ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 141 หลินเป้า : รายการนี้เจ๋งชัวร์
ชื่อของคนเปรียบดังเงาของต้นไม้
ด้วยความสำเร็จอย่างถล่มทลายของ “I Am a Singer” คุนเผิงได้สร้างชื่อในวงการวาไรตี้อย่างงดงามแล้ว!
ส่วนรายการ “I Love Lyrics” ที่ออกตามมาทีหลัง
แม้จะไม่ฮิตเท่ารายการก่อนหน้า แต่ก็ถือได้ว่าเป็นรายการวาไรตี้คุณภาพรายการหนึ่งแน่นอน!
ด้วยเหตุนี้เอง ไม่ใช่เพียงแค่หลินหลิวเท่านั้นที่ได้ยินข่าวนี้
ทันทีที่มีการโปรโมตรายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงชื่อ “If You Are The One” ออกมา ก็เรียกความสนใจจากทุกฝ่ายในทันที!
“คุนเผิงออกรายการวาไรตี้ใหม่แล้วเหรอ?”
“ใครเป็นคนวางแผนรายการครั้งนี้”
“ฉันเข้าไปดูข้อมูลรายละเอียดในบัญชีทางการของคุนเผิงมาแล้ว
นักวางแผนก็ยังเป็นคนนั้น อาจารย์นักวางแผนลึกลับของคุนเผิง
แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ บริษัทที่รับหน้าที่จัดรายการนี้กลับเป็นจี๋เฟิงมีเดียนี่สิ
ฉันนึกว่าคุนเผิงจะร่วมงานแต่กับสามค่ายใหญ่เท่านั้นเสียอีก
ดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่คุนเผิงร่วมมือกับบริษัทบันเทิงนอกเหนือจากสามค่ายยักษ์ใหญ่เลยนะ”
แบบนี้นี่เอง!
ผู้คนในวงการจำนวนมากเพิ่งได้เข้าใจในตอนนี้!
ไม่แปลกเลยที่ฉูฉือแห่งคุนเผิงเขียนเพลงให้นักร้องหญิงแถวหน้าของจี๋เฟิงมีเดียอย่างจี่อิ้งอิ่ง
ที่แท้ทั้งสองบริษัทได้ร่วมมือกันสร้างรายการวาไรตี้ขึ้นมาเงียบๆ
แต่ว่าทำไมคุนเผิงถึงไม่ร่วมงานกับสามค่ายยักษ์ใหญ่ต่อล่ะ?
ไม่ว่าด้านอิทธิพลหรือความสามารถในการผลิตรายการวาไรตี้ เมื่อเทียบกับสามค่ายใหญ่ จี๋เฟิงมีเดียอยู่ห่างราวกับเหวลึกเลยไม่ใช่หรือ?
นอกจากนี้คำอธิบายของรายการนี่มันอะไรกัน?
รายการหาคู่ทางโทรทัศน์รายการแรกในประวัติศาสตร์?
