ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 271 เรื่องหนุ่มหล่อฉลาด ฉันมีตัวเลือกอยู่แล้ว
- Home
- ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ
- บทที่ 271 เรื่องหนุ่มหล่อฉลาด ฉันมีตัวเลือกอยู่แล้ว
บทที่ 271 เรื่องหนุ่มหล่อฉลาด ฉันมีตัวเลือกอยู่แล้ว
“เธอคงไม่รู้อะไรเลยสินะ ฉันติดต่อกับหมอหานมาตั้งนานแล้ว”
เจียงหวู่พูดพลางเล่าเรื่องให้ฟังคร่าว ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เขาได้เจอกับหานชิงอวี่ และหลีกเลี่ยงการจับตามองของเฝิงเว๋ยหลังจากที่เจียงหลานหยวนหายตัวไป
เจียงหลานหยวน ฟังไปพลางรู้สึกโล่งใจ
หากหมอหานมาถึงโรงแรมช้ากว่านี้อีกก้าว เกรงว่าคนของเฝิงเว๋ยคงจะเห็นเข้าเสียแล้ว
ถึงอย่างไรเจียงหลานหยวนก็ยังไม่คลายความกังวลลงได้ เมื่อนึกถึงเรื่องสัญญาเมื่อครู่ขึ้นมา
ดังนั้นเธอจึงถามเจียงหวู่ขึ้นอีกครั้ง
“แล้วเรื่องสัญญาล่ะ?”
“พี่ ช่วยบอกความจริงฉันที เมื่อกี้พี่ไปเซ็นชื่อกับพวกคนเลวพวกนั้นรึเปล่า?”
“ไม่งั้น พวกเขาจะปล่อยให้เราจากไปได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร?”
เมื่อเจียงหวู่เห็นท่าทีร้อนรนของน้องสาว เขาก็แกล้งทำเป็นวางมาด ก่อนจะเงยหน้ามองเธอแล้วพูดขึ้น
“เซ็นแล้ว แต่ก็ไม่ได้เซ็น”
แม้จะรู้ว่าพี่ชายเป็นคนแบบนี้เวลาอยู่กับเธอ แต่เจียงหลานหยวนก็อดส่ายหน้าด้วยความกลุ้มใจไม่ได้
“หมายความว่ายังไงที่ว่าเซ็นแล้วแต่ก็ไม่ได้เซ็น!”
“ถึงพี่จะเซ็นไปแล้ว แต่พวกเรารับมือด้วยกันก็ได้นี่”
“และตอนนี้ยังมีคุณหมอหานอยู่ด้วย ถ้าพี่เล่ารายละเอียดทั้งหมดออกมา บางทีเขาอาจจะช่วยได้นะ!”
ตอนนี้เธอรู้สึกกังวลใจจริง ๆ
แต่ถึงอย่างไร ตอนนี้ก็เพิ่งจะรอดพ้นจากอันตรายมาได้ไม่นาน และเป็นพี่ชายที่ฝ่าฟันอุปสรรคอันตรายนานัปการ จึงช่วยชีวิตของเธอออกมาได้
ในสถานการณ์แบบนี้ เธอเองก็ไม่ได้อยากจะตำหนิพี่ชายของตัวเองเลยจริง ๆ
เจียงหวู่เห็นท่าทางแบบนี้ ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะไม่แกล้งน้องสาวต่อไป และอธิบายให้เธอฟังตรง ๆ
“สบายใจได้เลยเสี่ยวหยวน พี่ชายเธอเซ็นชื่อปลอมลงไปในสัญญานั้น”
ดวงตาของเจียงหลานหยวนเบิกกว้างขึ้นทันที แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวัง
แต่ด้วยความที่เจียงหวู่เป็นคนพูด เธอจึงยังรู้สึกว่าเรื่องนี้ดูจะไม่น่าเชื่อถืออยู่ดี
“ชะ…ชื่อปลอมเหรอ?!”
