ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 143 เรตติ้งพุ่งกระฉูด
“หน้าตาแบบนี้ยังไม่พอใจ!?”
พิธีกรมองผู้ร่วมรายการหญิงสองคนที่ปิดไฟด้วยความตกตะลึง
หนึ่งในนั้นยิ้มเจื่อนๆ แล้วพูดว่า
“ก็เพราะฉันว่าฝ่ายชายหล่อเกินไปเลยรู้สึกไม่มีความปลอดภัยค่ะ…”
อีกคนอธิบายว่า
“เขาดูเด็กกว่าฉันเยอะเลย ฉันไม่ชอบรักต่างวัยแบบพี่สาวกับน้องชาย…”
น่าแปลกใจ! แล้วก็ดูสมเหตุสมผลดี!
ปรากฏว่ามีผู้ชมจำนวนไม่น้อยที่เห็นด้วย บางคนก็ถูกกระตุ้นให้นึกถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา
“แฟนคนก่อนของฉันก็หล่อมากจริงๆ มีสาวๆ มารุมล้อมเขาเยอะมาก ทำให้ฉันขาดความมั่นใจไปเลย”
“ความสัมพันธ์แบบพี่สาวน้องชายไม่ดีจริงๆ ฉันเคยเจอมากับตัว”
“ผมกับแฟนก็เป็นความสัมพันธ์แบบพี่สาวน้องชายนะ เธอแก่กว่าผมสองปี เราก็ไปกันได้ดีมากเลย”
“รายการนี้มีแต่เรื่องน่าประหลาดใจ!”
“ถึงจะหน้าตาดีก็ใช่ว่าจะทำให้ทุกคนพอใจได้!”
“ตอนนี้ฉันอยากรู้เลยว่าจะมีผู้ร่วมรายการชายคนไหนที่ทำให้สาวๆ ทุกคนหลงรักได้บ้าง”
“ฮ่าๆๆ เห็นด้วยกับความเห็นข้างบน!”
รายการนี้ทำให้คนดูเกิดความคาดหวังอย่างบอกไม่ถูก
ว่าจะมีผู้ร่วมรายการชายคนไหนปรากฏตัวบนเวทีแล้วดึงดูดใจผู้ร่วมรายการหญิงได้ทุกคน!
หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงที่ผู้ร่วมรายการชายโชว์ตัว อวดกล้ามท้อง!
อวดความสามารถพิเศษ! อวดความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน!
ผู้ร่วมรายการชายคนนี้แตกต่างจากคนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกหรือรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น เขามีนิสัยชอบออกกำลังกาย มีวินัยกับตัวเองสูง เป็นต้น
พอมีการแนะนำตัวไปเรื่อยๆ ผู้ร่วมรายการหญิงส่วนใหญ่ต่างก็พอใจจนออกนอกหน้า
บางคนถึงขนาดดวงตาเป็นประกาย ชูมือสารภาพรักอย่างกล้าหาญว่า
“ผู้ร่วมรายการชายบอกว่าชอบผู้หญิงตลกๆ ฉันว่าฉันก็เป็นคนตลกใช้ได้นะคะ…”
ตรงไปตรงมาจริงๆ ผู้ร่วมรายการชายคนก่อนหน้านี้ไม่มีสาวๆ เข้าหาแบบนี้เลย
ผู้ชมดูกันอย่างเพลิดเพลิน แต่พอผู้ร่วมรายการชายพูดถึงความรักครั้งก่อนของตัวเอง
กลับมีประโยคหนึ่งที่ไปโดนจุดอ่อนไหวของสาวๆ หลายคนเข้าเต็มๆ
“หลังจากเลิกรากับแฟนคนก่อน ผมใช้เวลาตั้งสามปีกว่าจะก้าวข้ามมันมาได้…”
ไฟดับต่อเนื่อง
ผลลัพธ์สุดท้ายกลับเต็มไปด้วยดราม่า แขกรับเชิญฝ่ายชายคนนี้ที่ดูดีทุกด้าน แต่สุดท้ายกลับถูกปิดไฟทุกดวง!
