ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 198 เครื่องสร้างกระแส
ในอีกไม่กี่วันถัดมา เรตติ้งของ ‘Conquer’ พุ่งแรงไม่หยุด มีฉากในตำนานเกิดขึ้นอีกมากมาย ประโยคเด็ดต่างๆ ก็เริ่มแพร่กระจายในโลกออนไลน์
“วัยรุ่นอย่าใจร้อนให้มากนัก!”
“ไม่ใจร้อนแล้วจะเรียกว่าวัยรุ่นได้ยังไง?”
“พี่ใหญ่เชิญฉันมาคงไม่ใช่แค่มาดื่มกิน ต้องมีธุระแน่ หากมีเรื่องให้หลิวหวาเฉียงช่วยได้ฉันก็จะช่วยแน่นอน ถ้าช่วยไม่ได้พี่ใหญ่ก็คงเข้าใจเหตุผลของฉันนะ”
“นายเชิญฉันมาถือว่าให้เกียรติฉัน ฉันมาที่นี่ก็ถือว่าเห็นแก่หน้านาย!”
“โตมาขนาดนี้ยังไม่เคยมีใครกล้าพูดกับฉันแบบนี้!”
“คนอื่นเจอกำแพงขวางทางก็หันหลังกลับ แต่ฉันเลือกจะพังกำแพงทิ้ง!”
“ฉันมีพวกพ้อง ฉันต้องรับผิดชอบชีวิตของพวกเขา!”
“เป็นมังกรก็ต้องขด เป็นเสือก็ต้องหมอบ ฉันหลิวหวาเฉียงเป็นคนแบบไหนไม่ต้องให้ฉันพูดเอง!”
เปิดตัวมาก็แรง! ผ่านไปไม่กี่วันกระแสก็เดือดพล่าน! ล่าสุดดังเปรี้ยงปร้าง!
เส้นกราฟเรตติ้งของละครเรื่องนี้สมบูรณ์แบบมาก พอถึงตอนที่สิบแปดเรตติ้งก็ทะลุสี่แล้ว! แทบจะไม่ด้อยกว่า ‘The Knockout’ เลย!
ทำไมถึงต้องบอกว่าแทบจะ?
เพราะ ‘Conquer’ เมื่อเทียบกับ ‘The Knockout’ แล้ว ยังมีข้อเสียเปรียบที่เนื้อเรื่องสั้นกว่าอยู่เล็กน้อย อย่างไร ‘Conquer’ ก็มีทั้งหมดแค่ยี่สิบตอน แต่ ‘The Knockout’ มีทั้งหมดสี่สิบกว่าตอน ช่องว่างด้านจำนวนตอนทำให้ ‘Conquer’ ไม่สามารถไปถึงจุดสูงสุดแบบนั้นได้ ผลงานที่ยอดเยี่ยมเหมือนกันเรื่องที่ยาวกว่าย่อมมีอิทธิพลมากกว่า เหมือนกับเรื่อง Bleach, Naruto, One Piece ในชาติก่อนที่ออกอากาศนานหลายปีจนกระแสไม่เคยแผ่ว ถ้าไม่ยาวขนาดนั้นกระแสความดังคงไม่เวอร์ขนาดนี้แน่ แต่แค่ ‘Conquer’ มีเรตติ้งทะลุสี่ก็ทำให้คนวงการช็อกสุดๆ แล้ว!
ไม่มีใครกล้าดูถูก ยิ่งไม่มีใครกล้าเมินข้อเท็จจริงแล้วฝืนว่า ‘Conquer’ สู้ ‘The Knockout’ ไม่ได้อีก ทุกคนรู้ดีว่าสองเรื่องนี้ต่างกันแค่จำนวนตอนเท่านั้น โดยเฉพาะตอนจบของเรื่อง ‘Conquer’ เรตติ้งพุ่งไปถึง 4.84%! แม้ว่าจะยังไม่สามารถเหมือน ‘The Knockout’ ที่ตอนจบทะลุห้าได้ แต่ก็เพียงพอจะ ‘พิชิต’ ทุกเสียงกังขา!
