ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 204 ละครน้ำเน่ากำลังมา
หลังจากส่งหวังจื่อไปดึงตัวปู่เยโหว หลินจือไปก็ไม่ได้ทำอะไรอีก
สำนักพิมพ์เสินฮวานั้นมีส่วนแบ่งตลาดติดหนึ่งในสามของวงการ เขาแทบไม่ต้องกังวลอะไรมากนัก
แม้จะต้องกำจัดพวกเสี้ยนตำเท้าออกไปบ้างก็ต้องไม่ให้กระทบการดำเนินงานของบริษัท
เพราะสำนักพิมพ์เสินฮวาเป็นบริษัทลูกที่แยกตัวเป็นอิสระ คนเดียวที่สามารถควบคุมสำนักพิมพ์จากระยะไกลได้ คือมีเพียงปู่ฝั่งสำนักงานใหญ่เสินฮว่ากรุ๊ป แต่ปู่ไม่ได้สนใจจะก้าวก่ายการบริหารสำนักพิมพ์ เขาดูแค่รายงานทางการเงินประจำปีเท่านั้น
ความจริงแล้วเสินฮว่ากรุ๊ปก็กำลังแยกแผนกภายใน การแยกนี้ไม่ได้ส่งผลต่อภาพรวม ปู่เพียงต้องการให้แต่ละแผนกมีความเป็นอิสระมากขึ้น ให้ผู้รับผิดชอบแต่ละแผนกมีอำนาจมากขึ้น
อย่างไรไข่ทุกฟองก็ยังเป็นของเขา แค่เตรียมใส่ไว้ในตะกร้าแต่ละใบ ต่อไปเวลาทุกคนต้องแบ่งกันจะได้ง่ายขึ้น…
เรื่องแนวทางการพัฒนาของสำนักพิมพ์ หลินจือไปเองก็มีความคิดอยู่บ้าง เพียงแต่ยังลังเลว่าจะลงมือดีหรือไม่
ขณะนั้นเองระบบก็แจ้งเตือนหลินจือไปขึ้นมา
“ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้เลื่อนเป็นประธานสำนักพิมพ์เสินฮวา ได้รับแต้มทักษะ 5 แต้ม!”
“แจ้งเตือนอย่างเป็นมิตร: ขณะนี้คุณมีแต้มทักษะสะสมอยู่ 16 แต้ม”
ช่วงนี้คุนเผิงกำลังไปได้สวย ทุกครั้งที่บรรลุเป้าหมายระบบจะให้แต้มทักษะมาหนึ่งแต้ม
หลินจือไปก็กักตุนไว้ไม่เอามาใช้ ราวกับเป็นหนูแฮมสเตอร์
แต่ครั้งนี้พอขึ้นเป็นประธานสำนักพิมพ์เสินฮวา ระบบมอบแต้มทักษะให้ในรวดเดียวถึงห้าแต้ม หลินจือไปจึงมีอยู่ในมือถึงสิบหกแต้มแล้ว!
“ทักษะการขับร้องของฉันแค่สี่สิบสี่แต้มเอง อ่อนเกินไปแล้ว”
พอคิดว่าไลฟ์สดอาจต้องใช้ทักษะร้องเพลงที่สูงกว่านี้ หลินจือไปจึงไม่เก็บแต้มสกิลไว้อีก ทุ่มหมดหน้าตักไปที่ทักษะการขับร้องแล้วกัน โยนแต้มทักษะทั้งหมด!
วูบ วูบ วูบ!
ทักษะการขับร้องของหลินจือไปพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง คราวนี้พุ่งพรวดทีเดียวไปถึงหกสิบแต้ม!
สี่สิบแต้มคือระดับนักร้องสมัครเล่น ประมาณนักร้องที่ไลฟ์สดทั่วไป
ห้าสิบแต้มคือระดับนักร้องหน้าใหม่ของวงการ ผ่านเกณฑ์สำหรับศิลปินเดบิวต์ของสามค่ายใหญ่?
แต่ถ้าถึงหกสิบแต้ม ก็คือนักร้องมืออาชีพอย่างแท้จริง
หลินจือไปลองร้องดูคร่าวๆ ตอนนี้เขาสามารถควบคุมการร้องเพลงส่วนใหญ่ได้หมดแล้ว
เพลงของฉู่ฉือแม้ได้รับคำชมสูงในวงการพอสมควร แต่ในด้านทักษะการร้องไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก มากสุดก็แค่ชมว่าโทนเสียงพอฟังได้ ถึงขั้นมีคนบ่นว่าเทคนิคการร้องของฉู่ฉือไม่คู่ควรกับการแต่งคำร้องทำนองเลยด้วยซ้ำ
ต่อไปจะไม่มีเสียงแบบนั้นอีกแล้ว พี่คนนี้ระดับมืออาชีพเต็มขั้นแล้ว!
