ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 302 ปล่อย
บทที่ 302 ปล่อย
“คุณหมายถึงไล่ออกใช่ไหม?”
ฉินซานไห่ได้ยินคำพูดอันดุดันจากหลินหม่านฉางก็อุทานด้วยสีหน้าตกใจ เห็นได้ชัดว่าแม้แต่เขาเองก็คาดไม่ถึงกับสิ่งที่หลินหม่านฉางพูดออกมา
อย่างไรก็ตามคำพูดของหลินหม่านฉางนั้นอุกอาจเสียเหลือเกิน
ไม่ต้องพูดถึงหานชิงอวี่ด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะในแง่ของทักษะหรือพื้นฐาน แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่าเขาไม่ใช่นักศึกษาแพทย์ธรรมดา
แต่ถึงแม้จะเป็นนักศึกษาแพทย์ธรรมดาทั่วไป ตอนนี้โรงพยาบาลก็ไม่กล้าที่จะไล่ใครออกง่าย ๆ หรอก
ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาในแง่เทคนิคหรือความต้องการทรัพยากรบุคคลของโรงพยาบาล คำขอของหลินหม่านฉางก็ดูไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
ทว่าหลินหม่านฉางไม่สนใจคำพูดของฉินซานไห่ แต่กลับกอดอกมองตรงไปที่อีกฝ่ายเงียบ ๆ
ดวงตาคู่นั้นราวกับกำลังบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเองเลย ตนเองแค่เป็นผู้สังเกตการณ์เฉย ๆ
หลังจากนั้นฉินซานไห่ก็เข้าใจแล้วว่า หลินหม่านฉางที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้ตั้งใจดำเนินการตามขึ้นตอนอย่างยุติธรรม
สิ่งที่หลินหม่านฉางต้องการทำ คือการดึงเขาไปอยู่ฝ่ายของตนเองอย่างสมบูรณ์
การไล่หานชิงอวี่ออกก็เป็นเหมือนการส่งสัญญาณจงรักภักดี จากนั้นหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก ฉินซานไห่ก็จะกลายเป็นคนของหลินหม่านฉางอย่างเต็มตัว
หลินหม่านฉางจะเริ่มปฏิบัติต่อฉินซานไห่ในฐานะพันธมิตร
ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไร ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก
เมื่อคิดถึงตรงนี้ฉินซานไห่ก็ลอบด่าในใจ
จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์!
นอกจากนี้ ไม่ว่าจะมองจากบรรยากาศในที่เกิดเหตุหรือจากสีหน้าของหลินหม่านฉาง ฉินซานไห่ก็สัมผัสได้เลือนรางว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ และอาจจะเป็นหลินหม่านฉางเองที่วางแผนทำให้หานชิงอวี่ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต
เมื่อเห็นฉินซานไห่มีท่าทางลังเล ใบหน้าของหลินหม่านฉางก็มืดลงอย่างเห็นได้ชัด
เขามองไปที่ฉินซานไห่สีหน้าหม่นหมองแล้วเอ่ยปากพูดว่า
“เป็นอะไรไปคณบดีฉิน เรื่องนี้ตัดสินใจยากขนาดนั้นเลยเหรอ”
ฉินซานไห่ไม่สนใจความเห็นมากมายของหลินหม่านฉางเมื่อครู่ แต่เอ่ยปากพูดกับหลินหม่านฉางตรงหน้าว่า
“ผมจะคิดวิธีการจัดการเรื่องนี้เอง”
“พวกคุณออกไปก่อนเถอะ ผมอยากคุยกับเสี่ยวหานตามลำพัง”
เจี๋ยเป่าที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นก็อยากจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างกับฉินซานไห่ แต่สุดท้ายก็ถูกหลินหม่านฉางขวาง
ก่อนจะได้ยินหลินหม่านฉางพูดกับฉินซานไห่ด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“ตกลง”
“เจี๋ยเป่า พวกเราไปกันเถอะ”
“แม้ว่าตอนนี้คณบดีฉินจะมีความคิดมากมายในใจ แต่ผมเชื่อว่าคณบดีฉินจะตัดสินใจอย่างมีเหตุผล”
หลังจากพูดจบ เขาก็พาเจี๋ยเป่าก้าวไปที่ประตูทางออก ก่อนจะจากไปอย่างผึ่งผาย
เมื่อเห็นทั้งสองคนจากไป ฉินซานไห่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วหันกลับไปมองที่หานชิงอวี่อีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้แววตาของเขากลับเจือด้วยความรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย
หานชิงอพูดกับฉินซานไห่อย่างไม่อ้อมค้อม
“คณบดีฉิน เรื่องราวตอนนี้น่าจะชัดเจนแล้ว”
“เรื่องนี้ผมถูกใส่ร้ายชัด ๆ คุณก็รู้ว่าก่อนหน้านี้ผมเพิ่งกลับมาที่หอพัก ไม่มีทางที่จะมีเวลาจ่ายยาให้ผู้ป่วยได้เลย”
“ผมขอให้คุณจัดคนเพื่อสืบสวนเรื่องนี้โดยเฉพาะ”
ฉินซานไห่ได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่ก็หัวเราะขื่นขม จริง ๆ แล้วเขาก็รู้ดีว่า ตอนนี้หานชิงอวี่กำลังถูหลินหม่านฉางและเจี๋ยเป่าใส่ร้าย
