ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 115 ฝันร้ายของเทียนกวง: The Knockout
ตอนที่ 115 ฝันร้ายของเทียนกวง: The Knockout
คืนวันนั้น สถานีโทรทัศน์เสินฮวา ละครโทรทัศน์ ‘The Knockout’ มีทั้งหมดสี่สิบสามตอน
วันแรกปล่อยออกไปสามตอนรวด เพื่อดึงดูดผู้ชมให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงฉายวันละสองตอน วันนี้ออกอากาศตอนที่สี่และตอนที่ห้า ในสองตอนนี้มีตัวละครระดับบิ๊กเนมเปิดตัวหลายคน!
เหล่าโม่! ไท่ซู! สวีเจียง! ไป๋เจียงโป!
เรื่องราวดำเนินต่อจากตอนที่สาม เริ่มต้นจากการที่ผู้ชมสงสัยมาตลอดเรื่องอันซินขึ้นเขา ขณะเดียวกันเส้นทางผงาดขึ้นของเกาฉี่เฉียงก็ยังดำเนินต่อไป
เขาบังเอิญไปมีส่วนพัวพันกับคดีการตายของสวีเหลย ลูกชายของสวีเจียง ซึ่งสวีเจียงคนนี้ภายนอกดูเป็นแค่เจ้าของไนต์คลับไป๋จินฮั่น แต่แท้จริงแล้วคือหัวหน้าแก๊งชื่อกระฉ่อนแห่งเมืองจิงไห่!
ลูกชายของเขาสวีเหลยเสียชีวิตแล้ว สวีเจียงโศกเศร้าสุดหัวใจ
เขาจัดพิธีไว้อาลัยให้ลูกชายในวิลล่าส่วนตัว ผลคือทั้งห้องเต็มไปด้วยนมแคลเซียมสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ลูกชายเขาชอบมากที่สุดตอนที่ยังมีชีวิต
หน้าจอโทรทัศน์ ผู้ชมที่เห็นฉากนี้ต่างกลั้นขำไม่อยู่ ทั้งที่เป็นพิธีไว้อาลัยผู้ตายที่เคร่งเครียดจริงจัง แต่การเอานมแคลเซียมสำหรับเด็กมาใช้มันทำลายอารมณ์ชะมัด
“ฮ่าๆๆ!”
“สวีเจียงทำฉันขำแทบตาย!”
“สวีเจียงเป็นนักแสดงสายตลกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!”
“นมเด็กคือที่สุด เหลยจือโปรดมาก!”
“ทั้งที่เป็นละครตำรวจผู้ร้าย ตามหลักควรจะเคร่งเครียดจริงจัง แต่พอถึงฉากตลกก็เล่นซะฮาลั่นเลย เรื่องขึ้นเขาของอันซินก็เหมือนกัน งงอยู่ตั้งนานที่แท้ขึ้นเขาก็คือลงทะเล!”
บนจอโทรทัศน์ หลังจากพิธีไว้อาลัย สวีเจียงหยิบไม้กอล์ฟขึ้นมา เปลี่ยนสวมรองเท้าหนังก่อนจะออกจากประตูไป หน้าประตูวิลล่ามีลูกน้องในชุดสูทสีดำยืนเรียงรายกันเป็นแถว พลันเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียงว่า
“บอสครับ เสียใจด้วยครับ!”
“พูดไร้สาระไปก็ไม่มีประโยชน์ ไปให้คนอื่นเสียใจบ้างเถอะ”
สวีเจียงใส่สูทสีขาว สวมสร้อยทองเส้นใหญ่ ถือไม้กอล์ฟพาดบ่าอย่างมีสไตล์ ลูกน้องทั้งหมดเดินตามมาติดๆ จากนั้นกล้องก็แพนออกปรากฏภาพมุมไกลที่บอกความฮึกเหิม หัวหน้าแก๊งชุดขาวเดินนำขบวนลูกน้องออกไปอย่างยิ่งใหญ่!
ผู้ชมตื่นเต้นกันสุดๆ!
‘โหยยย ฉากนี้โคตรเท่เลย ไปให้คนอื่นเสียใจบ้าง สวีเจียงตัวละครนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เลือดร้อนแห่งจิงไห่สินะ!’
‘ดุเดือดลุกเป็นไฟ!’
‘เริ่มจะชอบสวีเจียงขึ้นมาแล้ว’
‘เห็นชัดๆ ว่าคนรับบทสวีเจียงเป็นนักแสดงตลก พอรับบทแบบนี้ ในขณะที่ถ่ายทอดความโหดเหี้ยมน่าเกรงขามของหัวหน้าแก๊งเมืองจิงไห่ก็ยังคงคาแรกเตอร์ตลกไว้ได้!’