จริง ๆ แล้วการที่เจียงหลานหยวนจะรู้สึกประหลาดใจก็ไม่แปลกอะไรเพราะว่าตามความคิดของนักศึกษาอย่างเจียงหลานหยวนแล้ว ตั้งแต่เด็กจนโตเธอไม่เคยมีประสบการณ์หลอกลวงใครมากนัก
ทุกคนต่างก็สอนให้เธอซื่อสัตย์
ดังนั้นเมื่อได้ยินเจียงหวู่พูดว่าตอนที่เซ็นชื่อไปเมื่อครู่ใช้ชื่อปลอม เธอถึงกับรู้สึกช็อกไปชั่วขณะ
เจียงหลานหยวนมองเจียงหวู่ที่นั่งอยู่เบาะหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจนัก แล้วก็หันไปมองหานชิงอวี่ราวกับกำลังจะขอการยืนยันความจริงของเรื่องนี้
เมื่อเห็นว่าหานชิงอวี่ไม่ได้ปฏิเสธ เธอก็วางใจลงเล็กน้อย แต่ก็ยังมีข้อสงสัยอยู่บ้าง
“แล้วการเซ็นชื่อปลอมจะทำให้พวกเขาแยกไม่ออกเหรอ?”
“ฉันจำได้ว่าเมื่อกี้คนที่รับสัญญาไป เหมือนจะเหลือบมองชื่อบนเอกสารอยู่นะ!”
เมื่อเห็นว่าเจียงหลานหยวนยังคงมีข้อสงสัย เจียงหวู่ก็ยิ่งยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
เพราะเจียงหลานหยวนนักศึกษาที่มีความรู้กว่าเขามากมายนัก เมื่อได้เห็นว่าน้องสาวมาขอความรู้จากตน เจียงหวู่ก็อดหัวเราะคิกคักไม่ได้
“มองแวบเดียวแล้วจะได้อะไร ฉันเซ็นชื่อว่า เจียงหวู่ ต่างหาก!”
“หวู่ ที่แปลว่า เต้นรำ ไม่ใช่ หวู่ ที่แปลว่า ศิลปะการต่อสู้”
“หากพวกนั้นไม่ได้ดูดี ๆ ก็ดูไม่ออกหรอก!”
ตอนนี้เจียงหลานหยวนถึงได้เข้าใจในทันที
เห็นได้ชัดว่าคนที่ติดตามเฝิงเว๋ยมาวันนี้ไม่มีการศึกษาสักเท่าไหร่ ดูแล้วก็น่าจะหลอกได้ไม่ยาก
แม้จะมองออกว่าอักษรสองตัวของ ‘เจียงหวู่’ มีปัญหา แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้
เพราะในตอนนั้นเฝิงเว๋ยยังอยู่ในกำมือเจียงหวู่ และทุกการกระทำของเขาล้วนดึงดูดใจคนกลุ่มนี้
หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว ปฏิกิริยาแรกของพวกเขาก็คือช่วยเฝิงเว๋ยออกมาให้เร็วที่สุด ไม่ใช่มาจดจ่ออยู่กับลายเซ็นบนสัญญา
เมื่อเป็นอย่างนี้ การจับตัวเฝิงเว๋ยเป็นตัวประกันไม่เพียงแต่จะเพิ่มหลักประกันให้กับภารกิจนี้เท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้เกิดความวุ่นวายและทำให้ลายเซ็นดูเหมือนจริงได้อย่างเนียน ๆ!
“คุณหมอหาน ทั้งหมดนี้เป็นแผนของคุณเหรอคะ?”
เจียงหลานหยวนมองหานชิงอวี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
ในเวลานี้ ดวงตาของเธอเปรียบเสมือนมีดวงดาวนับล้านดวงส่องประกายอยู่
เจียงหวู่ที่เห็นแล้วก็เกิดความรู้สึกไม่พอใจ จึงพูดขึ้น
“เฮ้ย ๆ ๆ”
“หมายความว่าไงน้องสาว”
“ในสายตาของเธอ ฉันคิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้เลยรึไง?”
