ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 262 ฉีดยา
บทที่ 262 ฉีดยา
หานชิงอวี่เอนตัวหลบหลีกท่าทีของหญิงสาวทั้งสองคน
แต่หญิงสาวทั้งสองคนที่แสดงสีหน้าเย้ยหยันใส่หานชิงอวี่ไปเมื่อครู่ กลับทำราวกับเป็นแฟนคลับตัวจริงแนบกายเข้ามาใกล้เขา
พวกเธอจ้องมองแพทย์หนุ่มด้วยแววตาเป็นประกาย แล้วพูดขึ้น
“หมอหานคะ พวกเราชอบคุณมานานแล้ว”
“หมอช่วยเขียนลายเซ็นให้เราหน่อยได้ไหมคะ?”
หานชิงอวี่หรี่ตามองหญิงสาวทั้งสองคนเย็นชา แล้วเอ่ยขึ้น
“ผมไม่รู้จักพวกคุณ อย่าพูดจาเหลวไหล”
“ตอนที่ผมมาถึงห้อง ก็เห็นว่าพวกคุณอยู่กับคุณเสี้ยว”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องมาอ้างว่ารู้จักผม”
เขาพูดพลางหันไปมองหลินเหม่ยเสวี่ย
เขายังจำได้ดี เขาเพิ่งบอกกับอีกฝ่ายอย่างเป็นนัยว่า ให้ระวังเสี้ยวจ้านอีไว้ดี ๆ
แม้ในตอนนี้จะไม่รู้เหตุผลแน่ชัดว่าทำไมหลินเหม่ยเสวี่ยถึงไม่ได้อยู่เคียงข้างเสี้ยวจ้านอี แต่คิดว่าเธอคงจะรู้สึกตัวแล้ว
เขาจึงหันไปหาหลินเหม่ยเสวี่ยแล้วเอ่ยขึ้น
“คุณหนูหลิน…”
แต่สิ่งหานชิงอวี่ไม่คาดคิดก็คือ เขายังไม่ทันจะพูดได้จบประโยค หลินเหม่ยเสวี่ยก็ชักสีหน้าเย็นชา แล้วเอ่ยกับเขา
“คุณหมอหาน แม้ก่อนหน้านี้ฉันจะขอบคุณคุณและไป๋ปิงสำหรับความช่วยเหลือของพวกคุณที่มีต่อฉันก็ตาม”
“แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องเชื่อเรื่องไร้สาระของคุณแบบไม่มีเงื่อนไข”
“เสี้ยวจ้านอีเขาบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล คุณคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอว่าเขาจะไปยุ่งกับผู้หญิงในโรงพยาบาล?”
“คุณจะติดต่อกับแฟนคลับก็ได้ แต่ฉันหวังว่าต่อไปนี้พวกเธอจะไม่มาสร้างความวุ่นวายในห้องของเสี้ยวจ้านอีอีก”
“ถึงฉันจะไม่ใช่หมอ แต่ฉันก็รู้ดีว่าการรบกวนเวลาพักผ่อนของผู้ป่วยนั้นไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของผู้ป่วย”
หานชิงอวี่อึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็มองหลินเหม่ยเสวี่ยด้วยความรู้สึกแปลกใจ
คิดไม่ถึงว่าหลินเหม่ยเสวี่ยที่ดูฉลาดหลักแหลม จะกลายเป็นคนโง่เมื่อมาอยู่ตรงหน้าเสี้ยวจ้านอี
คำโกหกที่ถูกจับผิดได้ง่ายขนาดนี้ เธอกลับมองไม่ออก
แต่บางที นี่อาจจะเป็นดังคำกล่าวที่ว่า คนที่อยู่ในเหตุการณ์ มักมองไม่เห็นความจริงก็ได้
หานชิงอวี่รู้ดีว่า ไม่ว่าเขาจะอธิบายไปเท่าไหร่ก็ไร้ผล
เพราะหลินเหม่ยเสวี่ยตัดสินใจไปแล้วว่า สามีของเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ ในขณะที่หญิงสาวทั้งสองคนเป็นปีศาจที่เขาพามาด้วยตัวเอง
ขณะที่พยาบาลสาวคนหนึ่งกำลังจะอธิบายแทน หานชิงอวี่ก็ยกมือขึ้นห้ามไว้
พยาบาลสาวมองแพทย์หนุ่มอย่างงุนงง ราวกับว่าต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่คำพูดของหานชิงอวี่ก็ทำให้เธอเข้าใจทันที
“อาการบาดเจ็บของคุณเสี้ยวดีขึ้นมากแล้ว”
“แต่ว่าแผลยังมีความเสี่ยงที่จะอักเสบอยู่ ควรฉีดยาแก้อักเสบอีกสักเข็มถึงจะดี”
หานชิงอวี่พูดพลางหันไปสั่งพยาบาลสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ใช้เข็มเบอร์หนึ่ง”
หลังพูดจบ พยาบาลสาวก็เข้าใจความหมายในทันที พร้อมกับหันมายิ้มหวานให้หมอหาน
“ได้เลยค่ะ”
การกระทำของหานชิงอวี่ไม่ได้ถือว่าผิดกฎแต่อย่างใด
การฉีดยาแก้อักเสบให้เสี้ยวจ้านอี ก็เป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการรักษาอยู่แล้ว
แต่ว่าจะใช้เข็มเบอร์ไหนฉีดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
ซึ่งเข็มเบอร์หนึ่ง ถือว่าเป็นเข็มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเข็มฉีดยา
“ฉะ… ฉีดยาเหรอ!?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่ เสี้ยวจ้านอีก็แสดงอาการหวาดกลัวออกมาทันที
เขาไม่คิดมาก่อนว่าในขั้นตอนของการรักษาจะมีขั้นตอนนี้อยู่ด้วย
เขาหันไปมองหานชิงอวี่แล้วพูดอย่างช้า ๆ
“ไม่ฉีดได้ไหมครับ หมอ… หมอหาน”
แต่ยังไม่ทันที่หานชิงอวี่จะตอบ เมื่อเขาเห็นดวงตาที่หรี่ลงของอีกฝ่าย เขาก็รู้คำตอบได้ทันที
เสี้ยวจ้านอีถึงกับใจหายวาบ เขามองไปยังหานชิงอวี่แล้วส่ายหน้ารัว ๆ
“ไม่เอา! ผมไม่ฉีดยา ผมไม่อยากฉีดยา!”
