ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 405 ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงหรือปลอมกันแน่?
รถแล่นไปอย่างรวดเร็วตลอดทาง หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงหน้าคฤหาสน์หรูแห่งหนึ่ง หานชิงอวี่ลงจากรถและเห็นว่ามีรถอีกคันมาจอดอยู่ข้างหน้า
เมื่อมองไปข้างหน้า เขาก็เห็นว่าผู้ที่ลงจากรถคันนั้นคือกานซีหัว และเขายังพาผู้ชายหัวล้านคนหนึ่งลงมาด้วย ชายคนนั้นยิ้มกว้างจนเผยให้เห็นฟันเพียงสองสามซี่ ซึ่งทำให้หานชิงอวี่เห็นแล้วรู้สึกไม่ประทับใจทันที
ในเวลาเดียวกัน กานซีหัวก็มองเห็นหานชิงอวี่ ทั้งสองคนเหมือนศัตรูที่เจอหน้ากันจนทำให้บรรยากาศเกิดความตึงเครียด แต่กานซีหัวพยายามรักษามารยาทเพราะต้องการแสดงความเป็นสุภาพบุรุษต่อหน้าคุณหู จึงไม่ได้ทะเลาะกับหานชิงอวี่ แม้ว่าความเกลียดชังในใจของเขาจะพุ่งขึ้นมากก็ตาม
บรรพบุรุษกล่าวไว้ว่าความแค้นอันใหญ่หลวงสองประการที่ไม่อาจให้อภัยได้ คือการที่พ่อถูกฆ่า และภรรยาถูกแย่ง มันถือเป็นเรื่องที่ต้องแก้แค้นให้ได้
ตั้งแต่ตอนที่ลั่วจือซินตามหานชิงอวี่ไปหลังจากทานข้าวกัน ก็ได้กำหนดไว้แล้วว่าความขัดแย้งระหว่างสองคนนี้จะไม่มีวันจบลงง่าย ๆ
“คุณหู นี่คือผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่ผมเชิญมาจากต่างประเทศครับ” กานซีหัวเดินเข้ามาแนะนำชายชราที่มีลักษณะเหมือนผู้ทรงคุณธรรม
“ผลงานอันเป็นเกียรติประวัติของเขาเนี่ย มีเต็มผนังเลยครับ” เขายังคงเอ่ยเสริมอย่างโอ้อวด
คุณหูได้ยินดังนั้นก็หันไปมองชายชราผู้มีลักษณะสูงส่งด้วยความชื่นชม จากนั้นจึงหยิบเงินบางส่วนออกมายื่นให้หานชิงอวี่ “งั้นคุณกลับไปได้แล้ว”
ด้วยความที่มีผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากต่างประเทศและแพทย์หนุ่มที่ดูอ่อนประสบการณ์อยู่ตรงหน้า แม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าควรจะเลือกใคร
ผู้เชี่ยวชาญคนนั้นยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า
“นี่… คุณหู ผมสัญญากับคณบดีแล้วว่าจะมาช่วย จะให้ผมกลับไปมือเปล่าแบบนี้…” หานชิงอวี่ทำทีเป็นลำบากใจ เขาอยากจะดูว่าผู้เชี่ยวชาญคนนี้มีอะไรพิเศษจริงหรือไม่
“หนุ่มน้อย กลับไปเถอะ อยากจะเป็นหมอเก่ง ๆ ก็กลับไปกินข้าวบ้านให้เยอะ ๆ แล้วค่อยมาใหม่” ผู้เชี่ยวชาญชราพูดด้วยรอยยิ้มพลางมองหานชิงอวี่ด้วยสายตาดูถูก
หานชิงอวี่มองชายชราคนนั้น ดูจากท่าทางและคำพูดของอีกฝ่าย อย่างไรก็ไม่เหมือนผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงเลยสักนิด
ชายชราคนนี้ดูเหมือนเป็นนักต้มตุ๋นมากกว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง สิ่งนี้ดึงดูดความสนใจของหานชิงอวี่ได้มาก
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน คุณตามมาด้วยก็ได้ ถือว่าเป็นโอกาสเรียนรู้ฟรีสักครั้ง” คุณหูมองหานชิงอวี่ที่ดูเหมือนจะลำบากใจ แล้วคิดว่าไม่ควรจะไล่อีกฝ่ายกลับไปในทันที เพราะเขาเป็นคนพาหานชิงอวี่มา และการไล่กลับไปอาจทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะได้ เนื่องจากหานชิงอวี่เป็นหมอของโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง
