ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 419 จุดประสงค์ของหัวเม่า
บทที่ 419 จุดประสงค์ของหัวเม่า
“ยุ่งอะไรด้วย มันเกี่ยวอะไรกับนาย?”
“กินไชเท้าแล้วยังมาพะวงอีก*[1] อยากยุ่งเรื่องของฉันนักเหรอ งั้นฉันจะรอดูว่านายมีความสามารถแค่ไหน”
ยังพูดไม่ทันจบ ชายคนนั้นก็เตรียมจะเข้ามาทำร้าย
แต่ก่อนที่มือของอีกฝ่ายจะโดนตัวหานชิงอวี่ ลั่วจือซินก็คว้าแขนของชายคนนั้นไว้ แล้วใช้ท่าทุ่มข้ามไหล่อย่างแรง ทำให้เขาล้มลงไปนอนกองกับพื้นทันที
ไม่มีโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้ตอบโต้เลยแม้แต่น้อย
การทุ่มครั้งนี้ทำให้ชายคนนั้นสับสน หลังของเขากระแทกพื้นขรุขระอย่างแรง
ชายคนนั้นนอนอยู่กับพื้นนานกว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาได้ เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับผลกรรมสำหรับพฤติกรรมหยาบคายของตัวเองแล้ว
หานชิงอวี่มองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็ยักไหล่
“ผมบอกแล้วว่าอย่าทำให้คุณหนูลั่วโกรธ คุณหนูลั่วไม่ใช่คนธรรมดา ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหม?”
ชายคนนั้นเจ็บจนพูดไม่ออก ดิ้นไปมาบนพื้น ไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบโต้
หลังจากดิ้นอยู่พักหนึ่ง ชายคนนั้นก็พยายามพยุงตัวขึ้นโดยเกาะต้นไม้ข้าง ๆ มองลั่วจือซินและหานชิงอวี่อย่างโกรธแค้น
“พวกแกรอฉันก่อนเถอะ เรื่องนี้จะไม่จบแค่นี้แน่ ฉันจะทำให้พวกแกสองคนต้องชดใช้”
พอทิ้งคำขู่ไว้แล้วก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
“ทำไมรถของคุณถึงมาจอดอยู่ตรงนี้ มีอะไรเสียหายหรือเปล่า?”
หานชิงอวี่ไม่ได้ใส่ใจคำขู่ของอีกฝ่าย เมื่อแน่ใจว่าชายคนนั้นจะไม่กลับมาอีก เขาก็หันไปถามลั่วจือซิน
“รถเสีย ฉันต้องเปลี่ยนยาง ตอนแรกโทรหาช่างให้มาช่วย แต่ก็นายก็เห็นแล้ว เขาเรียกค่าแรงสูงเกินไป ฉันไม่ยอมเขาหรอก”
ลั่วจือซินยังคงรู้สึกโกรธเคืองอยู่
พอได้ยินคำบ่นของเธอ หานชิงอวี่ก็ถึงกับหัวเราะ
“แค่เปลี่ยนยางเอง ผมมีเครื่องมืออยู่ รอผมแป๊บเดียว เดี๋ยวผมจะช่วยเปลี่ยนให้”
หานชิงอวี่หยิบเครื่องมือเปลี่ยนยางจากรถของตัวเอง แล้วช่วยลั่วจือซินถอดยางสำรองลงมา
เขาเคยเปลี่ยนยางรถเองตอนที่รถเสียบ่อย ๆ เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยสำหรับเขา
เขาเปลี่ยนยางที่เสียอย่างรวดเร็ว ขณะที่กำลังยุ่งอยู่ ลั่วจือซินก็ย่อตัวลงถาม
“ว่าแต่ นายรู้เรื่องที่บริษัทหัวเม่าการแพทย์จะมาตั้งสาขาที่เมืองจินหรือเปล่า?”
