ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 109 'The Knockout' ใกล้เข้ามาแล้ว
ตอนที่ 109 ‘The Knockout’ ใกล้เข้ามาแล้ว
ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของนักเขียนแนวเฉพาะก็คือ นอกจากกลุ่มผู้อ่านที่ชื่นชอบแนวนี้เป็นการเฉพาะแล้วก็แทบจะเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านอื่นๆ ไม่ได้เลย
เมื่อก่อนปู่เยโหวก็เป็นนักเขียนประเภทนั้น แต่ตอนนี้ความสำเร็จของ ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทั้งหมด
จากนี้ไปปู่เยโหวก็จะกลายเป็นนักเขียนแนวทั่วไป ซึ่งจุดนี้มีความสำคัญมากสำหรับหลินจือไป
เพราะ ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยแนวใดแนวหนึ่ง
ไม่ว่าผู้อ่านจะชอบนิยายแนวไซไฟ สืบสวน หรือสยองขวัญ ทุกคนสามารถอ่านนิยายเล่มนี้ได้เหมือนกันหมด นี่คือข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของนิยายแนวทั่วไป!
นี่คือเรื่องสำคัญ ปู่เยโหวจะต้องเป็นนักเขียนสารพัดแนวเท่านั้น ตัวตนนี้ถึงจะเติบโตได้อย่างแท้จริง และสามารถปลดปล่อยอิทธิพลของการเป็นนักเขียนไปถึงขีดสุด
ตอนนี้การเปลี่ยนแนวสำเร็จแล้ว หลินจือไปเริ่มคิดแล้วว่าจะเขียนนิยายเรื่องอะไรเป็นลำดับถัดไป
ตอนนี้ในมือเขายังมี ‘เจตนาเลือด’ และ ‘ความลับ’ ซึ่งทั้งสองเรื่องต่างก็เป็นผลงานของฮิงาชิโนะ เคโงะ เหมือนจับแกะตัวเดียวมาถอนขนให้คุ้มอยู่เหมือนกันนะ?
หลินจือไปต้องตัดสินใจเลือก ตอนนี้เขาเอนเอียงไปทางการเขียน “ความลับ” เป็นเรื่องถัดไป
เพราะ ‘เจตนาเลือด’ จะเป็นผลงานที่บุกเบิกแนวกลเม็ดการเล่าเรื่องแบบหลอกผู้อ่าน ซึ่งอิทธิพลที่ตามมาจะยิ่งใหญ่กว่าแน่นอน ไม้ตายนี้ควรเก็บไว้ใช้ทีหลัง
แต่ตอนนี้ต้องรอให้ตลาดย่อย ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ เสียก่อน ถึงเวลานั้นค่อยตัดสินใจแบบจริงจังอีกที
เวลานี้เข้าสู่ช่วงกลางเดือนเมษายนแล้ว เย็นนี้เจียงเฉิงโทรมา
“เจ้านายครับ ยอดขาย ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ ของพวกเราทะลุหนึ่งล้านแล้วนะครับ! แค่ไม่กี่วันเอง แซง ‘รวมเรื่องสั้นของปู่เยโหว’ ไปแล้ว ตอนนี้ปู่เยโหวเรียกได้ว่าเป็นนักเขียนหนังสือขายดีแล้ว ค่าลิขสิทธิ์จะเยอะขนาดไหนเนี่ย มากกว่าการลงตีพิมพ์เรื่องสั้นในนิตยสารหลายเท่าเลยนะครับ!”
ความดีใจของเจียงเฉิงเผยออกมาจนปิดไม่มิด หลินจือไปกลับไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อย
แนวดาร์กสยองขวัญ ระทึกขวัญพวกนั้นสร้างแฟนคลับตัวยงได้ง่ายก็จริง แต่ด้วยข้อจำกัดของเนื้อหา ยอดขายไม่มีทางเทียบกับ ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ ได้อยู่แล้ว
หลังจากคุยกันเรื่องนิยายจบ เจียงเฉิงก็เอ่ยขึ้นว่า
“ตอนนี้รายการ I Am a Singer ซีซันแรกจบแล้ว รายได้จากฝั่งนั้นเลยลดลงไปมาก จากนี้เจ้านายมีแผนหรือโปรเจกต์อะไรต่อไหมครับ?”
“ผมกำลังคิดอยู่” หลินจือไปถามว่า “ฝั่งพี่เป็นไงบ้างครับ?”