“ขอบคุณมากครับคุณหู!” หานชิงอวี่ยิ้มแล้วหันไปมองมือของผู้เชี่ยวชาญชราคนนั้น เขาสังเกตเห็นว่ามือขวามีเพียงสามนิ้ว ซึ่งดูไม่เหมือนอาการบาดเจ็บจากการทำงาน
ข้อสังเกตนี้ทำให้หานชิงอวี่ยิ่งสงสัยในความสามารถของชายชราคนนี้มากขึ้น
ตอนนี้หานชิงอวี่เริ่มมีแผนในใจแล้ว
“ก็ได้ ให้เขามาเรียนรู้ด้วยก็ได้!” ผู้เชี่ยวชาญชราพูดด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนักและยิ้มออกมา
“คุณจะให้ผมเรียนรู้อะไร? เรื่องหลอกลวงคนอื่นเหรอ? บอกตามตรงนะ พวกคุณกำลังถูกหลอก!” หานชิงอวี่ได้ยินคำพูดของผู้เชี่ยวชาญชราแล้วก็ไม่สามารถอดทนต่อไปได้ เดิมทีเขาไม่ได้คิดที่จะวุ่ยวายกับอีกฝ่าย แต่กลับถูกท้าทายและเย้ยหยันอยู่ตลอด
“ผมเงียบมาตลอด แต่คุณก็ยังคงหาเรื่องผมอยู่ ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจแล้ว!” หานชิงอวี่พูดพร้อมกับหันไปมองหน้าคุณหู
หานชิงอวี่ไม่ใช่คนที่จะชอบทำลายแผนของคนอื่นหรือขัดขวางหนทางทำมาหากิน แต่เมื่อถูกยั่วยุเช่นนี้ เขาก็ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้
“หานชิงอวี่ นี่คุณหมายความว่ายังไง?” คุณหูถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นท่าทางของหานชิงอวี่
“คุณหูครับ เขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไรหรอก ผมคิดว่าเขาเป็นแค่นักต้มตุ๋นเท่านั้น ของที่เขามีในกระเป๋า ไม่ใช่ยาวิเศษอะไรหรอก น่าจะเป็นยาบำรุงกำลังหรือยาแปะปลอม ๆ อะไรทำนองนั้น!” หานชิงอวี่ชี้ไปที่กระเป๋าของผู้เชี่ยวชาญชราและพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
“ฉันไม่ใช่นักต้มตุ๋นนะ อย่ามากล่าวหาฉัน นายกลัวว่าฉันจะแย่งลูกค้านายใช่ไหม!” ผู้เชี่ยวชาญชราได้ยินดังนั้นก็โกรธทันที เขาชี้ไปที่หานชิงอวี่แล้วเริ่มด่า “ฉันมีเอกสารรับรองมากมาย นายจะมาบอกว่าฉันหลอกลวงได้ยังไง!”
“เมื่อครู่นี้คุณบอกว่าคุณเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ งั้นลองดูที่มือของคุณสิ มือของคุณนี่มันมือของผู้เชี่ยวชาญได้ยังไง! คุณจับมีดผ่าตัดได้ยังไง!” หานชิงอวี่โต้กลับ “คนที่ทำการผ่าตัดมาตลอดชีวิต แต่มือขาดไปสองสามนิ้ว แล้วยังปล่อยให้เล็บยาวขนาดนี้! ดูสิ เล็บของคุณยังมีคราบสกปรกอยู่เลย!”
“ลองไปดูมือของศัลยแพทย์ที่แท้จริงสิ พวกเขาล้างมือและฆ่าเชื้อหลายครั้งต่อวันจนเป็นนิสัย และการสวมถุงมือผ่าตัดก็ทำให้มือของพวกเขาไม่เหมือนคนทั่วไป!” หานชิงอวี่ชี้ไปที่ผู้เชี่ยวชาญชราและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “คุณน่ะเป็นนักต้มตุ๋นชัด ๆ!”
ผู้เชี่ยวชาญชราพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ก็ฉันน่ะอายุมากแล้ว ส่วนใหญ่จะนั่งตรวจคนไข้ ไม่ได้ลงมือผ่าเองแล้ว ครั้งนี้ก็เพราะคำขอร้องของเสี่ยวหัว”
หานชิงอวี่จึงถามต่อ “งั้นผมถามหน่อย คุณเคยใช้ต้าปิ่ง*[1] หรือยัง?”
