ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 402 การตอบโต้ของหานชิงอวี่
เสียงของหานชิงอวี่ดังก้องสะท้อนอยู่ภายในห้องโถง ดวงตาของเขาเผยความเย็นชา
“ผมจะบอกให้พวกคุณรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็นแผนของใครบางคนที่ต้องการทำลายชื่อเสียงและธุรกิจของเรา! และผมจะไม่ยอมให้พวกเขาทำสำเร็จ!”
“พวกคุณคิดให้ดี ๆ นะครับ ผมให้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง!”
หลังจากพูดจบ หานชิงอวี่ก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาต่อไป
…
ในขณะที่หานชิงอวี่กำลังสอบสวนคนเหล่านั้นอยู่
ภายในอาคารสำนักงานของฮั่วหัวฉวี เขากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน รับชมข่าวในโทรทัศน์อย่างตั้งอกตั้งใจ
ข่าวนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ที่โรงงานยาของหานชิงอวี่
แต่เขากลับดูแค่ช่วงแรก ๆ และไม่ได้รอดูในตอนท้าย
“เจ้านาย เราไปทำให้ตระกูลหานโกรธแบบนี้…ถ้าเกิดอะไรขึ้น…” ผู้จัดการคนหนึ่งในสำนักงานของเขาเอ่ยขึ้นมาด้วยความกังวล
“คิดจะพูดอะไร?” ฮั่วหัวฉวีขมวดคิ้วและเอ่ยขัดจังหวะคำพูดของอีกฝ่าย
“เจ้านาย ถ้าการกระทำของเรากระทบกับธุรกิจของเราด้วย มันจะไม่คุ้มค่าเลยนะครับ รอสิบปีแก้จะแค้นก็ไม่สาย แต่วิธีที่เราทำอยู่ตอนนี้มันดูรีบเร่งเกินไป!”
ผู้จัดการคนนั้นรู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่แรกแล้ว โดยเฉพาะการใช้ชื่อเสียงของโรงงานยาของคนอื่นมาทำเป็นเรื่องร้ายแรงแบบนี้
“ฮึ่ม มีอะไรต้องกลัว? พวกเขามีคนหนุนหลัง เราเองก็มีเหมือนกัน!” ฮั่วหัวฉวีขมวดคิ้วและเอ่ยเสียงเข้ม
“เจ้านาย เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่ชัยชนะในระยะสั้น แต่ต้องคิดถึงอนาคตด้วย! ถ้าเราโจมตีตระกูลหานจริง ๆ มันอาจกระทบชื่อเสียงของเราด้วย และธุรกิจของเราก็จะยิ่งเป็นไปได้ยากขึ้น” ผู้จัดการถอนหายใจและพยายามพูดโน้มน้าวต่อไป
ฮั่วหัวฉวีหัวเราะเยาะและกล่าวด้วยความโกรธ “แล้วคิดว่าฉันกลัวเขาหรือไง? ตระกูลหานอาจจะมีอิทธิพลก็จริง แต่เราเองก็มีอำนาจเหมือนกัน! ถ้าเรามีอำนาจมากพอ แล้วเราจะกลัวอะไร?”