เจียงเฉิงหัวเราะ “ช่วงนี้มีบริษัทติดต่อมาขอร่วมมือเยอะมากเลยครับ แต่ทุกเจ้าต่างก็อยากร่วมทำรายการวาไรตี้กับคุนเผิงทั้งนั้น…”
หยุดไปครู่หนึ่ง เจียงเฉิงเหมือนจะเดาอะไรได้ “เจ้านายมีแผนรายการวาไรตี้ใหม่อยู่ในมือเหรอครับ?”
หลินจือไปตอบ “อืม” เบาๆ “กำลังคิดอยู่ว่าจะร่วมมือกับเจ้าไหนดี พี่มีไอเดียไหมครับ?”
เจียงเฉิงคิดในใจว่านั่นไงละ แต่ตอนนี้เขาก็ไม่ได้ตกใจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอบไปด้วยรอยยิ้มว่า
“ช่วงนี้คนของจี๋เฟิ่งมีเดียติดต่อผมมาค่อนข้างบ่อย เราอาจพิจารณาให้จี๋เฟิ่งเป็นคิวแรกก็ได้นะครับ”
“จี๋เฟิ่งสินะ…” หลินจือไปครุ่นคิดพลางกล่าวว่า “ผมจะส่งแผนรายการวาไรตี้ใหม่ไปให้ พี่ลองติดต่อพวกเขาดูนะครับ”
พอพูดจบ หลินจือไปก็ส่งแผนรายการ ‘If You Are The One’ ที่เขาเพิ่งเขียนเสร็จไปให้เจียงเฉิงทันที
“ได้รับแล้วครับ!” เจียงเฉิงพูดขึ้นอีกเรื่องอย่างรวดเร็ว
“ฝ่ายโทรทัศน์ของเสินฮวาติดต่อผมมา บอกว่าตอนนี้การตัดต่อ ‘The Knockout’ ใกล้เสร็จแล้ว คาดว่าน่าจะออนแอร์ได้ในเดือนหน้าครับ”
“เข้าใจแล้วครับ” หลินจือไปอดตั้งตารอไม่ได้ ‘The Knockout’ กำลังจะมาแล้ว
นี่คือละครเรื่องแรกของคุนเผิง หากละครนี้ดังขึ้นมา บทละครเรื่องอื่นๆ ที่เขามีอยู่ในมือก็จะสามารถเจรจาร่วมงานกับบริษัทใหญ่ๆ ได้!
หลังจากวางสาย บ่ายวันนั้น ขณะที่หลินจือไปกำลังเขียนนิยายเรื่อง ‘ความลับ’ อยู่บ้าน พ่อของเขาหลินตงก็แท็กเขามาในกลุ่มแชทครอบครัว
เสี่ยวเฮย: มีอะไรเหรอครับ? หลินจือไปเห็นแล้วก็แท็กพ่อกลับไป
พ่อ: ละครที่พ่อกำกับก่อนหน้านี้ ลูกน่าจะรู้ใช่ไหม ตอนนี้ตัดต่อเสร็จเกือบหมดแล้ว เหลือแค่ทำเพลงประกอบช่วงหลัง พ่อเลยไปบอกเรื่องนี้กับพี่สาวลูก ยังไงเธอก็เป็นหัวหน้าแผนกเพลง แล้วเธอก็บอกว่าให้ลูกรับผิดชอบเพลงประกอบแล้วกัน แน่นอนว่าเงื่อนไขคือคุณภาพต้องผ่านเกณฑ์ ไม่งั้นไม่ผ่านฝ่ายตรวจสอบของบริษัท เรื่องนี้พ่อในฐานะผู้กำกับมีสิทธิ์ตัดสินใจได้แค่ครึ่งเดียว
น้ำดีไม่ไหลออกนอกนา ละครที่บริษัทถ่ายทำ เพลงประกอบก็ย่อมต้องมอบหมายให้คนในบริษัทเป็นคนทำ ตรงนี้ย่อมมีผลประโยชน์แฝงอยู่
ดังนั้นพ่อกับพี่สาวต่างก็หวังว่า ‘ไปตี้’ ซึ่งก็คือหลินจือไปจะได้เข้ามารับส่วนแบ่งนี้ ยังไงคนในครอบครัวก็ต้องช่วยเหลือกัน
อึก! หลินจือไปชะงักไปหลายวินาที จากนั้นก็ตบหน้าผากอย่างแรง เขาดันลืมเรื่องเพลงประกอบ ‘The Knockout’ ไปได้ยังไงเนี่ย?
