ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 270 ข้อสงสัยของเจียงหลานหยวน
บทที่ 270 ข้อสงสัยของเจียงหลานหยวน
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง
ในรถยนต์สีขาวที่กำลังแล่นอยู่บนท้องถนน
เจียงหลานหยวนที่นั่งอยู่เบาะหลังร้องอุทานขึ้นมาอย่างตกใจ เพราะจู่ ๆ เธอก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าที่เบาะหลังเวลานี้ยังมีชายสวมหมวกแก๊ปอีกคนนั่งอยู่ด้วย
เนื่องจากรถติดฟิล์มกรองแสง จึงทำให้เมื่อครู่ไม่สามารถมองเห็นได้จากด้านข้าง
เจียงหลานหยวนจึงเอ่ยถามเจียงหวู่ที่นั่งอยู่เบาะหน้าอย่างระมัดระวัง
“พี่ รถคันนี้…”
“เป็นรถร่วมใช่ไหม?”
ตอนนี้เพิ่งรอดพ้นจากสถานการณ์อันตรายมาหมาด ๆ ความกล้าหาญที่เคยมีเมื่อเผชิญหน้ากับคนร้ายก็หายไปโดยไม่รู้ตัว
ประกอบกับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะเธอจะไปทดลองงานที่ร้านหม้อไฟในตอนกลางคืน สิ่งนี้จึงทำให้เธอรู้สึกผิดและรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเจียงหวู่อย่างบอกไม่ถูก
เมื่อครู่เขาก็เพิ่งจะตะโกนใส่เธอ ซึ่งเป็นท่าทีที่ไม่เคยได้รับจากพี่ชายคนนี้มาก่อน
เจียงหลานหยวนคิดว่าตัวเองกำลังถูกเกลียด เสียงที่ใช้พูดจึงเบามากจนแทบจะไม่ได้ยิน
เจียงหวู่ได้ยินเช่นนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้
เขาไม่ได้ตอบคำถามของเจียงหลานหยวนโดยตรง แต่กลับถามขึ้นมาแทน
“เป็นอะไรไปคุณหนูเจียง?”
“ทีก่อนหน้านี้ที่อยู่ต่อหน้าคนพวกนั้น ทำไมถึงดูมั่นใจนักล่ะ?”
“ยังไงก็ไม่ให้ฉันเซ็นสัญญา แถมยังบอกว่าไม่ให้ฉันมาที่แบบนี้เพื่อช่วยเธอ”
“แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้พูดเสียงเบานักล่ะ?”
น้ำเสียงที่ยังคงมีท่าทีหยอกล้อเล็กน้อยเช่นเคยในทุกครั้งที่พูดคุยกัน ทำให้เจียงหลานหยวนรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
เพิ่งจะหลุดพ้นจากสถานการณ์คับขัน บวกกับน้ำเสียงคุ้นเคยของพี่ชาย ทำให้หญิงสาวแทบจะร้องไห้ออกมาเลยทีเดียว
เธอพูดด้วยเสียงอู้อี้เล็กน้อย
“ยังจะพูดอีก!”
“สรุปว่าไปมีเรื่องกับคนพวกนี้ได้ยังไง พอกลับถึงเมืองเจียงเฉิงแล้ว ห้ามยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนี้อีกนะ ได้ยินไหม?”
แต่พอนึกถึงเรื่องที่พี่ชายของเธอเซ็นสัญญากับคนพวกนั้น
หัวใจของเจียงหลานหยวนที่เพิ่งจะสงบลงได้เมื่อครู่ ก็กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง
เธอพยายามทำเป็นไม่สนใจแล้วถามขึ้น
“ว่าเเต่ เมื่อกี้พี่ไปเซ็นสัญญาอะไรกับคนพวกนั้นรึเปล่า?”
“คงไม่เป็นอย่างที่คนพวกนั้นพูดจริง ๆ ใช่ไหม ว่าพี่จะไปรับผิดเเทนพวกเขา”
“ถ้าเซ็นสัญญาอะไรแบบนั้นไปแล้ว ถึงพี่จะช่วยฉันออกมาได้ ฉันก็จะไม่มีวันให้อภัยพี่ไปตลอดชีวิต!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เสียงของเจียงหลานหยวนก็สั่นเล็กน้อย
เธอรู้ดีว่า ไม่ว่าจะอย่างไร สัญญาฉบับนั้นก็มีผลทางกฎหมาย
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาก่อน ฝ่ายบริษัทเฝิงก็ยังได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายอยู่ดี
แต่หากพี่ชายของเธอเซ็นสัญญาฉบับนี้จริง เขาอาจจะต้องใช้ครึ่งชีวิตที่เหลืออยู่ภายในคุก
แล้วตอนนั้น…
เมื่อได้นึกถึงวันนั้น เจียงหลานหยวนก็เริ่มสะอื้นขึ้นทันที
เจียงหวู่แค่อยากจะปรับบรรยากาศให้ดีขึ้น แต่ไม่คิดว่าจะทำให้น้องสาวเกือบร้องไห้ออกมา
เขารีบตำหนิตัวเอง พลางพูดขึ้น
“วางใจเถอะ ฉันไม่ได้เซ็นชื่อลงบนสัญญานั่นแน่นอน”
“อีกเดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง…”
เจียงหลานหยวนยังคงสงสัยเกี่ยวกับคำถามนี้
เพราะเธอเห็นชัด ๆ ว่าพี่ชายของเธอเซ็นชื่อบนสัญญานั้นแล้ว คนพวกนั้นถึงได้ยอมปล่อยเธอออกมา