ในวงการผู้คนมากมายต่างรู้สึกทึ่ง
“เกาฉี่เฉียง หลิวหวาเฉียง ไร้เทียมทานแล้ว!”
“ถ้า ‘Conquer’ ยาวกว่านี้อีกหน่อย คงจะเทียบชั้น ‘The Knockout’ ได้แบบสูสีสุดๆ เลย!”
“จ้าวแห่งละครของปีนี้น่าจะเป็น ‘Conquer’ สินะ?”
“เรตติ้งเฉลี่ย 3.88% มีสิทธิ์ลุ้นตำแหน่งจ้าวแห่งละครปีนี้แบบเต็มตัวแน่นอน!”
“Conquer ร้ายกาจเกินไปแล้ว ดังยิ่งกว่าสามละครเปิดปีที่เตรียมกันมาอย่างดีซะอีก!”
“ยังไงฉันก็ถูกพิชิตแล้ว”
“นี่เพิ่งแค่เดือนมกราคมเอง ก็มีละครอย่าง ‘Conquer’ โผล่มาแล้ว ฉันเริ่มเป็นห่วงแทนละครที่รอฉายที่เหลือของปีนี้แล้วสิ”
“ใครอยากเป็นจ้าวแห่งละครปีนี้ ต้องแซงหน้า ‘Conquer’ ให้ได้ จะมีใครทำสำเร็จไหมเนี่ย?”
ที่เรียกว่าจ้าวแห่งละคร คือละครที่ทำเรตติ้งสูงสุดของปีนั่นเอง
‘The Knockout’ ของปีที่แล้วเรตติ้งเฉลี่ยทะลุสี่ นับว่าไร้เทียมทาน!
‘Conquer’ ปีนี้เพราะเนื้อเรื่องสั้นกว่า เรตติ้งเฉลี่ยจึงไม่ทะลุสี่แต่ก็แตะ 3.88%! ตัวเลขนี้ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน!
บนโลกออนไลน์ชาวเน็ตก็อึ้ง ยอดผู้ติดตามบัญชีทางการคุนเผิงบนจี๋กวงพุ่งไม่หยุด!
‘ปู่เยโหวโหดเกินไปแล้ว!’
‘หรือว่าจ้าวแห่งละครปีนี้ก็จะเป็นของปู่เยโหวอีก?’
‘ถ้า ‘Conquer’ ยาวกว่านี้อีกนิด กระแสคงยิ่งแรง บางทีเรตติ้งอาจจะทะลุสี่ก็ได้!’
‘ใช่เลย มีแค่ยี่สิบตอน ออกอากาศจริงๆ ก็สิบวันเอง!’
‘แต่แค่สิบวันหลิวหวาเฉียงก็กลายเป็นเจ้าพ่อมาดเท่ที่คนรู้จักทั่วเหมือนเกาฉี่เฉียงแล้ว’
‘ดูโอ้บังคับซื้อบังคับขายนี่มันโหดจริงๆ!’
‘เพราะ ‘The Knockout’ ดังระเบิด หลายคนเลยลืมไปว่าปู่เยโหวอย่างเป็นทางการยังเป็นแค่หน้าใหม่ในวงการบทละครเองนะ!’
‘นี่เพิ่งเป็นละครเรื่องที่สองของเขาเอง!’
ก่อนหน้านี้ ‘Unexpectedness’ เป็นแค่ละครสั้นที่แทบไม่มีเนื้อเรื่องอะไร ดังนั้น ‘Conquer’ จึงถือเป็นละครยาวเรื่องที่สองจริงๆ ของปู่เยโหว แล้วละครเรื่องแรกของปู่เยโหวก็คว้าตำแหน่งจ้าวแห่งละครประจำปีไปได้ เรื่องที่สองก็ดูมีแววจะได้อีก เช่นกันแล้วแบบนี้จะไม่ให้คนตะลึงได้ยังไง!?