“น่าเสียดายจริงๆ ครับ”
พิธีกรเอ่ยขึ้น ผู้ร่วมรายการชายโบกมืออำลา ท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังขึ้น
“น่าเสียดายที่่ไม่ใช่เธอ ที่อยู่เคียงข้างฉันจนถึงที่สุด เราเคยเดินด้วยกันแต่กลับหลงทางตรงแยกนั้น ขอบคุณนะที่ครั้งหนึ่งเธอเคยจับมือฉันไว้
ยังสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนนั้น…”
บนโลกออนไลน์ ผู้ชมต่างพูดคุยถึงผู้ร่วมรายการชายคนนี้ และสังเกตเห็นเพลงประกอบนี้ด้วยเช่นกัน
“นี่เพลงอะไร?”
“ฟังแล้วรู้สึกคุ้นๆ หูนะ”
“เพราะดีจัง”
“น่าเสียดายไม่ใช่เธอ ให้ความรู้สึกเข้ากับบรรยากาศสุดๆ เลย”
“เพลงนี้มีชื่อว่า ‘เสียดายไม่ใช่เธอ’ เป็นผลงานการประพันธ์ของฉูฉือ นักร้องคือจี่อิ้งอิ่ง แนะนำให้ทุกคนลองฟังดู”
“เดี๋ยวจะไปโหลดเลย”
“เพลงนี้อยู่อันดับสามของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนนี้
ตอนที่ฉันฟังก่อนหน้านี้ก็รู้สึกเฉยๆ นะ แต่ตอนนี้พอฟังอีกทีเหมือนจะเข้าใจเพลงขึ้นมาแล้ว”
“เพลงประกอบในรายการนี้เพราะทั้งนั้นเลย”
“ฉันว่าประโยคเปิดตัวตอนผู้ร่วมรายการชายออกมาดูเร้าใจที่สุดละ”
“มั่วชัดๆ!”
“หาเพลงนั้นในเน็ตไม่ได้เลย มีแค่ท่อนสั้นๆ”
“เลิกคุยก่อน คนที่สามออกมาแล้ว”
โอ้โห?
“คนนี้ดูเป็นผู้ใหญ่ หน้าตาก็ใช้ได้เลย มีฟีลเหมือนคนประสบความสำเร็จ”
เป็นแบบนี้ ผู้ร่วมรายการชายคนที่สาม ผู้ร่วมรายการชายคนที่สี่ ผู้ร่วมรายการชายคนที่ห้า
ตลอดการหาคู่ของรายการ มีเพียงชายหมายเลขหนึ่งกับชายหมายเลขสามเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ
ส่วนอีกสามคนล้มเหลวหมด ทุกครั้งที่ล้มเหลวเพลงประกอบก็จะดังขึ้นว่า
“น่าเสียดายที่ไม่ใช่เธอที่อยู่เคียงข้างฉันจนถึงที่สุด…”
หลังจากสามครั้งรายการก็จบลงที่บ้าน
หลินเซิงเทียนดูรายการจบแล้วก็ถอนหายใจยาว
“รายการนี้เหมือนจะหยิบยกประเด็นสังคมมาเล่นอยู่นะ ภายนอกดูเหมือนเป็นแค่การหาคู่ระหว่างชายหญิง
แต่จริงๆ แล้วกลับกลายเป็นช่องทางให้ผู้ชมได้ระบายอารมณ์ต่างหาก”
หลินซีชะงัก
“ระบายอารมณ์เหรอ?”
หลินเซิงเทียนพยักหน้า
“ทุกวันนี้คนชอบบ่นกันว่าหาแฟนไม่ได้ หนุ่มโสดสาวโสดก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ
แล้วทำไมคนถึงหาคู่ยากนักล่ะ ในรายการนี้มีคำตอบแฝงอยู่นะ
อีกอย่างตอนดูรายการนี้เหมือนได้ดูละคร มีจุดที่ทำให้รู้สึกฟินแปลกๆ ด้วย
ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาเห็นแขกรับเชิญชายหน้าตาดีออกมาแล้วทำให้สาวๆ ในรายการหวั่นไหวกันหมด
มันก็รู้สึกตื่นเต้นดีใช่ไหมล่ะ เหมือนพระเอกละครปรากฏตัวแล้ว อีกอย่างเช่น…”
“ไม่ต้องพูดแล้ว” หลินซีว่า “ฉันไม่ได้คิดเยอะขนาดนั้น แค่รู้สึกว่ารายการสนุกดี จันทร์ ศุกร์ กับเสาร์ ใช่ไหมที่ออกอากาศ?
