ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 108 นักเขียนผู้มีสองด้านขาวดำ
ตอนที่ 108 นักเขียนผู้มีสองด้านขาวดำ
เถาเหยียนเหยียนเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้อ่านกลุ่มแรกที่ได้อ่าน ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ จบ
แม้ว่าจะอ่านจบเอาตอนช่วงบ่าย แต่ผู้อ่านแบบเธอก็มีไม่น้อย อย่างไรนิยายก็ยาวแค่สองแสนคำ อ่านจบในวันเดียวได้สบายอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่แตกต่างจากเถาเหยียนเหยียนก็คือ ผู้อ่านกลุ่มแรกที่ได้อ่าน ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ จบ ส่วนใหญ่ต่างก็เป็นแฟนคลับของปู่เยโหว
ซึ่งในเมื่อเป็นแฟนคลับปู่เยโหว แน่นอนว่าทุกคนย่อมคาดหวังงานเขียนที่ดาร์ก กดดันและสยองขวัญ
แต่พออ่านจบ ทุกคนก็ถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน
ไหนละความมืดหม่นสยองขวัญที่ว่า? ไหนละความกดดันวิปริตที่ว่า?
ทำไมถึงได้อบอุ่นเยียวยาจิตใจขนาดนี้? คนที่เขียนนิยายเล่มนี้คือปู่เยโหวตัวจริงหรือเปล่า?
ทำไมเรื่องราวในหนังสือใหม่ถึงได้อบอุ่นขนาดนี้? กลายเป็นการเยียวยาผู้อื่นและเยียวยาตัวเองไปได้ยังไง?
สถาบันศึกษา หมวดสืบสวนปริศนา:
‘นิยายใหม่ของปู่เยโหว อ่านไปหนึ่งส่วนสี่เล่มรู้สึกสับสน อ่านไปครึ่งเล่มรู้สึกงุนงง อ่านถึงสามส่วนสี่เล่มถึงกับตะลึง แต่พออ่านจบทั้งเล่มคุกเข่าให้เลย เขียนได้โคตรเทพ ทำไมถึงได้เก่งกาจขนาดนี้ เขียนได้ทั้งแนวสยองขวัญมืดหม่น ทั้งแนวอบอุ่นเยียวยาหัวใจ แถมยังเขียนได้ดีมากขนาดนี้อีก! แล้วปู่เยโหวด้านมืดคนนั้นละ? ปู่เยโหวสายดาร์กที่ฉันรู้จักหายไปไหนแล้ว?’
‘ยอมแล้ววววว โดนเรื่องที่สองซัดจนใจไม่เหลือชิ้นดีเลย! ความดื้อรั้นในวัยหนุ่ม ความฝันที่ไม่เคยเป็นจริง การสนับสนุนเงียบๆ จากครอบครัว ความรู้สึกผิดและการสำนึกไปจนถึงการยอมรับโชคชะตาอย่างสงบ… พอความฝันของเขาถูกสานต่อในอีกรูปแบบหนึ่ง ก็ทำให้น้ำตาซึมแบบห้ามไม่อยู่เลย โครงเรื่องหลายเส้นนี่ต้องยกนิ้วให้เลย!’
‘ไม่เคยนึกไม่เคยฝันเลย นี่คือปู่เยโหวจริงๆ เหรอ นี่คือผลงานใหม่ของปรมาจารย์นิยายสยองขวัญมืดหม่นคนนี้จริงๆ เหรอ!? ต่างกันคนละขั้วเลย! ปู่เยโหวเหมือนเพชฌฆาตที่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน แล้วจู่ๆ ก็มาต้มซุปไก่ให้อบอุ่นหัวใจ แล้วซุปไก่นั้นยังหอมอร่อยเกินคาดอีกต่างหาก ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะอ่านนิยายของปู่เยโหวแล้วร้องไห้ออกมาได้’
‘การได้ปรึกษาปัญหาทุกข์ใจกับคนแปลกหน้านันดีจริงๆ นะ ไม่ได้อยากได้คำตอบ แค่อยากระบาย ส่วนใหญ่คนที่ถามอะไรสักอย่าง ในใจก็มีคำตอบอยู่แล้ว ตอนท้ายประเด็นเลยยกระดับขึ้น ชีวิตก็คือกระดาษขาว จึงสามารถวาดอะไรก็ได้อย่างอิสระ!’