ผู้จัดการคิดจะพูดโน้มน้าวต่อ แต่เมื่อเห็นโทรศัพท์บนโต๊ะของฮั่วหัวฉวีสว่างวาบขึ้น เขาจึงหยุดพูดไป
ฮั่วหัวฉวีรับสายทันที
“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง จัดการเรียบร้อยหรือยัง?” เสียงจากปลายสายเป็นเสียงของคนแก่
“เจ้านาย ไม่มีปัญหาเลยครับ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” ฮั่วหัวฉวีพยักหน้าอย่างหนักแน่นและตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ดี คอยหาทางเข้าไปแทรกแซงและยึดธุรกิจของตระกูลหานในเมืองจินซะ ถ้าไม่ได้ก็ทำให้พวกเขาหายไปจากเมืองจินซะ!” เสียงคนแก่จากปลายสายพูดอีกครั้ง
“เข้าใจแล้วครับเจ้านาย! ผมจะจัดการให้เอง!” ฮั่วหัวฉวีเป็นคนฉลาด เขาเข้าใจความหมายในคำพูดของเจ้านายทันที
“ดีมาก! เรื่องนี้ฉันต้องฝากนายด้วย ทำให้เต็มที่!” เสียงคนแก่จบก็วางสายไป
หลังจากวางสายจากอีกฝ่าย ฮั่วหัวฉวีก็โทรหาใครบางคน “ไปติดต่อกับนักแสดงที่เราเตรียมไว้ ทำให้เรื่องมันใหญ่ขึ้น”
“รับทราบ!” เสียงตอบรับจากปลายสายดังขึ้นก่อนจะวางสายไปอย่างรวดเร็ว
…
ในขณะที่ฮั่วหัวฉวีกำลังยินดีในความสำเร็จของแผนการ
ทางฝั่งหานชิงอวี่นั้น การสอบสวนก็ใกล้จะเสร็จสิ้นลงแล้ว
“ครึ่งชั่วโมงแล้ว พวกคุณคิดยังไงบ้างล่ะ? ไม่ใช่ว่าจะกล่าวหาผมว่ากักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไง โทรแจ้งตำรวจสิ! ถ้าพวกคุณไม่แจ้ง ผมนี่แหละจะเป็นคนแจ้งเอง! จากข้อหาที่พวกคุณมี อย่างน้อยก็ต้องติดคุกสักสิบปีแปดปี อย่าคิดว่าจะได้ออกมาได้ง่าย ๆ!”
หานชิงอวี่พูดพลางมองไปที่คนกลุ่มนั้น
“คุณหาน โปรดอย่าแจ้งตำรวจเลยนะ พวกเรารู้ตัวว่าผิดไปแล้ว กรุณาให้อภัยเราด้วยเถอะ!”
“ใช่ครับ พวกเราก็แค่พยายามหากินน่ะ ครั้งนี้เป็นพวกเราเองที่ไม่รู้จักแยกแยะ!”
“คุณหาน พวกเราแค่ถูกหลอกให้มาทำเท่านั้นเอง…”
“ใช่แล้ว โปรดให้อภัยพวกเราสักครั้งเถอะ!”
กลุ่มคนเริ่มร้องขอความเมตตาจากหานชิงอวี่ พวกเขารู้ดีว่าหานชิงอวี่ไม่ได้ล้อเล่น
“คุณหาน ที่จริงแล้ว พวกเราก็ไม่ได้มีอะไรมากมายเลย เราเป็นแค่นักแสดงที่รับบทเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ที่โรงละคร…”
“เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีคนมาติดต่อเราให้แสดงละครแบบนี้…เราก็เลยมา”
กลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็นญาติพากันออกมาอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ถ้างั้นผมขอถามพวกคุณว่า ใครเป็นคนสั่งให้พวกคุณทำ?” หานชิงอวี่ถามด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
“เราก็ไม่รู้หรอก เราแค่ถูกจ้างมาจากคนคนหนึ่ง เราทำตามเวลาที่กำหนด รับเงินทำงาน และไม่เคยติดต่อกันอีกเลย”
“คุณหมอหาน ภารกิจครั้งนี้ดูเหมือนจะล้มเหลวแล้ว เราคงไม่ได้รับเงินสักหยวนแล้วละ!”
“เรื่องนี้ถ้าคนจำเราได้ มันคงจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา…”
พวกเขาต่างก็พูดกันไปมาไม่หยุด
หานชิงอวี่รับฟังและพอจะเข้าใจเรื่องราวได้คร่าว ๆ แล้ว
“ถ้างั้นเอาแบบนี้! เขาสัญญาว่าจะให้เงินพวกคุณเท่าไหร่ ผมจะให้พวกคุณเป็นสองเท่า! และถ้ามีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม ผมจะให้เงินเพิ่มอีก!”