“ฉันว่าฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคุนเผิงถึงไม่ร่วมมือกับสามค่ายบันเทิงใหญ่ต่อ
คอนเซปต์ของรายการนี้แม่งโคตรประหลาด สามค่ายใหญ่คงไม่สนใจ
ตัวแทนเจียงคงทำได้แค่ร่วมมือกับจี๋เฟิงมีเดียที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาบริษัทนอกเหนือจากสามค่ายใหญ่”
“ฮ่าๆๆๆๆ”
“ตัวแทนเจียงนี่ก็ร้ายเหมือนกันนะ ตอนร่วมงานกับสามค่ายใหญ่ทำแต่รายการเพลงคุณภาพอย่าง ‘I Am a Singer’
แต่พอไปร่วมมือกับจี๋เฟิงมีเดีย กลับเอารายการหาคู่มาลวงโลก แถมยังเน้นย้ำว่าเป็นรายการแรกในประวัติศาสตร์
แต่ว่าของแบบนี้จะมีใครมาแย่งตำแหน่งไปจากนายกันล่ะ”
โอเคเถอะ ปฏิกิริยาแรกของหลายคนในวงการจริงๆ ก็เหมือนกับหลินหลิว
แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะคิดแบบนั้นไปซะหมด
“เอ่อนั่น…”
“ฉันอยากเตือนทุกคนไว้นิดนึงนะ ถึงรายการใหม่ของคุนเผิงจะดูไม่น่าเชื่อถือ
แต่อย่าลืมว่าก่อนรายการ ‘I Love Lyrics’ จะออกมา พวกเราต่างก็คิดว่ามันไม่น่าจะรุ่ง
สุดท้ายกลับโดนตบหน้าดังเพียะๆ เลย ส่วนตัวฉันขอแสดงความเห็นแบบสงวนท่าทีไว้ก่อน
ยังไม่เห็นเนื้อหาโดยละเอียดก็ไม่ขอวิจารณ์ละกัน”
“โห คราวที่แล้วหน้าโดนตบจนบวมจริงๆ นั่นแหละ”
“คราวนี้ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าคุนเผิงจะงัดไม้เด็ดอะไรออกมาอีก”
“ประเด็นคือนักวางแผนของคุนเผิงนี่มีของจริงๆ นะ
ขนาดโฆษณายังวางแผนได้เจ๋งขนาดนั้น แล้ววาไรตี้รายการใหม่จะห่วยได้แค่ไหนกัน?”
“คราวนี้ก็ต้องดูกันไปยาวๆ แล้วล่ะ”
“ดูอะไรก่อน ฉันยอมรับว่ารายการ ‘I Love Lyrics’ ดีจริง แล้วก็ตบหน้าคนไปไม่น้อย
แต่พวกนายก็คงปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าภาพรวมของรายการนั้นยังห่างชั้นกว่า ‘I Am a Singer’ เยอะเลยใช่ไหมล่ะ?”
“ก็ห่างกันอยู่หน่อยๆ”
“แล้วไงล่ะ?”
“ยังไงฉันก็คิดว่ารายการหาคู่นี่มันไม่น่าเวิร์กหรอก พวกนายก็คงคิดเหมือนกัน
แต่กลัวโดนตบหน้าจนไม่กล้าพูดล่ะสิ ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ?
คิดยังไงก็พูดออกไปสิจะกลัวอะไร!
ถ้าคุนเผิงมีปัญญามาตบหน้าฉันได้อีกครั้ง! ฉันจะยืนด้วยหัวสระผมให้ดูเลย!”
“พี่ชาย คุณตั้งธงไว้แบบนี้มันดู…”
“ก็คุนเผิงมันชอบเล่นนอกกรอบจริงๆ นะสิ
รายการวาไรตี้ที่ทำออกมาทุกครั้ง ดูแค่คอนเซปต์ภายนอกก็เหมือนจะเจ๋งตั้งแต่แรกทั้งนั้น!”
บางทีบทเรียนครั้งก่อนอาจฝังลึกมากพอควร ครั้งนี้ในวงการจึงมีแค่เสียงถกเถียงกันเล็กน้อยเท่านั้น
ไม่ได้เกิดกระแสที่เอนเอียงไปทางเดียวว่า “If You Are The One” จะต้องแป้กแน่นอน
ทุกคนล้วนวางตัวระมัดระวังอย่างยิ่ง
เหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เหล่าชาวเน็ตที่เห็นรายละเอียดของรายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิง ต่างก็รู้สึกงุนงง
“รายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงดูแปลกๆ แฮะ”
“หาคู่มันเล่นยังไงกันนะ? หรือว่าให้ผู้ชายผู้หญิงมานั่งคุยกันแบบเกร็งๆ ถามเงื่อนไขชีวิตกับความสนใจ? แล้วพาผู้ปกครองมาด้วยหรือเปล่าเนี่ย?”
“ฉันก็ค่อนข้างตั้งตารอนะ”
“คำอธิบายรายการบอกว่าเป็นรายการของคนธรรมดาล้วนๆ ไม่มีดารามาร่วมเลย
งั้นจะเหมือนกับ ‘I Love Lyrics’ ไหมที่เน้นแนวเข้าถึงคนดูทั่วไป?”