‘ปู่เยโหวถูกล้างจนเกลี้ยงเกลา กลายเป็นโหวราตรีขาว’
‘คดีไขกระจ่างแล้ว หนังสือเล่มนี้เขียนโดยโหวราตรีขาว เขียนได้เก่งกว่าโหวราตรีมืดเสียอีก!’
‘เรื่องราวเล็กๆ ที่อบอุ่นและสวยงามเหล่านี้เชื่อมโยงกันไว้อย่างแยบยล พออ่านจนวินาทีสุดท้ายถึงได้เข้าใจว่าที่แท้หน้าหลังเชื่อมถึงกันหมด ชีวิตคนก็อัศจรรย์แบบนี้ ฉันนี่อึ้งไปเลย!’
‘คนที่เขียน ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ คือโหวราตรีขาว แนวแฟนตาซีอบอุ่นปนเศร้า มักจบด้วยน้ำตา ส่วนโหวราตรีมืด แนวน่ากลัวมืดหม่นขวัญผวา เรื่องเต็มไปด้วยจินตนาการหลอนๆ คิดแล้วขนลุก สองด้านขาวดำต่างก็มีเสน่ห์ทั้งคู่ พูดง่ายๆ คือปู่เยโหวเป็นนักเขียนสองบุคลิก’
ทุกคนต่างอึ้ง! ตกตะลึงกันทั้งฟอรัม!
ไม่มีใครพูดเลยว่าเนื้อเรื่องไม่ดี เพราะ ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ แทบจะไม่มีจุดให้ติ
การเล่าเรื่องแบบหลายเส้นที่ค่อยๆ มารวมในตอนท้าย ช่วยให้ทุกเงื่อนงำเชื่อมโยงเป็นวงจรเดียวกัน
ทำให้คนอ่านรู้สึกทึ่งในฝีมือและความสามารถของผู้เขียน
แต่สิ่งที่ผู้คนประหลาดใจยิ่งกว่ากลับเป็นสไตล์ของปู่เยโหวที่เปลี่ยนไปสุดขั้ว
หลายคนรู้สึกเหมือนโดนความแตกต่างสุดขั้วของเขาชนเข้าเต็มเปา
ถึงขั้นคิดว่าปู่เยโหวเป็นโรคหลายบุคลิกไปแล้วแน่ๆ
แม้จะพูดให้ดูสุภาพว่า ‘โหวราตรีขาว’ กับ ‘โหวราตรีมืด’ ก็เถอะ
เป็นกลิ่นอายแบบ ‘บทกวีแห่งแสงตะวัน’ ชัดๆ
เมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้านี้ เล่มนี้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น อบอุ่นเยียวยาใจยิ่งกว่าเดิม
หลายคนเคยคิดว่า ‘บทกวีแห่งแสงตะวัน’ เป็นจุดจบ เป็นแค่ผลงานที่ปู่เยโหวลองฝีมือดูเท่านั้น
แต่ใครจะคิดว่านั่นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นในอีกความหมายหนึ่ง! ปู่เยโหวปรับเปลี่ยนแนวไปสุดขั้วขนาดนี้เลย!
แต่ถึงจะเปลี่ยนแนว แม้แต่คนที่ตั้งใจมาอ่าน ‘โหวราตรีมืด’ โดยเฉพาะก็ยังต้องยอมรับว่า ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ เป็นผลงานที่ทั้งควรค่าแก่การอ่าน ควรค่าแก่การยกย่อง และควรค่าแก่ความตะลึงในทุกแง่มุม!
