ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 180 อำนาจของคุนเผิง
ข่าวการถูกถอดจากตำแหน่งของหลินหลิวแพร่กระจายไปทั่วแผนกเพลงเสินฮว่าอย่างรวดเร็ว
และแน่นอนว่าหลินจือไปก็ได้ยินเช่นกัน
“หลินหลิวจบเห่แล้ว!”
เจียงเฉิงตื่นเต้นสุดๆ ผู้หญิงคนนี้ตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับคุนเผิงอย่างรุนแรง การที่เธอถูกปลดเป็นข่าวดีมหาศาล
หลินจือไปยิ้มบางๆ ดูเหมือนคุณปู่จะมีเส้นแบ่งของตัวเองอยู่
เพื่อเล่นงานศัตรูหลินหลิวยอมแลกด้วยการทำให้ผลประโยชน์ของบริษัทเสียหายอยู่หลายครั้ง
คุณปู่ยอมทนได้สักครั้งสองครั้งแต่พอเกินขีดจำกัดก็ลงมือจัดการอย่างไม่ปรานี
ขณะเดียวกันคุณปู่ก็เคยพูดไว้ว่าเสินฮว่ากรุ๊ปจะถูกแยกส่วน ทุกคนจะได้รับกระดาษข้อสอบของตัวเอง
เพราะฉะนั้นหลินหลิวยังไม่ตายสนิท นับว่าอยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย?
ต่อมาหลินซีก็โทรหาหลินจือไป เธอดีใจกว่าเจียงเฉิงเสียอีก
เพราะในที่สุดก็ล้างแค้นใหญ่ได้สำเร็จ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหลินหลิวคือศัตรูอันดับหนึ่งของเธอในแผนกเพลง
“แล้วหัวหน้าทีมเพลงที่สามคนใหม่จะเป็นใคร?”
“ทางสำนักงานใหญ่เสนอชื่อมาสามคน ล้วนเป็นหัวหน้าระดับกลางของสำนักงานใหญ่
คนหนึ่งมาจากบ้านลุงใหญ่ อีกคนมาจากบ้านลุงรอง และคนสุดท้ายคือ… บ้านเรา!”
“ใคร?”
“คุณลุงฝ่ายแม่!”
หลินจือไปหัวเราะ
“ดูท่าพ่อเราจะลงมือแล้ว”
หลินจือไปไม่ต้องเดาก็รู้ว่าโอกาสนี้พ่อกับคุณปู่ช่วยกันวิ่งเต้นมาให้
พ่อเขาไม่ค่อยสนใจอำนาจและสมบัติแต่สุดท้ายก็ยังคิดเผื่อให้ลูกๆ
“ดูท่าว่าคำพูดวันนั้นของฉันเขาก็รับฟังอยู่บ้าง”
หลินซีพอใจมาก
“รายชื่อสามคนนี้น่าสนใจ คุณลุงของเรามีโอกาส บ้านลุงใหญ่มีโอกาส บ้านลุงรองก็มีโอกาส
มีแต่บ้านลุงสามที่หมดสิทธิ์ส่งคนของตัวเองลงตำแหน่งนี้ เพราะหลินหลิวเป็นลูกสาวลุงสาม
เธอถูกเขี่ยพ้นเวทีแล้วที่ว่างนี้เลยไม่เกี่ยวอะไรกับบ้านลุงสามอีก ยังจำที่คุณปู่พูดได้ไหมว่าทุกคนมีข้อสอบของตัวเอง”
“เพราะงั้นนี่ก็คือการสอบย่อย”
หลินจือไปกล่าวว่า
“ก็ต้องดูว่าบ้านไหนจะสอบผ่านแล้วกติกาละ?
