ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 301 การลงโทษ
บทที่ 301 การลงโทษ
“ผมไม่มีอะไรจะพูด”
“ยาตัวนี้ผมไม่ได้เป็นคนสั่งและผมก็ไม่เคยเจอคนไข้คนนี้มาก่อน”
“ส่วนสถานการณ์ตอนนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน”
“ผมรู้แค่ว่าถ้าคนไข้ไม่ได้รับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม เกรงว่าคงจะเกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ”
หมอหลินหม่านชางฟังคำพูดของหานชิงอวี่แล้วก็หันไปมองชายชราบนเตียง
แค่มองปราดเดียวก็รีบหันไปพูดกับคนข้างหลัง
“เร็วเข้า รีบเข็นผู้ป่วยไปที่ห้องฉุกเฉิน!”
เมื่อเห็นสองพี่น้องเหมือนจะขัดขวางตัวเอง หลินหม่านฉางก็ยิ้มให้สองคนตรงหน้า แล้วเอ่ยขึ้น
“พวกคุณสองคนสบายใจได้ หลักฐานเคสนี้เป็นที่แน่ชัดแล้ว ตอนนี้พวกคุณมีหลักฐานอยู่ในมือ ฉะนั้นต้องเก็บรักษาเอาไว้ให้ดี ๆ”
หลินหม่านฉางพูดไปพลางชี้กระดาษที่จดชื่อหานชิงอวี่ในมือของพี่ชายผู้ป่วย
ผู้เป็นพี่เงยหน้าขึ้นมองหลินหม่านฉางด้วยความสงสัยเล็กน้อย ทว่าก็เห็นหลินหม่านฉางคลี่ยิ้มกว้าง ไม่มีสีหน้าที่ทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดหรือลำบากใจ
แตกต่างจากบรรยากาศตึงเครียดในห้องพักผู้ป่วยก่อนหน้านี้มาก
หลินหม่านฉางเข้าใจประเด็นนี้เหมือนกัน จึงต้องการใช้ท่าทีของตนเองเพื่อให้ญาติผู้ป่วยทั้งสองตรงหน้าหลีกทาง
ท้ายที่สุดแล้ว หากมีปัญหาเกิดขึ้น เขาในฐานะผู้อำนวยการแผน อาจมีส่วนรับผิดชอบเรื่องนี้
ขณะเดียวกัน เขาก็ลอบยิ้มอยู่ในใจ
ไร้สาระชะมัด
แน่นอนว่ามันต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว
หากครั้งนี้สามารถทำให้หานชิงอวี่กลายเป็นเป้าโจมตี เกรงว่าคนที่หัวเราะสุดท้ายดังกว่าคงจะเป็นเขา ดังนั้น การสร้างความขัดแย้งระหว่างญาติผู้ป่วยทั้งสองตรงหน้ากับหานชิงอวี่ จึงไม่ส่งผลกระทบใดต่อเขาแม้แต่น้อย
เมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้เขาต้องได้หน้าอย่างแน่นอน
พี่น้องทั้งสองตรงหน้าปล่อยให้พวกเขาผ่านไป ก่อนทั้งคู่ที่ยืนอยู่ด้านหลังหลินหม่านฉางจะรีบวิ่งไปยังห้องพักผู้ป่วยทันที
หลังจากย้ายผู้ป่วยขึ้นเตียง ก็ส่งไปยังห้องตรวจฉุกเฉิน
แต่ในตอนนั้นพยาบาลน้อยที่ยืนอยู่ด้านหลังหานชิงอวี่เมื่อครู่ก็ก้าวออกมาพูด
“ผู้อำนวยการหลิน ฉันเป็นพยานได้จริง ๆ นะคะ”
“เมื่อครู่คุณหมอหานก็บอกแล้วว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้มาทำงาน วันนี้เพิ่งจะมาเข้าเวรดึกที่แผนกผู้ป่วย ฉันเช็คตารางเวรที่ส่งมาในกลุ่มแชทแล้ว ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ค่ะ”
“บางทีอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดก็ได้นะคะผู้อำนวยการหลิน”
พยาบาลสาวพูดไปพลางยื่นโทรศัพท์มือถือในมือให้หลินหม่านฉางดู
ทว่าหลินหม่านฉางกลับปัดแขนของพยาบาลสาวที่ถือโทรศัพท์มือถืออยู่ไปด้านข้าง จากนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“หมายความว่ายังไง”
“หรือเธอคิดว่าการตัดสินใจของฉันครั้งนี้ไม่ยุติธรรมพอ?”
“เธอเพิ่งมาทำงานที่โรงพยาบาลได้ไม่กี่วันใช่ไหม แทนที่จะดูว่าตัวเองมีข้อบกพร่องตรงไหน กลับมาจับผิดพวกเราที่เป็นหัวหน้าแพทย์เสียได้!”
“อีกหน่อยพวกเธอที่เพิ่งมาใหม่ก็จะกลายเป็นผู้กำหนดทุกอย่างเลยสินะ!”
หลินหม่านฉางด่าพยาบาลสาวตรงหน้าชุดใหญ่ ทำให้ญาติผู้ป่วยสองคนรู้สึกสะใจ
เพราะเมื่อครู่พยาบาลสาวช่วยพูดแทนหานชิงอวี่น่ะสิ
หานชิงอวี่หรี่ตาลงแล้วพูดกับหลินหม่านฉางว่า
“คุณหลินจูเหริน เรามาพูดถึงเรื่องนี้กันตรงๆ เถอะ”
“หรือว่าคุณคิดว่าตัวเองจะไม่มีทางทำผิดพลาดเลยเหรอ ถ้าคุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของผม เราไปคุยกันในห้องคณบดีเถอะครับ!”