โชคดีที่ละครเรื่องนี้พ่อเป็นผู้กำกับ ละครที่พ่อกำกับ แน่นอนเรื่องเพลงประกอบก็ต้องไปหาพี่สาว และพี่สาวก็ต้องนึกถึงเขาอยู่แล้ว
ถ้าไม่มีความเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่แบบนี้ แล้วตัวเองที่ยังไม่รู้เรื่องรูราวอะไร เพลงประกอบของ ‘The Knockout’ ไม่ถูกมอบให้คนแต่งเพลงคนอื่นในเสินฮว่าทำไปแทนแล้วเหรอ?
เรื่องเงินเป็นเรื่องรอง ประเด็นหลักคือถ้ายกให้คนอื่นทำเพลงประกอบละครเรื่องนี้ ความเสี่ยงมันสูงเกินไป
หลินจือไปมีต้นฉบับเพลงประกอบอยู่ในมือแล้ว แน่นอนว่าควรทำเอง
เขาตอบตกลงทันที จากนั้นพ่อก็โทรมาหา หลินตงไม่รู้เลยว่าละคร ‘The Knockout’ เรื่องนี้ ความจริงเป็นฝีมือของลูกชายตัวเอง เขาจึงเล่าเรื่องย่อให้ฟังไม่หยุด ส่วนหลินจือไปก็ได้แต่แกล้งทำเป็นตั้งใจฟัง
“พอไหวไหม?” เล่าจบหลินตงถามด้วยความสงสัย
หลินจือไปกล่าวว่า “ผมจะทำเพลงประกอบหลายๆ ชุด หลังจากทำเสร็จแล้วพ่อลองฟังดูว่าเหมาะไหมนะครับ”
ต้องเหมาะอยู่แล้ว หลินจือไปสามารถติดต่อกับระบบเพื่อสั่งทำเพลงประกอบต้นฉบับได้โดยตรง
แต่เจ้าเฟยหงนี่ก็ไม่ค่อยมีน้ำใจเอาเสียเลย ทั้งที่บทละครโทรทัศน์ให้มาแล้ว ทำไม่ไม่ให้เพลงประกอบมาด้วยเลย ยังต้องให้เขาเสียแต้มชื่อเสียงสั่งทำเพลงประกอบเองอีก
โชคดีที่เพลงประกอบไม่ยุ่งยาก เพราะเพลงประกอบเรื่องนี้หลักๆ เป็นดนตรีบรรเลงล้วนที่โดดเด่น
นอกจากนี้ยังมีอีกสองเพลงที่ค่อนข้างดัง เพลงหนึ่งคือเพลงเปิด ‘ไรซึ่งที่ซ่อน’ เวอร์ชันต้นฉบับร้องโดยนาอิง หลินจือไปต้องหานักร้องหญิงมาร้อง
อีกเพลงคือ ‘Wang’! จริงๆ แล้วเพลงนี้แทบไม่ค่อยปรากฏในเรื่อง แต่สุดท้ายกลับดังระเบิด กลายเป็นเพลงที่ชาวเน็ตเรียกกันว่า BGM ประจำตัวของเกาจื่อเฉียง
หลินจือไปตั้งใจจะให้หลินโสวจัวเป็นคนร้อง เป็นเช่นนี้ผ่านไปหลายวัน หลินจือไปกับพ่อได้เจอกันที่บริษัท เขาเอาเพลงประกอบที่ทำไว้สำหรับ ‘The Knockout’ ให้พ่อฟัง
หลินตงไม่ได้พูดอะไร ใส่หูฟังแล้วเริ่มฟังทันที ท่อนแรก ท่อนที่สอง ท่อนที่สาม
พอฟังเพลงประกอบทั้งหมดจบ หลินตงมองมาที่ลูกชาย ในที่สุดก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา
“ใช้ได้เลย!” หลินจือไปยิ้มออกมา เรื่องนี้จัดการเรียบร้อย จากนี้ไปก็แค่รอ ‘The Knockout’ ออกอากาศเท่านั้น!