ตามนิสัยคุณปู่ยังไงก็ต้องพยายามออกแบบให้ยุติธรรมที่สุด”
“ให้โหวตกันในแผนกเพลง”
หลินซีกล่าว
“แผนกเพลงมีหัวหน้าสิบคน เก้าคนมีสิทธิ์ลงคะแนน ใครได้คะแนนสูงสุดก็ได้เป็นหัวหน้าทีมสาม
ในเก้าคนนั้นนอกจากฉันที่จะเทคะแนนให้ลุงของเราแบบไม่ลังเลแล้ว
ที่เหลือแต่ละคนก็คงมีผลประโยชน์ของตัวเอง”
“ถ้าอย่างนั้นโอกาสของคุณลุงคงไม่มาก”
บ้านลุงหลายคนมีเครือญาติฝ่ายนอกคอยหนุน บ้านหลินจือไปก็เช่นกัน
นั่นก็คือญาติฝั่งแม่อย่างคุณลุงเวินเลี่ยงของหลินจือไป
แต่เบื้องหลังครอบครัวแม่ธรรมดา คุณลุงจึงเป็นเพียงหัวหน้าระดับกลางเล็กๆ ในสำนักงานใหญ่ ตัวตนไม่โดดเด่นนัก
คราวนี้คงเป็นพ่อไปคุยกับคุณปู่ถึงทำให้คุณลุงได้โอกาสลงชิงตำแหน่งหัวหน้าทีมเพลงที่สาม
แต่ก็อย่างที่หลินจือไปว่าไว้ความหวังของคุณลุงไม่ได้สูงนัก
เพราะลุงใหญ่กับลุงรองดำรงตำแหน่งสำคัญในเสินฮวากรุ๊ป อิทธิพลมหาศาล
ในหัวหน้าเก้าคนของแผนกเพลงนอกจากพี่สาวที่จะหนุนคุณลุงแล้ว อีกแปดคนมีแนวโน้มจะเกาะขาลุงใหญ่หรือลุงรอง
“ฉันว่าช่วยคุณลุงวิ่งเต้นได้อยู่นะ เรายังมีโอกาสอยู่”
หลินซีกล่าว
“อย่างหัวหน้าทีมเพลงที่หนึ่งใกล้จะเกษียณ เขาน่าจะไม่กลัวมีปัญหากับใครเป็นเป้าหมายที่น่าดึงมาช่วยได้
หรืออย่างหัวหน้าทีมเพลงที่สองเป็นคนของรองผู้จัดการ
ซึ่งนายก็รู้ว่ารองผู้จัดการไม่ได้อยู่ขั้วเดียวกับบรรดาลุงฝั่งพ่อของเราแล้วก็…”
หลินซีวิเคราะห์หัวหน้าอีกแปดคนที่เหลือในแผนกทีละคน
ความจริงแล้วทุกคนต่างมีพวกหนุนหลัง หรือก็คือมีผู้สนับสนุนอยู่ทั้งในบริษัทและชั้นผู้บริหารของกลุ่ม
สุดท้ายตำแหน่งหัวหน้าทีมเพลงของเสินฮว่าก็หนักแน่นอยู่แล้ว
ดูอย่างหลินหลิวแค่หัวหน้าทีมเพลงเสินฮว่าคนเดียวก็สั่งแบนศิลปินระดับแถวหน้าได้แล้ว
พอรู้ได้ถึงพลังของตำแหน่งนี้แม้เธอจะอาศัยแรงหนุนจากครอบครัวด้วยก็ตาม
“นึกไม่ถึงเลยว่าแค่พวกพ้องในแผนกเพลงเสินฮว่าก็จะซับซ้อนได้ขนาดนี้”
หลินจือไปกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“งั้นคราวนี้พี่น่าจะเป็นตัวหลักส่วนผมจะคอยซัพพอร์ตให้แล้วกัน”
หลินซีกล่าว
“จริงๆ นายก็เป็นกำลังหลักเหมือนกันเพราะฉันต้องยืมชื่อไปตี้ไปให้สัญญาบางอย่าง
ไม่งั้นหัวหน้าทีมคนอื่นคงไม่มีเหตุผลจะช่วยฉันโหวตให้คุณลุง”
“ได้”
หลินจือไปว่า