ก่อนหน้านี้หลินหม่านฉางเคยบอกกับเขาว่า มีวิธีที่จะจัดการหานชิงอวี่ให้แพ้ราบคาบ
ดังนั้นฉินซานไห่จึงหันไปมองที่หานชิงอวี่ตรงหน้าอีกครั้ง
เพียงแต่ครั้งนี้เขาพูดกลับเอ่ยตะกุกตะกัก
“เสี่ยวหาน เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรอก เพราะผมสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างราบรื่น สิ่งที่พวกเราควรจะคุยกัน ควรจะเป็นเรื่องของอิงชื่อจ้ง”
หลังจากได้ฟังคำพูดของฉินซานไห่ หานชิงอวี่ยิ่งรู้สึกว่าฉินซานไห่วันนี้ดูแปลกไปจากปกติ
การพูดถึงเรื่องของอิงชื่อจ้งในตอนนี้ ทำให้หานชิงอวี่รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ ดังนั้นเขาจึงมองหน้าฉินซานไห่อย่างจริงจังแล้วพูดว่า
“คณบดีฉิน คุณรู้อะไรบางอย่างใช่ไหม”
“หรือว่าคุณก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างถึงไม่อยากให้ผมยุ่งกับเรื่องนี้อีกต่อไป”
ฉินซานไห่ได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่แล้ว อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความสามารถในการสังเกตของหานชิงอวี่ในใจ
หลังจากนั้นมันยิ่งทำให้เขาตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะปิดบังเรื่องนี้จากหานชิงอวี่ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน หานชิงอวี่ก็เป็นคนที่มีความสามรถ
ถ้าปล่อยให้คนที่มีความสามารถแบบนี้พัฒนาขึ้นมาจนประสบความสำเร็จ อย่างน้อยก็ทำให้หัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกปลอบประโลมอยู่บ้าง
เขาจึงทำหน้านิ่งแล้วพูดกับหานชิงอวี่ว่า
“เสี่ยวหาน ฉันบอกไปแล้ว”
“เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้นายยุ่งอีกต่อไป! สิ่งที่นายต้องทำตอนนี้คือ ไปคุยกับอิงชื่อจ้งให้ยอมรับผิดเรื่องนี้”
“ฉันรับรองได้ว่า หลังจากที่อิงชื่อจ้งยอมรับผิดเรื่องนี้แล้ว โรงพยาบาลของเราจะไม่มีการลงโทษอิงชื่อจ้งและคุณอีกแน่นอน”
หานชิงอวี่ได้ยินคำพูดของฉินซานไห่แล้วก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ในใจของเขาคิดว่า ฉินซานไห่ไม่ควรพูดประโยคนี้ออกมา
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ ตอนนี้ฉินซานไห่ถูกคู่หูอาจารย์-ลูกศิษย์อย่างหลินหม่านฉางและเจี๋ยเป่าจับจุดอ่อนได้แล้ว
ดังนั้น ถึงแม้ก่อนหน้านี้ ฉินซานไห่จะใช้ความพยายามอย่างมากในการสนับสนุนหานชิงอวี่ แต่ฉินซานไห่ในตอนนี้ก็ต้องพยายามลดผลกระทบของเรื่องเหล่านี้ที่มีต่อโรงพยาบาลให้ได้มากที่สุด
ส่วนอิงชื่อจ้งผู้เสียสละในสายตาของฉินซานไห่ เขาก็ค่อนข้างน่าสงสารอยู่บ้าง แต่หากให้เขาเลือกปกป้องคนใดคนหนึ่งระหว่างหานชิงอวี่กับอิงชื่อจ้ง เขาก็ยังคงเลือกที่จะปกป้องหานชิงอวี่อยู่ดี
ทว่าอย่างไรก็ตาม ท่าทางของหานชิงอวี่ทำให้การกระทำเช่นนี้ของฉินซานไห่ล้มเหลวอย่างแน่นอน
เขามองไปที่ฉินซานไห่ตรงหน้าและกลับยิงคำถามอื่นออกไป
“คณบดีฉิน โรงพยาบาลเมืองจินมียาจำนวนมากที่ซื้อมาจาก Han Technology ใช่ไหมครับ”
ฉินซานไห่ได้ยินคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อสนทนานี้ ตอนแรกเขาก็งงงวยไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก็พยักหน้า
“ใช่แล้ว ตอนนี้ยาส่วนใหญ่ของพวกเราถูกผลิตโดย Han Technology ตั้งแต่ครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ของคุณมาที่นี่ เราก็ได้สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้น”
“ตอนนี้โรงพยาบาลของเราได้รับสินค้าจาก Han Technology พร้อมส่วนลดที่น่าพอใจ”
“เรื่องนี้ผมรู้สึกขอบคุณ Han Technology ของพวกคุณเป็นอย่างมาก”
ฉินซานไห่พูดไปเรื่อย ๆ แต่ในใจกลับไม่รู้ว่าหานชิงอวี่กำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่ หรือว่าเขากำลังจะฉวยโอกาสนี้สร้างภาพให้กับ Han Technology?
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็คงจะลำบากสักหน่อย
ขณะที่ฉินซานไห่กำลังต้องอยู่ในห้วงความิด คำพูดประโยคหนึ่งของหานชิงอวี่ก็ทำให้หัวของเขาอื้ออึงไปหมด