แน่นอนว่าเป็นแบบนั้น ดูว่าหนังสือเล่มนี้ประสบความสำเร็จมากมายแค่ไหนบนโลกก็รู้แล้ว
หนังสือเล่มนี้เคยขึ้นอันดับ 1 ของร้านหนังสือชั้นนำอย่าง Kinokuniya, Eslite, ปั๋วเคอไหล, จินสือถัง และร้านหนังสือใหญ่ๆ อีกหลายแห่ง
ติดอันดับ 2 ในชาร์ตขายดีประจำปีของ Amazon หลังจากตีพิมพ์ก็ยังครองตำแหน่งอันดับต้นๆ บนชาร์ตขายดีหลายปี
เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่ประสบความสำเร็จที่สุด จนบางคนยังบ่นว่าผลงานเล่มนี้ของฮิงาชิโนะ เคโงะ มันแมสเกิน
ไหนยังถูกนำไปสร้างเป็นหนังมาแล้วหลายครั้งอีกด้วย…
หลังจากมีบทวิจารณ์ใหม่ๆ ออกมามากมาย ผู้อ่านจำนวนมากที่เฉยๆ หรือถึงขั้นไม่ชอบปู่เยโหวก็ถึงกับตาค้าง ต่างพากันตั้งคำถามในกระทู้ว่า
‘นี่มันเรื่องอะไรกัน? หนังสือเล่มใหม่ของปู่เยโหวอบอุ่นเยียวยาใจ? พวกนายประชดอยู่รึเปล่า?’
‘ในฟอรัม ถ้ามีคนหนึ่งประชดคงไม่แปลก แต่ทั้งฟอรั่มพูดแบบนี้หมดนายยังคิดว่าเป็นคำประชดอยู่อีกเหรอ ฉันว่าหนังสือเล่มนี้เป็นผลงานชั้นเยี่ยมที่ผู้อ่านทุกคนต้องรู้สึกอินเลยละ’
‘ให้ตายสิ ทำเอาฉันสงสัยเลย ฉันจะไปซื้อมาอ่านสักเล่มดีไหม? ปู่เยโหวก็เข้าใจว่าอะไรคือความอบอุ่นเยียวยาใจด้วยเหรอ?’
ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม บางทีความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ก็แรงพอจะกดความชื่นชอบส่วนตัวได้
วันนั้นมีหลายคนที่เห็นบทวิจารณ์สะเทือนใจต่างๆ นานาทั่วอินเทอร์เน็ต พุ่งตัวไปซื้อนิยายเล่มใหม่ของปู่เยโหวทันที และเปิดอ่านด้วยความสงสัยที่เปี่ยมล้น
ผู้อ่านหลายคนเริ่มชอบนักเขียนบางคนก็เพราะนิยายเพียงเล่มเดียว ก่อนที่จะได้เจอกับหนังสือเล่มนั้น ชื่อของนักเขียนคนนั้น สำหรับผู้อ่านบางคน ก็แค่ชื่อหนึ่งในหมู่นักเขียน ไม่มีความหมายอะไรพิเศษไปกว่านั้น
‘ปู่เยโหว? นักเขียนหน้าใหม่ที่มีชื่อเสียงพอตัวในช่วงนี้’
พูดให้เจาะจงขึ้นก็คือ สไตล์ค่อนข้างมืดหม่นหดหู่ อึกทึก นี่คือความรู้สึกของใครหลายคนที่มีต่อนักเขียนปู่เยโหว ก่อนที่จะได้อ่าน ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’
แต่หลังจากได้อ่าน ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ แล้ว สำหรับคนที่ก่อนหน้านี้รู้จักแค่ชื่อปู่เยโหว ตอนนี้กลับเริ่มเห็นภาพเขาชัดเจนยิ่งขึ้น
‘เป็นนักเขียนที่ยอดเยี่ยมมาก! ผลงานเต็มไปด้วยจินตนาการ และเปี่ยมด้วยอารมณ์ลึกซึ้งในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่แค่มีเทคนิคการเขียนที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังรู้วิธีปลุกเร้าอารมณ์ผู้อ่านได้อย่างดีอีกด้วย…’
แน่นอน กลุ่มที่ได้รับแรงกระแทกมากที่สุดก็คือผู้อ่านที่ขยาดกับสไตล์มืดหม่นหดหู่อย่างไม่ต้องสงสัย พวกเขาเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อปู่เยโหวไปโดยสิ้นเชิง
‘จากคนผ่านทางเป็นแฟนคลับ! จากคนต่อต้านเป็นแฟนคลับ! รับแนวสยองขวัญจิตหลุดก่อนหน้านี้ของปู่เยโหวไม่ได้จริงๆ พูดตามตรงคือไม่ชอบหมอนี่เลย แต่พออ่าน ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ จบ ก็เริ่มชอบนักเขียนคนนี้ขึ้นมาแล้ว แม้จะยังไม่ชอบงานเก่าๆ ของเขา แต่ถ้าเขาเขียนนิยายแนวนี้อีกฉันจะสนับสนุนแน่นอน เป็นนักเขียนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์จริงๆ!’
