ปลุกอาชีพผู้อัญเชิญ: ฉันมีสูตรโกงซื้อทุกอย่างได้ในราคา 1 เหรียญทองแดง - บทที่ 52: น้องสาวของลั่วเสี่ยวหยู
- Home
- ปลุกอาชีพผู้อัญเชิญ: ฉันมีสูตรโกงซื้อทุกอย่างได้ในราคา 1 เหรียญทองแดง
- บทที่ 52: น้องสาวของลั่วเสี่ยวหยู
ที่มุมหนึ่งของกำแพงเมือง หญิงสาวสองคนกำลังยืนเผชิญหน้ากัน
แม้ส่วนสูงจะเสียเปรียบ แต่หญิงสาวที่ตัวเล็กกว่ากลับยังคงสงบนิ่งไม่สะทกสะท้าน
ส่วนหญิงสาวร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เมื่อถูกเมินใส่ ใบหน้าที่งดงามกลับดูบึ้งตึงมากขึ้น
“เสี่ยวหยู! ใครอนุญาตให้เธอเข้าร่วมการสอบรอบที่สาม!”
“รีบกลับไปเดี๋ยวนี้!”
ลั่วชิงเฉิงพูด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธจัด
ลั่วเสี่ยวหยูเงยหน้ามองเธอ แล้วพูดอย่างเรียบเฉย “ทำไมฉันต้องฟังเธอด้วย?”
ลั่วชิงเฉิงกัดฟันแน่น สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับอารมณ์ จากนั้นก็พูดเยาะเย้ย “ทำไมงั้นเหรอ… ก็เพราะพ่อแม่รักฉันมากที่สุดไงล่ะ!”
“ถ้าเธอไม่อยากทำให้พวกเขาโกรธ ก็ต้องฟังฉันสิ!”
ลั่วเสี่ยวหยูมองเธอด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย “เธอกลัวเหรอ?”
ลั่วชิงเฉิงชะงัก ดวงตาของเธอแสดงออกถึงความตื่นตระหนกเล็กน้อย “พูดอะไรไร้สาระ ทำไมฉันต้องกลัวด้วย?”
ลั่วเสี่ยวหยูพูดอย่างมั่นใจ “ไม่… เธอกลัว เธอเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว”
“เธอกลัวว่าฉันจะเก่งกว่า เด่นกว่า กลัวว่าความสนใจของพ่อแม่จะถูกฉันแย่งไป”
“พวกเขามอบความรักทั้งหมดให้เธอแล้ว แต่เธอก็ยังกลัว”
“น่าสงสารจริงๆ… ชิงเฉิง”
“ครั้งนี้ฉันจะไม่ฟังเธออีกแล้ว ยัยน้องสาวจอมปลอม…”
ดูเหมือนคำพูดสุดท้ายของลั่วเสี่ยวหยูจะแทงใจดำลั่วชิงเฉิง
เธอจึงยกมือขึ้นตบหน้าลั่วเสี่ยวหยู
ลั่วเสี่ยวหยูไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะลงมือในที่สาธารณะ จึงไม่ได้หลบ
เธอมองดูฝ่ามือนั้นที่กำลังใกล้เข้ามา
ขณะที่รู้สึกถึงแรงลมจากการตบ เธอก็หลับตาลงด้วยความประหม่า
แต่ความเจ็บปวดไม่ได้ตามมาอย่างที่คิด
ลั่วเสี่ยวหยูลืมตาขึ้น ก็เห็นว่ามือของลั่วชิงเฉิงถูกชายคนหนึ่งจับไว้แน่น
สายตาของเธอมองไล่ขึ้นไปตามแขนของเขา และเมื่อมองเห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นชัดเจน หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นทันที!
“นะ… นาย!”
ซูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย แล้วพูดว่า “ไม่เจอกันนานเลยนะ!”
ลั่วเสี่ยวหยูกระพริบตา
เวลาผ่านไปกว่าครึ่งเดือนแล้ว… ก็นานจริงๆ นั่นแหละ
ตอนนั้นลั่วชิงเฉิงเพิ่งตั้งสติได้ และกรีดร้องออกมา “เสี่ยวหยู ยัยสารเลว! เธอกล้าไปคบผู้ชายมั่วๆ ข้างนอกงั้นเหรอ?”
“ปล่อยฉันนะ! แกรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร? กล้าทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง?”
“ไอ้เวรเอ๊ย ฉันจะทำ…”
เธอยังพูดไม่ทันจบ ลั่วเสี่ยวหยูก็กระโดดขึ้น แล้วตบหน้าเธออย่างแรง
แรงกระแทกนั้นรุนแรงมากจนทำให้ลั่วชิงเฉิงเสียหลักล้มลงกับพื้น
ลั่วเสี่ยวหยูพูดอย่างเย็นชา “เธอจะด่าฉันยังไงก็ได้… ฉันชินแล้ว ฉันไม่สนใจหรอก”
“แต่เธอไม่ควรระบายอารมณ์ใส่คนอื่น!”
