ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 191 ฟังฉันพูดคำว่าขอบคุณ
ถึงจะบ่นกันไปอย่างนั้น แต่เอาเข้าจริงผู้ชมส่วนใหญ่ก็ต่างสนุกสนาน
เพลงล้างสมองอย่าง ‘แอปเปิ้ลน้อย’ เวลาได้ฟังใหม่ๆ จะรู้สึกสดใหม่ แทบไม่รู้สึกขัดใจอะไร เพราะเจตนาในการแต่งเพลงนี้ก็เพื่อความสนุกล้วนๆ!
เนื้อร้องเรียบง่ายแต่ไม่หยาบคาย ผู้ชมแม้จะถูกเพลงล้างสมองทรมานก็ยังเจ็บปวดปนสุข
แต่สำหรับหลินหูแล้ว ความสุขเป็นของพวกเขาส่วนตนเองรู้สึกแค่ว่าคอมเมนต์เหล่านี้วุ่นวายน่ารำคาญ และเพลงนี้ก็ยิ่งดังหนวกหูจนใจเขากระสับกระส่าย
มือจิกคว้าผลไม้ไปยัดเข้าปาก
“แหวะ!”
พอรู้ตัวว่าที่เคี้ยวอยู่คือแอปเปิ้ล หลินหูคู่จื่อก็คายทิ้งทันที พลางสบถสาปแช่งอย่างเอาเป็นเอาตายว่า
“ฉันหลินหูคนนี้ จะไม่กินแอปเปิ้ลอีกตลอดชีวิต!”
ลูกน้องข้างๆ ไม่กล้าปริปาก แต่ในใจผุดความคิดประหลาด ‘แอปเปิ้ลคำนี้มูลค่าหนึ่งล้าน…’
“แกเป็นคนคิดโจทย์!” หลินหูได้สติกลับมา
ทั้งหมดเป็นเพราะลูกน้องคนนี้ยุให้ตนก่อเรื่อง หรือหมอนี่จะเป็นสายลับที่อูฉือส่งมา!
“พี่หู” ลูกน้องตัวสั่นระริก “ผมก็ไม่คิดจริงๆ ว่าเขาจะ…”
นี่มันคนบ้าอะไร! ทำไมแค่ห้านาทีก็แต่งเพลงออกมาได้ ไม่โกงจริงเหรอ!?
ในห้องไลฟ์ หลินจือไปมองคอมเมนต์ที่ระเบิดถาโถมก็เผยรอยยิ้ม
เขากล่าวว่า “เพลงนี้ชื่อว่า ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ไม่ทราบว่าพี่ใหญ่ประจำชาร์ตพอใจหรือเปล่าครับ?”
‘พอใจลุงบ้านแกสิ!’ หลินหูหมดความอดทน พิมพ์ระบายอารมณ์ลงไปชุดใหญ่
หลินจือไปหลุดขำออกมา ถ้าหมอนี่เป็นหลินหูจริงๆ แบบนี้ลุงที่ว่าก็รวมถึงพ่อของหลินหูด้วยนะสิ?
นี่มันคนกันเองมาตีกันเองชัดๆ แต่แฟนคลับของอูฉือเห็นประโยคนี้ถึงกับเดือดดาล
ด่าลุงของอาจารย์อูฉือได้ไง!
‘ปากแข็งนี่หว่า’
‘ยังไม่ยอมอีก?’
‘เพลงนี้ออกนอกประเด็นหรือไง?’
‘หรือว่าเพลงนี้ไม่เพราะ?’
‘ไม่ได้นอกประเด็น ทำนองก็ดี ฟังติดหู ฉันร้องตามได้แล้ว’
‘นั่นสินี่นะเพลงระดับเทพ!’
‘เรียกสั้นๆ ว่าเพลงเทพ!’
‘ถามหน่อยนายแต่งได้ไหม!’
‘ฮ่าๆๆ แอปเปิ้ลราคาหนึ่งล้าน!’