ใกล้สิ้นเดือนเข้าไปทุกทีแล้ว เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์เริ่มปล่อยโปรโมตแรกของละคร ‘The Knockout’ ออกมา
เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์มีละครที่ผลิตเองและร่วมทุนออกมามากมายทุกปี จนวงการตามกันแทบไม่ทัน มีแค่พวกที่ทุ่มทุนมหาศาลหรือทีมงานเบื้องหลังระดับท็อปเท่านั้นที่พอจะดึงความสนใจจากคนในวงการได้
แต่ ‘The Knockout’ กลับอยู่กึ่งกลาง นักแสดงก็ถือว่าใช้ได้แต่ยังไม่ถึงระดับแถวหน้า การลงทุนก็สูงแต่ก็ยังไม่แตะหลักร้อยล้าน
ดังนั้น ช่วงที่ละครเรื่องนี้เพิ่งเริ่มโปรโมต นอกจากแฟนคลับของนักแสดงที่ให้ความสนใจ วงการก็ไม่ได้พูดถึงมากนัก
จนกระทั่ง… มีคนในวงการเห็นคำว่า “คุนเผิงอินเวสต์เมนต์” ตัวโตๆ ที่โผล่ไปอยู่ในซองรายชื่อโปรดิวเซอร์หลักของละครเรื่องนี้!
คุนเผิงอินเวสต์เมนต์? พักหลังชื่อบริษัทนี้โผล่มาในหัวข้อฮิตเกี่ยวกับรายการวาไรตี้บ่อยมากจนกลายเป็นชื่อคุ้นหูไปแล้ว
ทันใดนั้น มีคนเอาภาพหน้าจอไปโพสต์ในกลุ่มวงในหลายกลุ่ม
‘คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ร่วมงานกับเสินฮว่าอีกแล้ว! แต่ครั้งนี้ไม่ใช่รายการวาไรตี้นะ เป็นละครโทรทัศน์!’
ฮือฮา ช่วงเย็น วงการคึกคักขึ้นมาทันที!
‘คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ไม่ใช่บริษัททำวาไรตี้เหรอ ทำไมมาผลิตละครโทรทัศน์อีก? ธุรกิจพวกเขาจะหลากหลายเกินไปแล้วมั้งเนี่ย?’
‘คุนเผิงเป็นโปรดิวเซอร์หลักเหรอ? งั้นบทก็เป็นของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ด้วยเหรอ?’
‘ใช่ๆ บทละครเป็นของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ ดูตรงซองผู้เขียนบทสิ มีชื่อปู่เยโหวอยู่เลย!’
‘ปู่เยโหวคือใคร? ปู่เยโหวเป็นนักเขียนที่เซ็นสัญญากับคุนเผิงไง!’
‘ไม่นานมานี้ ฉันเห็นบัญชีทางการของคุนเผิงโปรโมตผลงานเล่มใหม่ของปู่เยโหวด้วย’
‘หนังสือเล่มใหม่นั่นก็คือ ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ ใช่ไหม ฉันกำลังอ่านอยู่เลย ผู้เขียนคือปู่เยโหวจริงๆ นักเขียนคนนี้เจ๋งมากนะไม่คิดเลยว่าจะเขียนบทละครได้ด้วย’
โห! ตกลงนี่มันบริษัทอะไรกันแน่?
‘ตอนแรกฉันก็คิดว่าคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ทำแต่รายการวาไรตี้ แต่ต่อมาพวกเขาก็เซ็นสัญญากับนักร้องนักแต่งเพลงอย่างฉูฉือ แปลว่าพวกเขามีด้านเพลงด้วย แล้วจากนั้นก็ยังเซ็นสัญญากับนักเขียนอย่างปู่เยโหวอีก ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ บริษัทนี้ทำรายการวาไรตี้แล้วยังทำเพลงอีก ทำเพลงอีกยังพอว่าแต่นี่ยังทำนิยายด้วย แล้วดูตอนนี้สิ แม้แต่ละครพวกเขาก็ยังทำ!’
‘คุนเผิงนี่ทำไปซะหมดทุกอย่างจริงๆ!’
‘ฉันเพิ่งเคยเห็นบริษัทลงทุนแบบนี้เป็นครั้งแรกเลย ทำเองทุกสายงาน จากนั้นก็ไปจับมือกับสามค่ายใหญ่ แต่เดินเกมก้าวใหญ่เกินไปหรือเปล่า พวกเขาไม่กลัวพลาดเจ็บตัวเลยเหรอ เพราะนอกจากรายการวาไรตี้ก็ยังไม่เห็นผลงานอะไรที่โดดเด่นเลยนะ’
“ใช่!” ในเมื่อประสบความสำเร็จในสายวาไรตี้แล้วก็โฟกัสไปที่รายการวาไรตี้เลยสิ ทำไมต้องกระจายไปทั่ววงการบันเทิงด้วย?
