ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 287 แสงเย็นวาบ
บทที่ 287 แสงเย็นวาบ
“นายน่ะเหรอ?”
ฉินซานไห่มองเจี๋ยเป่าครู่หนึ่ง ในใจรู้สึกลังเลเล็กน้อย
แต่หลังจากลังเลแล้ว เขาก็เริ่มคิดอย่างจริงจังว่าสิ่งที่เจี๋ยเป่าพูดนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่
ท้ายที่สุดแล้ว ตอนนี้ความขัดแย้งได้ทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากเจี๋ยเป่าที่อาสาสมัครด้วยตัวเองแล้ว เขาก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะใช้อะไรมาแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบัน
พูดตามตรงแล้ว นี่ก็เหมือนกับการรักษาม้าตายเหมือนม้าเป็น*[1]
ท้ายที่สุดแล้ว ตอนนี้เขากำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการประเมินโรงพยาบาล เขาจึงไม่อาจจะปกป้องหานชิงอวี่เหมือนก่อนหน้านี้ได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็มองหานชิงอวี่ที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่อีกครั้ง
เห็นว่าหานชิงอวี่กำลังหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา คุยกับใครบางคนผ่านทางวีแชต
ดูแบบนี้แล้ว คนที่คุยด้วยน่าจะเป็นอิงชื่อจ้ง
ฉินซานไห่ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ เขารู้สึกกังวลใจเล็กน้อย พูดกับเจี๋ยเป่าว่า
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นนายก็ไปลองดูแล้วกัน”
“ระวังวิธีการหน่อย อย่าทำพลาดล่ะ”
หลังจากพูดจบ เจี๋ยเป่าก็เดินไปยังทิศทางที่ญาติของคนไข้อยู่ เขายื่นมือออกมาพูดกับชายวัยกลางคนตรงหน้าว่า
“สวัสดีครับ ผมชื่อเจี๋ยเป่า รองผู้อำนวยการของแผนกศัลยกรรมทรวงอก”
“ผมมีส่วนร่วมในการผ่าตัดลูกชายของคุณ”
ประโยคนี้ทำให้ชายวัยกลางคนตรงหน้าเบนสายตาไปที่เจี๋ยเป่า ทันที
ถึงอย่างไร ต่อให้พูดคุยกับฉินซานไห่มากแค่ไหน เจ้าตัวก็เป็นคณบดีของโรงพยาบาล เขาจะไม่ลงมาจัดการเรื่องผ่าตัดนี้ง่าย ๆ แน่นอน
จากที่เห็น เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ตอนนั้นเท่าไหร่
ดังนั้น ตอนนี้เขาจึงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เจี๋ยเป่า
เขามองไปที่เจี๋ยเป่า แล้วถามด้วยเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
“งั้นคุณบอกมา! คุณบอกมาสิว่าตอนนี้อาการของลูกชายผมเป็นอย่างไรกันแน่!”
ได้ยินคำถามจากญาติผู้ป่วย เจี๋ยเป่ากลับส่ายหน้าแล้วพูดว่า
“ก่อนหน้านี้คณบดีฉินก็ได้อธิบายอาการของผู้ป่วยให้คุณฟังคร่าว ๆ แล้วนี่ครับ”
“ถึงแม้ตอนนี้อาการของผู้ป่วยจะดีขึ้น แต่ถ้าจะให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม อาจจะต้องสังเกตอาการต่ออีกระยะหนึ่ง”
ฟังประโยคนี้จบ ชายวัยกลางคนตรงหน้าก็หันหน้าไปอีกทางอย่างหงุดหงิด
จากนั้นเขาก็พูดกับเจี๋ยเป่าด้วยสีหน้ารังเกียจ
“แล้วที่คุณพูดมันไม่ใช่คำพูดที่ไร้สาระเหรอ?”
“สองวัน? ฉันจะไปรออีกสองวันได้ยังไง!”
“พวกคุณจะจ่ายค่าชดเชยให้พวกเราตอนนี้! หรือไม่ก็บอกมาซะว่าลูกชายของฉันจะหายเป็นปกติได้หรือเปล่า!”
ชายวัยกลางคนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ
ฉินซานไห่ขมวดคิ้วแล้วพูดกับเจี๋ยเป่าว่า
“เจี๋ยเป่า”
“เมื่อกี้ผมบอกคุณแล้วนะ ให้ระวังวิธีการหน่อย!”
“สถานการณ์ของคุณตอนนี้…”
ฉินซานไห่กลัวจริง ๆ ว่าญาติคนไข้ตรงหน้าจะมาทำเรื่องเอะอะในโรงพยาบาล
ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจริง ๆ โรงพยาบาลเมืองจินจะต้องตกรอบการประเมินในปีนี้แน่
หากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ตัวเขาเองในฐานะคณบดีของโรงพยาบาลก็คงหนีความรับผิดชอบไม่พ้น
เรื่องที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลเมืองจินปีนี้มีมากพออยู่แล้ว
เขาจำเป็นต้องใช้การประเมินครั้งนี้ ช่วยให้เขาได้รับความไว้วางใจจากผู้นำอีกครั้ง
แต่ฉินซานไห่ยังพูดไม่จบ เจี๋ยเป่าก็พูดขัดขึ้นมาประโยคหนึ่ง
เขามองชายตรงหน้าที่ดูร้อนใจ แต่ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
“คุณใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ผมรู้ว่าคุณกำลังร้อนใจ”
“ความรู้สึกของคุณตอนนี้ ผมก็เข้าใจดี”
ชายวัยกลางคนตรงหน้าเคยได้ยินคำพูดแบบนี้มาก่อนแล้ว เขาจึงมองเจี๋ยเป่าตรงหน้าอย่างเย็นชา แล้วพูดขึ้นมาว่า
“คุณเข้าใจอย่างไร?”
“คนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ไม่ใช่คุณ คนที่กำลังร้อนใจอยู่ตรงนี้ก็ไม่ใช่คุณ”
“พวกเราเก็บเงินส่งลูกชายมาโรงพยาบาลอย่างลำบากยากเข็ญ แต่สุดท้ายพวกคุณกลับบอกว่าการผ่าตัดมีปัญหา?!”
“จนถึงตอนนี้ อาการของลูกชายผมก็ยังคลุมเครืออยู่เลย!”
“นี่คือวิธีที่พวกคุณเข้าใจพวกเราหรือ?!”
เจี๋ยเป่ามองชายวัยกลางคนตรงหน้า พลางโบกมือด้วยความระอาใจเล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้น หากผมบอกว่าผมสามารถช่วยพวกคุณหาตัวการที่ทำให้ลูกชายของคุณต้องมานอนอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?”
เพียงประโยคเดียว ไม่เพียงแค่ทำให้ชายวัยกลางคนตรงหน้าชะงักค้างอยู่กับที่
ชั่วขณะหนึ่ง ญาติคนไข้คนอื่น ๆ ก็เป็นเหมือนชายวัยกลางคนที่ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่เช่นกัน
แม้แต่หมอที่ยืนตอนนี้ก็งงไปหมด
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ฉินซานไห่ดูเหมือนจะเข้าใจในทันทีว่า เจี๋ยเป่าต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เขาน่าจะต้องการหยิบเอาอิงชื่อจ้งมาใช้เป็นโล่กำบังกระสุนแน่นอน
แต่ตอนนี้ความผิดของอิงชื่อจ้งยังไม่ได้รับการยืนยัน จากภาพวิดีโอเมื่อครู่ การกระทำของแพทย์หนุ่มไม่ได้ผิดพลาดแต่อย่างใด
หากตอนนี้บอกชายวัยกลางคนไปว่า ผู้ร้ายที่ทำร้ายลูกชายของเขาก็คืออิงชื่อจ้งละก็…
บางทีอาจจะช่วยระงับอารมณ์ของเขาได้บ้างชั่วคราว แต่หลังจากนั้น ความโกรธของชายวัยกลางคนผู้นี้จะเปลี่ยนเป้าหมายจากโรงพยาบาลไปที่ตัวอิงชื่อจ้งทันที
สำหรับอิงชื่อจ้งแล้ว ทั้งหมดนี้มันยุติธรรมจริง ๆ หรือ?