‘สุดยอด!’
สวีเจียงเริ่มออกตามล่าตัวฆาตกรอย่างคลุ้มคลั่ง! ไท่ซูออกมาห้ามศึก ส่วนไป๋เจียงโปกับสวีเจียงเปิดฉากประจันหน้ากัน แต่เมื่อเผชิญกับรังสีอำมหิตของสวีเจียง ไป๋เจียงโปก็ถอยกรูด
สวีเจียงตบโต๊ะดังปัง!
“แกมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาด ฆ่าคนสักคนยังไม่กล้าเลย ถ้าแกไม่กล้าฆ่า งั้นเอาแบบนี้ ไปหาที่ปลอดภัยซ่อนตัวสักสองเดือน เดี๋ยวเรื่องนี้ฉันจัดการเอง พอเรียบร้อยแล้วค่อยกลับมา แต่จำไว้นะตอนกลับมาให้หางจุกตูด แล้วไปนั่งโต๊ะเด็กเวลากินข้าว เข้าใจไหม?”
ตัวละครสวีเจียงโคตรดุดัน! แต่ขณะเดียวกันก็ตลกจริงๆ!
และบทพูดประโยคนี้ก็ผสมผสานความดุดันกับความฮาเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว จนผู้ชมที่ได้ยินต่างก็ฮากระจายกันหมด!
‘นี่มันละครตลกใช่ไหมเนี่ย!’
‘ละครตำรวจผู้ร้าย? ละครตลก?’
‘แกไปนั่งโต๊ะเด็กเวลากินข้าว!’
‘ตัวละครสวีเจียงนี่เก็บทุกมุกเลย ตั้งแต่นมแคลเซียมเด็ก ไปให้คนอื่นเสียใจบ้าง จนถึงไปนั่งโต๊ะเด็กตอนกินข้าว เป๊ะทุกจังหวะ อย่างเดือด!’
‘นักแสดงสวีเจียงคนนี้เล่นตลกสั้นมาก่อน ที่สำคัญตลกสั้นของเขาก็ไม่ได้ตลกเท่าไหร่ แต่มาเล่นเป็นหัวหน้าแก๊งเรื่องนี้ทำไมถึงฮาขนาดนี้!’
‘ตลกเกินไปแล้ว!’
‘ฉันขำแทบตาย!’
เพราะบทสวีเจียงโดดเด่นเกินต้านจริงๆ ผู้ชมหน้าทีวีต่างก็หัวเราะกันสนั่น ก่อนหน้านี้ทุกคนโฟกัสที่อันซินกับเกาฉี่เฉียง ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีตัวละครล้ำค่าโผล่มาอีกคน!
สองตอนจบลง เกิดกระแสถกเถียงทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต แน่นอนว่าบนอินเทอร์เน็ตก็มีเสียงพูดถึงละครของสถานีโทรทัศน์เทียนกวงที่อยู่ข้างเคียงเช่นกัน คุณภาพของ ‘ชนวนเดือด’ จัดว่าดีพอตัว มีผู้ชมตามดูอยู่ไม่น้อย
แผนกโทรทัศน์เทียนกวง ค่ำคืนนี้ กลุ่มสนทนาระดับผู้บริหารมีข้อความแชทเด้งไม่หยุด
‘ทุกคนอย่าเพิ่งท้อแท้ถอดใจ เรตติ้งวันแรกไม่ได้หมายถึงผลลัพธ์สุดท้าย พวกเขาเปิดตัวแรงกลางทางอาจจะแผ่วลงก็ได้ บทละครของเรามั่นคงมาก เรตติ้งช่วงแรกเสียเปรียบ อาจเป็นเพราะจังหวะเรื่องไม่เร็วเท่า “The Knockout”‘
‘ใช่แล้ว’
‘อีกอย่าง วันแรกเราเองก็ไม่ได้ห่างจากพวกเขามากนัก ช่องว่างเล็กนิดเดียวยังไล่ทันได้สบายๆ จังหวะเรื่องของพวกเขาเร็วมาก แต่จังหวะเร็วก็ไม่แน่ว่าจะดีเสมอไป เนื้อเรื่องช่วงท้ายพังได้ง่ายๆ เลย วันนี้ ‘ชนวนเดือด’ ของเราเริ่มต้นเปิดเนื้อเรื่อง เรตติ้งน่าจะพลิกกลับมาได้!’
