ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 145 ตบหน้าเสินฮวา
ไม่แปลกใจเลยที่แผนกเพลงของเสินฮวาจะมีปฏิกิริยารุนแรง เพราะผลงานของฉูฉือน่ะโหดเหี้ยมเกินไปจริงๆ
นับตั้งแต่เปิดตัว ฉูฉือปล่อยผลงานไปสี่ครั้ง ไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว คว้าแชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้ทั้งหมด!
อะไรนะ? “เสียดายไม่ใช่เธอ” ของฉูฉือในเดือนนี้ไม่ได้แชมป์เหรอ?
เพราะแชมป์เดือนนี้ก็เป็นของฉูฉือเหมือนกันไงล่ะ เดือนนี้เขาปล่อยเพลงทีเดียวสองเพลง ยึดทั้งอันดับหนึ่งและอันดับสอง
ในเมื่อชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลมีแชมป์ได้แค่ตำแหน่งเดียว ทํายังไงได้ล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น ฉูฉือยังเป็นศิลปินที่ร้องเองแต่งเองด้วย
และที่จริงแล้ว คนร้องเพลง “เสียดายไม่ใช่เธอ” ก็ไม่ใช่ฉูฉือเลย แค่เป็นเพลงที่เขาแต่งให้จี่อิ้งอิ่งเท่านั้นเอง
พูดอีกอย่างคือ นับตั้งแต่ฉูฉือเดบิวต์มา อัตราชนะบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลของเขาคือหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์!
มองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์วงการเพลงของฉินโจว
หากดูแต่ตัวเลขอย่างเดียว มีเพียงสองคนเท่านั้นที่หลังเดบิวต์ออกผลงานสี่ครั้งแรก ก็ได้แชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลทั้งหมด
ฉูฉือคือคนที่สาม!
ผลงานระดับปีศาจแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่น่ากลัวของฉูฉือ
ดังนั้นแผนกเพลงเสินฮว่าย่อมไม่อยากให้คนแบบนี้มาจ้องเล่นงาน
ใช่ เสินฮวาก็มีทั้งราชาเพลง ราชินีเพลง และพ่อเพลง
แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ราชาเพลง ราชินีเพลง หรือแม้แต่พ่อเพลง มาประมือกับฉูฉือทุกครั้ง จริงไหม?
แต่ถึงแผนกเพลงของเสินฮวาจะมีหลายคนที่ร้อนรน
แต่ในใจทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า ฉูฉือคงจะเล็งเล่นงานแค่หลินหลิวคนเดียว
แผนกเพลงของเสินฮว่าใหญ่มหึมาขนาดนี้ ต่อให้ฉูฉืออยากเล่นงานทั้งหมดก็ไม่ไหวหรอก
เขาจะเขียนเพลงได้สักกี่เพลงต่อปี? มั่นใจได้หรือว่าทุกครั้งจะไม่พลาด?
เพราะงั้นครั้งนี้ ส่วนใหญ่ก็แค่หลายคนที่ไม่พอใจหลินหลิวอยู่แล้ว
ฉวยโอกาสเหยียบซ้ำระบายอารมณ์ เพราะพฤติกรรมช่วงหลังๆ ของผู้หญิงคนนี้ ทำให้ทั้งแผนกเพลงของเสินฮว่าต้องพลอยอับอายไปด้วย…
หลังจากนั้นไม่นาน ภาพแคปหน้าจอโพสต์ในเฟยชิ่นของเจียงเฉิง ก็ถูกเผยแพร่ไปทั่ววงการ
นี่เป็นเรื่องที่คาดไว้แล้ว เพราะในเฟยชิ่นของเจียงเฉิงมีเพื่อนในวงการอยู่เยอะมาก
และเขาก็ไม่ได้บล็อกใครเลย จึงถูกคนจำนวนมากแคปส่งต่อกัน มีคนมาคอมเมนต์ข้างล่าง
“อาจารย์ฉูฉือจะประกาศสงครามกับแผนกเพลงเสินฮวาทั้งหมดเลยเหรอครับ?”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ พวกเรากับเสินฮวายังร่วมงานกันอยู่ อาจารย์ฉูฉือคงจะเล่นงานแค่บางคนเท่านั้น”
เจียงเฉิงตอบกลับไปอย่างนั้น คนในวงการต่างก็คิดในใจว่าต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว
จากนั้นทุกคนก็ยิ้มออกมาโดยไม่ต้องพูดอะไร พร้อมแอบมีความสะใจเล็กๆ
“หลินหลิวคงใช้ชีวิตยากแล้วล่ะหลังจากนี้”
“ถ้าฉูฉือประกาศสงครามกับเสินฮว่าทั้งหมด เขาเองก็ต้องแย่แน่ แต่ถ้าเล่นงานแค่หลินหลิว
แผนกเพลงของเสินฮวาก็พูดอะไรมากไม่ได้อยู่ดี เพราะหลินหลิวเป็นฝ่ายผิดก่อน
หรือว่าฉูฉือโกรธไม่เป็น?”