‘เพื่อนนายจะดังแล้วนะ!’
‘ดูท่าฉันจะกินแอปเปิ้ลไม่ไหวแล้ว’
พอเห็นคอมเมนต์แนวประชดประชันแดกดัน หลินหูก็ไม่อยากพูดอะไรอีก
ดึงเก้าอี้ลุกขึ้นไปซัดลูกน้องทันที หลินจือไปคิดว่าการไลฟ์วันนี้ก็น่าจะจบได้แล้ว
แต่หลินหูอาจจะกำลังดูไลฟ์อยู่ งั้นส่งหมัดเด็ดปิดท้ายให้อีกสักทีดีไหม?
คิดได้ดังนั้น หลินจือไปพลันกล่าวยิ้ม “เพื่อเป็นการขอบคุณพี่ใหญ่ประจำชาร์ต ก่อนจะจบไลฟ์วันนี้ผมจะร้องให้อีกเพลงแล้วกันครับ”
“ยังไงพี่ก็เปย์ไปตั้งล้านนึง ต้องมีของตอบแทนกันหน่อย”
หือ? ผู้ชมชะงัก อูฉือจะร้องอีกเพลงเหรอ? แถมมอบให้พี่ใหญ่ประจำชาร์ต?
แต่พี่ใหญ่ประจำชาร์ตนี่มาป่วนไม่ใช่เหรอ!
หลินจือไปไม่อธิบาย ลงมือเรียบเรียงเพลงใหม่ทันที เพราะเป็นเพลงที่ง่ายจึงใช้เวลาไม่นาน
เพียงสองสามนาที หลินจือไปก็ลุกขึ้นเดินมาที่กลางห้องแล้วเสียงเพลงก็ดังขึ้น
หือ? เพลงนี้? หลินจือไปอ้าปากร้อง ผู้ชมก็ถึงกับเสียหลักกันอีกรอบ!
“มอบหัวใจดวงน้อยให้เธอ มอบดอกไม้หนึ่งดอกให้เธอ”
“มีเธอในชีวิตฉัน ซาบซึ้งใจเหลือเกิน เธอคือเทพธิดาของฉัน”
“คอยนำทางฉันเสมอ ไม่ว่าเวลาเปลี่ยนผัน ความรักที่มีต่อเธอ จะขับร้องเป็นบทเพลง…”
“ฟังฉันพูดคำว่าขอบคุณ…”
“เพราะมีเธอ ฤดูทั้งสี่จึงอบอุ่น ขอบคุณนะ ขอบคุณที่มีเธอ โลกนี้จึงงดงามยิ่งขึ้น”
“ฉันอยากขอบคุณเธอ เพราะมีเธอ ความรักจึงอยู่ในใจเสมอ”
“ขอบคุณนะ ขอบคุณที่มีเธอ ส่งต่อความสุขออกไป!”
เพลงนี้ยังมีท่าเต้นประกอบโดยเฉพาะด้วย ที่หลินจือไปลุกขึ้นก็เพื่อจะเต้นเพลงนี้
แม้มันจะเหมาะให้เด็กๆ เต้นและร้องมากกว่า โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงร้อง
แต่เพื่อความบันเทิง หลินจือไปก็จัดเต็มทุ่มสุดตัว เขาไม่เพียงเต้นเอง ยังร้องด้วยเสียงเล็กนุ่มนิ่มอย่างเด็กน้อย
แฟนคลับในไลฟ์: …
แอนตี้แฟนในไลฟ์: …
หลินหูที่ดูไลฟ์: …
ลูกน้องของหลินหู: …
ต่อให้หลินหูจะโง่แค่ไหนก็รู้ว่าเพลงนี้แต่งมาเพื่อยั่วเขาล้วนๆ
โดเนตไปแล้วตั้งหนึ่งล้าน หมอนี่ก็ยังไม่ปล่อยตน แถมยังทั้งร้องทั้งเต้น!