แต่ไม่น่าเชื่อว่า เจียงหวู่จะบอกว่าเขาไม่ได้เซ็นชื่อ
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้เจียงหลานหยวนไม่มีเวลาสนใจเรื่องนี้แล้ว เพราะตอนนี้ความสนใจของเธอเริ่มถูกดึงดูดไปยังเส้นทางนอกหน้าต่าง
เธอนั่งหลังตรงโดยไม่โดยไม่รอให้เจียงหวู่พูดจบ พลันจ้องเขม็งไปยังหน้าต่าง จากนั้นก็พูดกับเขาว่า
“พี่ นี่พี่เรียกรถผ่านแอปไหนเนี่ย”
“ดูเหมือนว่าเราจะหลงทางแล้วนะ”
“พวกนั้น คงไม่ใช่…”
ระหว่างที่พูด เจียงหลานหยวนก็หันไปมองคนขับและเหลือบตามองผู้โดยสารข้าง ๆ ที่สวมหมวกแก๊ป
เธอไม่คุ้นหน้าคนขับ แต่รู้สึกว่าผู้โดยสารที่อยู่ด้านข้างคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
แต่ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ไม่ได้ทำให้เธอสบายใจ กลับกัน มันยังทำให้เธอรู้สึกสงสัยมากขึ้นไปอีก
เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้สึกคุ้นเคยกับผู้โดยสารที่นั่งรถมาด้วยกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่เธอและพี่ชายหลบหนีออกมา กลุ่มคนเหล่านั้นก็ไม่ได้ตามมา
เมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เจียงหลานหยวนเกิดความคิดอันน่ากลัวขึ้นภายในใจ
นั่นคือ เฝิงเว๋ยคงส่งคนตามมาดักรอ และอาจจะอยู่ในรถคันนี้แล้ว…
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงหลานหยวน เจียงหวู่ก็หัวเราะออกมา
“เสี่ยวหยวน พี่ว่าจินตนาการของเธอมันบรรเจิดขึ้นทุกวันเลยนะ”
คราวนี้ ยังไม่ทันที่เจียงหวู่จะพูดจบ เจียงหลานหยวนก็ขัดจังหวะขึ้นมาและวิเคราะห์โดยตรง
“ไม่ใช่แบบนั้น!”
“พี่ เฝิงเว๋ยเจ้าเล่ห์เลือกจุดนัดพบที่รกร้างและเปลี่ยว ยิ่งเป็นตอนดึกแบบนี้ แท็กซี่แถวนั้นก็ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่”
“หากจะบอกว่า สิบถึงยี่สิบนาทีก็ยังเรียกรถไม่ได้ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ”
“แต่ว่าตอนนี้ รถคันนี้กลับมาถึงในห้านาที”
“พี่ไม่รู้สึกว่ามันแปลก ๆ รึไง?”
แต่ที่คิดไม่ถึงคือ เมื่อเจียงหวู่ได้ฟังคำพูดของเจียงหลานหยวนแล้ว เขากลับไม่ได้แสดงอาการหวาดระแวงต่อสิ่งรอบตัวเหมือนเธอ แต่กลับหัวเราะออกมาอย่างหนักกว่าเดิม
“ดีแล้ว ดีแล้ว สมแล้วที่เป็นน้องสาวของเจียงหวู่ ความคิดในเรื่องการป้องกันตัวเองสุดยอดจริง ๆ”
“แต่เธอลองสังเกตคนข้าง ๆ ที่โดยสารมาด้วยกันกับเราให้ดีสิ เขาเป็นใครกันแน่?”
เมื่อเจียงหวู่พูดประโยคนี้จบ เจียงหลานหยวนถึงกับอึ้งไป
คนที่โดยสารมาด้วยกันกับเราเป็นใคร?
เธอไม่เคยคิดถึงคำถามนี้มาก่อน
เมื่อเธอหันกลับไปเพื่อดูว่าใครคือบุคคลลึกลับที่สวมหมวกแก๊ปในตอนกลางคืน แต่จู่ ๆ คนลึกลับก็ถอดหมวกแก๊ปออกทันที
จากนั้นก็หันมามองเจียงหลานหยวนด้วยรอยยิ้ม
เจียงหลานหยวนถึงกับอึ้งไปเมื่อมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้า
เธอจ้องมองใบหน้าที่คุ้นเคย พลางถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“คุณหมอ… คุณหมอหาน?”
“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้?!”
สำหรับเธอแล้ว การที่จู่ ๆ หานนชิงอวี่ก็โผล่มาข้างกายราวกับมีเวทมนตร์ เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงมาก ๆ
เมื่อได้เจอหานชิงอวี่ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อครู่ก็หายวับไปกับตา
แต่แล้วคำถามใหม่ก็ผุดขึ้นมาในหัวสมองน้อย ๆ ของเจียงหลานหยวน
เพราะในระหว่างที่เธอถูกพามาที่นี่ เธอได้ยินคนพวกนั้นพูดถึงสถานการณ์ของเจียงหวู่
ได้ยินว่า เจียงหวู่เริ่มถูกจับตามองตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์จากเฝิงเว๋ยแล้ว
เวลาที่มีใครเข้าออกโรงแรมจะต้องมีการรายงานให้เฝิงเว๋ยรับทราบ
แล้วพี่ชายจะติดต่อกับหมอหานได้อย่างไรในช่วงเวลาอันสั้นแบบนี้?