ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 181 ขอให้ร่ำรวย
ว่ากันว่าโอกาสร้องเดี่ยวบนเวทีรายการตรุษจีนเดิมทีเป็นของจางซีหยาง โดยมีหลินซีช่วยผลักดันอย่างเต็มที่แถมประกาศต่อสาธารณะไปแล้ว
แต่หลินหลิวกลับโผล่มาแทรก ส่งราชาเพลงจางอวิ่นซั่งลงสนามแย่งสิทธิ์ร้องเดี่ยวงานรายการตรุษจีนไปหน้าตาเฉย
ตอนนั้นแฟนคลับจางซีหยางโมโหมาก ตะโกนด่าว่ามีเบื้องหลังมืด
ฝั่งแฟนคลับจางอวิ่นซั่งก็สวนกลับ บอกว่าแฟนคลับจางซีหยางเป็นพวกหวาดระแวง กลัวถูกกลั่นแกล้ง จะมีเบื้องหลังมืดอะไรกันนักกันหนา?
อย่าเอะอะอะไรก็โยงว่าเป็นเบื้องหลังมืดไปหมดโอเค?
แต่ตอนนี้พอสิทธิ์ร้องเดี่ยวก็ยังตกเป็นของจางซีหยางอยู่ดี เดาสิว่าเกิดอะไรขึ้น?
แฟนคลับจางอวิ่นซั่งเริ่มตะโกนว่ามีเบื้องหลังมืดบ้างแล้ว
ฝั่งจางซีหยางย่อมไม่ยอม ถ้าจางอวิ่นซั่งได้โอกาสคือถูกต้อง พอคนอื่นได้กลับกลายเป็นมีเบื้องหลังงั้นสิ
สองฝ่ายเปิดศึกด่ากันอีกรอบ สวนกันไปมาดุเดือด ดูท่าว่าจางซีหยางจะดังเปรี้ยงจริงๆ พลังแฟนคลับยังสูสีกับจางอวิ่นซั่งที่เป็นถึงราชาเพลงได้
แต่ในวงการบันเทิงการตีกันเป็นเรื่องปกติ วันไหนไม่ตีกันสิแปลก
เพียงแต่สองฝ่ายที่กัดกันรอบนี้สร้างกระแสแรงจริงๆ ข่าวพาดหัววนอยู่แต่เรื่องของทั้งคู่หลายวัน
“เสินฮว่าแตกคอภายใน? ศึกสองจางทวีความรุนแรง!”
“หัวหน้าทีมของจางอวิ่นซั่งลาออก เกี่ยวกับรายการตรุษจีนหรือไม่?”
“จางอวิ่นซั่งตอบกรณีพิพาท: แค่แข่งขันเชิงบวก ฟังตามการจัดของทีมงานรายการตรุษจีน”
“จางซีหยางเรียกร้องให้แฟนคลับใจเย็น”
“จางซีหยางจะร้องเพลงใหม่ในรายการตรุษจีน?”
“หัวหน้าแผนกเพลงเสินฮว่า: สองนักร้องจับมือคืนดีกันแล้ว”
ความขัดแย้งยิ่งบานปลาย ไฟยิ่งลุกลามหนักขึ้น คนที่ร้อนใจก็คือเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์
เพราะไม่ว่าจะจางอวิ่นซั่งหรือจางซีหยาง ต่างก็เป็นลูกรักของบริษัท
สองคนนี้ตีกัน ฝ่ายที่เสียหายมากที่สุดก็หนีไม่พ้นเสินฮว่า
ทำอะไรไม่ได้ แผนกเพลงของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ทำได้แค่เร่งดับไฟ
จางซีหยางกับจางอวิ่นซั่งก็ไม่ได้เติมเชื้อไฟต่อ ส่วนที่บอกว่าสองคนนี้จับมือคืนดีอะไรนั่นก็เป็นแค่คำแถลงของทางการเท่านั้น
ความแค้นระหว่างสองคนได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่คิดจะเจอหน้ากันอีก วงการบันเทิงก็เลยมีเรื่องบาดหมางเพิ่มขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง น่าเสียดาย
ไฟครั้งนี้ดับยาก แฟนคลับจางอวิ่นซั่งยังไม่ยอมเลิกรา พวกเขายืนกรานว่า “มีเบื้องหลังมืด” ในเรื่องนี้
กระแสสังคมจึงดังสนั่น ขณะเดียวกันอีกฝั่งหนึ่งการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าทีมเพลงที่สามของเสินฮว่ากำลังดุเดือดเข้มข้น
หลินซีก็ลงมือแล้ว ทั้งลุงใหญ่กับลุงรองก็กำลังขับเคี่ยว คุนเผิงเองก็เคลื่อนไหวอยู่เงียบๆ
เวลาในการจัดการเรื่องนี้เหลือไม่มาก พอหมดช่วงปีใหม่คนที่ได้รับเลือกจะถูกตัดสิน
ในร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง ซูฉานเอ่ยว่า “ฉันช่วยเวินเลี่ยงให้ได้รับคะแนนโหวตจากหัวหน้าทีมสี่ของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ได้ค่ะ”
เจียงเฉิงถาม “แค่หนึ่งเสียงเหรอครับ?”
