ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 192 การเต้นกลางลาน
เรื่องขายเพลง หลินจือไปไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพลงที่อูฉือร้องในไลฟ์คุณภาพดีก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าทุกเพลงจะเหมาะกับตัวเขา อย่างเช่น ‘บทเพลงหมู’ อะไรแบบนั้น
ฟังครั้งแรกก็สนุกดี แต่โดยเนื้อแท้แล้วก็เป็นเพลงตลาด
อย่าเห็นว่าในไลฟ์ร้องแล้วทุกคนเฮฮา คอมเมนต์พากันชื่นชมนั่นก็เพราะเป็น ‘ผลงานแต่งสด’ ของอูฉือนั่นแหละ
พอมีจุดขายแบบนี้ก็สร้างบรรยากาศในไลฟ์ได้ดี แต่ถ้าจะให้เอามาอัดจริงจังปล่อยเป็นเพลงของตัวเอง?
เกรงว่าจะมีคนพูดว่าอูฉือหมดมุกแล้วนะสิ ร้องเพลงในไลฟ์กับปล่อยเพลงใหม่อย่างเป็นทางการมันคนละเรื่องกันเลย
เป็นแบบนี้ หลังจากวางสายเจียงเฉิง จู่ๆ หลินจือไปก็เกาหัว
เหมือนลืมอะไรเลยแฮะ? หลินจือไปขมวดคิ้วก่อนจะนึกได้ว่า
ซูฉานเคยบอกให้ตัวเองโปรโมทละคร ‘Conquer’ ตอนไลฟ์สด
ละครเรื่องนี้กำลังจะออกอากาศ แต่ตนถูก ‘สามแสบหลี่อวี่’ ขัดจังหวะจนลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย งานเข้าแล้วสิ
ขณะที่หลินจือไปกำลังคิด ซูฉานก็โทรมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“วันนี้คุณไลฟ์ลืมโปรโมตให้ ‘พิชิต’ นะคะ”
“คุณรอเดี๋ยว!” หลินจือไปก็รู้สึกผิด ในเมื่อรับปากไว้แล้ว
เขาจึงรีบเปิดห้องไลฟ์ของอูฉืออีกครั้ง เวลานี้ในห้องไลฟ์เพราะอูฉือเพิ่งปิดไลฟ์ไปแค่สามนาที ผู้ชมจึงยังไม่หายไปมากนัก เหลืออยู่ราวสิบสามล้านคน
ทุกคนกำลังคุยกันถึงคอนเทนต์ของอูฉือวันนี้อย่างคึกคัก จู่ๆ ก็เห็นอูฉือขึ้นไลฟ์ใหม่อีกครั้ง
ทำเอาผู้ชมทั้งห้องถึงกับอึ้งกันหมด! วินาทีถัดมา ทุกคนทั้งตกใจทั้งดีใจ!
‘ทำไมอาจารย์อูฉือกลับมาอีกแล้วละ?’
‘ไม่ใช่ว่าเพิ่งจบไลฟ์ไปเหรอ?’
‘หรือว่ายังร้องไม่พอ?’
‘กลับมาก็ไม่บอกกันสักคำ!’
‘เมื่อกี้ยังพูดว่าไลฟ์ต่อไปจะบอกล่วงหน้าอยู่เลย’
‘นั่นสิ’
‘ฉันชอบที่นายโผล่มาแบบไม่ให้ตั้งตัวนี่แหละ!’
หลินจือไปมองคนดูในไลฟ์แล้วพูดอย่างเก้อเขิน “เมื่อกี้ปิดไลฟ์เร็วไปหน่อย ลืมไปเรื่องหนึ่งนะครับ”
เรื่องอะไร? ผู้ชมพากันถาม
หลินจือไปกล่าวว่า “ละครโทรทัศน์ ‘Conquer’ ที่เขียนบทโดยเพื่อนสนิทของผม ปู่เยโหว”
“ผลิตโดยคุนเผิงและเทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จะออกอากาศวันที่ยี่สิบเอ็ดเดือนนี้ ทางสถานีโทรทัศน์เทียนกวงนะครับ”
‘เรื่องแค่นี้เองเหรอ?’
‘ฉันก็ว่าทำไมจู่ๆ ถึงกลับมา’
‘ที่แท้ก็เปิดไลฟ์ใหม่เพื่อโฆษณาโดยเฉพาะเลย’
‘ฮ่าๆๆๆ’
‘อูฉือสนิทกับปู่เยโหวขนาดนี้เลยเหรอ?’
‘ถ้าไม่ใช่เพื่อนซี้ จะกลับมาเปิดไลฟ์ใหม่เพื่อโฆษณาให้ได้เหรอ?’
