ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 142 ‘If You Are The One’ ออกอากาศ
บางทีอาจเป็นเพราะหลินเป้าทำท่าทีมั่นใจว่า “If You Are The One” จะล้มเหลว
ทำให้หลินหลิวเริ่มตั้งตารอให้รายการนี้ออกอากาศโดยเร็วแล้ว
แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของการตั้งตารอนี้ คือเธออยากเห็นคุนเผิงล้มจมในเร็ววัน
และวันออกอากาศรายการใหม่ของคุนเผิงก็ใกล้เข้ามาทีละนิด ท่ามกลางความคาดหวังสุดประหลาดของเธอ
วันที่สิบสอง!
วันที่สิบสาม!
วันที่สิบสี่!
และแล้ววันนี้ก็มาถึง ในเวลาสองทุ่มยี่สิบที่บ้านของหลินจือไป
พี่สาวหลินซีพูดขึ้นว่า
“ฉันจำได้ว่าเหมือนคุนเผิงจะมีรายการใหม่ออกอากาศคืนนี้ใช่ไหม?”
หลินเซิงเทียนพยักหน้า
“ใช่”
หลินซีถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า
“ได้ข่าวว่าเป็นรายการนัดเดท นายที่เป็นมืออาชีพด้านวาไรตี้คิดว่ารายการนี้จะไปรอดไหม?”
หลินเซิงเทียนหัวเราะ
“ผมไม่ใช่เทพเจ้าสักหน่อย ยังไม่เคยเห็นแผนงานฉบับละเอียดเลย จะรู้ได้ไงว่ารายการนี้จะรอดหรือเปล่า
ผมบอกได้แค่ว่าการนัดเดทเป็นคอนเซปต์ ไม่ได้แปลว่าจะล้มเหลวเสมอไป
สิ่งสำคัญคือนักออกแบบของจริงจะนำเสนอเนื้อหาการหาคู่ออกมาในรูปแบบไหน
แล้วจะจับจุดความสนใจของผู้ชมได้หรือเปล่านั่นแหละคือกุญแจที่ตัดสินว่ารายการจะสำเร็จไหม”
หลินจือไปพูดแทรก
“ดูเดี๋ยวก็รู้เอง”
หลินเซิงเทียนเห็นด้วย
“น่าจะออกอากาศทางช่องห้าฉินโจวนะ”
ระหว่างที่คุยกัน หลินซีได้เปิดไปที่ช่องห้าฉินโจวแล้ว
เห็นโฆษณาทางสถานีบอกว่าอีกห้านาทีจะเริ่มรายการใหม่ “If You Are The One”
ขณะนี้ บนโลกออนไลน์ ก็มีคนพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน
“รายการใหม่ของคุนเผิงจะเริ่มแล้ว!”
“นายติดตามขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ฉันก็แค่สงสัยว่าการหาคู่อะไรแบบนี้มันจะทำเป็นรายการได้ยังไง”
“นักวางแผนของคุนเผิงเก่งจะตาย”
“ฉันจะรอดูว่านักวางแผนของคุนเผิงจะเทพแบบนั้นได้ทุกครั้งไหม”
“เริ่มแล้วเริ่มแล้ว!”
“พิธีกรคือเมิ่งฝานนี่นา!”
“ฮ่าๆๆ เหลาเมิ่งหัวล้านนี่มันแวววาวจริงๆ!”
