ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 169 เพลงสุขสันต์การเลิกรา
ผู้ชมไม่คาดคิดเลยว่าฉูฉือจะแต่งเพลงสดขึ้นมาจริงๆ แถมคุณภาพยังเหนือความคาดหมายของทุกคนอีกด้วย!
‘คารวะพี่ใหญ่เลย!’
‘แม่ถามว่าทําไมหนูต้องคุกเข่าดูไลฟ์’
‘สาวตรงข้ามมามองทางนี้หน่อย แม้เนื้อร้องและทำนองจะเรียบง่าย แต่บรรยากาศโดยรวมดีสุดๆ รู้สึกว่าเพลงแต่งสดเพลงนี้คุณภาพดีพอจะพุ่งติดท็อปเทนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้เลย!’
‘เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!’
‘การแต่งสดในเวลาจำกัดไม่ได้ทำให้คุณภาพเพลงลดลงเลย…’
‘นี่นะหรือพลังของคู่ดาวแห่งวงการเพลง?’
‘คู่ดาวแห่งวงการเพลง?’
‘ก็มีคนบอกว่าไปตี้กับฉูฉือเป็นคู่ดาวแห่งวงการเพลงไงละ’
‘ถึงสองคนนั้นจะดังพอๆ กันแล้ว แต่ฉันไม่เชื่อว่าไปตี้จะแต่งเพลงได้ไวขนาดนี้ แถมยังคุมคุณภาพได้ดีขนาดนี้อีก!’
‘โคตรเก่ง!’
‘ในฐานะเด็กดนตรี ฉันขอบอกว่านี่ไม่ใช่แค่เก่งแต่มันโหดเวอร์! ไม่แปลกใจเลยที่ฉูฉือคว้าอันดับหนึ่งชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลทุกครั้ง เพลงที่เขาแต่งเล่นๆ คุณภาพยังเหนือชั้นกว่าคนทั่วไปเลย!’
ผู้ชมถูกเพลงนี้สะกดจนตะลึง!
หลินจือไปมองดูคอมเมนต์พลางยิ้ม เพลงนี้ย่อมถูกใจทุกคนอยู่แล้ว เพราะในชาติก่อนเหรินเซียนฉีเคยร้องเพลงนี้บนเวทีงานเฉลิมฉลองตรุษจีนปี 1999 และโด่งดังไปทั่วทุกสารทิศ
เนื้อร้องติดหูจำง่าย ทำนองเรียบง่ายฟังสบาย ความจริงใจเรียบง่ายทำให้เพลงนี้ไม่ซับซ้อน เข้าถึงใจผู้ฟังได้ง่าย หลายคนแค่ฟังไม่กี่นาทีก็ร้องตามได้แล้ว นี่แหละผลลัพธ์ของไลฟ์ไม่ใช่เหรอ?
[ปื้อวื่นเทาส่งซูเปอร์ร็อกเก็ตหนึ่งลูก!]
[อันหยิงแกจะทำไมส่งซูเปอร์ร็อกเก็ตหนึ่งลูก!]
[แม่ชีนั่นของหลวงจีนเถาส่งซูเปอร์ร็อกเก็ตหนึ่งลูก!]
ของขวัญลูกชิ้นปลา ครีบปลา เครื่องบิน จรวด ไปจนถึงซูเปอร์จรวดพากันขึ้นเต็มจอ ทุกคนเริ่มเข้าใจวิธีเล่นไลฟ์แล้ว
“ขอบคุณของขวัญจากทุกคนครับ” หลินจือไปกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เพื่อนที่ขอเพลงมา พอใจไหมครับ?”
ผู้ชมที่ขอเพลงคนนั้นได้ส่งคอมเมนต์ติดกันหลายข้อความแล้ว
‘ขอบคุณอาจารย์ฉูฉือ! เพลงนี้โคตรเจ๋งเลยครับ!! คืนนี้ผมจะไปสารภาพรัก!!’