“อีกอย่าง เบื้องหลังฉูฉือก็คือคุนเผิงนะ”
“ได้ยินมาว่าฉูฉือสนิทกับอาจารย์นักวางแผนของคุนเผิงมากเลยนี่”
“ฉันได้ยินมาว่าไม่ใช่แค่อาจารย์นักวางแผนของคุนเผิง ปู่เยโหวก็สนิทกับฉูฉือมากด้วย”
“รู้ไหม? ฉูฉือ ปู่เยโหว และอาจารย์นักวางแผนของคุนเผิง เป็นเพื่อนซี้กันเลยนะ พี่น้องสาบานอะไรประมาณนั้นเลย”
“รู้หรือยัง? คุนเผิงสามซี เขาแชร์ห้องอยู่ด้วยกันนะ!”
“พวกเขาน่าจะมีเงินกันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องเช่าอยู่ด้วยกันล่ะ?”
“ก็เขาสนิทกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ จะอยู่ด้วยกันก็ไม่แปลกหรอก ฉันได้ยินว่าพวกเขายังใส่เสื้อผ้าของกันและกันด้วยซ้ำนะ!”
วงการบันเทิงนี่แพร่ข่าวลือเก่งจริงๆ
เจียงเฉิงแค่ปล่อยข่าวออกไปนิดหน่อยว่า ฉูฉือสนิทกับปู่เยโหวและนักวางแผนของคุนเผิงมาก
แต่เล่าต่อกันไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งเพี้ยนไปไกล ทุกคนพากันจินตนาการไปไกลแล้วว่า ความสัมพันธ์ของสามคนนี้จะสนิทกันถึงขั้นไหน
ถึงขั้นมีคนตั้งฉายาให้ทั้งสามว่า “คุนเผิง 3C”
ที่บลูสตาร์ก็มีภาษาอังกฤษเหมือนกัน
“C” ในที่นี้หมายถึง “Carry”
เพราะเหตุที่คุนเผิงผงาดขึ้นมาได้ ก็เป็นเพราะนักวางแผนคุนเผิง ปู่เยโหว และฉูฉือ ทั้งสามคนช่วยกันค้ำจุน
ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นคุนเผิง 3C นะสิ?
แน่นอนว่าในสายตาของทุกคนตอนนี้ คนที่น่ากลัวที่สุดในบรรดาสามคนนี้ ก็คือนักวางแผนลึกลับคนนั้น
ไม่กี่วันต่อมาหลินหลิวเองก็เลิกดิ้นรนแล้ว ปล่อยเลยตามเลย
บนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล เฉินเซวียนตกลงมาอยู่อันดับสามในชาร์ตแล้ว
ส่วนวาไรตี้โชว์ใหม่ของคุนเผิง “If You Are The One” ก็กำลังออกอากาศอย่างร้อนแรง
ตราบใดที่รายการนี้ยังคงความร้อนแรง ผู้ชมก็จะถูกเพลงประกอบ “เสียดายไม่ใช่เธอ” ล้างสมองไปเรื่อยๆ!
การล้างสมองแบบนี้น่ากลัวมาก เพราะจะสร้างยอดดาวน์โหลดให้เพลงนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องไม่หยุด
เฉินเซวียนไม่มีโอกาสอีกแล้ว
หลังจากกระแสได้บ่มตัวอยู่หลายวัน ตอนนี้อันดับความนิยมของรายการวาไรตี้ในฉินโจวก็ใกล้จะอัปเดตแล้ว
อย่างไรนี่ก็เป็นยุคอินเทอร์เน็ต การจะดูว่ารายการหนึ่งดังแค่ไหน แค่ตัวเลขเรตติ้งเพียงอย่างเดียวอาจไม่ชัดเจนพอ
ชาร์ตความนิยมต่างหากที่เป็นมาตรฐานสุดท้าย
เพราะถ้าจะวัดกระแสของผลงานสักเรื่อง ต้องดูจากภาพรวมทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่ช่องทางเดียว
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทางการตั้งชาร์ตหลายๆ แบบขึ้นมา
ฟรึ่บ! ชาร์ตอัปเดต!