ในวันเดียวกับตอนจบของ ‘Conquer’ ช่องข่าวฉินโจวมีทอล์กโชว์ข่าวบันเทิงรายการใหม่ ‘บันเทิงไร้วงการ’ ออกอากาศเป็นครั้งแรก!
พิธีกรชายเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ปีที่แล้วเทียนกวงเล่นงานเสินฮวา สุดท้ายขาดทุนย่อยยับ ปีนี้เสินฮวาย้อนศรกลับ ผลคือเยี่ยมบ้านยายไม่ต่างกัน”
แขกรับเชิญหัวเราะลั่น สถานีโทรทัศน์ทางการฉินโจวไม่ค่อยลงรอยกับสามยักษ์ใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร เพราะสามยักษ์ใหญ่เล่นกดดันจนสถานีทางการฉินโจวก็ยังสู้ไม่ไหว เมื่อเห็นสามยักษ์ใหญ่กัดกันเอง คนของช่องข่าวฉินโจวจึงย่อมไม่เกรงใจ ปล่อยมุกเสียดสีเต็มที่ไม่มีปิดบัง
“เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า” พิธีกรหญิงกล่าว “อย่าเล็งยิงใครง่ายๆ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นพรานหรือเหยื่อ”
แขกรับเชิญเสริม “นักล่ามือฉมังมักปรากฏตัวราวกับเหยื่อ”
ผู้ชมพากันหัวเราะครืน
พิธีกรชายหัวเราะแล้วพูดต่อ
“จุดสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลยคือ ละครที่เทียนกวงเล่นงานเสินฮวาปีที่แล้วชื่อ ‘The Knockout’”
พิธีกรหญิงรับมุก “ส่วนปีนี้ ละครที่เสินฮว่าเล่นงานเทียนกวงชื่อ ‘Conquer’”
แขกรับเชิญสรุป “ทั้งสองเรื่องนี้เป็นผลงานของปู่เยโหวแห่งคุนเผิง เพราะฉะนั้นเรื่องมันง่ายมาก สามค่ายใหญ่จะยิงกันเองยังไงก็ได้ แต่อย่าไปแตะต้องปู่เยโหวแห่งคุนเผิงจะดีกว่า”
“ข้อเท็จจริงพิสูจน์ว่า…” พิธีกรชายยักไหล่ “เสินฮวาไม่ได้เรียนรู้จากความพ่ายแพ้ของเทียนกวงเมื่อปีที่แล้วเลย หรือพูดอีกอย่างคือเสินฮว่าเองก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าปีที่แล้วพวกเขาชนะเทียนกวงได้ยังไง” ผู้ชมฮากระจายอีกครั้ง
คนในวงการที่ดูอยู่ก็แอบยิ้มอย่างรู้กัน รายการใหม่ช่องข่าวฉินโจวนี้ พิธีกรกับแขกรับเชิญกัดแสบมาก ไม่ไว้หน้าทั้งเสินฮว่าและเทียนกวง แถมยังขุดเรื่องความพ่ายแพ้ปีที่แล้วมาล้ออีก
“ขอเมาท์ข่าววงในหน่อย” พิธีกรชายกะพริบตา “เท่าที่ผมรู้ เสินฮวายังมีบทที่ปู่เยโหวแห่งคุนเผิงเขียนไว้อยู่อีกเรื่องนะ”
“ว้าว ปู่เยโหวแห่งคุนเผิงนี่ขยันเหมือนแม่ไก่บ้านเราเลย” แขกรับเชิญทำหน้าตาโอเวอร์นิดๆ
พิธีกรหญิงหัวเราะ “ฉันก็มีข่าววงในค่ะ น่าเซินเองก็มีบทของปู่เยโหวแห่งคุนเผิงอยู่อีกเรื่องเหมือนกัน”
แขกรับเชิญร้อง “โอ้โห แม่ไก่บ้านผมยอมแพ้ให้กับความขยันของเขาเลย!”
