ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 257 คุณฟังผมอธิบายก่อน
บทที่ 257 คุณฟังผมอธิบายก่อน
ตอนนี้เสิ่นเลอเล่อรู้สึกเสียใจจนแทบแหลกสลาย
ก่อนหน้าที่เธอยังรู้สึกลังเลตอนที่หานชิงอวี่ขอร้องให้เธอมาอยู่เลย
เพราะเธอรู้ว่าระหว่างเฝิงเว๋ยและหานชิงอวี่นั้นมีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดี และก่อนหน้านี้เธอยังออกหน้าให้กับตระกูลเฝิง ก็ถือว่าเป็นการล่วงเกินต่อหานชิงอวี่ไปแล้ว
ดังนั้น เสิ่นเลอเล่อจึงคิดว่า การที่หานชิงอวี่เรียกเธอมานั้น ต้องมีเจตนาไม่ดีแน่ ๆ
แต่เมื่อรู้ว่าสถานที่นัดพบคือโหยวเหว่ย กรุ๊ป เธอเลยตกลงที่จะมาดู
เพราะสถานที่นี้ ไม่ใช่เขตอิทธิพลของบริษัทหาน เทคโนโลยี
เมื่อนึกดูแล้ว พวกเขาก็คงจะไม่กล้ามาลงมือกับเธอที่นี่
หลังจากคิดอยู่นาน ภายใต้แรงผลักดันจากความอยากรู้อยากเห็น เสิ่นเลอเล่อจึงตัดสินใจมาที่นี่ในที่สุด เนื่องจากเธอต้องการจะดูว่า หานชิงอวี่ซ่อนแผนอะไรเอาไว้
เมื่อเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งอยู่ด้านหลังของหานชิงอวี่ เธอก็อยากจะวิ่งหนีออกไปให้ไกล ๆ
แม้ว่าหานชิงอวี่กับลั่วจือซินจะพยายามอธิบาย เธอก็ยังไม่เชื่อใจนัก
แต่แล้วเธอก็ไม่คาดคิดว่า เฝิงเว๋ยจะทำให้เธอแพ้ราบคาบขนาดนี้ที่โหยวเหว่ย กรุ๊ป!
“คุณนี่!”
“อย่าร้องไห้ได้ไหม!”
เฝิงเว๋ยจ้องมองเสิ่นเลอเล่อที่กำลังปาดน้ำตาด้วยแววตาเย็นชา
และประโยคนี้ได้ไปแตะต้องจุดอ่อนไหวที่อยู่ในใจของเสิ่นเลอเล่อเข้าอย่างจังโดยไม่ต้องสงสัย
เธอมองไปยังชายคนรักที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาไม่อยากเชื่อเธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า ชายหนุ่มคนตรงหน้าคือคนที่เธอคบหามาเป็นเวลานานหลายปี
ทางด้านโจวเหนียน ในตอนนี้ใบหน้าของเขามืดลงอย่างรวดเร็ว เขาก้าวฉับ ๆ ตรงไปหาเฝิงเว๋ย พร้อมกับฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง
ถึงแม้ว่าโจวเหนียนจะเป็นนักธุรกิจ แต่ใช่ว่าเขาจะเป็นคนจิตใจดี
ประกอบกับรูปร่างที่แข็งแรงบึกบึน เมื่อฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของเฝิงเว๋ยเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้เขาล้มลงกับพื้นทันที
“คะ… คุณลุงโจว ฟังผมก่อน ฟังผมอธิบายก่อนครับ!”
“แม้ก่อนหน้านี้ผมจะเคยทำเรื่องผิดไปบ้าง แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องจริง”
“นั่นก็คือความรู้สึกที่ผมมีต่อเสี่ยวลู่ มันเป็นความรู้สึกที่แท้จริงยิ่งกว่าทองคำและเพชรแท้ ๆ เลยครับ”
“ในบรรดาผู้หญิงทั้งหมดของผม ผมรักเสี่ยวลู่มากที่สุดครับ!”