ฟังคำบ่นของพี่ชายตัวเอง บวกกับรู้ต้นสายปลายเหตุแล้ว ตอนนี้เจียงหลานหยวนจึงรู้สึกสบายใจอย่างมาก
เธอหัวเราะคิกคักพลางมองเจียงหวู่ที่นั่งเบาะหน้า
“แหะ ๆ ก็ต้องยอมรับ”
“เวลาที่พี่ชายมาช่วย มันดูเท่ดีนะ”
“แต่ว่า…”
พูดมาถึงตรงนี้ เจียงหลานหยวนก็แลบลิ้นออกมาอย่างขี้เล่น
“พี่ช่วยด้านกำลังก็พอ เรื่องหนุ่มหล่อฉลาดน่ะฉันมีตัวเลือกอื่นอยู่แล้ว”
เจียงหวู่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดกับเจียงหลานหยวน
“เฮ้อ เจ้าเด็กแสบ อยากโดนดีใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะตีให้!”
เจียงหลานหยวนหัวเราะอย่างร่าเริง
“งั้นก็บอกความจริงฉันยมาสิ ใครเป็นคนคิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา!”
“ฉันเดาว่าพี่คงไม่กล้าโกหกต่อหน้าคุณหมอหานหรอก ฉันจะคอยฟังว่าพี่จะแก้ตัวยังไง!”
“ฮึ!”
แม้เจียงหวู่จะถูกประโยคนี้ของเจียงหลานหยวนซัดจนอึ้งไปบ้าง แต่ก็ยังหัวเราะร่า แล้วมองไปยังหานชิงอวี่ที่นั่งอยู่เบาะหลัง และยังคงพูดตามเดิม
“เออ ๆ ก็เป็นอย่างที่เธอพูดนั่นแหละ”
“หมอหานนี่แหละที่คิดทุกอย่างเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว สมองของฉันคิดอะไรแบบนี้ไม่ได้หรอก!”
หานชิงอวี่ได้ฟังคำชมของพี่น้องคู่นี้ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“พอได้แล้ว พี่ชายของเธอก็มีส่วนสำคัญในเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยนะ”
“จากการเผชิญหน้ากันในช่วงนี้ เห็นได้ชัดว่าเฝิงเว๋ยก็รอบคอบขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน”
“ถ้าไม่มีการแสดงของพวกคุณพี่น้อง ก็คงไม่มีทางหลอกไอ้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวนั้นได้หรอก”
“ฉะนั้น ทุกคนก็มีความดีความชอบด้วยกันทั้งนั้น”
อันที่จริงหลังจากผ่านเหตุการณ์นี้มา หานชิงอวี่เองก็มีความก้าวหน้าขึ้นบ้างเหมือนกัน
ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ เขาเองแค่ต้องการพัฒนาวิชาแพทย์ของตนเอง
ผู้ป่วยในเคสผ่าตัดของเขานั้น จริง ๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับอุปกรณ์การเรียนการสอนและอาจารย์ใหญ่ในโรงเรียน
แต่ด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ ในช่วงนี้ เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ตัวเองไม่เหมือนกับตัวเขาในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ที่หมกมุ่นอยู่กับวิชาการและการค้นคว้าแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าสามารถกลมกลืนไปกับโลกใบนี้ได้มากขึ้น
ในแง่ของอารมณ์ความรู้สึก หานชิงอวี่ก็ก้าวหน้าอย่างมาก
และแล้วก็เป็นไปตามคาด หลังจากทั้งสองพี่น้องได้ฟังคำพูดของหานชิงอวี่ รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาก็ยิ่งกว้างมากขึ้น
หลังจากนั้น เจียงหลานหยวนก็พูดกับเจียงหวู่ที่นั่งอยู่เบาะหน้า
“เห็นไหมพี่ คนอย่างคุณหมอหานน่ะ เขาไม่รีบเอาความดีความชอบมาไว้ที่ตัวเองเลยนะ!”
หลังจากได้ยินเสียงพึมพำเป็นการตอบรับจากเจียงหวู่แล้ว เจียงหลานหยวนก็หันกลับมามองทิวทัศน์ด้านนอกที่ดูแปลกตา ก่อนจะถามคำถามเดิมซ้ำอีกครั้ง
“คุณหมอหาน เราจะไปไหนกันคะ?”
“ฉันจำได้ว่าเส้นทางนี้มันไม่น่าจะใช่ทางไปโรงแรมนะ”