‘วันนี้ต้องพลิกเกมได้แน่!’
‘ไม่ปล่อยให้โดนทิ้งห่างเกินไปก็โอเคแล้ว’
‘รองหัวหน้าแผนกซูพูดแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ ใครแพ้ใครชนะยังไม่รู้เลย ยังไงปู่เยโหวก็เป็นมือใหม่ ไม่มีประสบการณ์เขียนบท ส่วนอาจารย์เอี๊ยนชางของเราน่ะเป็นมือเขียนบทอันดับต้นๆ ประสบการณ์สูง’
ซูฉานไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ละครของบริษัทตัวเองต่อ คืนนี้เธอได้ดูตอนที่สี่และห้าของ ‘The Knockout’ แล้ว พอดูจบก็ไม่อยากพูดอะไรอีก
วงการนิยาย บรรดาผู้อ่านและนักเขียนที่ดูสองตอนของคืนนี้จบแล้วต่างตื่นเต้น ละครเรื่องนี้ยิ่งดูยิ่งมัน สองตอนของคืนนี้ชวนให้ตื่นเต้นยิ่งกว่าสามตอนแรกเสียอีก!
‘ฉันขำจะตายอยู่แล้ว!’
‘ตัวละครสวีเจียงนี่เทพชะมัด!’
‘ละครเรื่องนี้เลือกนักแสดงดีจริงๆ!’
‘เมื่อวานฉันยังคิดอยู่เลยว่า “The Knockout” จะเปิดตัวแรงแล้วดรอปลงหรือเปล่า แต่พอดูจบวันนี้ก็สบายใจเลย ละครเรื่องนี้เปิดตัวแรงหลังจากนั้นก็ยังพุ่งขึ้นไปอีก ใครจะไปนึกว่าปู่เยโหวที่เขียนบทครั้งแรกจะทำได้ขนาดนี้!’
‘สุดยอดไปเลย!’
‘บทละครของปู่เยโหวเขียนออกมาดีกว่านิยายของเขาอีกนะเนี่ย จะย้ายสายมาเป็นนักเขียนบทเต็มตัวหรือเปล่า?’
‘ไม่เอาะนะ!’
‘ฉันยังอยากอ่านนิยายที่ปู่เยโหวเขียนอยู่นะ จะเป็นโหวราตรีมืดหรือโหวราตรีขาวก็ได้ แต่บทละครของเขาเรื่องนี้จัดว่าเป็นผลงานของโหวราตรีมืดหรือโหวราตรีขาวกันล่ะ?’
‘นับเป็นของปู่เยโหว นั่นแหละ’
‘ฮ่าๆ ไม่มีปัญหา คนเขียนนิยายคือโหวราตรีขาวและโหวราตรีมืด ส่วนนักเขียนบทก็คือปู่เยโหวเองนี่แหละ’
วันถัดมา! ข่าวแพร่กระจายไปทั่วฟ้า! เหมือนเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง ข่าววันนี้ที่รายงานเกี่ยวกับ ‘The Knockout’ ดูจะมีมากกว่าสื่อที่รายงาน ‘ชนวนเดือด’ อย่างเห็นได้ชัด!
‘The Knockout’ เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม!
‘ความคิดเห็นชาวเน็ต: The Knockout ยิ่งดูยิ่งสนุก!’
‘ประโยคทองจากสวีเจียงใน The Knockout: “ต่อไปแกไปนั่งโต๊ะเด็กเวลากินข้าว!”’
‘ชนวนเดือด ค่อยๆ เข้าสู่ช่วงพีค’
‘ชนวนเดือด ปะทะ The Knockout จะสามารถพลิกกลับมาชนะได้หรือไม่?’
‘การนับถอยหลังสู่เรตติ้งของวันนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!’
ในที่สุด! สิบโมงเช้า ผลเรตติ้งออกมาแล้ว
อันดับหนึ่ง: ‘The Knockout’
เรตติ้งตอนที่สี่: 2.98%
เรตติ้งตอนที่ห้า: 3.12%
อันดับที่สอง: ‘ชนวนเดือด’
เรตติ้งตอนที่สี่: 2.08%
เรตติ้งตอนที่ห้า: 2.01%
อันดับที่สาม…
ถ้าจะบอกว่าการเผชิญหน้าวันแรก เป็นเพียงการปะทะกันครั้งแรกของละครสองเรื่องนี้ เช่นนั้นการเผชิญหน้าในวันที่สองก็ลงสนามด้วยดาบจริงปืนจริง!