“โอเคครับ”
หลินจือไปไม่ทันสังเกตเลยว่า จำนวนผู้ชมในห้องไลฟ์ของเขาได้ทะลุสองล้านไปแบบไม่รู้ตัว นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ต้องรู้ว่าหลื่อวี่ไลฟ์เพิ่งเปิดตัววันนี้เอง แถมการโปรโมตก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้รับกระแสที่ดีสักเท่าไหร่ คนที่มาช่วยดันเขาคือแฟนคลับทั้งนั้น สัดส่วนคนผ่านทางมีน้อยมาก
แต่ตอนนี้สัดส่วนคนผ่านทางเริ่มเพิ่มมากขึ้นแล้ว หลักๆ ก็เพราะรอบนี้หลินจือไปโชว์เทพจริงๆ ประกาศจะแต่งเพลงสด แถมยังแต่งออกมาดีขนาดนั้น เล่นบทวางมาดแบบแนบเนียนสุดๆ จนคนดูหลายคนอดไม่ได้ที่จะเรียกเพื่อนมาดู เป็นสัญชาตญาณแบ่งปันของมนุษย์
‘ครอบครัวทั้งหลาย!’
‘พี่น้องทั้งหลาย!’
‘สาวๆ ทั้งหลาย!’
‘รีบเข้ามาหลื่อวี่ไลฟ์เร็ว!’
‘เข้าไปที่ห้องไลฟ์ของฉูฉือ!’
‘ฉูฉือกำลังแต่งเพลงสด!’
‘นี่มันทักษะระดับเทพเลย!’
‘ใครผ่านไปผ่านมาอย่าได้พลาดเด็ดขาด เขาเพิ่งร้องเพลงหนึ่งสะกดทั้งห้องไลฟ์จนเงียบกริบเลย ใช้เวลาแต่งสดแค่ไม่กี่นาที ชื่อเพลงว่า ‘สาวตรงข้ามมองมาหน่อย’ คุณภาพโหดสุดๆ!’
หลินจือไปร้องจบหนึ่งเพลงแล้วโต้ตอบกับผู้ชมสักพัก ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“บอกแล้วว่าจะเขียนเพลงตามคำขอของผู้ชมผู้โชคดีสามคน เมื่อกี้คือเพลงแรก ต่อไปยังเหลืออีกสองเพลง งั้นตอนนี้มาเลือกผู้โชคดีคนที่สองของวันนี้กันเถอะครับ”
ใช้วิธีจับภาพคอมเมนต์ในลักษณะเดียวกัน ไม่นานนักผู้โชคดีคนที่สองก็ปรากฏขึ้น ผู้ชมคนนี้ใช้ไอดี [เธอคือฤดูหนาวฉันคือฤดูร้อน] ชื่อดูศิลป์มากทีเดียว
“สวัสดีครับ เพื่อนที่ชื่อเธอคือฤดูหนาวฉันคือฤดูร้อน” หลินจือไปตั้งให้อีกฝ่ายเป็นผู้ดูแลห้องพร้อมกล่าวว่า “คุณสามารถขอเพลงได้เลยนะ ผมจะพยายามแต่งตามที่คุณต้องการ”
[เธอคือฤดูหนาวฉันคือฤดูร้อน]: ‘อาจารย์ฉูฉือฉันรักคุณ! ฉันชอบทุกเพลงของคุณเลย โดยเฉพาะเพลง ‘เสียดายไม่ใช่เธอ’ ฉันชอบเพลงรักสไตล์นี้มากๆ คุณช่วยแต่งเพลงแนวนี้อีกสักเพลงได้ไหมคะ?’
“คำขอของเพื่อนท่านนี้กว้างไปหน่อยนะครับ” หลินจือไปกล่าวอย่างครุ่นคิด “พอจะบอกได้ไหมครับว่าทำไมคุณถึงชอบ ‘เสียดายไม่ใช่เธอ’ ขนาดนั้น?”
