ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 404 เสนอตัวเองเลยดีกว่า
“พนักงานครับ… ขอโทษนะครับ!” หานชิงอวี่ไม่อยากเสียเวลาเถียงกับกานซีหัว เมื่อเขาตัดสินใจแล้วจึงรีบเรียกพนักงานที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
“คิดเงินด้วยครับ!”
พนักงานได้ยินดังนั้นก็รีบเดินเข้ามาและรับบัตรเครดิตมาจากหานชิงอวี่ “กรุณารอสักครู่ค่ะ คุณลูกค้า”
หลังจากพนักงานเดินออกไป หานชิงอวี่ก็หันมามองทั้งสองคนอีกครั้ง
“หานชิงอวี่ อย่าทำตัวฟุ่มเฟือยเกินตัวไปหน่อยเลยน่า พอไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องขึ้นมาแล้วอย่ามาโทษฉันล่ะ” กานซีหัวเอ่ยด้วยท่าทีเย้ยหยัน
“คุณลูกค้าคะ ยอดที่ใช้จ่ายทั้งหมดคือหนึ่งหมื่นแปดพันหยวน และเนื่องจากคุณเป็นสมาชิกระดับไดมอนด์ของทางร้าน เราจึงลดให้เหลือเจ็ดส่วนค่ะ ยอดเงินในบัตรของคุณเหลือห้าล้านสามแสนหยวนค่ะ” เดิมทีตอนที่พนักงานรับบัตรมาจากหานชิงอวี่นั้นยังมีท่าทางปกติ แต่เมื่อเห็นยอดเงินคงเหลือและระดับสมาชิกของเขา พนักงานคนนั้นก็เปลี่ยนท่าทีไปทันที กลายเป็นท่าทางที่นอบน้อมมากขึ้น
“ดีครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ!” หานชิงอวี่มองดูทุกคนอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวออกไป
“ฉันเองก็ต้องไปเหมือนกัน พอดีมีเคสผ่าตัดรออยู่” ลั่วจือซินรีบตามหานชิงอวี่ไป ทิ้งให้กานซีหัวนั่งอึ้งอยู่คนเดียว
“เอ่อ นี่… ฉันหูฝาดไปหรือเปล่านะ? หมอนั่นรวยขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย?”
…
หานชิงอวี่ตั้งใจจะไปตามฮั่วหัวฉวีต่อ แต่ลั่วจือซินกลับยืนกรานที่จะตามเขาไปทุกที่ เหมือนจะใช้เขาเป็นกันชนจริง ๆ สุดท้ายเขาจึงเลือกกลับไปที่โรงพยาบาล
เมื่อทั้งสองกลับมาถึงโรงพยาบาล ก่อนที่หานชิงอวี่จะได้ไปที่ห้องของตัวเอง ก็เจอเสิ่นเล่อเล่อเดินมาทางเขา “หานชิงอวี่ มาพอดีเลย คณบดีอยากเจอคุณที่ห้องทำงานของเขาหน่อย”
“คณบดีเรียกผมเหรอครับ?”