‘ไม่เข้าใจเลยจริงๆ’
‘คอยดูผลงานของละครเรื่องนี้ละกัน ในเมื่อเสินฮวายอมถ่ายทำออกมา ก็แปลว่าต้องมีอะไรดีแน่’
‘บริษัทนี้ประหลาดเกินไปแล้ว’
เดิมทีทุกคนมองว่าคุนเผิงคือ ‘บริษัททำรายการวาไรตี้’ แต่ตอนนี้ภาพจำของบริษัทค่อยๆ เลือนรางแล้ว
ขณะที่คนในวงการกำลังจับตามองว่า คุนเผิงเริ่มบุกตลาดละคร วงการนิยายก็มีคนสังเกตเห็นละครเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
เพราะผู้เขียนบทละครเรื่องนี้ก็คือปู่เยโหว นักเขียนที่เพิ่งขยับขึ้นมาเป็นนักเขียนนิยายขายดีจากหนังสือเรื่อง ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’
กำลังอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ จู่ๆ ก็พบว่านักเขียนนิยายขายดีคนนี้ยังเขียนบทละครโทรทัศน์ด้วย ละครถ่ายทำเสร็จพร้อมออกอากาศแล้ว ทั้งนักอ่านและนักเขียนในวงการนิยายย่อมต้องประหลาดใจ!
ในกลุ่มผู้อ่าน:
‘เมื่อก่อนฉันยังคิดอยู่เลยว่านักเขียนหน้าใหม่อย่างปู่เยโหวกำลังอยู่ในช่วงแรกเลยมักจะขยันออกผลงาน คิดไม่ถึงเลยว่าจะไปถึงขั้นเขียนบทละครแล้ว!’
‘ตั้งตารอเลย’
‘ฉันกำลังอ่าน ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ อยู่เลย เขียนได้ดีมาก ในเมื่อเขาเป็นคนเขียนบทละครฉันก็อยากดูแล้วสิ’
‘ฉันสงสัยแฮะ ว่าคนที่เขียนบทนี้คือโหวราตรีมืดหรือโหวราตรีขาว (หัวเราะ)’
‘ฮ่าๆๆๆๆ ฉันดูโปรโมตแล้ว เป็นละครตำรวจผู้ร้าย คงเป็นโหวราตรีมืดเขียนแน่ๆ’
‘ไม่แน่ระ’
‘รอดูละครออกอากาศก่อนเถอะ เห็นโปรโมตบอกว่าจะกำหนดฉายเดือนหน้า! ละครเรื่องนี้ชื่อ ‘The Knockout’ แค่ชื่อก็รู้สึกเท่แล้วว่าไหม?’
ในกลุ่มนักเขียน ก็ถกเถียงกันต่างๆ นานา:
‘ปู่เยโหวคนนี้ไปเป็นคนเขียนบทละครได้ยังไง?’
‘นักเขียนไปเป็นคนเขียนบทละครก็ไม่แปลกหรอก ในวงการเราก็มีไม่น้อยที่เขียนนิยายและเขียนบทละครด้วย แต่อย่างปู่เยโหวที่เพิ่งเขียนนิยายไม่นานก็ได้เขียนบทละครนี่สิหาได้ยาก’
‘คนนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ’
‘เสินฮวายินยอมถ่ายทำบทละครของเขา แสดงว่าบทก็คงไม่เลว ทำให้ฉันเริ่มอยากรู้แล้วสิว่าเขาจะปั้นเนื้อเรื่องยังไง’
‘หรือว่าเป็นเพราะชื่อเสียงจากนิยายของเขา…’
‘นายคิดมากไปแล้ว ละครใช้เวลาถ่ายทำนานนะ เรื่องนี้น่าจะถ่ายตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนั้นปู่เยโหวยังไม่ดังเลย เพราะฉะนั้นไม่น่าเกี่ยวกับชื่อเสียงหรอก คงเป็นบทที่เสินฮวาถูกใจมากกว่า’
‘ละครตำรวจผู้ร้ายเหรอ? นิยายของปู่เยโหวก็ข้ามไปแล้วสองแนว การเขียนบทละครแนวตำรวจผู้ร้ายก็นับว่าเป็นแนวที่สามแล้วสินะ…’
‘เป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!’
‘ไม่ต้องด่วนสรุป รอดูเรตติ้งตอนออกอากาศก่อน เขียนบทครั้งแรกก็ได้ร่วมงานกับค่ายระดับท็อปเลย สงสัยจังว่าเขาเขียนอะไรกันแน่’
ทุกคนต่างสงสัย วงการภาพยนตร์และโทรทัศน์สงสัย วงการรายการวาไรตี้สงสัย วงการนิยายก็กำลังสงสัยอยู่เช่นกัน