ซูฉานยิ้มฝืด “มีคนลงคะแนนแค่เก้าคน ฉันเป็นคนของเทียนกวงจะโน้มน้าวได้สักคนก็ยากแล้วค่ะ บุญคุณนี้ต่อไปฉันก็ยังต้องใช้คืน”
“ก็ได้ครับ” เจียงเฉิงก็รู้ดีว่าหนึ่งเสียงนี้มีค่ามาก เพราะอย่างไรทั้งหมดก็มีแค่เก้าเสียง
“ฉันมีข้อเสนอค่ะ” ซูฉานเห็นเจียงเฉิงยังลังเลจึงกล่าวว่า
“หัวหน้าทีมเพลงที่หกของเสินฮว่า พอจะนับได้ว่าเป็นคนของหลินชุน”
“แต่ลูกชายของเขากลับทำงานอยู่ในแผนกที่อยู่ในความดูแลของหลินเซี่ย บางทีคุณอาจเริ่มจากจุดนี้ได้”
“คุณหมายความว่า…”
“หลินชุนมีอิทธิพลมากกว่า ส่วนหลินเซี่ยก็ดูด้อยกว่าอยู่นิดหน่อย ทั้งคู่ต่างอยากให้คนของตัวเองได้ตำแหน่ง”
“แบ่งเสียง?” เจียงเฉิงเข้าใจสิ่งที่ซูฉานสื่อทันที
ในการชิงตำแหน่งครั้งนี้ ผู้ถือความได้เปรียบสูงสุดคือหลินชุน ผู้จัดการใหญ่เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์
รองลงมาคือหลินเซี่ย แม้ไม่อยากยอมรับแต่ฝ่ายหลินจือไปมีความหวังริบหรี่
“ถ้ามีใครคว้าห้าเสียงได้ เขาจะยืนเหนือใครทั้งหมด ดังนั้นต้องกระจายคะแนนคุณให้บางคนโหวตเวินเลี่ยง”
“แน่นอนว่าต้องมีบางคนที่ไม่ยอมอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณให้ในกลุ่มนั้นสักหนึ่งหรือสองคนเปลี่ยนใจไปโหวตให้คนของหลินเซี่ยล่ะ”
ซูฉานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เจียงเฉิงครุ่นคิด “ถ้าเสียงของหลินชุนกับหลินเซี่ยกระจายมากพอ คนละสามเสียงกับสองเสียง”
“เวินเลี่ยงได้แค่สี่เสียงก็ชนะแล้ว นั่นคือสถานการณ์ในอุดมคติที่สุด”
เวินเลี่ยงมีสองเสียงแล้ว หนึ่งเสียงมาจากหลินซี อีกเสียงเป็นคะแนนที่ซูฉานช่วยดึงมา
แม้เจียงเฉิงไม่มั่นใจว่าเสียงที่ซูฉานพูดถึงจะได้จริงไหม แต่ถ้าได้มาจริงต่อไปเขาก็แค่ต้องเกลี้ยกล่อมอีกสองคนเท่านั้น
สองคนเหรอ? โธ่เอ๋ยก็ยังยากอยู่ดี แต่ใครใช้ให้เป็นงานที่เจ้านายสั่งล่ะ
เจียงเฉิงยิ้มออกมา “หัวหน้าซูวางใจได้ครับ เจ้านายของเราตกลงแล้ว”
“ต่อจากนี้คุนเผิงจะทุ่มสุดตัวช่วยเหลือคุณ คุณจะได้รับการปฏิบัติเหมือนกับหลินจือไปทุกอย่างครับ”
สำเร็จ! ดูท่าหลินจือไปจะรักษาคำพูดจริงๆ
ไม่เสียแรงที่ตนยอมแตกหักกับพวกหลินกงเมื่อวันก่อน
ซูฉานกดความตื่นเต้นเอาไว้พลันกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“ขอให้เราร่วมงานกันอย่างราบรื่นค่ะ อีกอย่างฉันมีสถานการณ์ที่ดีกว่านี้จะเสนอ”