“ไร้สาระ”
“แม้แต่ ‘I Love Lyrics’ ก็ยังมีดารานะ บรรดานักร้องนำพวกนั้นไม่ใช่ดาราหรือไง ถึงจะไม่ใช่ระดับดังมากก็เถอะ”
“แล้วครั้งนี้เป็นคนทางบ้านล้วนๆ เลยจริงเหรอ?”
“ดูเหมือนวาไรตี้ของคุนเผิงจะไม่ค่อยชอบใช้ดารานะ
ตอน ‘I Am a Singer’ ก็มีแต่พวกนักร้องรุ่นเก่าที่ไม่ค่อยดังแล้ว”
“ไว้ถึงเวลาค่อยดูแล้วกัน”
“ถึงฉันจะไม่เข้าใจว่ารายการนี้จะทำอะไร แต่คนวางแผนของคุนเผิงนะเก่งจริงๆ นะ
ฉันชอบโฆษณาช็อกโกแลตที่เขาออกแบบมากเลย”
คุนเผิงได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างออกไปสิ้นเชิง
ตามปกติถ้าคนไม่สนใจจุดขายหรือลูกเล่นของรายการไหน ก็มักจะไม่คิดกดเข้าไปดู
แต่ตอนนี้ความเห็นของชาวเน็ตส่วนใหญ่กลับเป็น “ไว้ถึงเวลาค่อยดู”
ก็หมายความว่า ต่อให้คนจะไม่ค่อยสนใจลูกเล่นโปรโมตรายการนี้เท่าไหร่
แต่เพราะเห็นแก่ชื่อของคุนเผิง พอถึงเวลาก็ยังยอมกดเข้าไปดูอยู่ดี
ปากบอกไม่อยากแต่ร่างกายซื่อสัตย์มาก
จริงๆ แล้วในใจลึกๆ ก็ยังมีความคาดหวังเล็กๆ
ไม่ใช่เพราะตัวรายการทำให้พวกเขาคาดหวัง แต่เป็นเพราะคำว่า “คุนเผิง” สองพยางค์นี้ที่จุดประกายความสนใจให้ผู้คนมากมาย
สำหรับหลินจือไป แค่นี้ก็มากพอแล้ว
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่คนไม่แม้แต่จะกดเข้าไปดูเลยสักนิด
ถ้าพวกเขายอมดูสักหน่อย หลินจือไปมั่นใจว่าจะดึงผู้ชมไว้ได้มากพอสมควรแน่นอน!
นอกจากนี้ที่ชาวเน็ตสนใจแค่พอประมาณแบบนี้ก็ถือว่าปกติมาก
ในชาติก่อน ทีมงานรายการ “If You Are The One” เคยทำการสำรวจ
ผู้ชมส่วนใหญ่ของรายการนี้เป็นคนที่มีอายุเสียมาก ส่วนใหญ่จะเป็นแม่บ้าน และเสริมด้วยคุณลุงคุณป้า
คนกลุ่มนี้อาจจะไม่ค่อยสนใจเล่นอินเทอร์เน็ต แต่พวกเขานี่แหละคือคนที่จับรีโมตในหลายๆ ครอบครัว!
ดูท่าคงจะเกลียดคุนเผิงที่ฉูฉือสังกัดอยู่เข้ากระดูกดำจริงๆ
หลินหลิวถึงได้สาปแช่งให้ “If You Are The One” พังไม่เป็นท่าอยู่ในใจ!
แต่แน่นอนว่าไม่ใช่แค่การสาปแช่งอย่างเดียว
หลินหลิวคิดจริงๆ ว่ารายการนี้ไร้สาระ ไม่มีทางจะดังเป็นพลุแตกได้!