หานชิงอวี่ยื่นข้อเสนอด้วยความมั่นใจ เพราะคนที่พูดจาหวานหูเหล่านี้อาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่กับหานชิงอวี่ พวกเขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้
“ดีครับ ๆ ขอบคุณมากครับคุณหาน!”
“คุณหานสุดยอดมาก…”
กลุ่มคนที่ได้ยินข้อเสนอนั้นก็ไม่เสแสร้งอีกต่อไป เริ่มพูดจายกยอหานชิงอวี่
ขณะที่หานชิงอวี่กำลังจะพูดอะไรเพิ่ม เขาก็เห็นสายที่ไม่ได้รับ
เป็นสายจากพ่อของเขา
“พ่อครับ มีอะไรหรือเปล่า?” หานชิงอวี่ถามด้วยท่าทางที่ดูไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก เพราะตอนนี้เขากำลังจัดการเรื่องต่าง ๆ อยู่
“ได้ยินว่าบริษัทของลูกมีปัญหาอีกแล้ว ต้องให้พ่อช่วยไหม?” หานเหวินซานถามเสียงเข้ม
“ไม่เป็นไรครับพ่อ พวกเราจัดการได้ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” หานชิงอวี่ตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“ลูกต้องทำงานหนักเลยนะ ถ้ามีปัญหาอะไรและต้องให้พ่อช่วยเข้ามาจัดการ ลูกต้องกลับไปปักกิ่งเพื่อรับช่วงกิจการของครอบครัว!” หานเหวินซานกล่าวจบก็ตัดสายไป
หานชิงอวี่หันไปมองหวังปินที่อยู่ข้าง ๆ เขารู้สึกเหมือนมีคนกำลังจับตามองเขาอยู่
“เอาละ ทุกคนแยกย้ายกันไปได้แล้วนะครับ พอกลับไปแล้วก็เพิ่มเขาในรายชื่อผู้ติดต่อ ถ้ามีอะไรต้องการก็บอกเขา!”
“แต่อย่าคิดจะอยู่ที่นี่นานเกินไป ถ้าทำให้ผมหงุดหงิด ผมจะส่งพวกคุณเข้าคุกแน่!”
หานชิงอวี่ย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขณะมองไปที่กลุ่มคน
“ไม่ต้องห่วงครับคุณหาน พวกเราไม่คิดจะมีปัญหากับคุณอีกแล้ว!”
“ใช่ ๆ เราก็แค่ถูกหลอก…”
กลุ่มคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน
วันนี้หานชิงอวี่ได้เห็นว่า คำกล่าวที่ว่า ‘มีเงินก็ใช้ผีโม่แป้ง’*[1] นั้นเป็นเรื่องจริง ในเมื่อมีผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง เรื่องที่สามารถใช้เงินแก้ไขได้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
“ทุกคน โปรดตามพวกเราออกไปด้วย!” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประตูเห็นว่าปัญหาทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงกล่าวเสียงเข้ม
“ตกลงครับ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
“ขอบคุณมากครับ คุณหาน!”
“เราจะจดจำความเมตตาของคุณไว้…”
พวกเขากล่าวขอบคุณหานชิงอวี่ ก่อนจะเดินตามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกจากสำนักงานไป
หานชิงอวี่มองตามหลังพวกเขาที่กำลังเดินออกไปก็รู้สึกโล่งใจ เขารู้ว่าถึงแม้จะจัดการปัญหานี้ได้แล้ว แต่เรื่องความปลอดภัยของบริษัทยังต้องระมัดระวังอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะช่วงนี้ที่พนักงานหลายคนต้องทำงานหนักกันมากขึ้น
[1] หากใช้เงินเป็นเครื่องล่อใจ ก็สามารถจ้างคนทุกคนให้ทำงานตามคำสั่งได้