‘ฮ่าๆๆๆๆ!’
‘ฟังฉันพูดคำว่าขอบคุณ ก็ได้อยู่นะ ตามหลักแล้วเพลงนี้ซึ้งดีนะ แต่ทำไมพออูฉือร้องแบบนี้แล้วรู้สึกแปรงๆ แฮะ?’
‘เพราะเขากำลังแซะหมอนั่นไงละ!’
‘อูฉือแสบเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเขาตลกขนาดนี้!’
‘เด็กผู้ชายก็ชอบทำตัวฮาๆ แบบนี้แหละ!’
‘ดูออกเลยว่าขอบคุณจากใจจริง นี่นะเหรอเสน่ห์ของหนึ่งล้าน? พี่ใหญ่ประจำชาร์ต ฟังฉันพูดคำว่าขอบคุณ—’
‘เลิกร้องเถอะ! ถ้านายร้องอีกพี่ใหญ่ประจำชาร์ตได้หัวใจวายแน่’
‘ร้องก็ร้องสิ ทำไมต้องประชดประชันด้วย?’
‘นั่นสิ ร้องเพลงก็ร้องไป จะเต้นทำไม!’
‘ท่าเต้นนี่ฮาจะตายอยู่แล้ว! เขายังเอาตัวทำรูปหัวใจอีก!’
‘กาก้า ลูกชายฉันบอกจะเรียนท่าเต้นนี้’
ผ่านไปไม่กี่นาที หลินจือไปก็ร้องเพลงจบ กล่าวด้วยรอยยิ้มตาหยี
“เพลง ‘ฟังฉันพูดคำว่าขอบคุณ’ มอบให้พี่ใหญ่ประจำชาร์ต…”
ตอนร้องเพลงเมื่อครู่ หลินจือไปยิ่งมั่นใจว่าพี่ใหญ่ประจำชาร์ตคนนี้ก็คือหลินหู
เพราะคนปกติทั่วไปไม่มีใครโง่ขนาดนี้ และไม่มีใครกล้าทุ่มเงินขนาดนั้นมาป่วนตนหรอก
ตึ่ง! หลินหูปิดไลฟ์ทันที เขาไม่ได้เป็นโรคหัวใจ แต่ถ้าดูต่อไปอาจหัวใจวายขึ้นมาจริงๆ ก็ได้
เพล้ง! ไอ้หมอนี่! น่าขยะแขยงเกินไปแล้ว!
หลินหูเคยเกลียดหลินจือไปที่สุด แต่ตอนนี้ในใจของหลินหู อูฉือกลายเป็นคนที่เขาเกลียดยิ่งกว่าหมอนั่นที่เคยซัดเขาเสียอีก
ยังจะมาขอบคุณฉันอีกเหรอ? ยั่วกันชัดๆ!
พวกทำงานเพลงนี่จิตใจสกปรกกันหมดหรือไง โดนแกหลอกเปย์ไปตั้งล้านยังจะมายั่วกันอีก
หลินหูกดออกจากไลฟ์ด้วยความเดือดดาล!
หืม? หลินจือไปพูดขอบคุณเสร็จก็อ่านคอมเมนต์ พลางกล่าวด้วยสีหน้าใสซื่อ
“เพลง ‘ฟังฉันพูดคำว่าขอบคุณ’ นี้ ผมร้องด้วยความรู้สึกจากใจจริงนะครับ”
‘เชื่อเลยจ้า!’
‘พี่ใหญ่ประจำชาร์ตโดนนายเล่นจนไปไม่เป็นแล้ว!’
‘แปลกๆ นะฮ่าๆ’
‘เพลงนี้ฟังตรงๆ ก็ซึ้งดีนะ ฟังแบบกลับกันก็ได้’
‘ฟังแบบตรงๆ ซึ้งมากนะ’
‘ฟังแบบกลับกันนี่รับรองทำคนกระอักเลือดแน่!’