“ว่ามาเลยครับ”
“ถ้าหากมีสองคนลังเลระหว่างหลินชุนกับหลินเซี่ย แล้วสุดท้ายเลือกงดออกเสียง เวินเลี่ยงก็จะมีหวังชนะได้ด้วยคะแนนแค่สามเสียงค่ะ”
“ทำได้ยากนะครับ คนทั่วไปไม่ชอบนั่งสองฝั่ง พยายามไม่ขัดใจใครก็อาจกลายเป็นขัดใจทั้งคู่”
“ก็เป็นไปได้แบบหนึ่งค่ะ”
“ถ้าหัวหน้าซูไปเป็นสายลับคงรุ่งแน่ๆ ผมไม่ได้ดูถูกนะครับ มันเป็นแผนที่มีความเป็นไปได้จริงๆ”
เจียงเฉิงถอนใจเบาๆ ตอนที่ทุกคนมัวแต่คิดจะโกยคะแนนให้พวกตัวเอง ซูฉานกลับมองให้คุนเผิงเป็นตัวปั่นเกมก่อน
ไม่ใช่ลงมือหาเสียงให้เวินเลี่ยงตรงๆ ยิ่งการโหวตสับสนวุ่นวายมากเท่าไหร่ ตามทฤษฎีแล้วก็ยิ่งเข้าทางเวินเลี่ยง
ไม่ว่าเรื่องจะมากแค่ไหนก็หยุดเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้เข้ามาไม่ได้
วันนี้เสียงกลองฆ้องดังกระหึ่ม เสียงประทัดดังสนั่นทั่วฉินโจว ไฟประดับสว่างไสวรื่นเริง
รายการตรุษจีนฉินโจวที่จัดปีละหนึ่งครั้งได้เริ่มต้นแล้ว
บางคนดูผ่านออนไลน์ แต่คนส่วนใหญ่ยังเลือกดูหน้าทีวี
เช่นเดียวกับครอบครัวหลินจือไป พี่ชายพี่สาว พ่อแม่ นั่งบนโซฟายาวอยู่กันพร้อมหน้า แกะเมล็ดทานตะวันชมรายการพลางพูดคุยไปด้วย
“โชว์เปิดตัวใช้ได้เลยนะ”
“รู้สึกสู้ปีก่อนไม่ได้”
“รายการตรุษจีนต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลายอย่างมาก เลยทำออกมายาก”
“ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสตอบรับก็แย่ลงเรื่อยๆ สาเหตุหลักจริงๆ ก็คือการแข่งขันของสามค่ายใหญ่ในวงการดุเดือดเกินไป”
“เธอแย่งคนของฉัน ฉันแย่งคนของเธอ สิ่งที่ทุกคนคิดเป็นอันดับแรกไม่ใช่ว่าเราจะทำรายการนี้ให้ออกมาดีได้ยังไง”
“แต่เป็นรายการนี้จะให้คนของเสินฮว่า หรือเทียนกวง หรือน่าเซินมาแสดง”
“โดยเฉพาะเรื่องเพลง แค่ภายในเสินฮว่าก็ทะเลาะกันเองแล้ว”
หลินเชิงเทียนบ่นอุบ เสินฮวาก็โดนหางเลข กระทั่งหลินซียังโดนลูกหลง
หลินซีเบะปาก “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันนะ เดิมทีจางซีหยางได้โอกาสร้องเดี่ยวก่อน ใครจะคิดว่าหลินหลิวพาจางอวิ่นซั่งมาแทรก”
“โชคดีที่ท้ายสุดจางซีหยางชนะ ไม่งั้นยัยนั่นได้ลำพองแน่”
“ผมแค่วิเคราะห์” หลินเชิงเทียนหัวเราะ
“ถ้าผมได้เป็นผู้กำกับรายการตรุษจีนเมื่อไร ผมจะไม่สนเลยว่าใครมาจากค่ายไหน ใครแสดงดีก็ได้ขึ้นเวทีไป!”
