ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 261 กลับสู่เมืองจิน
บทที่ 261 กลับสู่เมืองจิน
รุ่งขึ้น
หลินเหม่ยเสวี่ยเดินออกมาจากโรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลเมืองจิน แล้วเดินตรงไปยังโรงพยาบาลเพียงลำพัง
หากว่ากันตามตรง ครั้งก่อนที่เธอมายังเมืองจิน ก็เพื่อมาดูอาการบาดเจ็บของสามี ส่วนการมาเยือนเมืองจินในครั้งนี้ ก็เป็นเพราะเธออยากจะหารือกับเขาว่าสามารถช่วยเหลือเธอได้ไหม
เสี้ยวจ้านอีเป็นสามีของเธอ และครอบครัวเขาก็มีภูมิหลังเกี่ยวกับทางการแพทย์
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขาน่าจะสามารถช่วยเหลือเธอได้
อย่างไรก็ตาม เธอต้องการพูดคุยรายละเอียดทั้งหมดต่อหน้าเสี้ยวจ้านอี
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่เธอไปเยี่ยมเสี้ยวจ้านอีที่ห้องผู้ป่วย บาดแผลของเขาก็เกือบจะหายดีแล้ว
จากข้อมูลที่เธอได้รับรู้ เสี้ยวจ้านอีได้รับบาดเจ็บที่ขาเท่านั้น และตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว
แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ ภายในห้องผู้ป่วยมีหญิงสาวสองคนแต่งตัวน่ารักสดใสกำลังนอนอยู่ข้างเตียงของเสี้ยวจ้านอี ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเธอคงจะนอนที่นี่ทั้งคืน
ตอนนี้เสี้ยวจ้านอีตื่นแล้ว เขายื่นมือออกไปหยิบผมของหญิงสาวทั้งสองขึ้นมาลูบไล้เบา ๆ
บางครั้งก็ยกผมขึ้นมาดมเพื่อสูดเอากลิ่นหอม ๆ อย่างระมัดระวัง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูทำให้มือของเสี้ยวจ้านอีชะงักไปชั่วครู่
จากนั้นก็มองไปยังประตูห้องผู้ป่วยของตัวเอง
เมื่อหันไปเจอหานชิงอวี่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง จึงได้ถอนหายใจโล่งอก
หานชิงอวี่ก็ใช้สายตาที่เย็นชาสำรวจเสี้ยวจ้านอี จากนั้นก็กล่าวขึ้น
“ราววอร์ด”
ตั้งแต่เมื่อวานนี้เป็นต้นมา หานชิงอวี่ก็ได้กลับมาทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติแล้ว
แต่ไม่คาดคิดว่างานแรกที่ได้รับเมื่อมาที่นี่คือ การตรวจเยี่ยมผู้ป่วย
ที่สำคัญ ผู้ป่วยที่เขาจะต้องตรวจเยี่ยมก็คือ เสี้ยวจ้านอี
พ่อหนุ่มเจ้าสำราญไม่ได้หยุดการกระทำในมือลง แต่กลับพูดกับหานชิงอวี่ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“โอ๊ะ หมอหาน คุณมาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าเลยนะ”
“ถ้าคุณบอกผมล่วงหน้า ผมคงไม่ตกใจจนตัวสั่นแบบนี้”
“เกิดผมเป็นอะไรขึ้นมาที่โรงพยาบาลของคุณ คุณจะรับผิดชอบไหวหรือเปล่า?”