“แล้วก็ให้พี่ชายติดต่อเจียงเฉิงด้วยละกันเสินฮว่ามีพรรคพวกเยอะขนาดนี้ ไม่แน่อาจมีกลุ่มที่สนิทกับคุนเผิงก็ได้”
หลินซีลังเลเล็กน้อย “เขาจะเกลี้ยกล่อมเจียงเฉิงให้ช่วยได้เหรอ”
หลินจือไปว่า “ผมว่ามีหวังนะ คุนเผิงดูเหมือนอยากดันพี่ชายขึ้นตำแหน่ง”
หลินซีว่า “งั้นฉันจะให้เขาลองดู”
หลินซีอยากให้ลุงเวินเลี่ยงเป็นหัวหน้าทีมเพลงที่สามคนใหม่จริงๆ
ถ้าลุงได้เป็นหัวหน้าทีมเพลงที่สามต่อไปเธอก็จะมีพันธมิตรที่เชื่อใจได้เต็มร้อยในแผนกแล้ว
เพราะแม่ของเธอเวินอวี่กับลุงเวินเลี่ยงเป็นพี่น้องแท้ๆ
ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ไม่เหมือนพี่น้องตระกูลหลินที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และเล่ห์เหลี่ยม
“ส่วนเรื่องสิบคะแนน…”
หลินจือไปกล่าว “พี่ก็ใช้ชื่อไปตี้ให้คำมั่นไปเลย
หน่อยช่วงนี้ผมแต่งเพลงดีๆ ไว้ไม่น้อย เมื่อกี้พี่บอกว่าผลงานของทีมใครสักคนรั้งท้ายใช่ไหม
ส่งเพลงให้เขาสักสองสามเพลงช่วยให้ผ่านวิกฤต เขาจะได้เทคะแนนมาให้พี่”
“ไอ้เด็กนี่!”
หลินซีฮึดฮัดว่า
“ปกติบอกฉันว่าไม่มีเพลงแต่พอถึงเวลาสำคัญกลับมีเพลงดีๆ งอกมาเพียบเลยสินะ”
“ไม่ต้องใส่ใจรายละเอียดพวกนี้หรอกครับ”
หลินจือไปวางสายแล้วโทรหาเจียงเฉิงทันที
“ให้หนุนเวินเลี่ยงเหรอครับ?”
“นั่นลุงฝ่ายแม่ผมเอง”
“ที่แท้ลุงเราเองสินะครับผมเข้าใจแล้ว!”
“คนในสังคมอย่างพี่พอจะมีอิทธิพลถึงผู้บริหารระดับสูงของเสินฮว่าได้ไหม?”
“ผมจะลองดูครับแต่ต้องมีสัญญาแลกเปลี่ยน”
สัญญาๆ อีกแล้ว หลินจือไปปวดหัว
การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวหน้าในแผนกเพลงของเสินฮว่าเบื้องหลังล้วนเต็มไปด้วยการคำนวณผลประโยชน์และการแลกเปลี่ยน
ถ้าไม่มีข้อเสนอที่มีผลประโยชน์มากพอก็ทำอะไรไม่ได้เลย
“ได้ๆ พี่ให้สัญญาไปเถอะ จะบทละคร รายการวาไรตี้ หรือเรื่องเพลงก็สัญญาได้ทั้งนั้น
แต่กดราคาให้ต่ำหน่อยนะ ผมไม่อยากโดนพวกพี่ใช้จนเหนื่อยตาย…”
เอาเถอะคงไม่ถึงตายหรอก
อย่างไรในร้านค้าระบบก็มีไอเทมเพิ่มพลังขายอยู่แล้ว
พึ่งแค่พี่สาวกับไปตี้คงยากแต่ถ้ามีคุนเผิงประสานทั้งในได้ถือโอกาสดูว่าตอนนี้อิทธิพลของคุนเผิงในวงการกว้างขวางขนาดไหนแล้ว
เจียงเฉิงบ่นพึมพำว่า “เรื่องนี้มันซับซ้อนเกินไปไม่รู้ว่าต้องเปลืองสมองไปอีกเท่าไหร่ บางทีซูฉานอาจจะช่วยได้นะครับ”
“ซูฉาน?”