งั้นก็แปลว่าพรุ่งนี้ยังมีอีกตอน? เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยดูอีกทีละกัน”
“ไม่เลวเลยจริงๆ”
หลินจือไปก็ไม่ได้นิ่งเงียบต่อไป หลังจากส่งแผนงานของเขาไปแล้ว ก็ไม่ได้เข้าไปจัดการเรื่องการอัดรายการโดยละเอียด
แต่ดูจากผลลัพธ์ที่ออกมา จี๋เฟิงมีเดียก็ถือว่าน่าเชื่อถือพอสมควร
บรรยากาศและเอกลักษณ์ของรายการยังถอดแบบมาจากเวอร์ชันในชาติก่อนแทบทั้งหมด
ถ้าอ้างอิงจากกระแสของ “If You Are The One” ในสองปีแรกที่ออกอากาศในชาติก่อน
ผลตอบรับของรายการนี้ในฉินโจวก็คงจะไม่แย่ ส่วนจะไปถึงระดับเดียวกันได้ไหมเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
บางทีในอินเทอร์เน็ตอาจมีคำตอบ?
หลินจือไปกลับมาที่ห้องและดูความคิดเห็นของชาวเน็ต
“รายการนี้สนุกกว่าที่ฉันคิดนะ ทำให้ได้รู้อะไรหลายอย่างผ่านช่วงแนะนำตัวของแขกรับเชิญชาย”
“พิธีกรเมิ่งฝานดำเนินรายการได้ดีมาก”
“บางแนวคิดของแขกรับเชิญหญิงอาจจะไม่เหมาะสม แต่พิธีกรก็กล้าชี้ให้เห็นอย่างถูกต้อง
ตรงนี้ดีมากเลย แถมยังมีโค้ชด้านความรักอีก แปลกใหม่จริงๆ การพูดนี่เป็นศิลปะแขนงหนึ่งเลยนะ”
“ฉันชอบหมายเลข 24!”
“ฉันชอบดูวิดีโอแนะนำตัวของแขกรับเชิญชายช่วงแรกสุดมากๆ
มันสะดวกดีนะไม่ต้องออกไปไหนก็ได้รู้จักคนแปลกหน้าแล้ว”
“กลัวจริงๆ ว่าจะมีพี่ชายคนไหนขึ้นเวทีแล้วพูดว่า ‘ขอเปลี่ยนชุดใหม่’”
“ผมอยากลงสมัครบ้างนะ สนใจสาวคนหนึ่งในรายการมากเลย!”
“สมัครเลย!”
“รายการใหม่ของคุนเผิงฉันว่ามันไม่ค่อยน่าสนใจนะ ตอนแขกรับเชิญคนแรกจบก็อยากเปลี่ยนช่องแล้ว
แต่พ่อแม่อันไม่ยอมให้เปลี่ยนเลย ทั้งสองคนดูเพลินกันสุดๆ!”
“บวกหนึ่งคอมเมนต์บน!”
“ฉันว่ารายการนี้ก็ธรรมดานะ แต่คุณย่าของฉันชอบมาก ฉันเลยดูเป็นเพื่อนท่านจนจบ
ยังไงก็ต้องขอบคุณรายการนี้ อย่างน้อยก็ทำให้ชีวิตคนแก่มีสีสันขึ้น”
“ผู้สูงอายุชอบละมั้ง”
“พ่อฉันชอบ แถมยังบอกด้วยว่านี่เป็นรายการวาไรตี้ครั้งแรก
ที่โชว์ทั้งด้านสวยงามและด้านน่าเกลียดของการหาคู่ให้ผู้ชมได้เห็นกันชัดๆ บนหน้าจอโทรทัศน์”
ความคิดเห็นในเน็ตมีทั้งด้านบวกและด้านลบ บางคนก็ชอบมากจริงๆ
แต่บางคนก็ไม่ชอบที่รายการเปิดเผยความจริงจังที่สุดของการหาคู่ออกมาโชว์กันโต้งๆ แบบนี้
นี่คือรายการหาคู่ เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนคิดแบบนี้ แต่หลายคนพูดเหมือนกันว่าผู้ใหญ่ที่บ้านชอบดูรายการนี้
ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้หลินจือไปเริ่มคาดหวังกับเรตติ้งของรายการมากขึ้น
วันถัดมาช่วงสาย หลังเวทีคอนเสิร์ตแห่งหนึ่ง
จี่อิ้งอิ่งเพิ่งแสดงจบ กำลังลบเครื่องสำอางพลางถามผู้ช่วยข้างๆ ว่า
“ตารางงานถัดไปกี่โมง?”