‘แต่พี่ใหญ่ประจำชาร์ตต้องฟังแบบกลับกันแน่ๆ’
‘ยิ่งอูฉือร้องด้วยความจริงใจ เขายิ่งทรมานนะ’
‘ท่าเต้นเมื่อกี้ฉันยังอยากเรียนเลย!’
‘สนุกบอกไม่ถูกอะ ว่าไหม?’
‘เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่ามีเรื่องกับพวกอัจฉริยะประเภทนี้เชียว ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ยังแค่ทำให้พี่ชายพวกนั้นทนไม่ไหว’
‘แต่เพลงนี้ถึงขั้นทำให้พี่ใหญ่ประจำชาร์ตอ้วกแตกไปเลย!’
‘ฉันขำจนปวดท้องเลย!’
‘พี่ใหญ่ประจำชาร์ตโดนจัดหนักแล้ว!’
หลินจือไปรู้สึกว่าคอมเมนต์หนาแน่นกว่าก่อนหน้านี้ มองดีๆ แล้วถึงเห็นว่าจำนวนคนดูในไลฟ์พุ่งสูงถึงยี่สิบสามล้านคนแล้ว
น่าจะเป็นสถิติสูงสุดของแพลตฟอร์มหลี่อวี่
ไลฟ์น่าจะพอได้แล้ว หลินจือไปไม่ร้องเพลงใหม่อะไรอีก พอครบสามชั่วโมง หลินจือไปก็เริ่มเหนื่อยแล้ว
เขาโบกมือให้กล้องแล้วพูดว่า “ไลฟ์วันนี้ของเราขอจบแค่นี้นะครับ”
“ครั้งหน้าถ้าผมจะเปิดไลฟ์จะแจ้งทุกคนล่วงหน้า แล้วพบกันนะครับทุกคน!”
แต่หลินจือไปไม่รู้เลยว่าระหว่างที่เขาไลฟ์ นอกจากแฟนคลับ แอนตี้แฟน และหลินหูแล้ว
ยังมีบริษัทในวงการอีกมากมายที่รับชมอยู่ด้วย
บรรดาบริษัทบันเทิงเหล่านี้จับตามองไลฟ์ของอูฉืออย่างใกล้ชิด!
บริษัทเพลงแห่งหนึ่ง:
“วันนี้อูฉือไลฟ์อีกแล้ว ร้องเพลงใหม่สี่เพลงเลยนะ ส่วนตัวฉันคิดว่า ‘แอปเปิ้ลน้อย’ โดดเด่นที่สุด!”
“ฉันชอบ ‘ศึกโตกลับ’ มากกว่า”
“จริงๆ ‘บทเพลงหมู’ ก็ไม่เลวนะ สดใส มีความตลกขบขัน”
“อย่าประเมิน ‘ฟังฉันพูดขอบคุณเธอ’ เพลงสุดท้ายต่ำไป ถึงทำนองกับเนื้อร้องจะเรียบง่ายแต่มีองค์ประกอบจะดังได้เลยนะ”
“จริงๆ เพลงที่อูฉือร้องไลฟ์ครั้งก่อนก็ไม่เลวนะ ‘สาวตรงข้ามมองมาหน่อย’ นี่ไม่ต้องพูดถึง”
“เพลง ‘สุขสันต์การเลิกรา’ นั่นยิ่งดี!”
“ถ้าจะซื้อสิทธิ์จากอูฉือ ฉันว่าแม้แต่เพลงสุดท้ายที่เขาร้องในไลฟ์ที่แล้วอย่าง ‘ครวญความเศร้า’ ก็ไม่ใช่ไม่ดีนะ”
ตั้งแต่เริ่มไลฟ์มา อูฉือก็ร้องแต่เพลงใหม่ตลอด!