หลินจือไปเอ่ยขึ้นโดยไม่รู้ตัวว่า
“เธอไม่ใช่คนของเทียนกวงเหรอครับ? จะมีอิทธิพลกับเสินฮว่าได้ยังไง?”
เจียงเฉิงหัวเราะลั่น
“ไมนึกเลยว่าเจ้านายก็จะมีจังหวะคิดไม่ทันเหมือนกัน
ความสัมพันธ์รักๆ หักเหลี่ยมโหดระหว่างสามบริษัทยักษ์ใหญ่บันเทิง คุณน่าจะรู้ดีกว่าผมนะ
ลองนึกดูสิครับตอนที่หลินหลิวพยายามจะปั้นคนขึ้นมาก่อนหน้านี้น่าเซินกับเทียนกวงก็หลีกทางให้ไม่ใช่เหรอครับ?”
“โอเคผมเข้าใจแล้วครับพี่ไปจัดการเถอะ”
ที่จริงความหมายของเจียงเฉิงนั้นง่ายมากเพียงแต่หลินจือไปแค่เผลอคิดไม่ถึงประเด็นนี้ไปชั่วขณะ
เพราะระหว่างสามบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้บริหารระดับสูงหลายคนต่างก็สามารถมีอิทธิพลต่อกันได้
ตัวอย่างเช่นซูฉานเป็นหัวหน้าแผนกโทรทัศน์เทียนกวง
ดังนั้นเธอย่อมมีผลประโยชน์พัวพันกับผู้บริหารระดับสูงของเสินฮว่าหรือน่าเซินอยู่แล้ว…
บางครั้งการขายผลประโยชน์ของบริษัทก็ไม่เป็นไรตราบใดที่รับประกันผลประโยชน์ของตนเองได้ก็พอ
สามบริษัทยักษ์ใหญ่โยงใยเหมือนตาข่ายเพื่อน เพื่อนของเพื่อน เพื่อนของเพื่อนของเพื่อน
สุดท้ายทุกคนล้วนเชื่อมโยงเป็นสายใยนับไม่ถ้วน และผลประโยชน์ก็คือตาข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมคนเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน
โดยเฉพาะคุณค่าผลประโยชน์ที่คุนเผิงสามารถหยิบยื่นให้ทุกคนในวงการต่างก็เห็นกับตาแน่นอน
ฝ่ายหลินจือไปให้คำมั่นได้ลุงใหญ่กับลุงรองก็ให้คำมั่นได้เช่นกัน
ดังนั้นจนถึงวินาทีสุดท้ายไม่มีใครรู้ว่ากวางจะตายคามือใคร
“จริงสิ”
ก่อนวางสายจู่ๆ เจียงเฉิงก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ตอนนี้ชื่อของฉูฉือโด่งดังมากเลยนะครับ”
หือ? หลินจือไปชะงักเปิดอินเทอร์เน็ตเช็กทันทีโดยไม่รู้ตัวแล้วก็ได้แต่ยิ้มขื่น
บนโลกออนไลน์สื่อเล็กๆ มากมายรายงานข่าวว่าหลินหลิวหัวหน้าทีมเพลงของเสินฮว่าถูกปลดจากตำแหน่ง
คนนอกไม่รู้ว่าหลินหลิวคือใครแต่ตัวตนของหลินหลิวไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นคือเรื่องที่สื่อเล็กๆ แต่งขึ้นนั้นเร้าใจมาก
‘ฉูฉือเคยอาศัยปากเจียงเฉิงตัวแทนคุนเผิงประกาศจะเล่นงานหลินหลิวหัวหน้าทีมเพลงที่สามของเสินฮว่า
เพื่อสงบความโกรธของฉูฉือเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์จึงปลดหลินหลิวออกจากตำแหน่ง…’
การที่หลินหลิวถูกปลดมีสาเหตุหลายประการแต่ในเรื่องราวของสื่อเล็กๆ เหล่านี้
ดูเหมือนหลินหลิวจะถูกปลดเพราะล่วงเกินฉูฉือล้วนๆ แต่งเก่งจริงๆ แต่ก็ดีอย่างน้อยก็ช่วยเพิ่มกระแสให้ฉูฉือ
ผู้คนมักจะยกย่องผู้แข็งแกร่งเสมอแต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีวิจารณญาณที่เป็นเหตุเป็นผล
ไม่ลองคิดดูละว่าเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ยิ่งใหญ่แค่ไหน… นี่คือบริษัทบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในฉินโจว หัวแถวแห่งสามยักษ์ใหญ่!
แต่กระแสความสนใจจากข่าวนี้ก็จางหายไปอย่างรวดเร็วอย่างไรก็ล้วนเป็นสื่อเล็กๆ ที่แต่งเรื่องขึ้นมา
กลับเป็นอีกข่าวหนึ่งที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาแล้วกลายเป็นกระแสร้อนแรงในทันที
‘ศึกสองจางได้ข้อสรุป: จางซีหยางคว้าโอกาสร้องเดี่ยวในรายการตรุษจีน!’
ถ้าจะเรียกจางซีหยางให้เพราะหน่อยก็คือว่าที่ราชาเพลงแต่คำว่าว่าที่นั้นคลุมเครือ
ความจริงเขายังเป็นแค่ศิลปินแถวหน้า ส่วนจางอวิ๋นซั่งคือราชาเพลงตัวจริง!
ในฐานะหนึ่งในสองราชาเพลงของแผนกเพลงเสินฮว่า
จะบอกว่าจางอวิ๋นซั่งคือพี่ใหญ่ลำดับสองหรือแม้แต่หนึ่งก็ไม่เกินจริง
แต่แล้วราชาเพลงตัวจริงกลับพ่ายให้จางซีหยางผู้มีระดับต่ำกว่าในการแย่งชิงเวทีร้องเดี่ยวในรายการตรุษจีน!
งานนี้มีเรื่องมันแน่นอน ทั่วทั้งอินเตอร์เน็ตถกกันดุเดือด
เพราะศึกของสองคนเริ่มตั้งแต่เดือนก่อนจนทีมผู้กำกับรายการตรุษจีนยังต้องออกมาชี้แจง
ตอนนี้ผลประกาศออกมาแล้ว ไม่ใช่แค่สื่อใหญ่ในฉินโจวที่แย่งกันทำข่าว
แม้แต่หัวข้ออันดับหนึ่งในเทรนด์แพลตฟอร์มจี๋กวงก็ยังเป็น #ศึกสองจาง!
แฟนคลับจางซีหยางย่อมเฮลั่น ส่วนแฟนคลับจางอวิ๋นซั่งกลับระเบิดเป็นไฟ!
‘เบื้องหลังมืด!’
‘ทำไมต้องเป็นจางซีหยางร้องเดี่ยว!’
‘เมื่อไหร่กันที่รายการตรุษจีนจะให้ศิลปินแถวหน้าได้ร้องเดี่ยว!
มีแต่ราชาเพลงกับราชินีเพลงเท่านั้นแหละที่ร้องเดี่ยวได้ ไม่ใช่ธรรมเนียมของรายการตรุษจีนเหรอ?’
‘จางอวิ๋นซั่งไปทำให้ใครโกรธถึงโดนกดขนาดนี้!’
‘จางซีหยางขโมย!’
‘สงสารจางอวิ่นซั่งถูกหัวขโมยแย่งโอกาสร้องเดี่ยวไป’
‘ฉันจะคว่ำบาตรรายการตรุษจีนปีนี้!’
‘ในนี้ต้องมีเบื้องหลังแน่นอน!’
‘เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์จะดันจางซีหยางถึงได้จงใจดึงอวิ๋นซั่งของเราลงมาใช่ไหม!’
อย่าดูแคลนพลังอิทธิพลของราชาเพลงเด็ดขาด ราชาเพลงคือซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้า
มีฐานแฟนคลับมหึมาที่น่ากลัวมาก ยิ่งเมื่อแฟนๆ เชื่อว่าจางอวิ๋นซั่งถูกกลั่นแกล้งเบื้องหลัง พลังความสามัคคีแบบนี้ก็ยิ่งปะทุขึ้น!