เขาพูดพลางปลุกหญิงสาวทั้งสองคนที่นอนอยู่ข้างเตียง
จากนั้นก็บอกกับพวกเธอที่เพิ่งตื่นนอน
“ฉันอยากกินผลไม้”
ทันทีที่เสี้ยวจ้านอีพูดจบ หญิงสาวทั้งสองคนก็ยิ้มออกมา
“ได้เลยที่รัก เดี๋ยวฉันปอกให้นะ”
เมื่อพูดจบ หญิงสาวทั้งสองคนพากันควานหาบางอย่างในตะกร้าผลไม้ที่วางอยู่บนหัวเตียง สาวสวยคนหนึ่งเริ่มปอกมะม่วง ขณะที่อีกคนกำลังวุ่นอยู่กับองุ่นลูกเล็ก ๆ
ผ่านไปไม่นาน มะม่วงที่ปอกแล้วก็ถูกส่งมาถึงริมฝีปากของเสี่ยวจ้านอี
ขณะเดียวกัน องุ่นอีกหนึ่งลูกก็ถูกส่งมาถึงในเวลาเดียวกัน แต่เสี่ยวจ้านอีกลับเบือนหน้าหลบ
สาวสวยที่ถือองุ่นทำปากยื่น แกล้งทำเป็นงอน
“เป็นอะไรไปเหรอพี่เสี้ยว ไม่ชอบหนูแล้วเหรอ!!”
เสี้ยวจ้านอีที่เห็นสาวสวยทำปากยื่นแบบนั้น เขาก็หัวเราะออกมาทันที
เขาชี้ไปยังหานชิงอวี่ที่สวมชุดกาวน์สีขาว แล้วกล่าวว่า
“คิก ๆ ก็เธอปอกเปลือกช้าเกินไป พี่ก็เลยไม่พอใจน่ะสิ”
“บอกพี่มาซิ จะให้ลงโทษอย่างไรดี?”
เมื่อได้ฟังคำพูดของเสี้ยวจ้านอี สาวสวยก็แกล้งงอนขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่เอาน่า จะลงโทษอย่างไรก็บอกมาสิ!”
เสี้ยวจ้านอีพอใจกับปฏิกิริยาของสาวสวยตรงหน้าเป็นอย่างมาก เขาเหลือบมองหานชิงอวี่อย่างผู้ชนะ
“พี่จะลงโทษเธอด้วยการให้เธอเอาองุ่นลูกนี้ไปให้หมอหานกิน!”
เมื่อได้ฟัง สาวสวยก็ถือองุ่นเดินเข้ามาหาหานชิงอวี่จริง ๆ
“คุณหมอหาน เช้ามาก็เดินราววอร์ด เหนื่อยไหมคะ?”
“มาสิคะ ฉันจะป้อนองุ่นให้คุณเอง~”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงและสายตาที่ดูเย้ายวนชวนมอง
ผู้ป่วยที่อยู่โดยรอบถึงกับขนลุกซู่ ตัวสั่นเทาไปตาม ๆ กัน
พวกเขาไม่อาจแยกแยะได้ไปชั่วขณะหนึ่งเลยว่าตอนนี้กำลังอยู่ในโรงแรมหรือโรงพยาบาลกันแน่
หานชิงอวี่ขมวดคิ้ว ก่อนจะผลักแขนของสาวสวยตรงหน้าออกไป พลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ปราศจากซึ่งอารมณ์ใด ๆ
“พวกคุณเป็นญาติผู้ป่วย หรือเป็นคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย?”
“กรุณาอย่ามารบกวนการพักผ่อนของผู้ป่วยคนอื่น ๆ จะดีกว่า”
แน่นอนว่าเสี้ยวจ้านอีเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในประโยคนี้ เขาตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายกำลังใช้คำว่า ‘ญาติของผู้ป่วย’ ซึ่งก็คือ หลินเหม่ยเสวี่ย มาจิกกัดเขา
แต่เสี้ยวจ้านอีไม่สนใจ กลับผายมือออกแล้วเอ่ยกับหานชิงอวี่
“หมอหาน เราอย่าได้พูดจากันแบบคนไม่รู้จักเลย”
“ถ้าคุณจะเอาใจใส่เรื่องอื่น ๆ ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่คุณไม่ได้เข้ามาวุ่นวายเรื่องนี้จะดีกว่านะ”
“อย่างไรห้องมันก็ว่างอยู่แล้ว ตอนนี้ผมก็แค่อยากหาอะไรสนุก ๆ ให้ทุกคนทำ คุณควรจะขอบคุณผมด้วยซ้ำที่ช่วยสร้างสีสันให้โรงพยาบาลนี้!”