แน่นอนว่านี่เป็นแค่มุกตลก รายการนี้เน้นทอล์กโชว์ขำขัน การแหย่ถือเป็นศิลปะของรายการ ดังนั้นที่แขกรับเชิญเปรียบปู่เยโหวเป็น ‘แม่ไก่ไข่ดก’ จึงไม่มีใครว่าอะไร มีแต่เสียงหัวเราะที่ดังกว่าเดิม
“คุนเผิงมีไพ่ตายสามใบ ได้แก่ จวินหลิน ผู้เชี่ยวชาญด้านโฆษณาและวาไรตี้ ฉู่ฉือ ที่ถนัดแต่งเองร้องเอง และปู่เยโหว ที่ถนัดการเขียนนิยายกับบทละคร ด้วยไพ่สามใบนี้คุนเผิงเลยกลายเป็นเครื่องสร้างกระแสแห่งวงการบันเทิง…”
หลังรายการใหม่ออกอากาศ ผลตอบรับก็ดีสุดๆ ในชาร์ตรายการวาไรตี้ก็พุ่งขึ้นที่สามทันที แซงรายการดังอย่าง ‘ความสุขเหนือสิ่งอื่นใด’ อันดับสองคือ ‘If You Are The One’ ที่ยังคงยืนหยัดได้แต่เรตติ้งเริ่มตกแล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็คงรักษาอันดับสองไว้ไม่ไหว
เจียงเฉิงรายงานผลกำไรของ ‘Conquer’ ให้หลินจือไปฟัง
“ละครเรื่องนี้น่าจะทำเงินให้เราได้กว่าสามสิบล้าน แต่ผลประโยชน์แฝงยิ่งใหญ่กว่านั้นอีกครับ ซูฉานใช้อิทธิพลจากละครเรื่องนี้กุมอำนาจในแผนกโทรทัศน์เทียนกวงไว้ได้เบ็ดเสร็จแล้ว หยิ่นตงหน่วนก็ขึ้นเป็นหนึ่งในผู้จัดการแผนกโทรทัศน์น่าเซิน ฝั่งจ้าวเหลยยิ่งกว่านั้น กลายเป็นรองหัวหน้าฝ่ายโปรดักชัน ซึ่งพอจะสามารถยกมือท้าทายหลินเชี่ยได้บ้างแล้วครับ…”
หลินจือไปยิ้มออกมา ดูท่าอิทธิพลของคุนเผิงจะก้าวไปอีกขั้นแล้ว
“จากนี้ซูฉานยังอยากเดินหน้าต่อ เธอเทใจให้คุนเผิงแล้ว เพราะงั้นเราต้องทุ่มสุดตัวช่วยเธอยิ่งกว่าที่ช่วยหยิ่นตงหน่วนกับจ้าวเหลยเสียอีก”
“งั้นให้เธอทำวาไรตี้สักรายการก็แล้วกัน”
“วาไรตี้เหรอครับ?” เจียงเฉิงแปลกใจ “ซูฉานเป็นหัวหน้าแผนกโทรทัศน์นะครับ”
หลินจือไปหรี่ตา “แผนกโทรทัศน์เทียนกวงเธอกุมไว้หมดแล้ว ถ้าให้เธอทำวาไรตี้ เธอจะได้ขยายอิทธิพลไปถึงฝ่ายวาไรตี้ด้วย ถ้ามีแค่อำนาจในแผนกโทรทัศน์ ซูฉานยังไม่เป็นประโยชน์ต่อเรามากพอครับ”
“เข้าใจแล้วครับ!” เจียงเฉิงรู้สึกว่าเจ้านายเริ่มทะเยอทะยานมากขึ้นแล้ว
“แต่ฐานของละครโทรทัศน์เราก็ต้องช่วยซูฉานรักษาไว้ด้วย”
“ครับ ผมรู้” หลินจือไปกล่าว “ผมคิดไว้แล้ว”