นี่คือภาพสะท้อนหนึ่ง การเปลี่ยนแนวเป็นเหมือนดาบสองคม อาจได้ผู้อ่านหน้าใหม่เพิ่มขึ้น แต่ก็อาจสูญเสียผู้อ่านเก่าได้ง่ายๆ เช่นกัน
แต่การเปลี่ยนแนวที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง คือดึงดูดผู้อ่านใหม่ให้ยอมรับกระทั่งหลงใหล ขณะเดียวกันก็ยังรักษาผู้อ่านเก่าไว้ได้
จากมุมมองนี้ การเปลี่ยนแนวของปู่เยโหวนับว่าประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งผู้อ่านหน้าใหม่และหน้าเก่าต่างก็ชื่นชมอย่างล้นหลาม!
และไม่ใช่แค่ในวงการนักอ่านเท่านั้น ในวงการนักเขียนแห่งฉินโจวต่างก็พูดถึงเช่นกัน
‘ปู่เยโหวถือว่าถอดป้ายนักเขียนหน้าใหม่กับนักเขียนแนวเฉพาะทิ้งอย่างสมบูรณ์แล้ว ผลงานชิ้นนี้ของเขาได้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบอย่างแท้จริง วันนี้ฉันไปดูที่ร้านหนังสือมา ปรากฏว่าหนังสือเล่มนี้ขายดีกว่าที่ฉันคาดไว้อีก’
‘ก่อนหน้านี้ประเมินเขาต่ำไปจริงๆ นักเขียนแนวเฉพาะไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด แต่คนที่เขียนได้ทุกแนวต่างหากที่ได้รับการต้อนรับจากตลาด ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดตอนนี้ก็คือ เมื่อก่อนฉันไม่กล้าและจะไม่ให้ลูกอ่าน ‘รวมเรื่องสั้นของปู่เยโหว’ อย่างเด็ดขาดเลย แต่ถ้าเป็นหนังสือเล่มนี้ ฉันคิดว่าลูกอ่านได้ และอาจได้แง่คิดกลับไปด้วย’
‘หมาป่ามรณะคงโล่งอกไปทีนะ’
มีคนแซวหมาป่ามรณะซึ่งเป็นนักเขียนแนวดาร์กสยองขวัญ การมาของปู่เยโหวส่งผลกระทบต่อเขาไม่น้อย หลายเดือนมานี้ทำให้ความสามารถในการแข่งขันในตลาดของเขาลดลงไปมาก
หมาป่ามรณะปรากฏตัว
“ฉันโล่งอก แต่ก็อิจฉาเหมือนกัน ฉันเองก็อยากเปลี่ยนแนวดูบ้าง แต่เสียดาย นิยายอย่าง ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ ฉันเขียนไม่ไหวจริงๆ อบอุ่น? เยียวยาใจ? หมอนี่ทำยังไงถึงเขียนงานที่แตกต่างกันสุดขั้วแบบนี้ได้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ในฟอรัมแยกเขาออกเป็นสองขั้วขาวดำ เพราะขาวกับดำคือขั้วที่ตรงข้ามกันสุดๆ”
ไม่กี่วันถัดมา นักเขียนชื่อดังหลายคนและสื่อในวงการต่างยกย่องนวนิยายเล่มนี้อย่างมาก
‘ฉันคิดว่า ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดความอบอุ่นออกมาได้อย่างลงตัวจริงๆ มันทำให้เห็นว่าในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ยังมีพื้นที่เล็กๆ ที่เราสามารถเชื่อใจกันได้ คุณเชื่อฉันเลยเขียนจดหมายมาหาฉัน ฉันเชื่อคุณ ฉันเลยตอบจดหมายคุณ ไม่มีใครเอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องล้อเล่นเลย’
‘ผลงานเปลี่ยนแนวที่งดงาม! ปู่เยโหวเปลี่ยนจากนักเขียนเฉพาะแนวกลายเป็นนักเขียนที่ไม่ถูกจำกัดด้วยแนว เขาไม่ได้มุ่งลงลึกกับแนวดาร์กสยองขวัญอีกต่อไป นั่นแปลว่าอนาคตมีความเป็นไปได้อีกมากมาย!’
