ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 253 ฉีกหน้ากาก
บทที่ 253 ฉีกหน้ากาก
“ความรับผิดชอบทั้งหมดตกเป็นของหาน เทคโนโลยีงั้นเหรอ?”
ลั่วจือซินแกล้งทำเป็นแปลกใจ มองไปยังเฝิงเว๋ยด้วยท่าทางเหมือนกับว่าไม่คาดคิดมาก่อน
ที่จริงแล้ว ลั่วจือซินก็พอจะคาดเดาคำพูดของเฝิงเว๋ยไว้บ้าง
เพราะตอนคุยกับหานชิงอวี่เมื่อวานนี้ พวกเขาทั้งสองก็รู้แล้วว่า ในการประชุมวันนี้ เฝิงเว๋ยจะโยนความผิดทั้งหมดให้กับหาน เทคโนโลยี
แม้กระทั่งตัวแทนทั้งสองที่ตระกูลลั่วส่งมา ก็ยังมองไปที่ลั่วจือซินด้วยสายตาประหลาดใจ
เพราะเหตุการณ์แบบนี้ ลั่วจือซินไม่เคยบอกพวกเขามาก่อน
หากไม่ใช่เพราะตระกูลเฝิงบอกว่าจะประชุม พวกเขาก็คงจะยังไม่รู้เรื่อง
โจวลู่ที่อยู่ข้าง ๆ พูดเสริม
“ถูกต้องแล้ว คุณหนูลั่ว สถานการณ์ของเราในตอนนี้ชัดเจนมากแล้ว”
“ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็ล้วนเป็นหาน เทคโนโลยีที่เป็นผู้จัดหาส่วนผสมของยาให้กับเรา จนนำไปสู่เหตุการณ์ในครั้งนี้”
“แต่ถึงอย่างนั้น เราก็รู้สึกเสียใจกับอาการของคุณปู่เป็นอย่างมาก”
“ด้วยความเห็นอกเห็นใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ หากหลังจากนี้คุณจะดำเนินการใด ๆ ต่อหาน เทคโนโลยี ทางเราก็จะช่วยเหลือพวกคุณอย่างเต็มที่”
โจวลู่พูดด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ ขณะพูดก็ชี้นิ้วไปยังหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลัง
บนจอขนาดใหญ่ปรากฏรายการสั่งซื้อยา
ซึ่งก็คือรายการปลอมที่เฝิงเว๋ยให้ลั่วจือซินดูก่อนหน้านี้
ลั่วจือซินไม่ใส่ใจ แต่ตัวแทนคนอื่น ๆ ของตระกูลลั่วเริ่มร้อนรน
พวกเขามองไปยังคุณหนูลั่วที่อยู่ตรงหน้า
“คุณหนูลั่ว เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่บอกพวกเราล่ะ!”
“พวกเราคิดว่าเป็นปัญหาของโหยวเหว่ย กรุ๊ปและบริษัทเฝิงเสียอีก”
“ดูจากตอนนี้แล้ว เราควรไปหาคนจากหาน เทคโนโลยีมากกว่า!”
เมื่อได้ยินตัวแทนจากตระกูลลั่วพูดเป่าหู่ลั่วจือซิน โจวลู่และเฝิงเว๋ย ก็ยิ้มออกมาพร้อม ๆ กัน
ในที่ประชุมวันนี้ พวกเขาทั้งสองเป็นตัวแทนของโหยวเหว่ย กรุ๊ปและบริษัทเฝิง
หากในการประชุมครั้งนี้ทำให้ตระกูลลั่วร่วมมือกับพวกเขา เพื่อร่วมกันกีดกันหาน เทคโนโลยีได้จริง ๆ เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ต้องพูดถึงระดับประเทศ อย่างน้อยแค่ในมณฑลเสฉวน หาน เทคโนโลยีก็คงไม่สามารถทำมาหากินได้อีกต่อไปแล้ว!
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าลั่วจือซินยังไม่มีทีท่าจะแสดงความคิดเห็น เฝิงเว๋ยก็อดไม่ได้ที่จะเร่งเร้าอย่างใจเย็น
“เป็นอย่างไรบ้างครับคุณหนูลั่ว”
“ในเมื่อคนของหาน เทคโนโลยีไม่มา ก็พอจะชี้ให้เห็นถึงปัญหาบางอย่างได้แล้ว”
“เพื่อคุณปู่ของคุณ คุณก็ควรเชื่อพวกเราสิครับ!”
เดิมทีเฝิงเว๋ยเพียงต้องการพูดเพื่อเร่งปฏิกิริยา
เขาเชื่อว่าตระกูลลั่ว รวมถึงลั่วจือซินนั้นเปรียบเสมือนถังดินปืนขนาดใหญ่
หากสามารถเพิ่มประกายไฟเล็กน้อยได้อย่างเหมาะสม ก็เพียงพอที่จะทำให้หาน เทคโนโลยี หลุดออกจากมณฑลเสฉวนได้อย่างแน่นอน
ตอนนี้ เขาแทบรอที่จะได้เห็นภาพนั้นไม่ไหวแล้ว
อย่างไรก็ตาม เขาคาดไม่ถึงว่าลั่วจือซิน จะจ้องมองเขาอย่างเย็นชา
“เชื่อใจพวกคุณ แล้วกลายเป็นเบี้ยให้คุณสองตระกูลงั้นเหรอ?”