ระหว่างที่กำลังถกเถียงกันรายการก็เริ่มออกอากาศ
ซึ่งวิธีปรากฏตัวบนเวทีของพิธีกรรายการนี้ไม่เหมือนกับรายการทั่วไป
พิธีกรของรายการนี้ลงมาจากลิฟต์ เขาทักทายผู้ชมในสตูดิโอและทางบ้านว่า
“ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการหาคู่ขนาดใหญ่ ‘If You Are The One’
ซึ่งสนับสนุนหลักโดยช็อกโกแลตหลาน ผู้นำเสนอโดยคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ ผลิตโดยจี๋เฟิงมีเดีย และออกอากาศทางช่องห้าฉินโจว
ผมคือเมิ่งฝาน ผู้ดำเนินรายการ เราจะอธิบายกติกาในภายหลัง
ก่อนอื่นขอเสียงปรบมือดังๆ ต้อนรับสาวโสดทั้งยี่สิบสี่คนของค่ำคืนนี้ด้วยครับ…”
เสียงดนตรีจังหวะเร้าใจดังกระหึ่ม แสงไฟจากทางเข้าเวทีกะพริบระยิบระยับ
เห็นสาวสวยวัยรุ่นทั้งยี่สิบสี่คนเดินออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส แล้วไปยืนประจำแต่ละแท่นของตัวเอง
ซึ่งตรงหน้าแท่นแต่ละคนมีไมโครโฟนติดอยู่
“สาวสวยเยอะมาก!”
“หุ่นเซียะสุดๆ!”
“งั้นสาวๆ พวกนี้ก็คือผู้เข้าร่วมการหาคู่ใช่ไหม แต่ละคนสวยขนาดนี้ยังต้องมารายการหาคู่ด้วยเหรอ?”
“ไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปหรอก”
“หนึ่งเลยคือมาออกรายการเพื่อสัมผัสความแปลกใหม่
สองคือคนส่วนใหญ่ก็มีแวดวงสังคมแคบ ไม่ได้แปลว่าคนหน้าตาดีแล้วจะหาคู่ได้ง่ายเสมอไปนะ”
“เข้าท่าดีนี่”
“สนุกกว่าที่ฉันคิดไว้อีก”
ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม สาวโสดยี่สิบสี่คนที่สวยสะดุดตาแบบนี้ ย่อมดึงดูดผู้ชมชายได้อย่างมาก
ไหนจะสไตล์ที่หลากหลาย มีทั้งน่ารัก เซ็กซี่ เย็นชา เร่าร้อน ถุงน่องดำ ถุงน่องขาว ขายาวเรียว หรือบางคนก็ไซส์ใหญ่…
“ขอต้อนรับสาวสวยทั้งยี่สิบสี่คนของเรา เปิดไฟได้เลยครับ!”
พรึบๆๆ
ไฟตรงหน้าแท่นของสาวโสดทั้งยี่สิบสี่คนสว่างขึ้นพร้อมกัน
พิธีกรเมิ่งฝานเริ่มอธิบายกติกา
“รายการของเราจะแบ่งออกเป็นหลายช่วง ในแต่ละช่วงผู้เข้าแข่งขันชายจะได้แสดงความเป็นตัวเอง
ซึ่งระหว่างที่ผู้เข้าแข่งขันชายกำลังแสดงอยู่ ถ้าผู้เข้าแข่งขันหญิงรู้สึกไม่พอใจ ก็สามารถกดปิดไฟได้…”
ที่บ้านขณะที่ฟังกติกา หลินเซิงเทียนดวงตาเป็นประกาย
“การออกแบบนี้สุดยอดมาก!”
หลินซีเห็นด้วย
“น่าสนุกดีนะ ถึงว่าล่ะบนโต๊ะของแต่ละคนถึงมีปุ่มอยู่”
หลินจือไปไม่พูดอะไร
เขาคุ้นเคยกับกติกาเหล่านี้เป็นอย่างดี
หลังจากแนะนำกติกาจบแล้ว ผู้เข้าแข่งขันชายจะเลือกสาวที่ถูกใจก่อน จากนั้นจึงเริ่มปรากฏตัวบนเวที
“Can you feel it…”
เพลงเปิดตัวของผู้เข้าแข่งขันชายฟังดูยิ่งใหญ่มาก เป็นท่อนเพลงภาษาอังกฤษ
บลูสตาร์แบ่งออกเป็นแปดทวีป บางพื้นที่มีภาษาถิ่นคือภาษาอังกฤษ ดังนั้นผู้ชมฉินโจวจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
แต่ทุกคนฟังไม่ออกก็คือเรื่องจริง
“มั่วเปล่าวะเนี่ย?”