อันดับที่หนึ่ง : “คลาวด์ซองโชว์”
อันดับที่สอง : “If You Are The One”
อันดับที่สาม : “ความสุขเหนือสิ่งอื่นใด”
หลินจือไปเห็นผลลัพธ์นี้ทันทีที่มีการอัปเดต
อันดับหนึ่งยังคงเป็น “คลาวด์ซองโชว์” ที่ไม่มีใครเขย่าได้!
เพราะรายการนี้ได้ผูกเข้ากับชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล รายการวาไรตี้ที่ไม่ถึงระดับปรากฏการณ์จึงไม่อาจโค่นลงได้เลย
แม้ว่าความนิยมของ “If You Are The One” จะสูงมาก แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเป็นรายการระดับปรากฏการณ์
แต่ได้อันดับสองก็ถือว่าไม่เลวแล้ว ส่วนอันดับสามก็ยังเป็น “ความสุขเหนือสิ่งอื่นใด”
นี่เป็นรายการที่อยู่คงกระพันระดับเดียวกับ “คลาวด์ซองโชว์” เลย!
สำหรับเรื่องนี้ เจียงเฉิงวิเคราะห์ว่า
“จริงๆ แล้ว กระแสของ ‘If You Are The One’ ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ทางฝั่งทีวี ทางออนไลน์ถือว่าธรรมดา
ไม่งั้นเราคงได้ขึ้นอันดับหนึ่งไปแล้วครับ”
“เท่านี้ก็มากพอแล้วละครับ”
หลินจือไปเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าความนิยมของ “If You Are The One” จะขึ้นไปครองอันดับหนึ่งของทั้งเครือข่ายอยู่แล้ว
มีเพลงหนึ่งร้องว่ายังไงนะ? เป็นที่สองของโลกก็ไม่เลว?
ถึงจะไม่ได้เป็นอันดับสองของทั้งโลกจริงๆ แต่อันดับสองของฉินโจวก็ถือว่าดีมากแล้วไม่ใช่เหรอ
โดยเฉพาะถ้าเทียบกับสองรายการก่อนหน้าของคุนเผิง
ตอนนี้ความนิยมของ “I Love Lyrics” ตกลงไปอยู่ที่อันดับห้าแล้ว
แต่ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงตามปกติ เพราะไม่ว่ารายการไหน ความสดใหม่ในสายตาผู้ชมก็มักจะลดลงเรื่อยๆ อยู่แล้ว
ส่วน “I Am a Singer” ซึ่งเป็นรายการระดับปรากฏการณ์เมื่อต้นปี ตอนนี้ก็ร่วงลงมาอยู่อันดับสิบ
นี่เป็นเรื่องที่ปกติยิ่งกว่า อย่างไร “I Am a Singer” ก็จบไปกว่าครึ่งปีแล้ว
อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “I Am a Singer” ซีซันสองจะต้องเริ่มเตรียมงานกันแล้ว
ที่ซีซันแรกยังติดอันดับสิบอยู่ในตอนนี้ก็นับว่าดีแล้ว
แต่สำหรับคนในวงการเรื่องนี้ไม่ใช่แค่นับว่าดีธรรมดา ทุกคนต่างประเมินผลงานของคุนเผิงว่าวิปริต
“วิปริตเกินไปแล้ว!”
“อันดับสอง อันดับห้า อันดับสิบ!”
“สิบอันดับแรกของชาร์ตความนิยมวาไรตี้โชว์รวมทุกแพลตฟอร์ม มีถึงสามรายการที่เป็นผลงานของคุนเผิง!”
“ผลงานจากคุนเผิง การันตีคุณภาพ!”
“นี่ไม่ใช่แค่คุณภาพธรรมดาแล้วนะ วาไรตี้โชว์ที่ออกอากาศแล้วสามารถติดอันดับหนึ่งในหกของชาร์ตความนิยมได้เป็นระดับเทพทั้งนั้น
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวาไรตี้โชว์ใหม่ของคุนเผิง ที่ขึ้นไปอยู่อันดับสอง กด ‘ความสุขเหนือสิ่งอื่นใด’ ลงไปได้อีก!”