‘ฉันสงสัยว่าอูฉือลืมเรื่องนี้แล้วถูกปู่เยโหวโทรมาด่าไปหนึ่งยก เลยรีบมาเปิดไลฟ์ใหม่นะสิ’
‘เพื่อนรักจริงๆ เลยแฮะ!’
‘ไหนๆ ก็มาแล้ว ร้องอีกสองเพลงสิ?’
ก็ได้… จะโฆษณาเฉยๆ แล้วไปเลยก็คงไม่ได้ หลินจือไปเลยฮึดร้องเพลงเก่าทั้งหมดของอูฉือวนไปทีละเพลง
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ยอดผู้ชมกลับมาถึงยี่สิบล้านคน หลินจือไปคอแห้งไปหมดแล้ว
พอคิดว่าทั้งเวลาและจังหวะพอเหมาะแล้ว เขาจึงเคลียร์คอแล้วประกาศโฆษณาละคร ‘Conquer’ อีกครั้ง
“ขอฝากให้ทุกคนสนับสนุนละครที่เพื่อนรักของผม ปู่เยโหว เป็นคนเขียนบทด้วยนะครับ…”
หลินจือไปทุ่มสุดตัว แต่ไม่ใช่เพราะซูฉาน นี่เป็นละครที่บริษัทตัวเองผลิต แถมคนเขียนบทก็คือตัวเอง
ไลฟ์มีคนดูเยอะขนาดนี้ ไม่โฆษณาหลายรอบก็เสียของนะสิ
ในห้องนอนสไตล์มินิมอลห้องหนึ่ง ซูฉานมองอูฉือที่กลับมาเปิดไลฟ์ใหม่อีกครั้ง และตั้งใจโฆษณา ‘Conquer’ ให้แบบสุดตัว ดวงตาฉายแววประหลาด
แววตาซับซ้อนสับสน คล้ายมีบางอย่างมาสะกิดเบาๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งไลฟ์ติดกันมาสามชั่วโมงแล้ว…
ฟังออกเลยว่าคอของเขาตอนนี้เริ่มใช้งานเกินกำลังแล้ว
ก่อนหน้านี้ที่หลินจือไปลืมโฆษณา ‘Conquer’ ซูฉานไม่พอใจอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้ไฟโกรธที่มีอยู่น้อยนิดในใจเธอได้สลายไปหมดแล้ว ดังนั้น…
“เขาเปิดไลฟ์อีกรอบเพราะฉันเหรอ?” จู่ๆ ซูฉานก็รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงราวกับกวางน้อยตกใจ
ภาพวันที่หลินจือไปโอบเธอผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่รู้ตัว
เดิมทีความทรงจำวันนั้นออกจะน่ากลัวสักหน่อย ซูฉานรู้สึกว่าหลินจือไปที่หยิบขวดเหล้าฟาดหัวคนดูน่ากลัวมาก
แต่ตอนนี้พอคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้นอีกครั้ง หัวใจของซูฉานกลับอ่อนโยนขึ้นอย่างประหลาด
“เอาละ ร้องต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ ครับ” ในไลฟ์อูฉือกล่าวขอโทษผู้ชม บอกลาทุกคนแล้วก็ปิดไลฟ์อีกครั้ง
จากนั้นมือถือของซูฉานก็ดังขึ้น ซูฉานเหมือนกระต่ายน้อยสะดุ้ง ใจสั่นหวิววาบอย่างบอกไม่ถูก
หมอนี่เพิ่งปิดไลฟ์ก็โทรมาหาเธอเลยเหรอ? กลัวฉันโกรธ? เธอกระแอมเบาๆ “ฉันยกโทษให้คุณแล้ว…”
“โอเค” หลินจือไปพูดคำเดียวแล้ววางสายไป
ซูฉานฟังเสียงสายว่างในมือถือ หัวใจก็ว้าวุ่นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ จบแค่นี้? ปากไม่ตรงกับใจสินะ?
เขาต้องปากไม่ตรงกับใจแน่ๆ!
วันถัดมา ข่าวเกี่ยวกับไลฟ์ของอูฉือก็ออกมา!
‘อูฉือนำเทรนด์ไลฟ์อีกครั้ง ยอดผู้ชมสูงสุดเกือบสามสิบล้าน!’
‘เมื่อคืนอูฉือแต่งเพลงสดในไลฟ์อีกสี่เพลง!’
‘เศรษฐีรายหนึ่งโดเนตอูฉือหนึ่งล้านสองแสน ขึ้นแท่นพี่ใหญ่ประจำชาร์ต!’
‘มหากาพย์ความวุ่นวาย: ผู้ชมคนหนึ่งทุ่มเงินก้อนโตจับผิดอูฉือ!’