[เธอคือฤดูหนาวฉันคือฤดูร้อน]: ‘เพราะตอนนั้นฉันเพิ่งเลิกกับแฟน อารมณ์ค่อนข้างซึมเศร้า จริงๆ ฉันไม่กลัวการเลิกราเลยนะคะ แถมยังเป็นคนขอเลิกเองด้วย แต่ตอนนั้นจิตใจมันเศร้ามาก แล้ววันหนึ่งพอฟังเพลง ‘เสียดายไม่ใช่เธอ’ รู้สึกโล่งขึ้นเยอะเลย ถึงจะยังมีความเสียใจและเสียดายอยู่… แอบคิดว่าเขานอกใจเพราะฉันไม่สวยพอหรือเปล่า…’
“เข้าใจละ” หลินจือไปถามว่า “คุณยังชอบเขาอยู่ไหม?”
[เธอคือฤดูหนาวฉันคือฤดูร้อน]: “ฉันเองก็อธิบายไม่ถูก บางทีก็เผลอหยิบมือถือขึ้นมา ห้ามใจไม่อยากทักไปขอคืนดีเขาไม่ไหว แต่พอนึกถึงว่าเขานอกใจฉันมาตั้งสองครั้ง ตอนวันวาเลนไทน์ยังจับได้ว่าไปเดทกับผู้หญิงคนอื่นอีก…”
นี่มันเจอผู้ชายห่วยไม่ใช่เหรอ?
ความจริงไม่ต้องให้หลินจือไปพูดอะไรมาก คอมเมนต์ไลฟ์ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแล้ว
‘ชั่วเกินไปแล้ว!’
‘นอกใจครั้งเดียวก็แย่แล้ว นี่ตั้งสองครั้ง!’
‘การนอกใจมีแต่ศูนย์ครั้งกับนับไม่ถ้วนจริงๆด้วย!’
‘สาวน้อย อย่าปล่อยให้หัวใจครอบงำสมองนะ!’
‘สงสารจับใจเลย’
‘ทำไมคนซื่อๆ แบบฉันไม่มีใครรัก แต่ผู้ชายห่วยกลับทำให้สาวๆ ลืมไม่ลง?’
‘เล่ห์เหลี่ยมผู้ชายเฮงซวยนี่ล้ำลึกจริง!’
‘ถ้าเป็นฉัน โดนนอกใจครั้งแรกก็เลิกขาดแล้ว!’
‘น้องสาวยังไม่ตาสว่างอีกหรือไง เรื่องแบบนี้ยอมทนได้ด้วยเหรอ?’
‘หืม? ฉูฉือทำอะไรอยู่นะ?’
‘เริ่มแต่งเพลงแล้วเหรอ?’