“เถรตรงไร้อคติมันไม่ง่ายนักหรอก”
พ่อถอนใจ “เหมือนกองถ่ายของพ่อนั่นแหละ มักจะมีนักแสดงบางคนที่ถูกฝ่ายทุนจัดหามา หรือภายในบริษัทจัดหามา”
“บางครั้งพรรู้ดีว่านักแสดงเบอร์หนึ่งเหมาะสมกว่า แต่คนที่หนุนหลังเบอร์สองกลับมีอิทธิพลมากกว่า”
“ถ้าปฏิเสธไปวันข้างหน้าก็ไม่รู้จะถูกกลั่นแกล้งยังไงบ้าง เพราะงั้นบางครั้งเลยต้องทำเป็นหลับตาข้างนึง”
หลินเชิงเทียนไม่แย้ง เขาก็รู้ว่านั่นคือความจริง
หลินจือไปยิ้ม “ทางแก้เดียวคือต้องมีคนที่เข้มแข็งเด็ดขาด สามารถกดดันทุกฝ่ายได้”
“ให้คนที่ไม่พอใจทั้งหลาย ต้องยอมกล้ำกลืนและเชื่อฟังการจัดการแต่โดยดี”
“คนแบบนั้นไม่มีหรอก”
แม่พูดขึ้น “จะทำได้ต้องกำราบสามยักษ์ใหญ่ให้อยู่หมัด เรื่องนี้ขนาดคุณปู่ของเรายังทำไม่ได้เลย”
ระหว่างถกกัน การแสดงยังดำเนินต่อไป หลินซีดูเวลาแล้วพลันกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“จางซีหยางใกล้ขึ้นเวทีแล้ว เพลงของเขาเสี่ยวเฮยเป็นคนแต่งล่ะ!”
ทุกคนในบ้านต่างตั้งตารอด้วยความตื่นเต้น ที่หน้างานรายการตรุษจีนหลายคนดูการแสดงไปคุยกันไป
“ถึงช่วงการแสดงเพลงแล้ว”
“เดาว่าอีกเดี๋ยวจางซีหยางคงขึ้นเวทีแล้ว ฉันชอบเขาสุดๆ เลย!”
“ทำไมฉันได้ยินมาว่าจางซีหยางใช้เส้นสายทีมผู้กำกับแย่งโอกาสร้องเดี่ยวของจางอวิ่นซั่ง ถึงได้สิทธิ์ร้องเดี่ยวบนเวที”
“ไม่งั้นนักร้องแถวหน้าอย่างเขาจะได้โชว์เดี่ยวแบบนี้ได้ยังไง”
“ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน”
“เสินฮวากำลังดันจางซีหยางให้ขึ้นเป็นราชาเพลง เลยกดจางอวิ่นซั่งลง”
“พวกเธอถูกแฟนคลับจางอวิ่นซั่งชี้นำผิดแล้ว เดิมทีโชว์นี้เป็นของจางซีหยาง จางอวิ่นซั่งต่างหากที่มาแย่งแต่ไม่สำเร็จ”
“จางอวิ่นซั่งแย่งไม่สำเร็จ? เฮ้ หมายความว่าจางอวิ่นซั่งสู้จางซีหยางไม่ได้เหรอ?”
“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น จางอวิ่นซั่งเป็นราชาเพลง ความสามารถแข็งแกร่งมาก แต่จางซีหยางก็ไม่ได้อ่อนกว่าเขาเลย”
คนคนนี้เป็นแฟนคลับของจางซีหยาง แต่แฟนคลับก็ไม่กล้าพูดว่าจางซีหยางเหนือกว่าจางอวิ่นซั่ง
กระแสสังคมภายนอกจริงๆ แล้วไม่ค่อยเข้าข้างจางซีหยางสักเท่าไหร่
จางซีหยางเป็นนักร้องแถวหน้า จางอวิ่นซั่งเป็นถึงราชาเพลง
แล้วนักร้องแถวหน้าจะไปชนะราชาเพลงได้ยังไง?
เพราะเหตุนี้เองหลายคนจึงเผลอคิดไปว่าจางซีหยางพึ่งเส้นสาย
ขณะนั้นเองเมื่อพิธีกรประกาศชื่อจางซีหยางกำลังจะขึ้นเวที ความคาดหวังของผู้ชมก็พุ่งสูงขึ้นทันที
แต่หลายคนไม่ได้รอคอยการแสดงของเจ้าตัวจริงๆ แต่ใช้สายตาหลากหลายจับจ้องจางซีหยางบนเวที
คาดเดาว่าเขาใช้วิธีไหนกันแน่ถึงสามารถกดราชาเพลงลงได้
บนโลกออนไลน์:
‘มาแล้วมาแล้ว! การแสดงของจางซีหยาง!’
‘ฉันอยากดูสักหน่อยว่าเขาเก่งแค่ไหนถึงกดจางอวิ่นซั่งลงได้’
‘ต้องพูดด้วยเหรอ ต้องใช้วิธีพิเศษแน่ๆ’
‘ราชาเพลงจะไปแพ้แค่ระดับแถวหน้าได้ยังไง’
‘อย่าพูดแบบนั้นนะ พวกเธอก็เคยฟังจางซีหยางร้องเพลง เขาไม่ด้อยกว่าจางอวิ่นซั่งสักนิด!’