‘อูฉือตอกกลับผู้จับผิด คว้าโดเนตหนึ่งล้านสองแสน!’
‘ห้องไลฟ์อูฉือระเบิดดราม่า “ฉันรักสามแซ่บ”!’
‘อูฉือเปิดไลฟ์สองรอบ รับโดเนตรวมเกือบสิบล้าน!’
‘อูฉือกลับมาไลฟ์อีกรอบเพื่อโปรโมตละครใหม่ของปู่เยโหว!’
ยูสเซอร์ของหลินหูกลายเป็นที่รู้จักในทันที ถูกสื่อพาดหัว ‘เหตุการณ์อันรักสามแซ่บ’ ในข่าวบันเทิง
ถูกตรึงไว้บนเสาแห่งความอัปยศโดยสมบูรณ์ หลินจือไปแค่ยิ้มขำๆ กับเรื่องนี้
แต่หลินหูเห็นข่าวนี้กลับตาแดงก่ำ ขู่ลูกน้องทันที “เรื่องนี้ต้องกลบฝังไว้ไปจนตาย!”
หลินหูตัดสินใจแน่วแน่ว่าห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดว่าแท้จริงแล้วเขาคือ ‘ฉันรักสามแซ่บ’ คนนั้น ขายขี้หน้าเกินไปแล้ว!
เขารับความอับอายนี้ไม่ไหว! ทุ่มเงินไปกว่าหนึ่งล้านกลับโดนตบจนหน้าบวม หลินหูยังแอบดีใจที่อย่างน้อยทุกอย่างก็อยู่หลังจอ
ในวันเดียวกันนี้เอง เจียงเฉิงบอกหลินจือไปว่าเพลงที่เขาร้องพวกนั้นขายลิขสิทธิ์ไปหมดแล้ว
“โอเคครับ” หลินจือไปก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เห็นได้ชัดว่าเขาประเมินผลกระทบของเรื่องนี้ต่ำไป
หลายวันต่อมา หลินจือไปใกล้จะเปิดเทอมแล้ว เช้าวันนั้นหลินจือไปถูกเสียงเพลงที่คุ้นหูปลุกให้ตื่น
“ไม่เคยคิดว่าเธอน่ารำคาญ ทุกอย่างของเธอฉันชอบไปหมด”
“มีเธอทุกวันสดใส มีเธอตะวันยิ่งเจิดจ้า มีเธอราตรีไม่มืดมน”
“เธอคือเมฆขาว ฉันคือท้องฟ้า…”
ให้ตายสิ นี่มัน ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ไม่ใช่เหรอ?
แต่คนร้องไม่ใช่ ‘ผู้สร้างสรรค์’ อย่างหลินจือไป กลับฟังดูคล้ายเสียงของสองหนุ่มวงพี่น้องตะเกียบ?
เสียงผู้ชายสองคนร้อง คาดว่าคงเป็นบริษัทบันเทิงที่ซื้อลิขสิทธิ์เพลงนี้จากเจียงเฉิง
นี่เป็นเงื่อนไขที่หลินจือไปตั้งไว้ แม้เขาจะไม่ได้ใส่ใจเพลงพวกนี้มากนัก แต่ก็มีข้อกำหนดพื้นฐานอยู่บ้าง
อย่างเช่น ‘สุขสันต์การเลิกรา’ ต้องให้ผู้หญิงร้องเท่านั้น
หรืออย่าง ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ต้องให้ศิลปินชายสองคนร้องคู่กัน
ทุกอย่างยึดตามมาตรฐานของโลกก่อน ค่าลิขสิทธิ์ก็สูงลิ่ว
เพราะคนที่อยากซื้อเพลงของอูฉือมีเยอะเหลือเกิน ทุกฝ่ายแข่งกันประมูลราคา ใครให้ราคาสูงสุดก็ได้ไป
เจียงเฉิงถึงกับเรียกการซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงพวกนี้ว่างานประมูลไปแล้ว…
เวลานี้เองหลินซีเดินงัวเงียออกจากห้องนอน ถามอย่างงุนงงว่า “ใครเปิดเพลงนะ?”
แม่ตอบว่า “แม่เอง”
หลินซีถึงกับตกใจ “ไม่ใช่ว่าแม่ฟังแต่เพลงที่ลูกชายแม่แต่งเหรอ?”
นานๆ จะเห็นที แม่มีนิสัยชอบฟังเพลงตอนเช้า ชอบเปิดเพลงเพื่อปลุกทุกคนในบ้าน
แต่ที่ผ่านมาเปิดแต่เพลงของไปตี้ เพลงที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอแต่งเอง
แต่เพลงที่แม่เปิดตอนนี้กลับไม่ใช่ผลงานของไปตี้ ฟังไปสักพักหลินซีก็จำได้
“นี่เหมือนเพลงของอูฉือเลย! ชื่อ ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ใช่ไหม? โห! แม่แบบนี้ไม่แฟร์เลยนะ”
“ไม่รู้เหรอว่าข้างนอกเขาชอบเอาอูฉือกับไปตี้ไปเปรียบเทียบกันนะ ขนาดแม่เป็นแม่ยังเริ่มไปฟังเพลงของอูฉือแล้ว!”