ท่ามกลางคอมเมนต์ลอย ผู้คนสังเกตว่าอวตาร์เสมือนในไลฟ์ได้ก้มหน้าลง กำลังเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ ขณะเดียวกัน [เธอคือฤดูหนาวฉันคือฤดูร้อน] พูดต่อว่า
“จริงๆ แล้วฉันไม่ได้อยากกลับไปคืนดีเลย แต่เขาอ้อนวอนฉันตลอด สาบานต่างๆ นานาว่าต่อไปจะไม่ทำผิดแบบนี้อีก ฉันก็อดใจอ่อนไม่ได้ทุกที อาจารย์ฉูฉือแต่งเพลงรักเก่งขนาดนั้น ช่วยให้คำแนะนำฉันหน่อยได้ไหมคะ? ฉันชอบเพลงของคุณมากๆ เลย ฉันชื่นชมคุณจริงๆ! ขอโทษนะคะๆ ฉันพูดวกวนไปหน่อย พอมาถึงตอนนี้ฉันก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าเราคงไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว”
“ผมเข้าใจแล้วครับ” หลินจือไปเขียนอยู่ครู่หนึ่ง เงยหน้าอ่านเรื่องราวที่อีกฝ่ายเล่าสลับกับคอมเมนต์ที่ตะโกนให้เลิกกับผู้ชายเลวๆ
แล้วจึงเอ่ยเบาๆ ว่า “ปู่เยโหวมีนิยายเรื่องหนึ่งชื่อ ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ มีประโยคหนึ่งที่ผมชอบมาก คือทุกคนที่เขียนจดหมายมาขอคำปรึกษา จริงๆ แล้วต่างก็มีคำตอบในใจอยู่แล้ว แต่ในเมื่อเพื่อนคนนี้อยากได้คำแนะนำจากผม…”
หลินจือไปดีดสายกีตาร์ วินาทีถัดมาเสียงของเขาดังขึ้นว่า
“ฉันไม่อาจบอกเธอว่าการทนเจ็บจะมีประโยชน์ใดหรือไม่ แต่ใจฉันก็ปวดร้าวที่เห็นเพื่อนต้องรักทั้งน้ำตา ความรักอาจไม่มีถูกผิด ขอแค่มีรอยยิ้มและซาบซึ้งใจ หากเขามัวแต่กางร่มให้ใครอีกคนเสมอไป แล้วทำไมเธอต้องทรมานยืนตากฝนรอคอยเขากัน?”
พอได้ยินเสียงร้องของฉูฉือ คอมเมนต์ไหลที่เคยแน่นขนัดก็เบาบาง คล้ายผู้ชมค่อยๆ สงบเงียบลง ส่วนด้านหน้าจอ เด็กสาวคนหนึ่งที่น้ำตาคลออยู่แล้ว พอได้ยินประโยค ‘หากเขามัวแต่กางร่มให้ใครอีกคนเสมอไป แล้วทำไมเธอต้องทรมานยืนตากฝนรอคอยเขากัน’ ก็ถึงกับน้ำตาร่วง
หลินจือไปปาดนิ้วกวาดสายกีตาร์ เสียงเพลงยังดังก้องในไลฟ์ น้ำเสียงเขาอบอุ่นอ่อนโยนดุจแสงอาทิตย์ยามเช้าในฤดูใบไม้ผลิ ประหนึ่งขับไล่ม่านหมอกที่มืดมน
“ชงกาแฟให้เธออุ่นมือ หวังช่วยบังลมหนาวในใจ แต่เธอกลับอยากออกไปเดินรับลมเย็นให้ตื่นตัว เธอบอกไม่กลัวการเลิกรา แค่เสียดายเสียใจนิดหน่อย วันวาเลนไทน์ใกล้เข้ามาเหลือตัวคนเดียว แท้จริงหากรักถูกคน ก็มีวาเลนไทน์ได้ทุกวัน…”
ท่อนร้องหลักจบลง เข้าสู่ท่อนฮุก หลินจือไปดีดสายกีตาร์ด้วยจังหวะที่แรงขึ้นเล็กน้อย ในตอนนี้ถ้าจะบอกว่าเขากำลังร้องเพลง คงไม่สู้บอกว่าเขากำลังพูดคุยกับผู้หญิงคนนั้นด้วยความจริงใจจะดีกว่า