แฟนคลับจางอวิ่นซั่งบอกจะบอยคอตรายการตรุษจีน แต่สุดท้ายก็เปิดดูอยู่ดี
‘ต้องดู! จะดูว่าหมอนี่จะร้องอะไร!’
‘ถ้าร้องไม่ดีเราจะถล่มเขาให้เละเลย!’
‘ฉันกำลังขุดเรื่องฉาวเขา ขุดตั้งนานไม่เจอซักอย่าง ซ่อนตัวเก่งจริงๆ ดูก็รู้ว่าร้ายลึก!’
‘ได้ยินว่าเขาจะร้อง “ดอกไม้ไฟ” ใช่ไหม?’
‘ไม่รู้สิ แต่ “ดอกไม้ไฟ” เพลงนี้มีดีอะไรถึงกดจางอวิ่นซั่งได้ละ?’
‘นั่นสิจางอวิ่นซั่งก็ใช่ว่าจะไม่มีเพลงดีๆ สักหน่อย!’
ในวงการ:
“กระแสสังคมตอนนี้ไม่ค่อยดีต่อจางซีหยางเลยนะ”
“ก็เพราะส่วนใหญ่คิดกันว่าราชาเพลงต้องเหนือกว่าศิลปินแถวหน้าอยู่แล้ว”
“จางซีหยางชนะโอกาสขึ้นเวทีรายการตรุษจีน แต่กลับเสียใจผู้คนไป”
“จริงๆ พวกเราในวงการรู้กันดีว่าจางซีหยางชนะจางอวิ่นซั่งไม่ใช่เรื่องแปลก”
“ฝีมือการร้องของเขาไร้เทียมทาน กระทั่งแข็งแกร่งกว่าจางอวิ่นซั่งด้วยซ้ำ”
“แต่คนทั่วไปไม่สนใจเรื่องนี้หรอก ต่อให้เพลงนี้จางซีหยางร้องได้ไม่ด้อยไปกว่าจางอวิ่นซั่งจริง ก็เปลี่ยนกระแสลบได้ไม่มาก”
“หือ?”
“อินโทรนี่…”
“แดนเซอร์นี่…”
“นี่ไม่ใช่เพลง “ดอกไม้ไฟ” นี่นา”
ก่อนหน้านี้รายการตรุษจีนประกาศว่าจางซีหยางจะร้อง ‘ดอกไม้ไฟ’
เพลงนั้นคือเพลงชนะเลิศของจางซีหยางในรายการ ‘I Am a Singer’ ชื่อเสียงโด่งดังเหมาะกับเวทีรายการตรุษจีน
แต่ตอนนี้อินโทรเป็นเสียงประทัดจังหวะสดใส เหมือนเพลงฉลองปีใหม่?
บนจอโทรทัศน์ขึ้นแนะนำข้อมูล ผู้ชมฉินโจวทุกคนเห็นแล้วก็ผงะเล็กน้อย ที่แท้เป็นเพลงใหม่!
เพลง: ขอให้ร่ำรวย
เนื้อร้อง: ไปตี้
ทำนอง: ไปตี้
เรียบเรียง: ไปตี้
ขับร้อง: จางซีหยาง
ขณะเดียวกันที่บ้านของหลินจือไป ทุกคนในครอบครัวตื่นเต้นกันใหญ่
หลินจือไปก็ยิ้ม อยากรู้กันละสิว่าทำไมจางซีหยางถึงชนะได้
เพลงนี้แหละคือไพ่เด็ดที่จางซีหยางใช้โค่นจางอวิ่นซั่ง
ความแตกต่างของระดับชั้นระหว่างนักร้องแถวหน้ากับราชาเพลง พอมาเจอกับเพลงนี้ก็เทียบเท่ากันหมด
ในชาติก่อนมีเพลงขึ้นเวทีรายการตรุษจีนมาแล้วกี่ยุคกี่สมัย ถามหน่อยเถอะมีสักกี่เพลงที่จะเทียบได้กับ ‘ขอให้ร่ำรวย’ ของหลิวเทียนหวังได้บ้าง?
นับนิ้วได้เลย! นี่แหละไพ่ตายจอมราชัน!
อีกไม่นานทุกคนในจินโจวจะได้รู้คุณค่าของเพลงปีใหม่ระดับตำนานจากชาติที่แล้วเพลงนี้!