เสินฮวาชนะขาดลอย!
เรตติ้งละครโทรทัศน์ ‘The Knockout’ พุ่งสูงขึ้นตอนแล้วตอนเล่า!
ขณะที่เรตติ้ง ‘ชนวนเดือด’ กลับลดลงไปเรื่อยๆ ทั้งที่หลังจากเริ่มเข้าเนื้อเรื่องเรตติ้งควรจะเพิ่มแท้ๆ กระแสปากต่อปากของผู้ชมก็ไม่ได้เลวร้าย แต่กลับเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น
เพราะอะไร? คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว
เพราะละครของเสินฮวากับเทียนกวงสองเรื่องนี้เป็นประเภทเดียวกัน กลุ่มผู้ชมทับซ้อนกันมากเกินไป แถมยังออกฉายในช่วงเวลาเดียวกันอีก ผลลัพธ์จึงกลายเป็นว่าอีกฝ่ายรุ่งอีกฝ่ายร่วงโดยปริยาย!
ในวงการ ทุกคนต่างช็อกกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เดิมทีคิดว่าเทียนกวงจะเล่นงานเสินฮวาให้ตั้งรับไม่ทัน แต่ผลลัพธ์กลับพลิกล็อกแบบนี้!
“เทียนกวงขาดทุนย่อยยับเลย!”
“นี่มันยกหินทุ่มเท้าตัวเองชัดๆ อุตส่าห์ขนละครตัวเป้งออกมา คิดไม่ถึงว่าเสินฮวาจะเป็นตัวเบ้งยิ่งกว่า!”
“แพ้ยับเยิน”
“นี่น่าจะเป็นละครที่พังที่สุดของปีเลย เทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์เสียหายมหาศาล แข่งกับใครไม่แข่ง ดันไปหาเรื่อง “The Knockout””
“เดาจริงๆ นะ จะโทษเทียนกวงฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะมองยังไง ‘The Knockout’ ก็ดูเหมือนลูกพลับนิ่ม ใครบ้างไม่ชอบเก็บลูกพลับนิ่มมาบี้เล่น แต่ใครจะไปรู้ว่าลูกพลับนิ่มนั่นจะเป็นอุกกาบาต?”
พูดกันตามตรง ละครของเทียนกวงเรื่องนี้ไม่นับว่าแย่เลย ถ้าฉายในช่วงเวลาปกติก็คว้าแชมป์เรตติ้งได้สบายๆ แต่ดันมาเจอละครแนวเดียวกันอย่าง ‘The Knockout’ ไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งแชมป์เลย แม้แต่ฐานผู้ชมจะรักษาไว้ได้เท่าไหร่ก็ยังไม่รู้
เรตติ้งทะลุสาม! แค่ออกอากาศสองวัน “The Knockout” ของสถานีโทรทัศน์เสินฮวาก็เรตติ้งเฉลี่ยทะลุสามไปแล้ว ใครจะไปรู้ว่าหลังจากนี้เรตติ้งจะพุ่งขึ้นไปขนาดไหน?
เทียนกวง แผนกโทรทัศน์ ในที่ประชุมช่วงเช้า ผู้บริหารแผนกโทรทัศน์นั่งอึ้งไม่พูดไม่จา ผู้บริหารคนอื่นๆ ก็เหมือนมะเขือยาวถูกน้ำค้างกัดจนเหี่ยวไปตามๆ กัน
ทุกคนเห็นเรตติ้งแล้ว ความหวังว่าจะพลิกกลับมาชนะไม่เป็นจริง ‘The Knockout’ พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งจริงๆ ขณะที่ละครใหม่ของสถานีโทรทัศน์เทียนกวงที่แบกความหวังมหาศาล กลับถูกผลพวงฝ่ายหนึ่งรุ่งฝ่ายหนึ่งร่วงเล่นงาน ผู้ชมมากมายถูกดึงไป
“จบเห่แล้ว”
“แพ้ศึกย่อยยับดังภูผาทลาย”
“แค่วันที่สองก็เป็นแบบนี้แล้ว”
“ต่อจากนี้พวกเราจะทำยังไงดี”
บรรยากาศสิ้นหวังแผ่กระจายไปทั่วห้องประชุม จู่ๆ ซูฉานก็ตบโต๊ะดังปัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า
“ก่อนหน้านี้ฉันบอกแล้วว่าไม่ให้เอาละครเรื่องนี้ลง พวกคุณมีใครฟังฉันบ้าง ตอนนี้รู้จักเจ็บแล้วละสิ!”