หานชิงอวี่ครุ่นคิดเล็กน้อยหลังจากได้ยิน เขาคิดว่านี่คงจะเป็นอีกเรื่องที่ต้องจัดการ ไม่รู้ว่าครั้งนี้คณบดีมีปัญหาอะไรถึงเรียกเขาไปพบ
“ใช่แล้ว รีบไปเถอะ!” เสิ่นเล่อเล่อพยักหน้า จากนั้นก็เดินไปพร้อมกับลั่วจือซิน ส่วนหานชิงอวี่ก็รีบเดินไปยังห้องทำงานของฉินซานไห่
เมื่อเขามาถึงหน้าห้องทำงานของฉินซานไห่ เขาเห็นประตูเปิดแง้มอยู่เล็กน้อย จากข้างนอกเขามองเห็นภาพราง ๆ ของคนที่สวมสูทสีดำคนหนึ่งอยู่ข้างใน ชายคนนั้นตบโต๊ะและพูดด้วยความไม่พอใจว่า “ท่านคณบดี พวกเรารอมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ หมอต่งนี่เชิญตัวยากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฉินซานไห่ยิ้มแหย ๆ ตอบว่า “คุณหู เรื่องนี้เป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ หมอต่งกลับมาแล้วแต่ดันลื่นล้ม… ตอนนี้เขาเองจะลุกจากเตียงก็ยังลำบากเลย ไม่ต้องพูดถึงการออกตรวจเลยครับ”
เมื่อหานชิงอวี่ได้ยินมาถึงตรงนี้ เขาก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์บางอย่าง ดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาจะถูกเรียกมาให้ช่วยแก้ปัญหาอีกแล้ว เหมือนกับที่ลั่วจือซินเคยทำมาก่อนหน้านี้
หมอต่งเป็นที่เคารพนับถือในวงการแพทย์ด้วยฝีมือการรักษาที่ยอดเยี่ยม เขาเคยรักษาโรคยาก ๆ มามากมาย ตอนนี้เมื่อหมอต่งไม่สามารถออกตรวจได้เนื่องจากอุบัติเหตุที่ทำให้บาดเจ็บ มันจึงเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่อครอบครัวของคุณหูมาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่อีกฝ่ายมาที่นี่ด้วยตัวเอง!
เมื่อเข้าใจเช่นนั้น หานชิงอวี่ก็ตัดสินใจทันทีว่าไม่มีความจำเป็นต้องรอให้คณบดีเอ่ยปาก เขาขอเสนอตัวเองเลยดีกว่า
“คณบดีครับ ตอนนี้ผมรับผิดชอบงานของหมอต่งทั้งหมดแล้ว นี่เป็นรายงานการทำงานของผมครับ ลองตรวจดูว่ามีอะไรที่ต้องแก้ไขหรือไม่ครับ” หานชิงอวี่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาหายใจเข้าลึกแล้วเคาะประตูเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องและทำความเคารพฉินซานไห่
คำพูดของหานชิงอวี่ทำให้ฉินซานไห่ถึงกับตกใจ นี่สิถึงจะเรียกว่าผู้ช่วยที่รู้ใจกัน!
เขาเรียกหานชิงอวี่มาก็เพื่อให้มาแทนที่หมอต่งเป่ารุ่ย และเจ้าเด็กคนนี้ก็เข้ามาตรงตามที่หวังไว้จริง ๆ
“คุณหูครับ ผมกำลังจะบอกคุณพอดี อาการของแม่คุณนั้นต้องการผู้เชี่ยวชาญในการตรวจรักษา ซึ่งหมอต่งถือว่าเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดก็จริง แต่แพทย์ของเราคนนี้ก็เป็นระดับชั้นหนึ่งเหมือนกัน ผมขอเสนอให้เขามาช่วยตรวจรักษาได้ไหมครับ?” ฉินซานไห่กล่าวพลางแนะนำหานชิงอวี่ทันที
“เขาน่ะเหรอ? คณบดีฉิน นี่คุณล้อเล่นหรือเปล่า? นี่คุณจะหลอกผมหรือไง?” คุณหูได้ยินดังนั้นจึงหันไปมองหานชิงอวี่ด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
“คุณหู คุณไม่ทราบว่าหมอหนุ่มคนนี้มีประสบการณ์ผ่าตัดใหญ่ ๆ มามากมาย ระดับฝีมือของเขาเกือบจะเทียบเท่าหมอต่งแล้ว ผมรับประกันได้ว่าเขาจะไม่ทำให้คุณต้องเสียเวลาแน่นอน!” ฉินซานไห่พูดอย่างมั่นใจ โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนหานชิงอวี่