และเพลงใหม่พวกนี้อูฉือยังไม่อัดหรือปล่อยออกมาแบบจริงจัง เหมือนทำเล่นๆ เสียมากกว่า
แต่สำหรับบริษัทบันเทิง เพลงเหล่านี้แม้จะเป็นเพลงที่ทำเล่นๆ คุณภาพก็จัดว่าดีมากแล้ว!
ดังนั้นบริษัทบันเทิงไม่น้อยจึงเล็งสิทธิ์เพลงเหล่านี้ไว้ อยากจะซื้อมาให้ศิลปินในค่ายตนเองร้อง
นักร้องชายคนหนึ่งโทรหาผู้จัดการ:
“นายดูไลฟ์แล้วใช่ไหม? หาทางติดต่อคุนเผิงที ฉันชอบเพลง ‘แอปเปิ้ลน้อย’”
“ทำไมต้องเพลงนี้ นี่มันเพลงเทพเลยนะ!”
“นายไม่เข้าใจ เพลงเทพล้างสมองแนวนี้ตลาดกำลังต้องการ อาจจะดังเลยก็ได้”
“โอเค ฉันจะลองติดต่อดู”
นักร้องหญิงคนหนึ่งก็กำลังหาคนติดต่อ:
“เพลง ‘สุขสันต์การเลิกรา’ ที่อูฉือร้องในไลฟ์ เอามาได้ไหม?”
“ยากมาก เท่าที่ฉันรู้หลายคนจองเพลงนั้นอยู่ ถึงขั้นมีนักร้องหญิงแถวหน้าหลายคนเลย”
“ขนาดนั้นเลย? นั่นอูฉือแค่ร้องเล่นๆ ในไลฟ์เองนะ…”
“เหอะๆ เธอคิดว่าคนในวงการโง่เหรอ? จะเป็นผลงานที่อูฉือทำเล่นๆ หรือเปล่า แค่เพลงคุณภาพถึงก็พอแล้ว ใครสนว่าเขาจะใช้เวลาแต่งกี่นาทีกัน?”
“งั้นไลฟ์รอบนี้เอา ‘บทเพลงหมู’ มาให้ฉันก็แล้วกัน”
“เพลงนี้คู่แข่งคงไม่แรงเท่า ‘สุขสันต์การเลิกรา’ ฉันจะลองดูแล้วกันนะ เพลงที่เขาร้องในไลฟ์หลายเพลงเหมาะกับนักร้องหญิงจริงๆ”
ไม่ผิดคาด มือถือของเจียงเฉิงสายเข้าจนแทบระเบิด!
โทรศัพท์ภายในของคุนเผิงก็ดังไม่หยุด! ไม่มีทางเลือก พอฝั่งหลินจือไปปิดไลฟ์ เจียงเฉิงก็โทรหาทันที
“เจ้านายครับ เพลงที่คุณร้องในไลฟ์นั้น บริษัทบันเทิงใหญ่ๆ ในวงการแย่งซื้อลิขสิทธิ์กันจะตายอยู่แล้วครับ!”
“งั้นก็ขายไปเถอะครับ”
เพลงที่หลินจือไปร้องในไลฟ์ยังไม่ได้ปล่อยอย่างเป็นทางการ และเขาก็ไม่คิดจะปล่อยในนามอูฉืออยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้หลินจือไปบอกเจียงเฉิงแล้วว่า การไลฟ์คือเวทีโชว์ขายของให้คนในวงการดู อูฉือใช้วิธีนี้ขายเพลงน่าจะทำเงินได้ไม่น้อย
นี่แหละข้อดีของตัวตนปลอมนี้ ไปตี้ทำแบบนี้ไม่ได้เพราะติดสัญญากับเสินฮว่า โดนหักเปอร์เซ็นต์โหดมาก
“ได้ครับ” เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แฟนคลับในไลฟ์คุณก็เร่งให้ปล่อยเพลงพวกนี้ออกมาอยู่ตลอดพอดี”