ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 164 ซูฉาน: จะแต่งงานกับไปตี้?
เรื่องราวคืบหน้าอย่างราบรื่น แผนงานที่หลินจือไปเสนอทำให้โครงสร้างหุ้นได้รับการแก้ไขและยืนยันใหม่อีกครั้ง
ตอนนี้สัดส่วนหุ้นของหลี่อวี่ไลฟ์เป็นดังนี้:
ผู้ก่อตั้งหลี่อวี่ถือหุ้นห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์
คุนเผิงถือหุ้นสามสิบเก้าเปอร์เซ็นต์
และซูฉานถือหุ้นส่วนตัวสิบเปอร์เซ็นต์
ข้อกำหนดขั้นต่ำของหลี่อวี่คือเขาต้องไม่ถูกลดอำนาจ และการถือหุ้นร้อยละห้าสิบเอ็ดก็เพียงพอให้เขาปลอดภัยแล้ว
หากต่ำกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ววันใดซูฉานกับคุนเผิงจับมือกัน ก็อาจกลับมายึดอำนาจจากหลี่อวี่ได้ทันที
สัญญาเซ็นเสร็จเรียบร้อย ซูฉานนัดหลี่อวี่ทานข้าว เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า
“ประธานหลี่ไม่กังวลหรือคะว่าคุนเผิงถือหุ้นเยอะเกินไป?”
“ทำไงได้ละครับ เงื่อนไขของคุนเผิงมันยากจะปฏิเสธ โดยเฉพาะแนวคิดแผนงานนั้น…”
หลี่อวี่เองก็รู้ว่าคุนเผิงถือหุ้นมากเกินไป ในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัทเขาต้องรับมืออย่างระมัดระวัง
แต่เขาก็ไม่อาจทำอะไรได้จริงๆ แผนเว็บไซต์ที่คุนเผิงนำเสนอมีความสมบูรณ์อย่างยิ่ง ดีกว่าที่เขาคิดไว้หลายเท่า!
หลี่อวี่ปฏิเสธไม่ได้!
“แผนงานนั้นเป็นฝีมือของนักวางแผนคุนเผิง” สีหน้าของซูฉานยากจะคาดเดา
“ความสามารถของนักวางแผนคุนเผิงน่าเหลือเชื่อจริงๆ นะคะ”
วางแผนวาไรตี้ วางแผนโฆษณา นักวางแผนของคุนเผิงทำได้หมดทุกอย่าง
แต่ซูฉานคาดไม่ถึงเลยว่านักวางแผนของคุนเผิงจะทำได้แม้กระทั่งวางแผนเนื้อหาสําหรับเว็บไซต์ไลฟ์สตรีม
แถมยังทำได้ดีขนาดนั้น! ในฐานะผู้ถือหุ้น ซูฉานย่อมได้ดูแผนที่เจียงเฉิงนำมาแล้ว
แผนงานทั้งฉบับแทบทุกขั้นตอนล้วนกระตุ้นให้ผู้ใช้แพลตฟอร์มจ่ายเงินบนเว็บไซต์!
อย่างเช่นการจัดอันดับแฟนคลับ… ซูฉานเข้าใจความคิดของคนมีเงินบางคนเป็นอย่างดี
เศรษฐีหลายคนไม่ได้สนใจเงินทิปเล็กน้อย พวกเขาสนใจหน้าตาต่างหาก!
แค่ทิปเพิ่มสองสามแสนก็ได้ครองตำแหน่งบนหัวตารางแฟนคลับ ทำไมจะไม่ทำละ?
แถมยังมีสิทธิ์รับเอฟเฟกต์พิเศษตอนเข้าห้องไลฟ์ เมื่อใช้จ่ายถึงเกณฑ์
นี่มันจี้จุดความต้องการของคนมีเงินชัดๆ ยังไม่ต้องพูดถึงของขวัญใหญ่ระดับจรวดที่มีประกาศทั้งไซต์เลยด้วยซ้ำ
อ้อ จริงสิ ในแผนยังเสนอให้สองสตรีมเมอร์ PK กันได้ด้วย
โอโห ซูฉานถึงกับจินตนาการออกเลยว่าตอนที่ PK กัน แฟนคลับของทั้งสองฝั่งต้องทุ่มทิปอย่างบ้าคลั่งให้สตรีมเมอร์ที่ตนชอบแน่ๆ
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไอเดียของนักวางแผนคุนเผิงคนนั้น น่ากลัวจริงๆ
คนคนนี้เข้าใจจิตวิทยามวลชนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ราวกับเป็นปรมาจารย์ด้านจิตวิทยา!