ตั้งแต่เด็กจนโตเขามักจะหลีกเลี่ยงการฉีดยาอยู่เสมอ
ทั้งยังเป็นลูกชายของคณบดี คณะแพทย์ในโรงพยาบาลจึงไม่วายเอือมระอาเด็กเอาแต่ใจคนนี้
แต่มาวันนี้ที่เขาตกอยู่ในมือของหานชิงอวี่ อีกฝ่ายคงไม่มีทางให้สิทธิพิเศษแก่เขาแน่ ๆ
เมื่อเห็นพยาบาลถือเข็มฉีดยาเดินมาที่เตียงแล้ว เสี้ยวจ้านอีจึงเหลือบมองคนเป็นภรรยาเพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่ปรากฏว่าหลินเหม่ยเสวี่ยก็ไม่ได้ช่วยเหลือเขา
เธอเพียงมองเสี้ยวจ้านอีแล้วพูดปลอบใจ
“นี่ก็เพื่อสุขภาพของคุณนะ อดทนหน่อยเถอะ”
หานชิงอวี่ที่เฝ้ามองอยู่ก็เลยเติมน้ำมันเข้ากองไฟ
“ถ้าคุณเสี้ยวไม่อยากฉีดยา เราตรวจเพิ่มเติมก็ได้”
เมื่อหลินเหม่ยเสวี่ยได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่ก็แอบดีใจ
จากนั้นก็หันไปพูดกับเสี้ยวจ้านอี
“หรือว่าพวกเราจะตรวจกันดีกว่านะ?”
เสี้ยวจ้านอีที่พอได้ยินว่ายังมีทางเลือกอื่นก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
แต่เมื่อคิดถึงการตรวจ เขาก็กลัวว่าอาการบาดเจ็บที่แท้จริงจะถูกเปิดเผย
ดังนั้น เขาจึงต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวดเอาไว้
เขาหันไปมองหานชิงอวี่ แล้วก็เหลือบไปมองหลินเหม่ยเสวี่ย ก่อนจะร้องไห้โฮออกมา
“การตรวจมันยุ่งยากเกินไป ผมฉีดยาก็ได้”
ดังนั้น ภายใต้การแนะนำของหลินเหม่ยเสวี่ย เข็มฉีดยาขนาดใหญ่ก็จิ้มเข้าไปในร่างกายของเสี้ยวจ้านอี
“ซี้ด——”
“โอ๊ยยยย!”
เดิมทีเสี้ยวจ้านอีเพียงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพราะเขาคิดว่าสามารถอดทนได้
แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าความเจ็บปวดที่เกิดจากการฉีดยา จะมีอาการปวดตามมาที่รุนแรงขนาดนี้
สีหน้าเขาแดงก่ำราวกับสีตับหมู อีกทั้งร่างกายก็สั่นสะท้านขึ้นทันที
ขณะที่เสี้ยวจ้านอีกำลังจะส่งเสียงร้องออกมาอย่างทนไม่ไหว พยาบาลก็ได้ดึงเข็มฉีดยาที่ฉีดเสร็จแล้วออกมา ก่อนจะใช้สำลีปิดไว้บนร่องรอยของเข็มฉีดยา
“ญาติมาช่วยกดไว้หน่อยนะคะ กดไว้นาน ๆ รอจนกว่าเลือดจะหยุดไหล แล้วก็ทิ้งสำลีไปได้เลย”
พยาบาลพูดกับหลินเหม่ยเสวี่ยที่เดินมาด้านหน้าเพื่อรับช่วงต่อ พลางปล่อยมือออก
หลังจากนั้น พยาบาลกับหานชิงอวี่ก็เดินออกจากห้องไป
หญิงสาวทั้งสองคนที่เดิมทีตั้งใจจะอยู่ต่อ แต่เมื่อเห็นสายตาของเสี้ยวจ้านอีแล้ว ทั้งสองก็เดินออกไป
“โอ๊ย โอ๊ย…”
เสี้ยวจ้านอีนอนอยู่บนเตียง ร้องครวญครางไม่หยุดปาก
ประการแรก เข็มฉีดยาเมื่อครู่มันเจ็บจริง ๆ และตัวเขาเองกลัวเข็มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ประการที่สอง เขาอยากจะใช้วิธีนี้เบี่ยงเบนความสนใจของหลินเหม่ยเสวี่ย
เสียวจ้านอีไม่อยากให้เธอถามถึงเรื่องผู้หญิงเมื่อครู่ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาคงไม่ดีแน่
แน่นอนว่าจนถึงตอนนี้ หลินเหม่ยเสวี่ยก็ยังไม่พูดถึงเรื่องผู้หญิงเมื่อครู่
แต่เธอกลับมีท่าทีลังเลที่จะเปิดประเด็นอื่นในตอนนี้
“ที่รัก ร้านเสริมสวยของฉันที่เมืองเจียงเฉิงเกิดเรื่องขึ้นแล้ว…”