เฝิงเว๋ยที่นั่งอยู่กับพื้น นอกจากจะต้องคอยเลื่อนก้นหนีการไล่ตีของโจวเหนียนแล้ว ปากของเขาก็ยังพูดเรื่องไร้ยางอายออกมาด้วย
เดิมทีเขาก็แค่อยากจะสื่อว่า เขารักแค่โจวลู่เพียงคนเดียว
แต่ในหูของโจวเนียน คำพูดเหล่านี้กลับมีความหมายเป็นอื่นไปทันที
คิดว่าโจวเหนียนเป็นใครกัน?
ประธานกรรมการบริหารของโหยวเหว่ย กรุ๊ป และยังเป็นผู้ที่มีอำนาจแท้จริงในบริษัทด้วย
เมื่อนึกถึงลูกสาวที่ครั้งหนึ่งต้องเจอกับการกระทำที่น่าอับอายเช่นนี้จากเฝิงเว๋ย แรงในมือของโจวเหนียนไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด กลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก
“ไอ้คนต่ำช้า!”
“แกยังคิดอยากจะมีนางในฮาเร็มอีกงั้นเหรอ!”
โจวเหนียนเอ่ยพลางยกเท้าถีบไปที่เฝิงเว๋ยย่างเต็มแรง
เสิ่นเลอเล่อที่เห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าก็รู้สึกสะใจในตอนแรก แต่แล้วก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาในหัวใจ
อย่างไรก็ตาม เฝิงเว๋ยก็คือแฟนหนุ่มของเธอ
แม้ว่าจะลงโทษ ก็ควรเป็นเธอที่ลงโทษ
เธอจึงเดินเข้าไปจับแขนของโจวเหนียนแล้วกล่าวขึ้น
“หยุดนะ!”
“เขาเป็นแฟนฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาลงโทษเขา!”
แม้ว่าเมื่อพิจารณาจากการแต่งกายและบุคลิกภาพ เธอพอจะคาดเดาตัวตนของบุคคลตรงหน้าได้คร่าว ๆ
แต่ในเวลานี้ เสิ่นเลอเล่อกลับหัวร้อนจนขาดสติ พุ่งตรงเข้าไปจับแขนของโจวเหนียนไว้
อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่โจวเหนียนเองก็คาดไม่ถึง
หญิงสาวที่ตัวเล็กนิดเดียว กล้ามาขัดขวางเขาในเวลานี้
เดิมทีเขาโกรธไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ระบายออกมา โจวเหนียนยังคงเป็นคนมีเหตุผล เขาคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าและลูกสาวของตนต่างก็ตกเป็นเหยื่อเหมือนกัน
ดังนั้น เขาจึงทำได้เพียงสะบัดแขนของเสิ่นเลอเล่อออก และมองเธออย่างเย็นชาก่อนจะเดินไปหาลูกสาวตน
โจวลู่ในตอนนี้ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
เธอไม่ได้วู่วามเหมือนเสิ่นเลอเล่อ แต่กลับยืนอยู่ข้าง ๆ โจวเหนียนอย่างสงบ
ตอนนี้มีเพียงโจวเหนียนเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งพิงเดียวของเธอ
เสิ่นเลอเล่อเดินมาหาเฝิงเว๋ย แม้เธอจะไม่ได้พูดอะไร แต่จากแววตาของเธอก็พอจะมองออกได้ว่า ถึงจะรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เธอก็ยังหลงเหลือความรู้สึกบางอย่างที่มีต่อเฝิงเว๋ย
เธอค่อย ๆ เปิดแขนเสื้อและขากางเกงของเฝิงเว๋ยออกอย่างช้า ๆ ราวกับได้ระงับความโกรธไว้ในใจ แล้วหันมาดูอาการบาดเจ็บของชายคนรัก
เฝิงเว๋ยเองก็หายใจหอบอย่างไร้เรี่ยวแรง การโดนตบตีเมื่อครู่นั้น ส่งผลต่อเขาไม่ใช่น้อย
แต่ทันใดนั้นเอง โจวเหนียนมองเฝิงเว๋ยที่กำลังฟุบลงกับพื้น ราวกับสุนัขที่ตายแล้ว ก็ยังคงพูดต่อไป
“เฝิงเว๋ย เรื่องของนายกับเสี่ยวลู่จบสิ้นกันแค่นี้”
“ความร่วมมือระหว่างโหยวเหว่ย กรุ๊ปและบริษัทเฝิง ถึงคราวต้องหยุดแค่เพียงเท่านี้”
“หลังจากนี้ ฉันจะส่งคนไปจัดการเรื่องนี้”
“ส่วนตัวนาย รีบไสหัวออกไปจากตึกของโหยวเหว่ย กรุ๊ปเดี๋ยวนี้ซะ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ จิตวิญญาณของเฝิงเว๋ยก็พลันกลับคืนมา
เขาลุกขึ้นและผลักเสิ่นเลอเล่อที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเพื่อตรวจสอบบาดแผลออกไปทันที แล้วคลานเข้าไปหาโจวเหนียน
“คุณลุงโจว คุณลุงโจวครับ”
“ขอโอกาสผมอีกครั้งเถอะ ผมสัญญาว่าจะดูแลเสี่ยวลู่ให้ดี!”