“อีกสองชั่วโมงค่ะ”
“งั้นคงกินมื้อเที่ยงไม่ทัน เดี๋ยวสั่งอาหารมากินในรถตู้ละกัน”
จี่อิ้งอิ่งกล่าว ผู้ช่วยมองจี่อิ้งอิ่งด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย
“พี่ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทขนาดนี้ก็ได้นะคะ ตอนนี้ตำแหน่งที่สามในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลของเราก็มั่นคงดี
อันดับสี่ไม่มีทางไล่ตามทันได้แน่นอน ส่วนอันดับสองเราไล่ไม่ทันหรอกค่ะ เสินฮวามีทรัพยากรโปรโมตดีเกินไป”
“ไล่ไม่ทันก็จะไล่!”
ดวงตาของจี่อิ้งอิ่งมีแววตาดื้อรั้นวาบผ่าน
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จู่ๆ หลินหลิวแห่งแผนกเพลงของเสินฮวาก็ลงมือเล่นงานจี่อิ้งอิ่งอย่างหนัก
เกือบจะทำให้เธอตกต่ำจนไม่มีวันฟื้น เธออยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปี ผ่านอะไรมาไม่น้อย
แต่เพิ่งเคยสัมผัสถึงด้านมืดและความโหดร้ายของวงการนี้เป็นครั้งแรกจริงๆ
งานพรีเซนเตอร์ที่คุยกันจนเหลือแค่เซ็นสัญญากลับถูกยกเลิกไปในพริบตา!
อีเวนต์โปรโมตแบรนด์ที่วางแผนไว้ก็ถูกยกเลิกไปแบบไม่ทันตั้งตัว!
อยากจะขอให้คนในวงการช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าทุกคนกลับหลีกเธอเหมือนเป็นตัวอันตราย!
ถ้าไม่ใช่เพราะคุนเผิงกดดันเสินฮว่า จนทำให้หลินหลิวหยุดการลงโทษ จี่อิ้งอิ่งคงรู้สึกว่าหนทางอาชีพของเธอคงถึงคราวอวสานแล้ว
อย่างน้อยจี่อิ้งอิ่งก็เป็นดาราแถวหน้า เป็นศิลปินตัวท็อปแห่งจี๋เฟิงมีเดีย เคยโดนดูหมิ่นเหยียดหยามขนาดนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้เรื่องราวในสายตาคนส่วนใหญ่นับว่าผ่านพ้นไปแล้ว
แต่จี่อิ้งอิ่งกลับไม่อยากยอมให้มันจบลงง่ายๆ ที่หลินหลิวแห่งเสินฮว่าทำทุกอย่างก็เพื่อเปิดทางให้เฉินเซวียนไม่ใช่เหรอ?
แต่สุดท้ายเฉินเซวียนก็ไม่ได้แชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลอยู่ดี
สิ่งที่จี่อิ้งอิ่งต้องการทำในตอนนี้คือฉุดเฉินเซวียนลงมาจากอันดับสองให้ได้!
มันจะทำให้หลินหลิวโกรธ?
จี่อิ้งอิ่งไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ต่อให้ต้องแลกด้วยการเป็นศัตรูกับหลินหลิวแบบไม่มีวันหันหน้าคืนดีกันได้
เธอก็จะดึงเฉินเซวียนลงมาให้จงได้ คนเราต่อให้ไม่ต้องแย่งข้าวกิน ก็ต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรีบ้าง!