“คุณชายเฝิง คุณหนูโจว”
“หรือว่าในสายตาของพวกคุณ ตระกูลลั่วของเราเป็นพวกที่ถูกหลอกได้ง่าย ๆ ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
หลังประโยคนี้จบลง อารมณ์เบิกบานที่อยู่ในใจของเฝิงเว๋ยกลับเย็นเฉียบลงในทันที
เขาเงยหน้ามองลั่วจือซิน แล้วพูดออกมาอย่างติด ๆ ขัด ๆ
“ไม่… ไม่เป็นอย่างนั้นหรอกคุณหนูลั่ว”
“พวกเราพูดความจริงทั้งนั้น”
สีหน้าของโจวลู่ก็เปลี่ยนไปทันที ก่อนจะพูดกับลั่วจือซินที่อยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่ขึงขังเล็กน้อย
“คุณหนูลั่ว พวกเราคิดว่าคุณเป็นคนฉลาดถึงได้พูดกันตรง ๆ แบบนี้”
“แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ คุณไม่สมควรได้รับความเคารพจากพวกเราเลย”
“ก่อนหน้านี้พวกเราแสดงความจริงใจต่อคุณอย่างเต็มที่แล้ว แต่พวกเรากลับไม่ได้รับความจริงใจใด ๆ จากคุณเลย”
“คุณหนูลั่ว คุณต้องการมีปัญหากับพวกเราสองตระกูลจริง ๆ เหรอ?”
เมื่อตัวแทนของตระกูลลั่วทั้งสองคน ได้ฟังคำพูดของตัวแทนจากบริษัทเฝิงและโหยวเหว่ย กรุ๊ป พวกเขาทั้งก็อดที่จะรู้สึกวิตกกังวลไม่ได้
ก่อนที่พวกเขาจะมา ลั่วจือซินก็ไม่ได้สั่งการอะไรเลย
แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ถึงได้ต่อว่าสองตระกูลที่อยู่ตรงหน้าจนหน้าสั่นไปหมด
หลังจากนั้นพวกเขาก็ลดเสียงลงแล้วพูดกับลั่วจือซิน ว่า
“คุณหนูลั่ว คุณใจร้อนเกินไปแล้วนะครับ!”
“บริษัทเฝิงและโหยวเหว่ย กรุ๊ปไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับเราเลย จำเป็นอะไรที่จะต้องทำให้มันตึงเครียดขนาดนี้!”
“เรารู้ว่าคุณกับคุณหนูไป๋ปิงเป็นเพื่อนกัน หากจะเอนเอียไปทางหาน เทคโนโลยีบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก”
“แต่คุณทำแบบนี้ จะทำให้ตระกูลลั่วต้องสูญเสียอย่างมหาศาลนะ!”
หลังจากได้ยินคำพูดของโจวลู่ และอีกสองคนที่อยู่ข้าง ๆ แล้ว สีหน้าของลั่วจือซินก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที
เธอจ้องตาโจวลู่เขม็ง
“คุณโจวคงเข้าใจผิดแล้ว ตั้งแต่ตอนที่คุณร่วมมือกับบริษัทเฝิงเพื่อผลิตยาปลอม จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณปู่ฉัน”
“เราก็ขาดความเกรงอกเกรงใจกันไปแล้ว!”
พูดจบก็ยกมือขึ้นตบหน้าอกตัวเองเบา ๆ สองครั้ง แล้วพูดต่อ
“วันนี้ฉันก็พาเพื่อนมาด้วย”
“สิ่งที่คุณพูดมันไม่ตรงกับที่พวกเขาพูด ถ้าคุณมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับคำพูดของฉันเมื่อครู่ ก็แนะนำให้คุณไปคุยกับพวกเขานะ”
ทันทีที่พูดจบ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักออกอย่างแรง
ผู้นำคือ หานชิงอวี่ เขาพาคนอื่น ๆ เดินตามเข้ามาในห้องประชุมอย่างไม่รีรอ
จากนั้นก็เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ว่าง
เฝิงเว๋ยเบิกตาโพลง หัวใจเต้นรัวและเลือดสูบฉีดขึ้นสมองอย่างรวดเร็ว
เพราะทุกคนที่เห็นอยู่ตรงหน้า ล้วนทำให้เขารู้สึกกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากหานเหวินซานและอวี๋ฟางแล้ว ยังมีพี่น้องตระกูลเจียงที่ถูกพามายังห้องประชุมด้วย
เขาพูดติด ๆ ขัด ๆ เอ่ยปากถามหานชิงอวี่
“คุณหาน คุณมาที่นี่ได้อย่างไร?”
“ไม่ใช่ว่าหาน เทคโนโลยีปฏิเสธคำเชิญไปแล้วเหรอ! พวกคุณเข้ามาได้อย่างไร!”
“เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ไหน!”
“รีบมาจัดการพวกคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ฉันซะ!”
หานชิงอวี่มองเฝิงเว๋ย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“หากพวกเรามาสายกว่านี้ จะได้เห็นฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจแบบวันนี้เหรอ?”
“แล้วถ้าพวกเราออกไป พวกคุณก็คงจะโดนโยนความผิดทั้งหมดมาที่หาน เทคโนโลยีสินะ”
พูดจบ หานชิงอวี่ก็เหลือบมองไปทางประตู แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหมาย
“ส่วนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ผมว่าคุณเฝิงคงต้องรอต่อไปอีกนานเลยล่ะ”
“พวกเขาน่าจะเข้ามาไม่ได้ชั่วคราว ดังนั้นการประชุมของเราในครั้งนี้จึงราบรื่น”
“ถ้าอย่างนั้น เรามาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาดีกว่า”
“ยาที่ผิดกฎหมายกลุ่มนี้ มันเกี่ยวกับหาน เทคโนโลยีอย่างไร?”
ฟังหานชิงอวี่พูดรัว เฝิงเว๋ยรู้สึกเหงื่อตกขึ้นมาทันที
คราวนี้ได้ขายหน้าจริง ๆ แล้ว…