“ผมจะไม่ฝากชีวิตของแม่ผมไว้กับคนหนุ่มแบบนี้แน่ ผมคิดว่าคุณควรพิจารณาใหม่!” คุณหูส่ายหัวปฏิเสธข้อเสนอของฉินซานไห่
“คุณหู ผมเข้าใจความกังวลของคุณดี แต่คุณก็รู้ว่าหมอต่งอายุมากแล้ว การฟื้นตัวช้า เราทำดีที่สุดแล้ว แต่ตอนนี้แพทย์หนุ่มคนนี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดจริง ๆ ครับ คุณลองให้โอกาสเขาดูสักครั้งเถอะ!” ฉินซานไห่พยายามอธิบายและโน้มน้าวใจคุณหู
“คุณนี่มัน…” คุณหูเริ่มมีท่าทีลังเล แต่เขายังมีความสงสัยและไม่รู้ว่าจะโต้แย้งอย่างไร เพราะเขาเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้
“คุณหู! ผมขอรับประกันด้วยตำแหน่งคณบดีโรงพยาบาลของผมว่าจะไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน! ถ้ามีปัญหาอะไร คุณจะต่อว่าผมอย่างไรก็ได้! แต่อาการของแม่คุณน่ะสำคัญนะครับ!” ฉินซานไห่พยายามเกลี้ยกล่อมคุณหูอย่างเต็มที่
คิดจะตีงูก็ต้องตีให้สุด!*[1]
“เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นผมจะลองพาเขาไปดูสักครั้งก็แล้วกัน ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็ดีไป” คุณหูได้ยินแบบนั้นก็เริ่มเปลี่ยนใจขึ้นมา
“หานชิงอวี่! พอไปถึงแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่นะ ห้ามทำให้โรงพยาบาลของเราต้องเสียชื่อเด็ดขาด!” ฉินซานไห่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเมื่อเห็นว่าคุณหูยอมรับข้อเสนอแล้ว
“ท่านคณบดีไม่ต้องห่วงครับ ผมจะทำอย่างเต็มที่ ผมขอรับรองด้วยเกียรติของผม!” หานชิงอวี่ตอบรับอย่างมั่นใจ
“ดี งั้นเรารีบไปกันเถอะ อย่ามัวเสียเวลา!” คุณหูเป็นคนกระฉับกระเฉง เมื่อยอมรับข้อเสนอแล้วก็เตรียมตัวจะออกไปทันที
“ไม่มีปัญหาครับ แต่ผมขอเวลาเตรียมตัวสักครู่ คุณไปรอที่ลานจอดรถได้เลยครับ!” หานชิงอวี่กล่าวสั้น ๆ แล้วรีบออกไปเตรียมตัว
เมื่อเขาเตรียมตัวเสร็จและมาถึงลานจอดรถ เวลาก็ผ่านไปเพียงสิบกว่านาทีเท่านั้น
คุณหูมองหานชิงอวี่ที่รีบเดินมาด้วยความแปลกใจ ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมฉินซานไห่ถึงได้แนะนำหานชิงอวี่ให้เขา
การทำงานของหมอหนุ่มคนนี้มีประสิทธิภาพสูงมาก จากที่เขาใช้เวลาเดินลงมาสิบกว่านาที หานชิงอวี่ก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อยและมาถึงพร้อมกัน
“คุณหู เราไปกันเถอะครับ” หานชิงอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ตกลง ไปกันเถอะ!” คุณหูตอบรับและสตาร์ตรถทันที หานชิงอวี่ก็ตามขึ้นรถไปด้วย เขาไม่ได้คิดจะขับรถของตัวเอง เพราะนี่คือการไปตรวจคนไข้ ไม่ใช่การโอ้อวดรถสปอร์ตสุดหรูของเขา หากคนอื่นเห็นว่าเขาขับรถสปอร์ตไปตรวจคนไข้ ก็อาจจะมีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องความเหมาะสมและฝีมือของเขาเอาได้
“คุณหู นี่เป็นประวัติคนไข้ใช่ไหมครับ? ผมขอดูหน่อยได้ไหมครับ?” หานชิงอวี่ถามพร้อมกับขอประวัติคนไข้มาเพื่อตรวจสอบ
[1] ตีงูก็ต้องตีให้สุด (打蛇随棍上) หมายถึง การทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้สุดทาง หรือใช้โอกาสที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด