน้า เธอก็เกือบจะเชื่อแล้ว
ตั้งแต่ต้นจนจบ บริษัทเฝิงส่งเพียงแค่ส่งคำเชิญที่ไร้เหตุผลไปยัง หาน เทคโนโลยีเท่านั้น
แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากจะตอบรับคำเชิญแบบนี้หรอก
อย่างไรก็ตาม ลั่วจือซินยังคงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“หากเป็นแบบนั้น ผลการหารือของพวกคุณ คงจะมีส่วนรับผิดชอบหลักในเรื่องนี้ร่วมกับหาน เทคโนโลยีใช่ไหม?”
เฝิงเว๋ยโบกมือปฏิเสธ
ขณะที่ลั่วจือซินกำลังแปลกใจว่าเฝิงเว๋ยจะพูดอะไรที่เป็นกลางได้เช่นกัน เขากลับพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“คุณลั่ว ผลการหารือของเราไม่ใช่แค่ให้ความรับผิดชอบหลักเป็นของหาน เทคโนโลยี”
“แต่ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่หาน เทคโนโลยี!”