ทุกคนเงียบกริบ แม้แต่หัวหน้าแผนกโทรทัศน์ที่เคยกดซูฉานมาตลอด ในเวลานี้ก็ไม่มีข้อโต้เถียงใดๆ เพราะผลลัพธ์ตอนนี้พิสูจน์แล้วว่ารองหัวหน้าแผนกคนนี้เป็นฝ่ายถูก
“ต่อจากนี้ฟังฉันนะคะ” ซูฉานมองหัวหน้าแผนกโทรทัศน์ด้วยแววตาล้ำลึก อีกฝ่ายหมดเครดิตไปแล้ว แต่เทียนกวงก็ต้องจ่ายด้วยราคามหาศาลขนาดนี้ ต่อให้เธอจะได้อำนาจเสียงเพิ่มก็ดีใจไม่ออก
“ปล่อยข่าวออกไป” เธอต้องหาทางกอบกู้สถานการณ์ “เริ่มตั้งแต่คืนนี้ ‘ชนวนเดือด’ จะออกอากาศวันละสามตอน คุณภาพสู้เขาไม่ได้ ก็ต้องสู้ด้วยปริมาณแทนแล้วละ”
นี่เป็นวิธีที่ไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ ไม่อย่างนั้นบริษัทได้ขาดทุนจนไม่เหลืออะไรแน่ ผู้บริหารระดับสูงต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย ไม่มีใครถามความเห็นหัวหน้าแผนกโทรทัศน์อีก แน่นอนว่าหัวหน้าแผนกโทรทัศน์ที่ต้องเป็นแพะรับบาปก็ไม่มีความเห็นอะไรอีกแล้ว โดนจัดหนักไปเรียบร้อย
แต่ทว่า ทันทีที่ ‘ชนวนเดือด’ ประกาศว่าจะฉายวันละสามตอน สถานีโทรทัศน์ของเสินฮวาก็ออกประกาศโต้กลับทันทีว่า
นับตั้งแต่วันนี้! ‘The Knockout’ จะฉายวันละสามตอน!
ศึกเรตติ้งครั้งนี้เทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นฝ่ายเปิดก่อน แต่ตอนนี้อำนาจต่อรองกลับตกไปอยู่ในมือเสินฮวา โดนเล่นงานแล้วไม่โต้กลับ คงไม่ใช่นิสัยยโสโอหังของเสินฮวา
ที่พักของหลินจือไป เจียงเฉิงโทรเข้ามา น้ำเสียงใจหายปนสะใจเล็กน้อย
“ดูออกเลยว่าเทียนกวงร้อนใจแล้วครับ พวกเขาเป็นฝ่ายจงใจหาเรื่องแท้ๆ แต่ดันเล่นตัวเองจนพัง ละครเรื่อง ‘ชนวนเดือด’ จะฉายเมื่อไหร่ก็ฉายได้ แต่สิ่งที่ไม่ควรทำเพียงอย่างเดียว คือฉายชนกับละครใหม่ของคุนเผิงเรา”
เจียงเฉิงทอดถอนใจ อันที่จริงหลังจากได้รับบท ‘The Knockout’ มาอ่าน เจียงเฉิงก็รู้เลยว่าละครเรื่องนี้มีหวังดังระเบิด แต่ความร้อนแรงของละครเรื่องนี้กลับเหนือความคาดหมายของเขาไปอีก ทำให้เจียงเฉิงได้ตระหนักถึงความน่ากลัวของเจ้านายอีกครั้ง
หลินจือไปยิ้ม ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์ก็ต้องเลือกช่วงเวลาออกฉายให้เหมาะสม ครั้งนี้เรียกได้ว่าเทียนกวงหาเหาใส่หัวแท้ๆ ที่คิดจะลอบโจมตี ‘The Knockout’ ใครกันแน่ลอบโจมตีใคร?