สาวสวยที่ได้ฟังเสี้ยวจ้านอี้แล้ว เธอก็มองหานชิงอวี่อย่างไม่เกรงกลัวและเอ่ยขึ้น
“ก็จริงนะคะ พวกเราเต็มใจมาเฝ้าไข้ที่ห้องผู้ป่วย และช่วยดูแลผู้ป่วยให้กับพวกคุณ”
“นั่นก็เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วนี่คะ”
เสี้ยวจ้านอีมองหานชิงอวี่ราวกับตัวเขาคือผู้ชนะ เพราะในเวลานี้หานชิงอวี่กำลังทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ส่วนเขากลับนอนอยู่บนเตียง พร้อมรับการปรนนิบัติจากหญิงสาวทั้งสองคน
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตัวเขาเป็นผู้ป่วย
แม้หานชิงอวี่จะเก่งแค่ไหนก็ตาม แต่เขาจะมาทำอะไรผู้ป่วยได้?
เขาจะกล้าทำอะไรกับผู้ป่วยได้อย่างไร?
คิดได้ดังนั้น เสี้ยวจ้านอีจึงมองหานชิงอวี่ด้วยรอยยิ้มอันเย้ยหยัน
แต่ในเวลานั้นเอง ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกเปิดออก
หลินเหม่ยเสวี่ยที่เพิ่งเข้าพักในโรงแรมใกล้โรงพยาบาลเมื่อคืนนี้ กำลังเดินเข้ามา
เมื่อเสี้ยวจ้านอีเห็นหน้าหลินเหม่ยเสวี่ย ด้วยสัญชาตญาณเขาก็รีบสะบัดมือหญิงสาวทั้งสองคนออกทันที
สาวสวยที่นั่งอยู่บนเตียงข้าง ๆ เสี้ยวจ้านอี เมื่อเธอเห็นหลินเหม่ยเสวี่ย เดินเข้ามา ก็พอจะเข้าใจบางสิ่งบางอย่าง
ด้วยเหตุนี้เธอจึงหันไปมองหลินเหม่ยเสวี่ย ด้วยท่าทีที่ดูกระวนกระวาย
หลินเหม่ยเสวี่ยมองหญิงสาวทั้งสองคนในห้องด้วยสีหน้าแปลกใจ
จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เสี้ยวจ้านอี ผู้หญิงสองคนนี้เป็นใคร?”
“ทำไมถึงมีผู้หญิงอยู่ในห้องผู้ป่วยของคุณ?!”
เสี้ยวจ้านอีรู้สึกหวาดกลัวกับคำพูดของภรรยาจนแทบสิ้นสติ แต่จู่ ๆ แววตาของเขาก็เปลี่ยนไป แล้วหันไปมองหลินเหม่ยเสวี่ยราวกับว่าเขานึกถึงอะไรบางอย่างได้
“ที่รัก คุณเข้าใจผมผิดแล้ว”
“ผมก็ไม่รู้จักสองคนนี้หรอก แต่พวกเธอได้ยินมาว่าผมเป็นผู้ป่วยของคุณหมอหาน เลยคิดจะรอหมอหานตรงนี้”
“คุณก็รู้อยู่ว่าหมอหานเป็นคนดังในโลกออนไลน์ มีแฟนคลับเป็นผู้หญิงบ้างก็เป็นเรื่องปกตินะ”
หลังจากพูดจบ เขาก็รีบใช้ช่วงเวลาที่หลินเหม่ยเสวี่ยเผลอ แล้วหันไปส่งสายตาให้กับหญิงสาวทั้งสองคน
เดิมทีหลินเหม่ยเสวี่ยยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่
แต่เมื่อเสี้ยวจ้านอีพูดจบ หญิงสาวทั้งสองคนก็ตรงเข้าหาหานชิงอวี่ ทันที!