แต่ในไม่ช้า หลินหลิวก็เริ่มตระหนักว่า ตัวเองเข้าใจเรื่องดนตรีมากที่สุด
พอเป็นรายการวาไรตี้ก็ไม่เชี่ยวชาญสักเท่าไหร่ การคาดเดาอาจไม่ถูกต้อง
เธอเลยตัดสินใจไปถามพี่ชายที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง
“พี่เป้า”
ผู้เชี่ยวชาญที่หลินหลิวไปหาก็คือหลินเป้า แห่งแผนกวาไรตี้หนึ่ง
หลินเป้าไม่ใช่แค่หัวหน้าของแผนกวาไรตี้หนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นลูกชายคนเล็กของลุงรองอีกด้วย
เพราะเหตุนี้ การที่หลินหลิวเรียก “พี่เป้า” จึงไม่ผิด เพราะอีกฝ่ายเป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอจริงๆ
“น้องหลิว”
หลินเป้าพยักหน้า
“มีธุระอะไรจะคุยกับพี่ล่ะ?”
รุ่นที่สามของตระกูลหลินมีคนเยอะมาก เรียกไปเรียกมาก็ล้วนเป็นพี่ชายพี่สาว น้องชายน้องสาว
ดังนั้นเวลาที่เรียกชื่อกันจึงมักใช้ตัวอักษรบางตัวในชื่อของอีกฝ่าย
“คุนเผิง…”
“ฉันได้ยินมาแล้ว”
หลินเป้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะใจขึ้นมากะทันหัน
“น้องหลิวเพิ่งเสียรู้ให้คุนเผิงไปหมาดๆ เลยนี่นา!”
“หลินเป้า!”
สีหน้าของหลินหลิวเย็นชาในทันที ไอ้โง่นี่กล้าดียังไงมาสมน้ำหน้าเธอ?
“เรียกพี่เป้าสิ!”
หลินเป้าจ้องหลินหลิวพลางพูดว่า
“เรื่องเธอแพร่ไปทั่ววงการแล้ว ขายหน้าเสินฮวารุ่นที่สามของพวกเราจริงๆ!”
“ฉันขายหน้าเหรอ”
หลินหลิวตวาดด่า
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเมื่อก่อนพี่ประจบเจียงเฉิง ตัวแทนของคุนเผิง
เพื่อจะเอารายการ ‘I Am a Singer’ ซีซันสอง สุดท้ายเขาก็ยังร่วมมือกับหลินเซิงเทียนต่อ
ไม่ได้สนใจพี่เลยสักนิด แล้วพี่หลินหูก็เลยอารมณ์เสียจัดการพี่ไปชุดใหญ่คืนนั้น!”
“สักวันฉันจะทำให้คุนเผิงต้องเสียใจ!”
หลินเป้าได้ยินดังนั้นแววตาก็พลันเย็นชา
หลินหลิวส่งเสียงฮึดฮัดแล้วเอ่ยว่า
“เพราะงั้นฉันเลยเรียกพี่มา อยากถามว่าพี่รู้หรือเปล่าว่าคุนเผิงมีวาไรตี้ใหม่…”
“วาไรตี้ใหม่?”
หลินเป้าทำหน้างุนงง
“วาไรตี้ใหม่อะไร? คุนเผิงมีวาไรตี้ใหม่อีกแล้วเหรอ? ร่วมมือกับค่ายไหน?”
หลินหลิวเอามือนวดขมับ สมกับเป็นไอ้งั่งอันดับหนึ่งแห่งรุ่นที่สามของเสินฮวา
ปากบอกว่าจะทำให้คุนเผิงเสียใจ แต่ดันไม่รู้แม้กระทั่งว่าทางนั้นออกวาไรตี้ใหม่
ถ้าเธอต้องปรึกษาคนแบบนี้ จะได้คำตอบที่ต้องการจริงๆ เหรอ?
“บ้าเอ๊ย! ไม่มีใครบอกฉันเลย!”