และสิ่งที่ทำให้ซูฉานประหลาดใจที่สุดในเรื่องนี้ก็คือ เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเจียงเฉิงจะเล็งโปรเจกต์หลี่อวี่ไลฟ์นี้เหมือนกัน
บังเอิญจริงๆ ซูฉานก็กำลังคิดอยู่ว่าจะเร่งติดต่อคุนเผิงอย่างไรดี
และการที่คุนเผิงเข้าร่วมโครงการนี้ก็ทำให้ซูฉานมั่นใจในหลี่อวี่ไลฟ์มากขึ้นด้วย
“คุนเผิงรับปากไว้ว่าตอนนั้นอูฉือจะมาไลฟ์ด้วยสินะคะ”
“ใช่แล้วครับ” หลี่อวี่พยักหน้ากล่าวว่า
“แต่อูฉือจะไม่เปิดหน้า คุนเผิงจะสร้างอวตารเสมือนให้เขา”
“นี่ก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่พวกเขาขอหุ้นเพิ่ม มีดาราประจำแพลตฟอร์มร้องเพลงในไลฟ์ ผลลัพธ์ต้องไม่เลวแน่”
“ไม่เปิดหน้าสินะ…” ยอมไลฟ์แล้ว แต่อูฉือคนนี้ก็ยังไม่อยากเปิดหน้าอีกเหรอ?
หมอนี่คือไปตี้จริงๆ สินะ? ในหัวของซูฉานปรากฏใบหน้าอ่อนเยาว์ของหลินจือไป
ความคิดประหลาดผุดขึ้นในใจ หากตนต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับเสินฮว่ากรุ๊ป งั้นแต่งกับไปตี้จะดีกว่าไหม?
ในเมื่ออีกฝ่ายมีคุนเผิงหนุนหลัง… แต่ทันใดนั้นซูฉานก็ยิ้มขื่น
หลินจือไปอายุน้อยกว่าเธอตั้งมาก ทั้งสองคนเป็นไปไม่ได้เลย
แถมเขาใช่อูฉือหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ ทั้งหมดเป็นแค่การคาดเดาของเธอเท่านั้น
หลินจือไปไม่รู้ความคิดของซูฉาน ตอนนี้บัญชีคุนเผิงไม่มีเงินแล้ว เขาต้องหาเงินให้ได้
ดังนั้นสองสามวันถัดมาเขาจึงไม่ทำอย่างอื่นเลยนอกจากนั่งเขียนบท ‘มังกรหยก’ อยู่ที่บ้าน
เขียนไปจนดึกอีกคืน หลินจือไปรู้สึกเหนื่อย มือก็ปวดเมื่อย นี่คือผลข้างเคียงจากการเคาะแป้นพิมพ์ยาวนานต่อเนื่อง
หลินจือไปแอบกังวลว่าตนจะเป็นเอ็นข้อมืออักเสบไหม เขาตระหนักถึงความจริงที่น่าจนใจข้อหนึ่ง
“แม้ระบบจะมอบผลงานจากโลกเดิมให้ไม่รู้จบ แต่พลังของฉันมีจำกัด”
“ต่อให้ลอกไปทั้งชีวิต บทดีๆ มากมายขนาดนั้นก็ยังลอกไม่หมดอยู่ดี”
ติ้งต่อง! ในขณะที่หลินจือไปกำลังคิดแบบนั้นระบบก็ปรากฏขึ้น
เฟยหง: “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ระบบจะเปิดร้านค้าเต็มรูปแบบให้กับโฮสต์อย่างเป็นทางการ”
“โฮสต์สามารถใช้ค่าชื่อเสียงแลกไอเทมในร้านได้”
หน้าต่างร้านค้าโผล่ขึ้นตรงหน้าหลินจือไป ฟังก์ชันใหม่ที่โผล่มากะทันหันทำเอาหลินจือไปอึ้งไปหลายวินาที
หัวใจพลันเต้นสั่น ปัญหาพลังงานไม่พอมีทางแก้แล้ว! เพราะเขามองเห็นสินค้าห้าอย่างในร้าน:
[ยาเพิ่มพลังงาน: ดื่มหนึ่งขวด ทำให้โฮสต์กระปรี้กระเปร่าได้ภายในสิบสองชั่วโมง]
[ยาเพิ่มความเร็วในการพิมพ์: ทำให้ความเร็วในการพิมพ์ของโฮสต์เพิ่มเป็นสองเท่าจากปกติ]
[ยาเพิ่มความเร็วในการพิมพ์ระดับกลาง: ทำให้ความเร็วในการพิมพ์ของโฮสต์เพิ่มเป็นสามเท่าจากปกติ]
[ยาเพิ่มความเร็วในการพิมพ์ระดับสูง: ทำให้ความเร็วในการพิมพ์ของโฮสต์เพิ่มเป็นห้าเท่าจากปกติ]
[ยาเสียงทอง: ทำให้โฮสต์ร้องเพลงติดต่อกันห้าชั่วโมงได้โดยไม่ทำลายเส้นเสียง]
สุดท้ายหลินจือไปยังเห็นบันทึกเพิ่มเติมของระบบด้วยว่า:
[ไอเทมที่ระบบจัดให้ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ สินค้าเพิ่มเติมจะปลดล็อกได้เมื่อโฮสต์มีค่าชื่อเสียงสูงขึ้น]
ว่าแล้วเชียว! ระบบไม่ปล่อยให้เขาทํางานจนตายแน่
สินค้าพวกนี้แก้ปัญหามากมายของหลินจือไปได้ตรงจุด แถมค่าชื่อเสียงที่ใช้แลกซื้อก็ไม่ถือว่าโหดเกินไป!