‘เป็นผลงานที่เข้าถึงคนธรรมดา! การจะหาคำตอบได้หรือไม่บางทีอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด สิ่งสำคัญคือพวกเรามีความทุกข์ ความกังวลและความหวาดกลัวมากเกินไป แต่มีความรู้สึกปลอดภัย ความมั่นคง และความสุขน้อยเกินไป เพราะแบบนั้นร้านชำที่อ้างว่า ‘สามารถช่วยให้ผู้คนยุคใหม่หาสิ่งที่หายไปในใจตนกลับมาได้’ ถึงสามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้อ่านได้อย่างง่ายดาย’
อิทธิพลของสื่อในวงการนิยายนั้นไม่ถือว่ามากนัก แต่ความน่าเชื่อถือของสื่อในวงการนิยายนั้นกลับไม่อาจปฏิเสธได้เลย
ยังมีข่าววงในบางแห่งที่กล่าวถึงคอนเซปต์โหวราตรีมืดกับโหวราตรีขาวด้วยว่า
‘ฉันชอบนักเขียนที่มีสองด้านขาวดำคนนี้นะ ถ้าพูดถึงผลงานตัวแทนของโหวราตรีมืดก็คือรวมเรื่องสั้นหลอนๆ ที่เขาเคยเขียน แต่ถ้าพูดถึงโหวราตรีขาวก็ต้องเป็น ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ นี่แหละ!’
โหวราตรีมืด… โหวราตรีขาว…
การเรียกขานแบบนี้ได้แพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง สำหรับหลินจือไปเอง สิ่งที่เขารับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดก็คือยอดแฟนคลับของปู่เยโหวในจี๋กวงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
สามแสน… สามแสนห้าหมื่น… สี่แสน… สี่แสนห้าหมื่น…
ก่อนหน้านี้เพลงร็อกของไปตี้ได้ถูกขับร้องในรอบชิงชนะเลิศของ ‘I Am a Singer’ จนทำให้ยอดแฟนคลับพุ่งขึ้นแบบถล่มทลาย ทิ้งห่างสองตัวตนที่เหลือไปอย่างไม่เห็นฝุ่น
คราวนี้ปู่เยโหวจึงเร่งเครื่องไล่ตาม ด้วยกระแสความโด่งดังของ ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ ยอดผู้ติดตามของเขาก็มีเค้าลางว่าจะกลับมาแซงไปตี้ได้อีกครั้ง!
ใช่แล้ว หนังสือเล่มนี้ขายดีมาก หลังจากหนังสือเล่มนี้ถูกวางจำหน่าย ทั้งกระแสปากต่อปากและความร้อนแรงของการเปลี่ยนแนวที่ประสบความสำเร็จ ทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลายวันติดต่อกัน
นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนจากนักเขียนเฉพาะแนวเป็นนักเขียนไร้ข้อจำกัด แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ปู่เยโหวจะเติบโตจากนักเขียนเฉพาะกลุ่มไปสู่นักเขียนกระแสหลักอีกด้วย!