“วาไรตี้ที่กด ‘ความสุขเหนือสิ่งอื่นใด’ ได้ เป็นระดับที่โคตรดังระเบิด”
“ถ้าช่วงออกอากาศสามารถกด ‘คลาวด์ซองโชว์’ ลงได้ด้วยละก็นั่นแหละถึงจะเรียกว่ารายการระดับปรากฏการณ์!”
“นักวางแผนของคุนเผิงคนนี้โคตรเทพเลย!”
“ไม่รู้จริงๆ ว่าสมองหมอนี่เป็นมายังไง”
“แต่เจียงเฉิงดันซ่อนนักวางแผนของคุนเผิงไว้ซะมิด ไม่มีใครสืบประวัติได้เลย
ไม่อย่างนั้นสามค่ายใหญ่คงแย่งตัวกันหัวแตกแน่”
“ถ้าฉันเป็นเจียงเฉิง ฉันก็จะซ่อนสุดยอดนักวางแผนระดับนี้ไว้เหมือนกัน”
“ถ้านักวางแผนของคุนเผิงไปอยู่สามค่ายใหญ่ละก็ ค่าตัวคงโหดชวนผวาเลย
เจียงเฉิงใช้วิธีไหนดึงตัวมากันแน่?”
“อาจจะมีการผูกหุ้นของคุนเผิงไว้ด้วยหรือเปล่า?”
ในวงการมีเสียงลือกันไปต่างๆ นานา แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายคนเดาได้ใกล้เคียงความจริงมาก
เพียงแต่ว่าความจริงนั้นยังน่าตกใจกว่าที่ทุกคนคาดคิดไว้เสียอีก
ในโลกออนไลน์กลับไม่ค่อยมีการพูดถึง “If You Are The One” มากนัก
น่าจะเกี่ยวกับที่กลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยรวมยังค่อนข้างเป็นคนวัยหนุ่มสาว
ส่วนกลุ่มเป้าหมายของรายการนี้อายุค่อนข้างสูง ไม่ค่อยชอบใช้อินเทอร์เน็ต และไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น
เมื่อเทียบกับรายการวาไรตี้ใหม่ของคุนเผิงแล้ว
ชาวเน็ตกลับรู้สึกว่าชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนนี้น่าสนใจกว่า
โดยเฉพาะหลังจากที่ “เสียดายไม่ใช่เธอ” ไต่ขึ้นมาเป็นอันดับสองของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล ก็กลายเป็นประเด็นร้อนทั่วทั้งโลกออนไลน์
แฟนคลับของฉูฉือยิ่งตื่นเต้นกันเป็นพิเศษ เพราะก่อนหน้านี้เวลาสื่อเอาฉูฉือมาเปรียบเทียบกับไป่ตี้
แฟนคลับของไป่ตี้มักพูดประโยคนี้กันมากที่สุดว่า
“ไป่ตี้มีสไตล์ที่หลากหลาย ส่วนฉูฉือร้องได้แค่เพลงโบราณ!”
ถ้ามองจากมุมนี้ไป่ตี้ก็เหนือกว่าฉูฉือจริงๆ แม้แฟนคลับของฉูฉือจะเถียงกลับว่า
“ฉูฉือเป็นศิลปินที่ร้องเองแต่งเอง ส่วนไป่ตี้ร้องเพลงไม่ได้” แต่ท้ายที่สุดก็ยังขาดความมั่นใจอยู่เล็กน้อย
แต่แล้วครั้งนี้แฟนคลับของฉูฉือมั่นใจเต็มเปี่ยม!
“ใครบอกว่าฉูฉือร้องได้แต่เพลงโบราณนะ สองเพลงรักนี้ตบหน้าคนพูดได้พอไหม!”
“ฉูฉือคนเดียวก็กวาดสองอันดับแรกของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลแล้ว!”
“ข้อเท็จจริงพิสูจน์ชัดแล้วว่าฉูฉือไม่ได้ด้อยไปกว่าไป่ตี้!”
“ไป่ตี้เคยได้แชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลทั้งหมดสี่ครั้ง ตอนนี้ฉูฉือก็ได้สี่ครั้งเหมือนกัน!”
“พวกนายอยากจะบอกว่าไป่ตี้มีเพลงเยอะกว่า? ชอบวิ่งลงสนาม? ไม่ได้จริงจังกับการทำอันดับในชาร์ตเท่าไหร่?