แม่กระแอมเบาๆ “ดนตรีน่ะไร้พรมแดน”
หลักๆ เพราะช่วงนี้แม่เปิดแต่เพลง ‘ขอให้ร่ำรวย’ ทั้งวัน หลังจากฟังบ่อยๆ แม่เองก็ยังเบื่อ
กลับกลายเป็น ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ของอูฉือที่ทำให้เธอรู้สึกสดใหม่ จะว่าไงดีละ? ก็แค่ชอบขึ้นมาแบบงงๆ
เวลานี้หลินเชิงเทียนลุกขึ้นจากเตียงก็อ้าปากบ่นทันที
“เมื่อกี้ผมฝันเลย ในฝันมีเสียงแอปเปิ้ลน้อยอะไรโชว์ซ้ำๆๆ วนอยู่ตลอด ที่แท้เป็นแม่เองเหรอที่เปิดเพลงล้างสมองผม?”
หลินจือไปกลั้นขำ “เพลงนี้เพราะดีออกนะ”
แม่รีบเสริมทันที “ใช่ไหมละ ลูกชายแม่ยังว่าแบบนั้นเลย”
“แม่ก็เห็นในเน็ตมีคนพูดนะ ว่าทั้งสองคนเป็นเหมือนดาวคู่แห่งวงการเพลงแข่งขันกันแบบสร้างสรรค์”
“อีกอย่างไม่ว่าแม่จะฟังเพลงไหน ลูกชายก็เก่งที่สุดในใจแม่อยู่ดี!”
ช่วงบ่ายหลินจือไปออกไปวิ่ง พอผ่านลานกว้างเขาก็ได้ยินเสียงเพลงคุ้นหูอีกครั้ง:
“ฤดูใบไม้ผลิเดินเคียงเธอกลางดอกไม้บาน ฤดูร้อนค่ำคืนมองดาวกับเธอกะพริบตา”
“ฤดูใบไม้ร่วงย่ำทุ่งข้าวสีทองยามสนธยา ฤดูหนาวหิมะโปรยมีเธอแล้วอุ่นกว่า…”
โอ้โห ข้างนอกนี่ก็มีคนเปิดเพลง ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ด้วยเหรอ?
หลินจือไปหันไปมองถึงกับอึ้ง เห็นบรรดาป้าๆ แม่ๆ กำลังเต้นตามจังหวะกันอยู่ในลานกว้าง บรรยากาศคึกคักสุดๆ
“เอ๊า!”
“เต้นผิดแล้ว!”
“ท่านี้ต้องบิดซ้ายที ขวาที”
“ใช่ๆๆ เอวต้องผ่อนคลาย!”
“เห้ย ท่าเต้นนี้มันดีนะ สนุกจริงๆ เข้ากับเพลงสุดๆ!”
“นี่คือเพลงอะไรนะ?”
“นี่เป็นเพลงใหม่เพิ่งปล่อยไม่นาน ชื่อ ‘แอปเปิ้ลน้อย’!”
“ชื่อดีจัง!”
“เดี๋ยวกลับบ้านไปฉันจะให้ลูกชายโหลดให้!”
“ง่ายมากเลย เอามือถือมาสิ เดี๋ยวฉันโหลดให้ ทีนี้เธอก็ฝึกเต้นตามเพลงเลย ท่าเต้นนี้อาจารย์ออกแบบมาให้เข้ากับเพลงนี้โดยเฉพาะเลยนะ!”
หลินจือไป : “…”
บนบลูสตาร์ก็มีเต้นกลางลานอยู่บ้าง แต่ไม่เหมือนชาติก่อนที่บูมกันบ้าคลั่งขนาดนั้น
แค่กิจกรรมเสริมยามว่างของป้าๆ แม่ๆ บางทีก็แค่เต้นเล่นๆ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว!
อูฉือทำให้ ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!
หลินจือไปเกือบลืมไปเลยว่าเพลงนี้คือเพลงเต้นกลางลานที่โด่งดังสุดๆ ในชาติก่อน!
ไม่หรอกมั้ง? การเต้นกลางลานในโลกนี้คงไม่ถูกเพลง ‘แอปเปิ้ลน้อย’ ดันให้บูมเหมือนในชาติที่แล้วหรอกมั้ง?
หลินจือไปถึงกับเหงื่อตก