ยังไม่ทันที่ฉินซานไห่ จะได้คิดให้กระจ่างในเรื่องพวกนี้ ชายวัยกลางคนก็เหมือนคนเสียสติ เขามองไปที่เจี๋ยเป่าแล้วเอ่ยปากถามว่า
“ใคร”
“ใครกัน!”
“ถ้าฉันรู้ว่าหมอไอ้เวรคนไหนก่อเรื่องอุบัติเหตุแบบนี้ขึ้นมา ฉันจะเป็นคนแรกที่หยิบมีดไปฟันมัน!”
ได้ยินชายวัยกลางคนพูดแบบนั้น ใจของฉินซานไห่ก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาทันที
เขารีบมองไปที่เจี๋ยเป่าแล้วเอ่ยปากพูดว่า
“เจี๋ยเป่า นายคิดจะทำอะไร?”
“นี่นายอยากให้ทุกคนในโรงพยาบาลมารับผิดชอบการกระทำของนายงั้นหรือ?”
เขารู้ว่าถ้าเจี๋ยเป่าบอกชื่อของอิงชื่อจ้งออกไปจริง ๆ ตอนนั้นคนที่จะต้องเดือดร้อนคงไม่ใช่แค่เจ้าตัวเท่านั้น
แม้กระทั่งหมอทุกคนที่ถูกดึงเข้ามาพัวพันในอุบัติเหตุครั้งนี้ ก็จะถูกคำพูดของเจี๋ยเป่าลากลงไปในห้วงลึกไม่มีที่สิ้นสุด
ตอนนี้ แม้แต่ความรับผิดชอบในการสอบยังไม่ได้กำหนดให้ดีเลย
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นกับอิงชื่อจ้งหรือกับคนอื่น ๆ ทั้งหมด ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่
แต่ถึงจะได้ยินคำพูดของฉินซานไห่ เจี๋ยเป่าก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย
ฉินซานไห่เห็นแบบนั้นเข้า เขาก็หันไปมองหลินหม่านซางแล้วตะโกนด่าว่า
“หมอหลิน คุณไม่คิดจะจัดการลูกศิษย์ของตัวเองหน่อยเหรอ?”
“ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?”
ขณะที่ฉินซานไห่กำลังจะใช้ตำแหน่งของหลินหม่านซางกดดันเจี๋ยเป่า ญาติผู้ป่วยที่ยืนอยู่ซึ่งก็คือชายวัยกลางคนคนนั้น กลับพูดขึ้นมาอย่างฉุนเฉียวว่า
“เรื่องนี้ห้ามใครยุ่ง!”
“ฉันรู้มานานแล้วว่าหมออย่างพวกแกก็เหมือนกันหมด ชอบช่วยเหลือกันเอง!”
“ถ้าวันนี้ไม่บอกชื่อคนนั้นมา พวกแกทุกคนอย่าหวังว่าจะได้ออกจากประตูห้องทำงานนี้ไปได้!”
พูดจบ ชายวัยกลางคนก็รีบเดินไปที่ประตูทางออกอย่างรวดเร็ว
มือของเขากำกรรไกรคมที่ไม่รู้ว่าหยิบมาจากที่ไหนแน่น
เหล่าหมอที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างมองภาพตรงหน้า แล้วก็มองแสงวาววับจากกรรไกร หัวใจของพวกเขาเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว
ตอนนี้พวกเขารู้สึกความเสียใจ ทำไมถึงต้องมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้ด้วย?
[1] รักษาม้าตายเหมือนม้าเป็น เปรียบเทียบเรื่องที่รู้ชัดว่าไม่มีความหวังแล้ว แต่ยังมีความหวังเลือนราง ลองพยายามเต็มที่ มักใช้หมายถึงความพยายามครั้งสุดท้าย