“ฮ่าๆๆๆ ฟังแล้วก็เหมือนจริงนะ”
“เหมือนจะเป็นสำเนียงท้องถิ่นของเวยโจวนะ”
“ฟังเพลินดีเหมือนกัน”
“ผู้เข้าแข่งขันชายหมายเลขหนึ่งออกมาแล้ว!”
“หน้าตาก็ธรรมดานะ”
“มีผู้เข้าแข่งขันหญิงปิดไฟแล้ว!”
“นี่มันสมาคมคนคลั่งหน้าตาชัดๆ!”
“ผู้เข้าแข่งขันชายยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลยนะ!”
แขกรับเชิญฝ่ายชายเพิ่งจะเปิดเผยใบหน้าของตัวเองออกมา ก็มีสาวบางคนกดปิดไฟทันที
พิธีกรเอ่ยถาม
“ผู้เข้าแข่งขันหญิงหมายเลข 11 หมาอวี๋ คุณกดปิดไฟเพราะอะไรครับ?”
หมาอวี๋หัวเราะ
“ขอโทษนะคะ เพราะผู้เข้าแข่งขันชายหน้าตาเหมือนเพื่อนร่วมงานเก่าของฉันมากเลย ฉันก็เลยรู้สึกแปลกๆ…”
ทุกคนหัวเราะครืน เหตุผลนี้ฟังดูไม่ได้มีอะไรผิดปกติ
หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงปกติของรายการ รายการแนะนำตัวผู้เข้าแข่งขันชายผ่าน VCR ที่ถ่ายไว้ล่วงหน้า
“ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ครับ สองปีก่อนรู้สึกว่างานน่าเบื่อก็เลยออกมาทำธุรกิจส่วนตัว แต่ปีนี้ธุรกิจล้มเหลว…
ตอนนี้เลยหางานสบายๆ ทำ รู้สึกว่าทุกวันมีความสุขดี ไม่มีความกดดันมากขนาดนั้น…”
มีผู้เข้าแข่งขันหญิงอีกหลายคนกดปิดไฟ เหตุผลในการปิดไฟก็แน่นอนว่าน่าจะเกี่ยวกับการที่เขาล้มเหลวในการทำธุรกิจ
หมายเลขสามพูดว่า
“ฉันคิดว่าสองคนจะคบกันยังไงก็ต้องมีพื้นฐานทางการเงินบ้างนะคะ”
หมายเลขแปดพูดว่า
“ตอนนี้ฉันมีเงินเดือนประมาณหนึ่งหมื่นต่อเดือน ไม่ได้คาดหวังว่าฝ่ายชายจะต้องดีกว่าฉันหรอก แต่อย่างน้อยก็อย่าแย่กว่าฉัน”
หมายเลขสิบพูดว่า
“…”
แต่ละคนก็มีเหตุผลของตัวเอง บางคนก็พูดตรงๆ ว่าเป็นเรื่องของวัตถุ
บางคนก็รู้สึกว่าแขกรับเชิญฝ่ายชายขาดความมุ่งมั่นพยายาม
บนโลกออนไลน์ผู้ชมดูไปคุยไป
“สาวบางคนในนี้จะวัตถุนิยมเกินไปหน่อยไหม?”
“ฉันว่าก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนนะ ฝ่ายหญิงเขาเงินเดือนหมื่นกว่าแต่คุณแค่สามพันแบบนี้คงยากจะไปด้วยกันได้”
“เห็นด้วย”
“ฉันพอจะเข้าใจแล้วล่ะ บางคนก็อยากหาแฟนรวยๆ บางคนก็อยากหาแฟนที่อยู่ระดับเดียวกัน บางคนก็เน้นแค่หน้าตาล้วนๆ”
“ดูส่วนแนะนำตัวช่วงที่สองเร็ว!”
ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด VCR ช่วงที่สองก็ออกมา
แขกรับเชิญฝ่ายชายในวิดีโอพูดพร้อมรอยยิ้ม
“บ้านเราค่อนข้างโชคดีนะครับ มีบ้านอยู่ห้าหลังแล้วปีนี้โดนเวนคืนหมดเลย…”
“มีเล่นแบบนี้ด้วยเหรอ?”
“บ้านห้าหลังโดนเวนคืน แบบนี้ก็ได้เหรอ?”
“พี่ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ซ่อนของดีไว้นี่นา!”
“ฉันหันไปดูหน้าฝ่ายชายอีกทีก็รู้สึกว่าหล่ออยู่เหมือนกันนะ”
รอบนี้พลิกเกมสุดๆ ตอนแรกทุกคนคิดว่าแขกรับเชิญฝ่ายชายคงมีฐานะทางการเงินไม่ดีนัก
แต่ที่ไหนได้ ถึงจะไม่มีใจสู้ในเรื่องงานแต่ดวงกลับดีมาก แถมยังยิ้มแบบซื่อๆ ดูสบายๆ กับทุกสิ่งรอบตัวอีกต่างหาก
สีหน้าของสาวๆ เองก็หลากหลายสุดๆ แต่นี่แหละคือการหาคู่
ทุกคนไม่คิดว่ามีอะไรไม่เหมาะสม การมองเรื่องวัตถุไม่ได้หมายถึงการบูชาเงินทองเสียหน่อย
การหาคู่ก็คือการดูเงื่อนไขของกันและกัน คุณเลือกเขา เขาก็เลือกคุณเหมือนกัน
หลินซีก็กำลังยิ้ม แต่หลินเซิงเทียนกลับไม่ยิ้ม เขาเอ่ยชมเล็กน้อยว่า
“ไฮไลต์ของรายการนี้เยอะกว่าที่ผมคิดอีกนะ พวกประเด็นสังคมอย่างการเวนคืนบ้านยังเอามาเล่นเลย
งั้นถ้าทีมงานเชิญแขกรับเชิญฝ่ายชายที่มีสไตล์แตกต่างกันมา ก็จะทำให้ผู้ชมได้รู้จักลักษณะของผู้ชายแต่ละอาชีพมากขึ้นสินะ…”
เป็นแบบนี้หลังจากยื้อกันอยู่สองสามรอบ ผู้เข้าร่วมชายก็คว้าความสำเร็จ
เสียงดนตรีดังขึ้น อีกฝ่ายก็คือสาวที่เขาหมายตาไว้
พอทั้งสองจับมือกันเพลงก็ดังขึ้นว่า
“แม้พายุฝนจะโถมจนโลกทั้งใบพลิกผัน ฉันก็จะโอบกอดเธอไว้…”
“นี่มันเพลงรักเล็กๆ!”
“ฉูฉือเป็นคนร้อง!”
“เพลงนี้เปิดช่วงนี้หวานจริงๆ!”
“รายการนี้สนุกกว่าที่ฉันคิดไว้อีก!”
“ตอนแรกก็รู้สึกว่าการหาคู่น่าเบื่อนะ แต่พอผู้ชายคนเดียวต้องมาหาคู่กับสาวๆ หลายคนแบบนี้กลับน่าสนใจขึ้นมาเลย”
“เหมือนกำลังลุยผ่านด่านต่อสู้กับมอนสเตอร์หรือเปล่า?”
“ตอนเห็นผู้เข้าร่วมชายยังเหลือไฟสามดวงสุดท้าย ฉันดันรู้สึกภูมิใจแทนเขาซะงั้น มาคิดดูแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันเนี่ย”
“นักวางแผนของคุนเผิงมีของดีเหมือนกันแฮะ!”
“ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรักหัวล้านคนนั้นพูดจาก็ตลกดีนะ แถมดูฉลาดอีกต่างหาก ได้ข่าวว่าเคยเรียนจิตวิทยามาด้วย”
ในรายการมีผู้เชี่ยวชาญด้านความรักอยู่คนหนึ่ง
พิธีกรจะถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านความรักตามสถานการณ์โต้ตอบระหว่างแขกรับเชิญชายหญิงบนเวที
ซึ่งเขาก็มักจะให้มุมมองที่คมคายและลึกซึ้งได้เสมอ
ในวงการตอนนี้ก็มีคนมากมายที่กำลังรับชมรายการอยู่
“ที่แท้เป็นการหาคู่รูปแบบนี้เอง การออกแบบรูปแบบรายการนี้สุดยอดมาก
ให้พิธีกรพาผู้เข้าร่วมชายใช้วิดีโอแนะนำตัวทีละส่วน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุคลิก อาชีพ หรือฐานะทางเศรษฐกิจโดยคร่าวๆ
ฝั่งผู้เข้าร่วมหญิงก็จะค่อยๆ รู้จักเขามากขึ้น หากเจอจุดไหนไม่พอใจก็ปิดไฟได้ทันที”
“นักออกแบบรายการจากคุนเผิงนี่เก่งเรื่องเข้าใจจิตวิทยาผู้ชมจริงๆ!”
“ในกระบวนการหาคู่ ฝ่ายหญิงมักให้ความสำคัญกับสามอย่าง คือหน้าตา ฐานะทางการเงิน และกิริยาวาจา
แต่ใน ‘If You Are The One’ สาวๆ กลับตรงไปตรงมาและตัดสินใจได้เด็ดขาดกว่านั้น
โดยหน้าตาของฝ่ายชายกลายเป็นด่านแรกของการตัดสินใจ มันทั้งจริงใจและสะท้อนความเป็นจริงในสังคมเลย”
“ไม่แน่รายการนี้อาจจะดังก็ได้?”
“ตอนนี้ยังพูดยากแต่จากที่ดูมาก็รู้สึกว่าไม่เลวเลย”
“นี่เป็นรายการที่ฉันคงไม่ถึงกับตั้งใจตามดูทุกตอน แต่ถ้าเปิดผ่านแล้วแวะดูบ้างก็เพลินดีเหมือนกัน”
“ก็เหมือนกับ ‘I Love Lyrics’ ประมาณนั้นใช่ไหม?”
“ประมาณนั้นเลย”
“ฉันว่ามันคงไม่คึกคักเท่า ‘I Love Lyrics’ หรอก กระแสคงจะสู้รายการนั้นไม่ได้แน่ๆ”
“ดูก่อนค่อยว่ากันเถอะ”
หลังจากผู้เข้าร่วมคนแรกจับคู่สำเร็จ ผู้เข้าร่วมชายคนที่สองก็ปรากฏตัว
ทันทีที่ผู้เข้าร่วมชายคนที่สองปรากฏตัวก็มีเสียงฮือฮาจากผู้ชม
เพราะผู้เข้าร่วมชายคนนี้หล่อมาก! หล่อเหมือนดาราหน้าใหม่วัยรุ่นประมาณนั้น!
ผู้เข้าร่วมหญิงมีหลากหลายแนว? ดูเหมือนผู้เข้าร่วมชายก็เช่นเดียวกัน!
ว่าแต่ว่าผู้เข้าร่วมชายที่หล่อขนาดนี้ยังต้องมาหาคู่อีกเหรอ?
ผู้ชม “If You Are The One” ส่วนใหญ่คงไม่มานั่งคิดคำถามแบบนี้หรอก
เพราะทุกคนสนใจปฏิกิริยาของผู้เข้าร่วมหญิงมากกว่า…
แล้วก็ เสียงติ๊ด!
มีผู้เข้าร่วมหญิงสองคนดับไฟลง ผู้ชมทั้งหมดต่างงงไปตามๆ กัน