“นี่แหละวิธีใช้สูตรโกงที่ถูกต้อง”
เฟยหงนี่นะ ทำไมไม่เปิดร้านค้าให้ฉันเร็วกว่านี้? บ่นพึมพำเล็กน้อย
แล้วหลินจือไปก็แลกยาเพิ่มความเร็วในการพิมพ์ระดับสูงหนึ่งขวดด้วยความตื่นเต้น
ยานี้ไม่ได้ปรากฏในโลกจริงแต่ปรากฏอยู่ในคลังของระบบ ด้านหลังมีตัวเลือกขึ้นมาว่า “จะใช้หรือไม่?”
หลินจือไปอยากลองดูว่าความเร็วในการพิมพ์ห้าเท่าเป็นอย่างไร
หลังจากเขายืนยันการใช้ก็ไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ แค่รู้สึกว่านิ้วดูคล่องแคล่วพลิ้วไหวมากขึ้น?
ลองพิมพ์ดู ตอกแต็กๆ… ความเร็วในการพิมพ์ของหลินจือไปเดิมก็ไม่ช้าอยู่แล้ว
พอเปิดบัฟยิ่งน่าเหลือเชื่อ บนคีย์บอร์ดเห็นแต่เงานิ้วพร่าเลือนมองแทบไม่ทัน
“เร็วมาก!” หลินจือไปยังตกใจกับความเร็วของตัวเอง!
ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการพิมพ์ความเร็วสูงนานๆ ต้องทําร้ายนิ้วมือแน่
แต่ระบบลบผลข้างเคียงออกไป หลินจือไปไม่รู้สึกเหนื่อยนิ้วเลยสักนิด
“ยานี่สุดยอดจริงๆ” ถ้าไม่รีบมากใช้ยาเร่งความเร็วสองเท่าก็พอ
ถ้ารีบหน่อยก็เปิดใช้ยาเร่งความเร็วสามเท่า ถ้าเร่งด่วนก็ใช้ยาเร่งความเร็วห้าเท่าไปเลย
เพราะค่าชื่อเสียงที่จ่ายสำหรับยาเร่งความเร็วห้าเท่านั้นสูงกว่าสองเท่ามาก หลินจือไปคิดพลางคำนวณ
เป็นเช่นนี้ ปลายเดือนตุลาคม หลินจือไปเสมือนมีเทพช่วย ทำให้เขียนบท ‘มังกรหยก’ เสร็จสิ้นในรวดเดียว
นี่แหละความเร็วสายโกง! แต่สองสามวันนี้หลินจือไปใช้ยาเพิ่มความเร็วในการพิมพ์แค่บางครั้ง
พยายามประหยัดค่าชื่อเสียงเท่าที่ทำได้ หลังจากเขียนบทเสร็จหลินจือไปก็ส่งให้เจียงเฉิง
บทนี้ต้องมอบให้จ้าวเหลย แห่งฝ่ายโปรดักชันของเสินฮว่า
ก่อนหน้านี้จ้าวเหลยช่วยคุนเผิงไว้ หลินจือไปย่อมต้องตอบแทน
เมื่อปลายเดือนตุลาคมใกล้จะสิ้นสุด กระแสพูดคุยเกี่ยวกับเพลงใหม่ของหลินอีอีก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น
วันที่สามสิบเอ็ดเดือนตุลาคม ค่ำคืนนี้กลุ่มแฟนคลับของหลินอีอีคึกคักเป็นพิเศษ:
‘เพลงใหม่ของอีอีกำลังจะปล่อยแล้ว!’
‘ตั้งตารอเลย!’
‘ฉันยังกังวลอยู่เลยว่าไปตี้เขาจะเข้าใจเพลงอนิเมะจริงๆ หรือเปล่า?’