ยิ่งไปกว่านั้น… หลังจากหลินหลิวถูกคุนเผิงกดเอาไว้ ก็คงไม่กล้าทำอะไรเธอจริงๆ หรอก
เพียงแต่ต้องยอมรับว่าทรัพยากรโปรโมตของเสินฮว่านั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ
ช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา จี่อิ้งอิ่งตะลุยอีเวนต์ทั้งกลางวันกลางคืนแทบไม่ได้นอนเลย
แต่เพลง “เสียดายไม่ใช่เธอ” ก็ยังคงรั้งอันดับสาม ช่องว่างกับอันดับสองยังคงเท่าเดิมไม่เพิ่มไม่ลดลงเลย
ผู้จัดการกับผู้ช่วยต่างก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้จี่อิ้งอิ่งยอมแพ้ กลัวว่าร่างกายเธอจะรับไม่ไหว
แต่จี่อิ้งอิ่งไม่ฟังใครทั้งนั้น หากไม่สามารถฉุดเฉินเซวียนลงมาได้ เธอจะระบายความคับแค้นและความโกรธที่มีอยู่ยังไง?
จี่อิ้งอิ่งรู้ดีว่าเธอเริ่มคลุ้มคลั่งแล้ว เธอสาบานกับตัวเองในใจว่า
“ขอแค่ชนะเฉินเซวียนในเดือนนี้ได้ จะให้ฉันทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น!”
“พี่อิ้งอิ่ง!”
ผู้ช่วยน้ำตาคลอเบ้า
“พี่ไม่ยอมกินข้าวให้ดี แถมเวลาพักผ่อนแต่ละวันก็น้อยมาก ถ้าทำแบบนี้ต่อไป…”
ทันใดนั้นโทรศัพท์ของผู้ช่วยก็ดังขึ้น ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไรไป จู่ๆ ผู้ช่วยตัวน้อยก็ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่
รีบวางสายแล้วตรวจสอบชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล
เธอกรีดร้องออกมาน้ำตาไหลพราก
“พี่อิ้งอิ่ง! อันดับสองของชาร์ตเพลง! พวกเราชนะแล้ว! เราแซงเขาได้แล้วนะ! พี่พักได้แล้ว ไม่ต้องฝืนอีกแล้ว!”
“อะไรนะ?”
จี่อิ้งอิ่งชะงักครู่หนึ่งแล้วรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู จากนั้นก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป!
บนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล
อันดับหนึ่ง : “เพลงรักเล็กๆ”
อันดับสอง : “เสียดายไม่ใช่เธอ”
อันดับสาม : “เกมอารมณ์”
จี่อิ้งอิ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ๆ ยอดดาวน์โหลดของเพลง “เสียดายไม่ใช่เธอ” ก็พุ่งกระฉูด
ตอนนี้สามารถแซงเฉินเซวียนขึ้นสู่อันดับสองของชาร์ตได้แล้ว!
“ทำไมถึง…”
“รายการวาไรตี้! ‘If You Are The One’ เมื่อคืนเรตติ้งพุ่งกระฉูด! เพลงของเราก็เลยดังตามไปด้วยค่ะ!”
“เรตติ้ง? ‘If You Are The One’?”
จี่อิ้งอิ่งนึกขึ้นได้ทันทีว่าเพลงนี้ของตัวเองเป็นเพลงประกอบของวาไรตี้ใหม่ “If You Are The One” ที่คุนเผิงร่วมมือกับบริษัทของเธอ
เมื่อคืนนี้เป็นวันที่รายการ “If You Are The One” ออกอากาศครั้งแรก
เพียงแต่ช่วงนี้จี่อิ้งอิ่งยุ่งมากจนไม่มีเวลาดูรายการวาไรตี้อะไรเลย…
“เรตติ้งเกินสามแล้ว!”
ผู้ช่วยปาดน้ำตากล่าว
“รายการนี้เรตติ้งเกินสามแล้ว เพลงของพวกเราเลยได้อานิสงส์ดังตามไปด้วย!”
จี่อิ้งอิ่งรู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว ดวงตาแดงก่ำ
“คุนเผิง…”
คุนเผิงช่วยเธอไว้อีกแล้ว!