เมื่อหานชิงอวี่เห็นผู้เชี่ยวชาญชราเลี่ยงที่จะตอบ เขาจึงถามคำถามที่ใช้ศัพท์ทางการแพทย์ทันที ชายชราได้ยินดังนั้นก็ดูอึ้งไปเล็กน้อย
“หมอหาน คุณอย่ามาล้อเล่นแบบนี้! ครอบครัวของกานซีหัวเป็นผู้มีชื่อเสียง จะไปหานักต้มตุ๋นมาได้ยังไง!” คุณหูพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหานชิงอวี่ด้วยสายตาไม่พอใจ “เราไปกันเถอะ!”
คุณหูรู้สึกละอายใจเล็กน้อยจากการกระทำที่เพิ่งเกิดขึ้น การที่เขาหยิบเงินให้หานชิงอวี่ในทันทีถือเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติคนอื่น เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงไม่โกรธแค้นหานชิงอวี่มากนัก
“หานชิงอวี่ อย่ามาทำเรื่องไร้สาระที่นี่! ถ้าเราพลาดโอกาสในการรักษา นายจะรับผิดชอบไหวไหม!” กานซีหัวมองหานชิงอวี่ด้วยความโกรธขณะต่อว่า
“ผมไม่ได้ทำเรื่องไร้สาระ ผมแค่ไม่อยากเห็นพวกคุณถูกหลอก” หานชิงอวี่ส่ายหัวและยิ้มเล็กน้อย จากนั้นกล่าวต่อไปว่า “ผู้เชี่ยวชาญแก่ ๆ คนนี้ไม่ใช่ศัลยแพทย์อะไรหรอก เขาเป็นแค่นักต้มตุ๋นเท่านั้น”
คำพูดของหานชิงอวี่ทำให้กานซีหัวโกรธมากขึ้น เขารู้สึกว่าหานชิงอวี่กำลังจงใจทำลายโอกาสในการรักษา
“ถ้างั้นนายมีหลักฐานอะไรที่จะพิสูจน์ว่าเขาเป็นนักต้มตุ๋น?” กานซีหัวถามหานชิงอวี่ด้วยความโกรธ
“ต้าปิ่งคืออะไร?” หานชิงอวี่ไม่สนใจคำถามของกานซีหัว และหันไปถามชายชราแทน
“มันจะเป็นอะไรไปได้ล่ะ ก็แค่ของกิน! อยากให้ฉันซื้อสักสองจินให้นายกินอุดปากไหม?” ชายชราตอบด้วยท่าทางไม่แยแส
“ฮึ! นี่น่ะเหรอที่เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญ?” หานชิงอวี่หัวเราะเยาะ “ต้าปิ่งคือเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ มันเป็นคำศัพท์เฉพาะในวงการแพทย์! ยิ่งถ้าเป็นศัลยแพทย์จริงต้องรู้จักสิ่งนี้ นี่คุณคิดว่าเขาเป็นศัลยแพทย์จริง ๆ งั้นเหรอ?”
“แม้แต่พวกเราในช่วงฝึกงานก็ยังรู้จักกันหมด” หานชิงอวี่พูดต่อด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ยังต้องให้ผมถามคำถามเกี่ยวกับห้องผ่าตัดอีกไหม คุณผู้เชี่ยวชาญ?”
“ก็นายมาถามในที่แบบนี้ แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันหมายถึงในแง่ไหน อย่ามาใช้เหตุผลนอกเรื่องนะ” ชายชราส่ายหัวปฏิเสธ
“งั้นเอาอย่างนี้ คุณบอกว่าคุณรู้ ไหนคุณช่วยบอกมาหน่อยว่ามันมีประโยชน์อย่างไร”
คำถามนี้ไม่ได้มาจากหานชิงอวี่ แต่เป็นคุณหูที่ถามขึ้นมา
“เอ่อ… มันคือ… คือ…” ชายชราฟังแล้วก็ได้แต่เอ่ยตะกุกตะกัก ไม่สามารถตอบได้แม้แต่คำเดียว ไม่นานนัก เขาก็เริ่มมีเหงื่อผุดออกมาเต็มหน้าผาก
[1] คำว่า “ปิ่ง” ในที่นี้หมายถึงคำว่า “大饼” (ต้าปิ่ง) ในภาษาจีน ซึ่งตามปกติแปลว่า “แป้งแผ่นใหญ่” หรือ “ขนมปังแผ่นใหญ่” แต่ในบริบทนี้เป็นคำสแลงจีนที่เป็นคำเฉพาะในวงการแพทย์ หมายถึง เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้า (Defibrillator) ซึ่งใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อช่วยฟื้นฟูการเต้นของหัวใจในกรณีที่หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้น