“และอีกอย่าง แม้ว่าผมกับเสี่ยวลู่จะเลิกกัน คุณก็ไม่ควรขัดขวางความร่วมมือระหว่างบริษัทตระกูลเฝิงและโหยวเหว่ย กรุ๊ปนะ!”
“ผมรู้ว่าคุณเป็นคนที่มีเหตุผลมากที่สุด คุณคงไม่ทำสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของกลุ่มบริษัทแน่ ๆ!”
โจวเหนียนหัวเราะในลำคอ
“ผลประโยชน์เหรอ?”
“คุณคิดว่าการร่วมมือกับบริษัทเฝิงมีกำไรอะไรน่าสนใจนักหรือไง?”
“หากไม่ใช่เพราะเสี่ยวลู่ บริษัทขยะอย่างบริษัทเฝิงก็คงไม่มีทางได้ปรากฏอยู่ในรายชื่อบริษัทที่เราคัดเลือกหรอก”
แค่ประโยคสั้น ๆ ไม่กี่ประโยค ก็ทำให้จิตใจของเฝิงเว๋ยแหลกสลายในพริบตา
เขาทรุดตัวลงนั่งอยู่กับพื้นด้วยอาการมึนงง ก่อนจะเข้าใจความหมายในคำพูดของโจวเหนียนทันที
หากบริษัทเฝิงเลิกคบหากับโหยวเหว่ย กรุ๊ป ก็เปรียบได้กับหายนะครั้งยิ่งใหญ่ของโหยวเหว่ย กรุ๊ปในตอนนี้
แต่ถ้าหากเป็นโหยวเหว่ย กรุ๊ปที่เลิกคบหากับบริษัทตระกูลเฝิง ก็คงไม่มีผลกระทบอันใดกับโหยวเหว่ย กรุ๊ปเลย
เพราะนอกจากบริษัทเฝิงแล้ว ก็ยังมีบริษัทอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วนที่มุ่งหมายจะแย่งชิงโอกาสที่จะได้ร่วมมือกับโหยวเหว่ย กรุ๊ป
หลังจากที่โจวเหนียนพูดจบ ก็เหลือบตามองเฝิงเว๋ยที่ทรุดตัวลงกับพื้น ก่อนจะยิ้มเยาะออกมาหนึ่งครั้งแล้วหันหลังเตรียมจะจากไป
แต่ในเวลานั้น เฝิงเว๋ยก็ยื่นมือออกมาโอบกอดต้นขาของโจวเหนียนเอาไว้อย่างแน่นหนา
“คุณลุงโจว ได้โปรดพิจารณาใหม่อีกครั้งเถอะ!”
“เรื่องนี้มันมีการเข้าใจผิดกัน ผมอธิบายได้ ผมอธิบายได้จริง ๆ!”
“ผู้หญิงบ้านนอกคนนี้ ผมไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่ได้ยังไง…”
ยังไม่ทันที่จะพูดประโยคนี้ได้จบ สีหน้าของโจวเหนียนก็ปรากฏแววรังเกียจขึ้นมาทันที
เขายกขาขึ้นมา และเตะออกไปเต็มแรง ทำให้เฝิงเว๋ยเกระเด็นออกไปจนศีรษะฟาดกับขาโต๊ะ เกิดเสียงดังสนั่น
ปัง!