หลินจือไปถึงกับคิดจะเปิดไลฟ์เดี๋ยวนั้น แต่พอคิดๆ ดูแล้วก็ช่างเถอะ ทุกครั้งที่ไลฟ์สดต้องนั่งยาวนานกว่าสามชั่วโมง พูดคุยกับคนดูตลอดเวลาไม่หยุด ก็เหนื่อยไม่น้อยเลย เอาไว้มีจังหวะจำเป็นค่อยไลฟ์แล้วกัน
หลินจือไปคอยจับตามองสถานการณ์ในวงการไลฟ์สดมาตลอด เพราะก่อตั้งก่อนใคร ตอนนี้หลื่อวี่ไลฟ์จึงยังคงครองส่วนแบ่งตลาดถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์
อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือจึงเป็นของแพลตฟอร์มสตรีมมิงอื่นๆ รวมถึงเสินฮว่าไลฟ์ด้วย!
แต่ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป คาดว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ ก็น่าจะโตขึ้นทีละนิดเช่นกัน หลินจือไปเตรียมกลยุทธ์สำรองไว้แล้ว เมื่อไหร่ที่แพลตฟอร์มอื่นเริ่มโผล่หัวออกมา เขาจะปล่อยหมัดเด็ดทันที
“ช่วงนี้เสินฮว่ากรุ๊ปเกิดการเปลี่ยนแปลงบุคลากรครั้งใหญ่ เราสังเกตเห็นว่าอำนาจของตระกูลหลินรุ่นที่สองเริ่มขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่รุ่นสามก็เริ่มเข้ามาดูแลกิจการในเครือบริษัทมากขึ้น…”
ไม่กี่วันต่อมารายการ ‘บันเทิงไร้วงการ’ ตอนล่าสุดได้พูดถึงประเด็นการเปลี่ยนแปลงบุคลากรภายในของเสินฮว่ากรุ๊ป
พิธีกรชายพูดอย่างออกรส
“ประธานเสินฮว่ากรุ๊ปหลินเจามู่กำลังทยอยกระจายอำนาจ แต่เจ้าตัวมีลูกชายถึงสี่คน ลูกสาวอีกหนึ่งคน หลานชายหลานสาวอีกเพียบ ใครจะได้สืบทอดทรัพย์สินมากกว่ากันก็ยังต้องติดเครื่องหมายคำถามไว้ ตอนนี้ดูเหมือนว่าลูกชายคนโตหลินชุนจะได้รับความไว้วางใจมากกว่า ขณะที่ลูกชายคนเล็กหลินตงได้รับแค่ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายโทรทัศน์ของเสินฮว่า ส่วนลูกสาวของเขาก็ได้แค่หัวหน้าแผนกเพลง”
พิธีกรหญิงเสริม
“ตระกูลหลินแห่งเสินฮวากรุ๊ปถือเป็นหนึ่งในตระกูลมหาเศรษฐีแถวหน้าของฉินโจว เรารู้กันดีว่าการแย่งชิงอำนาจในตระกูลระดับนี้มักจะเต็มไปด้วยดราม่าน้ำเน่า แต่ดูเหมือนดราม่าจริงๆ จะยังไม่ถึงเวลาฉาย กลับกลายเป็นแวดวงโทรทัศน์ในช่วงนี้มีละครน้ำเน่าสุดขั้วโผล่มาแทน!”
สองพิธีกรกล่าวพร้อมกันว่า
“ชนชั้นสูง!”
“ไม่มีใครคาดคิดว่าละครเรื่อง ‘ชนชั้นสูง’ ที่ถ่ายทำโดยจี๋เฟิงมีเดีย ซึ่งรวมทุกสูตรละครน้ำเน่าเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นความจำเสื่อม รถชน นอกใจ บุญคุณความแค้นตระกูลเศรษฐี ไปจนถึงการฟื้นคืนชีพ จะกลายเป็นกระแสโด่งดังขนาดนี้!”
“เมื่อคืนเรตติ้งตอนล่าสุดของ ‘ชนชั้นสูง’ พุ่งไปถึง 3.42% แล้ว!”
“นี่เป็นละครฮิตเรื่องที่สองของปีนี้ต่อจาก ‘Conquer’ และคราวนี้ในที่สุดผู้เขียนบทก็ไม่ใช่ปู่เยโหวอีกแล้ว!”