‘ไปตี้มีสไตล์หลากหลาย เคยคว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลมาหลายครั้ง เชื่อเขาสักครั้งเถอะ’
‘ประเด็นคือสองสามปีนี้อีอีปล่อยเพลงทีไรก็คว้าที่หนึ่งได้เกือบทุกครั้ง แต่ภาพโดยรวมกลับตกลง’
‘เหมือนเสินฮว่าใส่ใจกับอนิเมะและเกมของอีอีมากกว่า เพลงไม่เข้ากับคาแรกเตอร์เหมือนช่วงแรกๆ เลย’
‘เธอจะพูดว่าไม่น่ารักพอใช่ไหมละ’
‘ยังไงอีอีก็เป็นเสียงสังเคราะห์ ไม่ใช่คนร้องจริง ปัจจัยที่ต้องคิดเลยมีเยอะมากๆ’
‘ฉันก็ไม่ได้คาดหวังมากหรอก แค่ไม่แย่กว่าปีก่อนก็โอเคแล้ว’
ในวงการ:
“เพลงใหม่ที่ไปตี้แต่งให้หลินอีอีกำลังจะปล่อยแล้ว”
“ตอนนี้สี่ทุ่ม เหลืออีกสองชั่วโมง ด้วยบัฟความนิยมของหลินอีอี รอบนี้ถ้าไปตี้ไม่พลาดหนักก็คว้าแชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้สบายๆ เลย”
“อืม พฤศจิกายนไม่มีราชาราชินีเพลงใช่ไหม”
“ไม่มี ปลายปีใกล้เข้ามาแล้ว ราชาราชินีเพลงต่างก็กำลังเตรียมตัวสู้ศึกเดือนธันวาคม”
“อีกอย่างหลินอีอีดังขนาดนี้ ราชาราชินีเพลงหลายคนไม่อยากปะทะกับเธอตรงๆ”
“ฉันแค่ยากรู้ว่าเพลงอนิเมะที่ไปตี้แต่งจะออกมาเป็นยังไง”
ขณะเดียวกัน หลินหลิวก็กำลังรอการปล่อยเพลงใหม่ของหลินอีอีอยู่เช่นกัน
เธอยังทำใจไม่ได้ที่เวยเซียนเฉียงพ่ายแพ้ให้ไปตี้! แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ นั่นเป็นการตัดสินใจของทีมไอดอลเสมือน
ความหวังสูงสุดของหลินหลิวตอนนี้คือเพลงของไปตี้จะล้มเหลว!
การแต่งเพลงให้หลินอีอีเหมือนดาบสองคม ถ้าเพลงเข้ากับสไตล์ของหลินอีอีจริง แฟนคลับของเธอจะซาบซึ้งขอบคุณไปตี้อย่างล้นหลาม
ถึงขั้นดันชื่อเสียงของไปตี้ให้พุ่งทะยานไปอีกขั้น! อย่างไรหลินอีอีก็คือ ‘ซูเปอร์สตาร์’
แต่ในทางกลับกันถ้าเพลงนี้คุณภาพธรรมดา หรือไม่เข้ากับสไตล์ของหลินอีอีเท่าไหร่ละ?
แบบนั้นแฟนคลับของหลินอีอีต้องออกมาบอยคอตไปตี้กระหน่ำแน่! ไม่มีใครอยากมีเรื่องกับแฟนคลับของหลินอีอีหรอก!
รองหัวหน้าทีมเตือนทางโทรศัพท์ว่า “แม้แต่เวยเซียนเฉียงยังแพ้ แสดงว่าเพลงของไปตี้ต้องมีคุณภาพสูงมาก”
“ถึงเราจะหวังให้เขาพลาดแค่ไหน ก็ต้องยอมรับความจริงข้อนี้ครับ…”
“พูดอย่างนั้นก็ไม่ผิด” หลินหลิวกล่าวเย้ย
“แต่การตัดสินของทีมไอดอลเสมือนไม่ได้แม่นยำเสมอไป เพลงที่พวกเขาเลือกให้หลินอีอีบางทีก็ล้มเหลว”
“ไม่แน่คราวนี้อาจพังอีกก็ได้?”
รองหัวหน้าทีมได้แต่จนใจ ตอนนี้หลินหลิวเหมือนนักพนันที่แพ้จนตาแดง
สภาพจิตใจเสียสมดุล เอาแต่คิดว่าตัวเองจะพลิกเกมได้แต่ยิ่งเล่นกลับยิ่งเสีย
สองชั่วโมงสุดท้ายค่อยๆ ผ่านไปทีละนิด ในที่สุดเมื่อเสียงระฆังยามเที่ยงคืนดังขึ้น
‘เพลงควงต้นหอม’ ที่ไปตี้แต่งให้หลินอีอีก็ปล่อยอย่างเป็นทางการ!