“รู้สิ บริษัทของเราสองคนทำธุรกิจคล้ายกัน หัวเม่ามาแบบไม่หวังดีแน่ แต่ตอนนี้ผมมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องจัดการ ก็เลยต้องปล่อยพวกเขาไปก่อน”
สำหรับลั่วจือซินแล้ว หานชิงอวี่ไม่มีอะไรต้องปิดบัง
เมื่อได้ฟังคำตอบของเขา ลั่วจือซินก็กล่าวต่อ “ฉันยังรู้เรื่องที่ลับกว่านั้นอีกนะ กานซีหัวคนนั้นน่ะไม่ใช่แค่เจ้าของบริษัทหัวเม่าการแพทย์เท่านั้น ที่สำคัญที่สุดคือเขาเริ่มก่อตั้งบริษัทในเมืองจินแล้วก็กระจายเครือข่ายไปทั่ว”
“อย่างเช่น พยายามดึงโรงพยาบาลทั้งหมดในเมืองจินให้ร่วมมือกับบริษัทของเขา ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเขาตั้งใจมุ่งเป้ามาที่บริษัทของนาย หรืออาจจะเรียกได้ว่าตั้งแต่เริ่มเข้ามาที่เมืองจิน เขาก็มีเป้าหมายที่จะจัดการบริษัทของนายแล้ว ไม่รู้ว่านายสังเกตเห็นหรือเปล่า”
ดูเหมือนว่าลั่วจือซินจะรู้รายละเอียดภายในมากกว่าที่คิด
“ช่วยเล่าให้ละเอียดหน่อย”
“บริษัทของกานซีหัว ก่อนเข้ามาที่เมืองจินก็เกือบจะล้มละลายแล้ว แต่รอดมาได้เพราะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มตระกูลโจวในปักกิ่ง”
เมื่อได้ยินชื่อตระกูลโจว หานชิงอวี่ก็นึกถึงโจวเวย และเมื่อคิดถึงเบื้องหลังของเขา ก็พอเข้าใจถึงที่มาของบริษัทหัวเม่าการแพทย์
ไม่แปลกใจเลยที่พอเข้ามาที่เมืองจินก็พยายามดึงโรงพยาบาลทั้งหมดมาเป็นพวกเพื่อเล่นงานบริษัทของหานชิงอวี่
เบื้องหลังมีการลงทุนจากตระกูลโจว จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขามาเพื่อจัดการกับหานชิงอวี่โดยเฉพาะ เขามั่นใจว่าบริษัทหัวเม่าการแพทย์มาเมืองจินเพราะวัตถุประสงค์ที่ไม่ธรรมดา
“ตอนนี้ผมรู้แค่ว่าบริษัทหัวเม่าการแพทย์แย่งคู่ค้าของบริษัทผมไปหลายราย”
“พวกเขามาแรงมาก ทำให้เราไม่ทันตั้งตัว”
“นายต้องเตรียมตัวรับมือ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะค่อย ๆ ครองความได้เปรียบไปเรื่อย ๆ”
ระหว่างที่พูดคุยกัน หานชิงอวี่ก็เปลี่ยนยางเสร็จอย่างรวดเร็ว
เขาไม่คิดจะเก็บเงิน เพราะการเปลี่ยนยางมันไม่ใช่เรื่องยากอะไร และถือว่าเป็นการช่วยเหลือกัน
“ขอบใจนะ วันหลังมีโอกาสฉันจะเลี้ยงข้าวนายเอง”
ดูเหมือนตอนนี้ลั่วจือซินจะมีธุระเร่งด่วนที่ต้องจัดการ
เมื่อแน่ใจว่ารถจะไม่เสียอีก ลั่วจือซินก็เอ่ยขอบคุณหานชิงอวี่แล้วขับรถออกไป
หานชิงอวี่มองตามรถของเธอจนลับตา จากนั้นก็เดินไปขึ้นรถของตัวเอง แต่ยังไม่ได้สตาร์ตรถ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วติดต่อหาหวังปิน
“คุณชาย!”