“โดยเฉพาะเขา!”
ลั่วชิงเฉิงจ้องเธออย่างเหม่อลอย ราวกับเพิ่งได้พบอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก
เมื่อครึ่งเดือนก่อน ตั้งแต่ลั่วเสี่ยวหยูกลับมา นิสัยก็เปลี่ยนไป
อีกฝ่ายไม่ใช่พี่สาวที่เชื่อฟังและยอมทำตามอีกต่อไป
ทำไม… ทำไมถึงกล้าต่อต้านฉัน!
เป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ดีกว่าเหรอ? ใช้ความเจ็บปวดของตัวเองทำให้ทุกคนพอใจ!
แววตาชั่วร้ายปรากฏขึ้นในดวงตาของลั่วชิงเฉิง
เสียงโวยวายดังเกินไป จึงดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมาก ทุกคนต่างมองดูเหตุการณ์นี้
ซูเฉินไม่สนใจ
แต่ลั่วเสี่ยวหยูจับมือเขา แล้วรีบดึงเขาออกไป
จากนั้น ทั้งสามคนก็เดินออกจากด่านหน้า
“เฮ้! ช่วยปล่อยมือแฟนฉันได้มั้ย?” เซี่ยหลิงหยุนพูดแทรกขึ้นมา
ลั่วเสี่ยวหยูเพิ่งสังเกตว่ามีอีกคนอยู่ด้วย เธอมองซูเฉินอย่างงุนงง
ซูเฉินจึงแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน
“เซี่ยหลิงหยุน แฟนของฉัน”
“ลั่วเสี่ยวหยู เพื่อนนักบวช”
ใบหน้าของเซี่ยหลิงหยุนเผยรอยยิ้มเล็กน้อย และเธอก็เป็นฝ่ายยื่นมือออกไปก่อน “สวัสดี”
ลั่วเสี่ยวหยูมองทั้งสองคนสลับกันไปมา
แม้จะรู้สึกจี๊ดๆ ในใจ แต่เธอก็รู้วิธีควบคุมอารมณ์ของตัวเองและไม่แสดงออกมามากนัก
เธอจับมือเซี่ยหลิงหยุนอย่างนุ่มนวล แล้วพูดว่า “สวัสดี”
[ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ Facebook Page: Rubybibi นิยายแปล]
เมื่อเห็นบรรยากาศที่ค่อนข้างเป็นมิตร
ซูเฉินก็พูดอย่างพอใจ “พวกเราวางแผนจะไปท้าทายดันเจี้ยนถ้ำยักษ์ระดับนรก”
“เธอจะไปด้วยกันมั้ย?”
เขาชวนเธอ ไม่ใช่แค่เพราะเธอเป็นเพื่อน
แต่ความสามารถของเธออาจมีความสำคัญมากในเหวลึก
เพราะไม่นานหลังออกจากด่านหน้า ซูเฉินก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือน
[ติ๊ง! คุณถูกปกคลุมด้วยออร่าของเหวลึก ค่าคุณสมบัติทั้งหมดลดลง 5% และมีโอกาสติดสถานะเลือดไหล โปรดระวัง!]
เหตุผลที่เหวลึกยากต่อการท้าทายสำหรับเหล่ามืออาชีพ
นอกจากมอนสเตอร์จะแข็งแกร่งเป็นพิเศษแล้ว
สภาพแวดล้อมก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ
นี่เพียงแค่ชั้นแรกเท่านั้น ก็ลดค่าคุณสมบัติทั้งหมดไปแล้ว 5%
ยิ่งลงลึกไปเท่าไหร่ ผลกระทบก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
ตอนนี้เมื่อซูเฉินมาอยู่ในเหวลึกด้วยตัวเอง ความเคารพที่เขามีต่อมู่ชุนชิวก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ยากจะจินตนาการว่าสภาพแวดล้อมของชั้นที่ 97 จะโหดร้ายแค่ไหน
และแม้จะเป็นอย่างนั้น อีกฝ่ายก็ยังสามารถสังหารเทพปีศาจได้ถึงสองตัว ภายใต้เอฟเฟกต์เชิงลบอันน่าสะพรึงกลัวนั้น
เซี่ยหลิงหยุนตกใจเล็กน้อย เธอเข้าใจว่าการท้าทายดันเจี้ยนคืออะไร แต่ระดับนรกมันคืออะไรกัน?
เมื่อกี้หยางกังก็เพิ่งพูดไปไม่ใช่เหรอ… ว่าคนที่ท้าทายระดับยากขึ้นไปคือพวกที่เอาชีวิตไปทิ้ง
แน่นอนว่าเธอไม่ได้สงสัยความสามารถของซูเฉิน
เพียงแต่… ถ้าพวกเขาเป็นแค่เพื่อนกัน ลั่วเสี่ยวหยูจะยอมรับคำชวนหรือเปล่า?