นี่คือละครในโลกก่อนที่เคยดังเป็นพลุแตกฮิตทั่วประเทศ จนคนดูกันทั่วบ้านทั่วเมือง ติดเทรนด์ฮิตทุกวัน แค่ไปซื้อผักที่ตลาดยังได้ยินลุงป้าน้าอาคุยกันถึงละครเรื่องนี้อย่างออกรส จะพูดว่าใครแตะเป็นต้องตายอาจฟังดูเวอร์ไปหน่อย แต่ก็แทบไม่มีละครแนวเดียวกันเรื่องไหนที่กล้าพูดว่าตนสามารถกด ‘The Knockout’ ได้เลย
ฝันร้ายของเทียนกวงเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น หลังจากนี้พวกเขาคงได้เห็นภาพนรกกันเลยทีเดียว เพราะกระแสของ ‘The Knockout’ จะร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงตอนจบ
นอกจากวลีเด็ดของสวีเจียงอย่าง ‘ไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะเด็ก’ หรือ ‘ให้คนอื่นเสียใจบ้างเถอะ’ แล้ว ก็ยังมีฉากเด็ดอีกเพียบที่ยังมาไม่ถึง
หลินจือไปมั่นใจได้ว่า ต้องมีคนในแผนกโทรทัศน์ของเทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่ต้องรับผิดชอบการตัดสินใจที่โง่เขลาในครั้งนี้ สุดท้ายจะนำมาซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในครั้งใหญ่
แต่… มีคนคนหนึ่งที่จะต้องฉวยโอกาสนี้
หลินจือไปหรี่ตาเล็กน้อย “จับตาดูซูฉานที่อยู่แผนกโทรทัศน์ของเทียนกวงคนนั้นไว้นะครับ ถ้าเธอเข้าหาพี่ ก็บอกใบ้เรื่องความต้องการร่วมมือไปสักหน่อย แต่ถ้าเธอไม่เข้าหาพี่ก็ปล่อยไปก่อนแล้วกัน เพราะการเสนอตัวกับการที่คนอื่นเดินเข้ามาหาเราเองมันต่างกัน”
“ซูฉาน?” เจียงเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด “ผมจำได้ว่าซูฉานเป็นหลานแท้ๆ ของประธานเทียนกวง เจ้านายคิดจะหนุนเธอขึ้นมามีอำนาจในเทียนกวงเหรอครับ?”
“อืม” หลินจือไปกล่าวเรียบๆ
“ยังไงก็ยื่นโอกาสให้เธอแล้ว ถ้าเธอไม่รู้จักคว้าไว้ ก็ไม่จำเป็นที่เราต้องไปดันคนไร้ความสามารถขึ้นมา คุนเผิงไม่ได้ไม่มีตัวเลือกอื่น”
“เข้าใจแล้วครับ” เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่รู้ว่าใครในเทียนกวงคิดจะเล่นงาน ‘The Knockout’ ถ้าเป็นซูฉานละก็ เธอคงลำบากแน่”
“ไม่แน่ว่าจะเป็นเธอหรอกครับ” หลินจือไปเคยตรวจสอบข้อมูลของซูฉาน เธอเป็นเบอร์สองในแผนกโทรทัศน์เทียนกวง การตัดสินใจระดับนี้มักเป็นเบอร์หนึ่งมากกว่า
“น่าเซินล่ะครับ?” เจียงเฉิงถาม
“ในบริษัทผลักดันครอบครัวของเจ้านาย เทียนกวงผลักดันซูฉาน แล้วน่าเซิน เจ้านายมีใครในใจหรือยังครับ?”
เจียงเฉิงกำลังคาดเดา หรือแผนของเจ้านายคือการผลักดัน ‘เจ้าชาย’ และ ‘เจ้าหญิง’ ที่ไม่ได้รับการเหลียวแลในสามบริษัทยักษ์ใหญ่?
อย่างซูฉานแห่งเทียนกวง เธอเป็นหลานสาวของประธานเทียนกวง แต่เพราะเป็นผู้หญิง ในสถานการณ์ปกติจึงไม่มีสิทธิ์สืบทอดอำนาจ แต่พอคุนเผิงเข้ามาแทรกก็ทำให้เรื่องนี้มีความเป็นไปได้มากขึ้น ถึงเวลานั้นสถานะ “เจ้าหญิง” ของเธอกลับจะกลายเป็นอาวุธลับเสียด้วยซ้ำ
“ค่อยว่ากันครับ”
ที่เจียงเฉิงเดาไว้ก็ไม่ผิดนัก ทางน่าเซิน หลินจือไปเองก็กำลังเล็งหยิ่นตงหนวนอยู่ หยิ่นตงหนวนไม่ได้บอกหรือว่าตนได้เริ่มดูแลงานบางส่วนในบริษัทแล้ว แต่คาดว่าเธอคงยังมีอิทธิพลในน่าเซินไม่มากนัก อย่างไรเธอก็ยังอายุน้อยมาก
ปล่อยไว้ก่อน พุ่งทะยานต่อไป!