หลินเป้าบ่นกระฟัดกระเฟียด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ช ไม่นานก็เจอการโปรโมตรายการ “If You Are The One”
“ฮ่าๆๆๆๆ…”
หลังจากอ่านข้อมูลเบื้องต้นของรายการเสร็จในไม่กี่นาที
หลินเป้าก็ระเบิดหัวเราะลั่น ตื่นเต้นจนตบขาตัวเองรัวๆ
“นักวางแผนของคุนเผิงนี่ทำท่าจะหมดมุกแล้วสินะ มันคิดได้ยังไงถึงเอารายการหาคู่มาทำวาไรตี้”
“หมดมุกจริงๆ…”
หลินหลิวถอนหายใจ แต่จากนั้นแววตาก็เป็นประกายวาบ
“พี่ก็คิดแบบนี้เหมือนกันสินะ? วิเคราะห์ด้วยสายตาของมืออาชีพที่ทำวาไรตี้มาหลายปีเหรอ?”
“ก็ใช่่น่ะสิ”
หลินเป้าหัวเราะไม่หยุด
“รายการหาคู่มันจะไปสนุกตรงไหนกัน จากประสบการณ์ทำวาไรตี้หลายปีของฉัน
บอกเลยว่าวาไรตี้ของคุนเผิงรายการนี้ต้องเจ๊งไม่เป็นท่าแน่นอน!
เห็นแค่โปรโมตก็ทำเอาฉันอยากดูเลย อยากรู้ว่าพวกมันจะทำออกมาได้ถึงไหน!”
หลินหลิวขมวดคิ้วเล็กน้อย หลินเป้านี่เป็นพวกหัวทิ่ม เขาบอกว่ารายการนี้ต้องเจ๊งแน่ จะเชื่อถือได้จริงไหมเนี่ย?
ก็น่าจะเชื่อถือได้อยู่ ถึงหลินเป้าจะดูไม่ค่อยฉลาด แต่แผนกวาไรตี้ที่เขารับผิดชอบก็เคยทำรายการฮิตติดกระแสมาหลายรายการ!
ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ในแผนกวาไรตี้ของเสินฮวา แผนกที่หลินเป้าดูแลอยู่ ผลงานติดอันดับต้นๆ มาโดยตลอด
ไอ้แบบนี้มันหลอกใครไม่ได้หรอกมั้ง!
พอคิดถึงตรงนี้หลินหลิวก็รู้สึกดีขึ้นมาก
“ขอแค่คุนเผิง อินเวสต์เมนต์เริ่มดิ่งลงเมื่อไหร่…”
“ฉันจะจัดการพวกมันให้สิ้นซาก!”
หลินเป้าพูดอย่างตื่นเต้น
“ยกเว้นว่าถ้าเจียงเฉิงยอมมอบ ‘I Am a Singer’ ซีซันสามให้ฉัน!”
หลินหลิว “…งั้นถึงตอนนั้นพวกเราค่อยมาร่วมมือกัน”
แม้จะไม่เชื่อในความฉลาดของหลินเป้าเท่าไหร่ แต่หมอนี่คงไม่ถึงขั้นทำให้เรื่องยุ่งยากไปกว่าเดิมหรอกมั้ง
“ได้เลย ร่วมมือกัน!”
หลินเป้าดูโปรโมตวาไรตี้ของคุนเผิงอีกรอบ ก็อดคิดไม่ได้ว่านี่มันไอเดียตลกชัดๆ
เดี๋ยวต้องให้พวกนักวางแผนในแผนกมาดูบ้าง
“นักวางแผนของคุนเผิง” ที่พวกเขายกย่องกันนักหนาก็แค่นี้เอง!
หลินเป้ามักฟังคำแนะนำของทีมวางแผนรายการวาไรตี้เหล่านั้นเสมอ
ทีมวางแผนชุดนี้พ่อช่วยหาให้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาก็ช่วยหลินเป้าไว้มากจริงๆ แถมยังทำรายการวาไรตี้ที่ได้ผลตอบรับดีหลายรายการ
ส่วนหลินหลิวที่อยู่ข้างๆ เห็นหลินเป้าหยิบข้อมูลเบื้องต้นของรายการนี้มาอ่านซ้ำแล้วยังยิ้มอย่างพอใจ ก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเบาๆ
ยังไงหลินเป้าก็ถือว่าเป็นมืออาชีพด้านนี้ ดูท่าการตัดสินใจของหลินเป้าก็ผ่านการคิดอย่างรอบคอบมาแล้วเหมือนกัน