ละครเรื่องที่สองของคุนเผิงโด่งดัง บทละครของปู่เยโหวจึงถูกยกมูลค่าขึ้นไปอีกระดับในสายตาของคนในวงการและสามยักษ์ใหญ่ทันที อย่างไรที่ ‘The Knockout’ ดังระเบิดอาจเป็นแค่ดอกไม้ไฟชั่วครู่ชั่วคราวก็ได้ แต่พอ ‘Conquer’ โด่งดังด้วย นั่นแสดงว่าปู่เยโหวมีของอยู่จริงๆ โชคดีไม่ได้เกิดซ้ำๆ แต่หลินจือไปจะทำให้มันเกิดขึ้นอีก เขาเชื่อว่าปีนี้วงการทีวีต้องคึกคักแน่
‘Home Temptation’ ของน่าเซิน ‘มังกรหยก’ ของเสินฮวา ฝั่งคุนเผิงวิดีโอยังมีละครออนไลน์ ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ ที่กำลังถ่ายทำอยู่ ละครเหล่านี้ล้วนเป็นละครฮิตในโลกก่อน ปีนี้สามารถจัดออกอากาศได้ทั้งหมด คนนอกต่างมองว่า ‘Conquer’ จะได้ครองตำแหน่งจ้าวแห่งละครปีนี้งั้นเหรอ? นั่นไม่แน่เสมอไป
ขณะนั้นจู่ๆ เจียงเฉิงกล่าวอีกว่า
“เจ้านายทราบหรือยังครับว่าตอนนี้ช่องข่าวจัดรายการทอล์กโชว์ข่าวบันเทิงชื่อว่า ‘บันเทิงไร้วงการ’ ด้วย?”
“ได้ยินมาแล้ว” รายการนั้นเปรียบตนเป็น ‘แม่ไก่’ หลินจือไปเห็นในข่าวแล้วแต่หลินจือไปไม่ได้โกรธ รายการนี้สร้างสรรค์ดี ดูท่าสถานีทางการฉินโจวจะโดนสามสถานีใหญ่กดดันจนร้อนรนต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงใหม่ ‘บันเทิงไร้วงการ’ ก็เป็นการลองเปลี่ยนแปลงที่ดี ก่อนหน้านี้รายการข่าวส่วนใหญ่มักเป็นทางการมากๆ เน้นพูดตามแบบจนฟังแล้วน่าเบื่อ บรรยากาศจริงจังเกินไป ไม่เหมือนรายการใหม่เปิดฉากจิกกัดไม่กลัวใคร เล่นมุกตลกกวนประสาทแบบทอล์กโชว์ ชอบเสียดสี เล่นมุกเปิดตัวมาก็ได้รับความนิยมทันที คาดว่าอีกไม่นานก็คงโค่น ‘If You Are The One’ ของคุนเผิงได้แล้ว
เรื่องนี้ได้เตือนหลินจือไปให้รู้ตัว ตนเป็นเครื่องจักรผลิตกระแสก็จริงแต่ก็ไม่ควรมองข้ามฝีมือของคนอื่นในวงการ เพราะคนเหล่านี้ก็สร้างผลงานฮิตได้เหมือนกัน แน่นอนคนเหล่านั้นไม่ได้มั่นคงเสมอไปเหมือนตน พวกเขาอาจต้องลองผิดลองถูกหลายปีกว่าจะมีเรื่องดังสักเรื่อง ขณะที่หลินจือไปลงมือครั้งใดก็การันตีความปังได้ทุกครั้ง!
“รายการนั้นยังเชิญผมไปเป็นแขกรับเชิญด้วยครับ…” เจียงเฉิงยิ้มกล่าว ตอนนี้เขาก็เป็นคนดังแห่งวงการบันเทิงแล้วแต่คนทั่วไปยังไม่คุ้นหน้าค่าตา
“งั้นพี่ไปเถอะ” หลินจือไปยิ้ม “แอบปล่อยข่าวลับวงในไปบ้างก็ได้นะ”