“ตกลง!” ลั่วเสี่ยวหยูตอบทันทีโดยไม่ลังเล
“ว่าแล้วเชียว…” เซี่ยหลิงหยุนเม้มปาก
ซูเฉินเชิญเธอเข้าทีม แล้วเตือนว่า “เธอมีวิธีจัดการกับเอฟเฟกต์เชิงลบจากสภาพแวดล้อมที่นี่มั้ย?”
ลั่วเสี่ยวหยูพยักหน้า เธอเดินไปยืนตรงกลางระหว่างทั้งสอง แล้วจับแขนพวกเขา
“คาถาชำระล้าง: พรแห่งแสงคุ้มครอง!”
ม่านแสงสีทองสามชั้นปรากฏขึ้นและโอบล้อมทุกคนที่อยู่ภายใน
ซูเฉินตรวจดูแผงคุณสมบัติของตัวเอง และก็เป็นอย่างที่คิด
เอฟเฟกต์เชิงลบหายไปแล้ว!
เขาหัวเราะเบาๆ แล้วแตะหัวลั่วเสี่ยวหยู “ทำได้ดีมาก!”
มุมปากของลั่วเสี่ยวหยูโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะชะงักไป
เธอหันหน้าไปจ้องมองซูเฉินด้วยสายตาที่ดุดัน “อย่ามาจับหัวฉัน”
เมื่อเห็นแบบนั้น เซี่ยหลิงหยุนก็นึกถึงความชอบของซูเฉินขึ้นมา
อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นทันที
เธอเดินไปข้างๆ ซูเฉิน แล้วคล้องแขนเขา
“เริ่มเย็นแล้ว ว่ากันว่าเหวลึกตอนกลางคืนน่ากลัวกว่า พวกเรารีบไปกันเถอะ!”
“โอเค!”
หลังซูเฉินพยักหน้า ทั้งสามก็ออกเดินทางไปยังดันเจี้ยนถ้ำยักษ์ทันที
ในขณะเดียวกัน ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการจัดทีม
พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะระดับท็อปจากแต่ละเมือง แน่นอนว่าไม่มีใครยอมเป็นรอง และต่างก็อยากเป็นผู้นำทีม
ทำให้การจัดทีมล่าช้าอย่างมาก
บนกำแพงเมือง
ลั่วชิงเฉิงจ้องมองแผ่นหลังของทั้งสามที่กำลังจากไป
เธอกัดฟัน แล้วพึมพำ “เสี่ยวหยู ตราบใดที่ฉันยังอยู่ เธอไม่มีทางก้าวหน้าได้หรอก”
“ในเมื่อเธออยากขัดขืน งั้นก็ตายอยู่ที่นี่ไปซะ!”
…
ในเหวลึกมีมอนสเตอร์อยู่ไม่น้อย
กลุ่มของซูเฉินเพิ่งออกจากด่านหน้าได้ไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ก็เจอเข้าแล้ว
กลางทาง มีสุนัขกว่าสิบตัว
สุนัขเหล่านี้มีความยาวสามถึงสี่เมตร ลำตัวสีแดงเลือด แยกเขี้ยวส่งเสียงคำราม
พวกมันกำลังล้อมมืออาชีพอยู่สี่คน
ก่อนที่พวกมันจะโจมตี ซูเฉินก็อัญเชิญนักรบโครงกระดูกก่อนแล้ว
จากนั้นใช้สกิลดวงตาแห่งการมองทะลุตรวจสอบพวกมัน
[มอนสเตอร์: สุนัขปีศาจโลหิต]
[ระดับ: ทั่วไป]
[เลเวล: 25]
[พลังชีวิต: 15600/30000]
[มานา: 1500/1500]
[พลังโจมตี: 3000]
[ความทนทาน: 3000]
[ความคล่องแคล่ว: 3500]
[พลังวิญญาณ: 1000]
[สกิล: กัดโลหิต, พุ่งโจมตีความเร็วสูง]
…
ซูเฉินประหลาดใจเล็กน้อย
มอนสเตอร์ในเหวลึกนี่แข็งแกร่งจริงๆ
แค่มอนสเตอร์ระดับทั่วไป เลเวล 25 ก็มีพลังชีวิตถึงสามหมื่น และค่าคุณสมบัติต่างๆ ก็สูงจนน่าตกใจ
โชคดีที่สิ่งมีชีวิตอัญเชิญของเขาก็ไม่ธรรมดา
มืออาชีพทั้งสี่คนเห็นทีมสามคนของซูเฉิน
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่แต่งกายชุดอัศวินตะโกนขึ้นทันที
“หนีไป! กลับไปที่ด่านหน้าแล้วเรียกกำลังเสริม!”
ซูเฉินไม่ขยับแม้แต่น้อย เพียงแค่ความคิดเดียว เขาก็สั่งให้นักรบโครงกระดูกพุ่งเข้าโจมตี!
……………