“เลิกกันอย่างมีความสุข ขอให้เธอมีความสุข เธอเจอคนที่ดีกว่านี้ได้ หากเบื่อความเหน็บหนาว ความหนักอึ้งในใจ ก็โบยบินไปว่ายน้ำที่เกาะเขตร้อน เลิกกันอย่างมีความสุข เชิญเธอมีความสุข โบกมือลาคนไม่ใช่ถึงได้พบคนที่ใช่ จากลารักเก่าเหมือนนั่งรถไฟขบวนช้า เมื่อมองทุกอย่างชัดเจนหัวใจจะกลับมาสดใสอีกครั้ง ไม่มีใครยึดความสุขของใครได้ เธอสาบานว่าเธอจะใช้ชีวิตด้วยรอยยิ้ม…”
ร้องถึงตรงนี้ หลินจือไปยิ้มออกมา หยุดดีดกีตาร์ เปล่งเสียงเปลือยร้องประโยคสุดท้ายว่า
“ตอนที่เธอมั่นใจ เธอสวยกว่ามากจริงๆ”
ประโยคนี้เองทำให้สาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าจอ ร้องไห้โฮ น้ำตาไหลเผาะๆ ตกลงบนแป้นพิมพ์ บางทีอาจไม่ใช่แค่เธอคนเดียว ทั้งห้องไลฟ์ผู้ชมทุกคนต่างก็ถูกเพลงนี้กระแทกใจ
คนมักบอกให้ประคองรัก ไม่สนับสนุนให้เลิก แต่ฉูฉือกลับสวนทาง ตะโกน ‘เลิกกันอย่างมีความสุข’ ตลอดท่อนฮุก ดังที่เนื้อเพลงว่าไว้ ต้องโบกมือลาสิ่งที่ผิด ถึงจะได้พบสิ่งที่ถูก
‘นี่คือเพลงรักที่งดงามที่สุดที่ฉันเคยฟังเลย’
‘เพลงนี้ไม่เศร้า เนื้อร้องก็ไม่หนักหนา แต่กลับทำให้คนน้ำตาไหลไม่หยุดเลย’
‘รักฉูฉือสุดๆ!’
‘เนื้อเพลงพวกนี้แทงใจดำเกินไปแล้ว!’
‘แต่งสดอีกแล้ว แค่ไม่กี่นาทีเนื้อเพลงยังดีขนาดนี้…’
‘จากคนผ่านทางกลายเป็นแฟนคลับ!’
‘เพลงก่อนยังแอบสงสัยว่ามีกลเม็ดเคล็ดลับอะไรหรือเปล่า แต่เพลงนี้ฉันยอมเลย เนื้อร้องพูดถึงเรื่องของสาวคนนั้นล้วนๆ เขาแต่งเพลงสดในเวลาสั้นๆ ได้จริงๆ!’
‘ฟังจนน้ำตาไหลแล้ว’
‘ฉันเป็นผู้ชายแต่เจอสถานการณ์คล้ายๆ สาวคนนี้เลย โดนแฟนห่วยๆ ทำร้ายจนยับเยิน…’
‘เพลงนี้ชื่ออะไร? ทำไมหาในเน็ตไม่เจอเลยละ?’ ผู้ชมที่เพิ่งเข้ามาถามขึ้น
คอมเมนต์ลอยมากมายต่างตอบว่า ‘หาไม่เจอหรอก เพลงนี้ฉูฉือเพิ่งแต่งสดๆ ใหม่เอี่ยม จับดูยังอุ่นๆ อยู่เลยนะ’
เพลงนี้ไม่มีท่อนพีคที่ร้องสุดเสียง ทุกถ้อยคำในเนื้อเพลงของฉูฉือเรียบง่ายแต่กลับสลักลึกเข้าไปในใจผู้คน
“เพลงนี้ชื่อว่า ‘สุขสันต์การเลิกรา’ แล้วกันครับ” หลินจือไปแสดงได้แนบเนียนเหมือนเพิ่งคิดชื่อเพลงได้เมื่อครู่ จากนั้นจึงพูดเบาๆ ว่า
“เชื่อว่าคุณน่าจะเข้าใจคำแนะนำของผมแล้ว ถ้าเรื่องของคุณเป็นเรื่องจริง ผมขอมอบประโยคสุดท้ายให้ว่า…” หลินจือไปกล่าว “ทรายที่กำไว้ไม่อยู่ สู้โปรยทิ้งไปเสียดีกว่าครับ”