หานชิงอวี่รู้ว่า ในโรงพยาบาลตอนนี้ ฉินซานไห่ยังค่อนข้างใส่ใจเขาและอีกอย่างเรื่องนี้เขาก็เป็นฝ่ายถูกด้วย
ฉะนั้นเขาจึงอยากไปหาฉินซานไห่ เพื่อให้อีกฝ่ายช่วยไขปัญหา
แต่สิ่งที่เขาคิดไม่ถึงคือ เพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ฉินซานไห่กำลังติดแหงกอยู่บนเรือรบของหลินหม่านฉางและเจี๋ยเป่าแล้ว
ดังนั้นฉินซานไห่จึงตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
จากนั้นก็หัวเราะเบา ๆ แล้วหันไปมองเจี๋ยเป่าที่อยู่ด้านหลังด้วยสายตาลึกซึ้ง
“ได้ งั้นพวกเราไปถามคณบดีให้ชัดเจนไปเลย!”
……
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ณ ห้องทำงานของคณบดี
เมื่อได้ยินว่าแผนกผู้ป่วยในเกือบจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น ฉินซานไห่ก็รีบร้อนมุ่งหน้ามาที่โรงพยาบาลทันที เดิมทีเขาก็พักอยู่ใกล้ ๆ โรงพยาบาลอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมาถึงออฟฟิศได้อย่างรวดเร็ว
ตอนนี้กำลังนั่งฟังจากเจี๋ยเป่าและหานชิงอวี่เล่าเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ฟัง
ส่วนหลินหม่านฉางตอนนี้นั่งอยู่ด้านข้าง เชิดหน้าขึ้นโดยไม่พูดอะไร
แค่มองก็รู้ว่านี่คือท่าทีที่โอ้อวดต่อหน้าคณบดี
หานชิงอวี่เอ่ยกับฉินซานไห่ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“คณบดีฉิน คุณเองก็ทราบเรื่องนี้ ผมเพิ่งมาเข้าเวรที่แผนกผู้ป่วยใน แถมยังเป็นกะกลางคืนอีกต่างหาก”
“เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีโอกาสทำเรื่องแบบนี้”
“ดังนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีปัญหาแน่ ๆ”
หานชิงอวี่พูดจบแล้วก็หันไปมองหลินหม่านฉางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
ตอนนี้เขาถึงได้รู้สึกว่าบรรยากาศในห้องทำงานดูแปลก ๆ ไปสักหน่อย ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะอย่างไร ฉินซานไห่ยืดแต่ผลประโยชน์ของโรงพยาบาลเป็นหลักเสมอ
แต่ตอนนี้ฉินซานไห่ตรงหน้ากลับดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังแอบมองไปทางหลินหม่านฉางที่ยืนอยู่ข้าง ๆเป็นระยะ ๆ ก็
ดูเหมือนจะคอยสังเกตสีหน้าของหลินหม่านฉาง
ฉินซานไห่ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของหานชิงอวี่ เขาจึงกระแอมไอสองสามทีแล้วหันไปพูดกับหลินหม่านฉางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ว่า
“ผู้อำนวยการหลิน คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ”
หลินหม่านฉางแสดงท่าทีไม่แยแส พลางกวาดสายสำรวจสีหน้าของหานชิงอวี่อย่างหยิ่งผยอง
“ต้องบอกว่าเราควรเอาความทุ่มเทแบบนี้หมอหานเป็นแบบอย่าง”
“ทุ่มเทอะไร หน้าด้านน่ะสิไม่ว่า!”
“ญาติคนไข้เพิ่งให้ผมดูยาที่หมอหานจ่ายให้คนไข้ แต่ตอนนี้หมอหานกลับมีเหตุผลไม่ยอมรับ! ถ้าไม่ยอมรับเรื่องที่เป็นหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ ต่อไปโรงพยาบาลของเราจะยังมีความน่าเชื่อถืออยู่อีกเหรอ!”
“ต่อไปจะอธิบายกับคนหนุ่มสาวในโรงพยาบาลยังไง”
“หรือจะบอกว่าหมอหานชิงอวี่มีฝีมือดี ก็เลยเป็นข้อยกเว้นได้งั้นเหรอ”
ฉินซานไห่ฟังคำพูดยาวเหยียดของหลินหม่านฉางแล้วรีบยกมือห้ามทันที
จากนั้นเขาก็ถามขึ้นว่า
“พอแล้วครับผู้อำนวยการหลิน”
“ผมถามความเห็นคุณ ไม่ได้ถามว่าคุณมองเรื่องนี้ยังไง!”
หลินหม่านฉางไม่คิดว่าในเวลาแบบนี้ ฉินซานไห่จะยังกล้าขัดจังหวะคำพูดของเขา ในสายตาของเขา การกระทำแบบนี้ถือเป็นการดูถูกเขาและเป็นการปกป้องหานชิงอวี่
เขาจึงทุบโต๊ะตรงหน้าด้วยความโมโหเล็กน้อย จากนั้นพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“จะทำยังไงได้อีก!”
“ความเห็นของผมง่ายมาก ติดต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลของพวกเขา ไล่ออกทันที!”
“หมอแบบนี้ พวกเราไม่ต้องการ!”