“ไปสืบดูว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของกานซีหัวในการมาที่เมืองจินคืออะไร เน้นสืบเรื่องเบื้องหลังของเขา ดูว่าเกี่ยวข้องกับทางปักกิ่งหรือเปล่า”
“ดีที่สุดคือสืบมาให้หมดทุกอย่างที่เป็นความลับ”
ต้องรู้เขารู้เราไว้ก่อน ถึงจะรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
เขาไม่กลัวการท้าทาย แต่ก็ไม่อยากถูกเล่นงานแบบไม่รู้ตัว
ในเมื่อมีตระกูลโจวหนุนหลัง เขาก็ไม่ควรมองข้ามอีกฝ่าย ไม่ควรใช้หลักการธรรมดา ๆ ในการจัดการ
เวลาที่ต้องจริงจังก็ต้องจริงจัง ไม่อย่างนั้นอาจจะเสียหายหนักได้
“ไม่มีปัญหาครับคุณชาย ตอนนี้ผมกำลังจัดการสืบอยู่ แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรที่ชัดเจน”
“แต่หลังจากที่พวกเขามาถึงเมืองจิน พวกเขาได้ว่าจ้างพนักงานใหม่เข้ามาบ้างแล้ว ผมจะลองหาทางแทรกสายลับเข้าไป หรือพยายามซื้อใจคนในนั้นดู”
เมื่อได้ยินว่าหวังปินได้เริ่มจัดการแล้ว หานชิงอวี่ก็พยักหน้าอย่างพอใจ อีกฝ่ายไม่เคยทำให้เขาผิดหวังจริง ๆ
“คุณจัดการได้ตามสมควร ตอนนี้แค่จัดการเรื่องนี้ก็พอ อย่าลืมรายงานให้ผมทราบด้วย ส่วนเรื่องที่กานซีหัวกระจายเครือข่ายไปจนกว้างขวาง เราไม่ต้องสนใจ ปล่อยเขาไป”
“แต่มีเรื่องหนึ่ง คุณต้องไปบอกลูกค้าที่เซ็นสัญญาไปแล้วว่าบริษัทของผมจะไม่รับลูกค้าเก่า ถ้าพวกเขาเลือกที่จะทรยศเรา ก็อย่าคิดจะกลับมาอีก”
หานชิงอวี่ไม่ใช่นักบุญ และเขาเกลียดการผิดสัญญาหลังจากที่เซ็นสัญญาไปแล้ว
แม้ว่าจะมีค่าปรับ แต่ก็แสดงถึงความไม่ซื่อสัตย์ของอีกฝ่าย
การที่จะกลับมาร่วมงานกับบริษัทหานอีกครั้งนั้นไม่ง่าย เพราะเป็นการตัดสินใจของพวกเขาเอง จึงต้องรับผลของการตัดสินใจนั้น
หลังจากวางสาย หานชิงอวี่ก็ขับรถกลับไปที่โรงพยาบาล
เขานำตัวอย่างที่ได้มาจากการไปบ้านคุณหูไปยังแผนกตรวจวิเคราะห์ เมื่อได้รับผลการตรวจแล้ว เขาจะสามารถยืนยันได้ว่าเหตุใดแม่เฒ่าหูถึงถูกวางยา
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในขณะนี้
หากจัดการไม่ดี อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของโรงพยาบาล และทำให้ชื่อเสียงของเขาตกต่ำอย่างมาก
เขาเพิ่งจะแก้ไขปัญหาก่อนหน้านี้ได้สำเร็จ และไม่ต้องการให้ตัวเองกลับไปอยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงอีกครั้ง
“ระวังหน่อย”
ทันทีที่มาถึงแผนกตรวจวิเคราะห์ ยังไม่ทันได้เปิดประตู ประตูก็เปิดออกอย่างแรงจนเกือบชนกับตัวอย่างยาที่เขาถืออยู่
โชคดีที่เขามีปฏิกิริยารวดเร็ว เขารีบคว้าตัวไป๋ปิงที่พุ่งออกมาจากประตู ทำให้ตัวอย่างยาไม่ตกลงพื้น
“ทำไมไม่ระวังเลย อย่าให้ตัวเองบาดเจ็บนะ”
เมื่อเทียบกับไป๋ปิงในอ้อมแขน ตัวอย่างยาที่ถืออยู่ก็ดูเหมือนจะไม่สำคัญเท่าอีกฝ่าย
[1] กินไชเท้าแล้วยังพะวง (咸吃萝卜淡操心) เป็นสำนวนจีนที่ใช้เพื่ออธิบายคนที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นโดยไม่ใช่ธุระของตัวเอง คนที่ชอบใส่ใจหรือกังวลกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง หรือไปยุ่งเรื่องชาวบ้านโดยไม่จำเป็น