งั้นขอบอกเลยว่าฉูฉือของพวกเรายังคงสถิติชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้อยู่นะ
แถมยังร้องเพลงเองได้ด้วย สองอย่างนี้ไป่ตี้ทำไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”
ฉูฉือเทียบชั้นไป่ตี้ นี่เป็นกระแสที่สื่อปลุกปั่นขึ้นมา
พอกระแสนีปะทุขึ้น ก็ทำให้แฟนคลับของไป่ตี้กับฉูฉือกลายเป็นฝ่ายตรงข้ามกันทันที
แต่เมื่อเจอกับแฟนคลับของฉูฉือ ฝ่ายสนับสนุนไป่ตี้ก็ไม่แข็งกร้าวเหมือนก่อน ทำได้แค่ยอมรับความจริงข้อนี้อย่างจำใจ
“ฉูฉือก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน รวมๆ แล้วพอจะสูสีกับไป่ตี้ได้อยู่”
“ก็แค่แบ่งชัยชนะคนละครึ่งนั่นแหละ…”
“เป็นสองดาวเด่นแห่งวงการเพลงฉินโจวได้แล้วละ”
“วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล คอยดูกันต่อไปเถอะ”
แฟนคลับทั้งสองฝ่ายต่างอดกลั้นไม่มีการด่าทอกันรุนแรง
เพราะอย่างไรระหว่างไป่ตี้กับฉูฉือก็ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกันโดยตรง ทุกคนต่างรู้ดีว่าเป็นสื่อที่ปั่นกระแส
ยิ่งไปกว่านั้น แฟนคลับของทั้งสองฝ่ายยังซ้อนทับกันอยู่พอสมควร
ส่วนแฟนคลับทั่วไปของทั้งสองฝ่ายก็ดูสถานการณ์อย่างครึกครื้น แถมยังคอยยุแหย่อยู่ข้างๆ ว่า
“แฟนคลับสู้กันจริงๆ แล้ว ตัวศิลปินเองก็สู้กันอยู่เหมือนกันนั่นแหละ”
“ลองนึกดูสิ เดือนที่แล้วพอไป่ตี้เห็นสื่อบอกว่าฉูฉือคือราชาเพลงโบราณ ก็รีบปล่อยเพลงโบราณสองเพลงมาตอบโต้ทันที”
“เดือนนี้ฉูฉือก็ตอบโต้กลับด้วยการปล่อยเพลงรักสองเพลงรวดเลย!”
“ความหมายของฉูฉือชัดเจนมากเลยว่า นายไป่ตี้ปล่อยสองเพลงพร้อมกันได้ ฉันก็ปล่อยสองเพลงพร้อมกันได้เหมือนกัน!”
“นี่ไม่ใช่ต่างคนต่างแลกหมัดกันเหรอ?”
“ทุกการกระทำของทั้งสองล้วนกำลังบอกกับทุกคนว่า สิ่งที่เขาทําได้ฉันก็ทำได้เหมือนกัน!”
เวลานี้เองที่บ้านหลินจือไป เห็นคอมเมนต์ของชาวเน็ตแล้วก็ได้แต่ยิ้มปลงๆ
สถานการณ์ดูเหมือนจะเกินการควบคุมไปหน่อย หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ไป่ตี้กับฉูฉือนับว่าปะทะกันเต็มตัวแล้ว
แตก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแย่อะไรนัก?
หลินจือไปสังเกตว่าหลังจากทั้งสองฝ่ายปะทะกัน ยอดติดตามของฉูฉือและไป่ตี้บนจี่กวงต่างก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ฉูฉือมียอดติดตามถึง 3,208,756 คน!
ไป่ตี้มียอดติดตามถึง 3,295,747 คน!
บางทีอาจเป็นเพราะการที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันจึงก่อให้เกิดคล้ายการปั่นกระแสโปรโมตขึ้นมา
เมื่อเทียบกันแล้ว ยอดติดตามของปู่เยโหว ซึ่งเป็นอีกตัวตนหนึ่งของหลินจือไป มีแค่ราวๆ หนึ่งล้านแปดแสนเท่านั้น
แต่หลินจือไปก็ไม่ได้กังวล เพราะปู่เยโหวมีละครสองเรื่องที่กำลังถ่ายทำอยู่
ออกอากาศเมื่อไหร่แฟนคลับต้องเพิ่มขึ้นมหาศาลอย่างแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น… ได้เวลาเปิดตัวนิยายเล่มใหม่ของปู่เยโหวแล้ว ไม่งั้นจะยิ่งทิ้งห่างคนอื่นเขาไปใหญ่