“ก่อนหน้านี้คนในวงการต่างฟันธงว่า ‘Conquer’ จะครองบัลลังก์จ้าวแห่งละครปีนี้แน่นอน”
“แต่ใครจะไปคิด…”
“ทางจี๋เฟิงมีเดียจะโผล่มาแทรก ใช้ละครน้ำเน่าสุดขั้วเรื่องนี้ไล่แซงเรตติ้งที่สูงยิ่งของ ‘Conquer’ ทีละนิด!”
“ถ้าเนื้อเรื่องไม่หลุดโค้งเสียก่อน ‘ชนชั้นสูง’ อาจขึ้นแท่นเป็นจ้าวแห่งละครตัวจริงของปีนี้เลยก็ได้!”
ระยะนี้หลินจือไปก็มักจะเปิดดูทอล์กโชว์ข่าวรายการนี้อยู่เสมอ แต่ไม่คิดเลยว่ามาวันนี้จะได้ยินข่าวว่ามีละครเรื่องหนึ่งที่ใกล้จะแซงเรตติ้งของ ‘Conquer’ แล้ว
“ตอนนี้ความร้อนแรงของเรื่องนี้จัดว่าโหดสุดๆ ผู้ชมด่ากันระงมว่าเนื้อเรื่องน้ำเน่าเกินทน แต่คุณเชื่อไหมครับ? ยิ่งด่าก็ยิ่งดัง!”
ตอนที่เจียงเฉิงโทรคุยกับหลินจือไปก็พูดถึงละครเรื่องนี้เหมือนกัน
หลินจือไปหัวเราะเบาๆ เพราะยังไงละครน้ำเน่าก็มีตลาดเสมอ แถมเป็นตลาดที่ใหญ่มากเสียด้วย กลุ่มผู้ชมหลักส่วนใหญ่คือบรรดาแม่บ้าน คล้ายกับรายการวาไรตี้ ‘If You Are The One’ ที่เน้นกลุ่มแม่บ้านเป็นหลัก วัยรุ่นก็ดูได้ คนแก่ก็ดูดี
“ดูท่าแล้วบัลลังก์จ้าวแห่งละครตัวจริงของปีนี้ ‘Conquer’ คงรักษาไว้ไม่อยู่แล้วครับ”
เจียงเฉิงรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่จู่ๆ หลินจือไปก็นึกขึ้นได้
“ไม่ใช่ว่าทางน่าเซินถ่าย ‘Home Temptation’ อยู่เหรอ? เรื่องนั้นก็เป็นละครน้ำเน่าเหมือนกัน”
“เจ้านายหมายความว่าให้จัดออกอากาศ ‘Home Temptation’ เร็วๆ นี้ใช่ไหมครับ?”
“รอให้ ‘ชนชั้นสูง’ ออกอากาศจบก่อนแล้วกันครับ”
หลินจือไปกับจี๋เฟิงมีเดียไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกัน กระทั่งยังสนิทกันพอสมควร ไม่จำเป็นต้องรีบปล่อย ‘Home Temptation’ ออกไปชนตรงๆ
“ได้ครับเดี๋ยวผมติดต่อทางน่าเซินให้”
ฉายต่อจาก ‘ชนชั้นสูง’ เป็นไอเดียที่ดี เพราะเหล่าแม่บ้านที่ดู ‘สังคมชั้นสูง’ จบแล้วต้องเกิดอาการขาดละครแน่นอน ละครน้ำเน่ามีให้เห็นถมไป แต่ที่สนุกถึงใจจริงๆ กลับมีไม่กี่เรื่อง
ที่จริง ‘ชนชั้นสูง’ ใกล้จะอวสานแล้ว ละครแนวนี้เพราะจำนวนตอนเยอะจึงมักจะฉายวันละสามตอนรวด รวมทั้งหมดหกสิบตอน วันละสามตอนก็ใช้เวลาฉายแค่ยี่สิบวัน ยิ่งกว่านั้นเรื่องนี้ออกอากาศตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว
ด้วยความสำเร็จของละครเรื่องนี้ทำให้จี๋เฟิงมีเดียดีอกดีใจกันยกใหญ่
“ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่าสามค่ายใหญ่ไม่ได้ไรเทียมทาน!”
“ปู่เยโหวแห่งคุนเผิงก็ไม่ได้ไร้พ่ายเลยสักหน่อย!”
“เรตติ้งเฉลี่ยของเราตอนนี้เทียบ ‘Conquer’ ได้แล้ว!”
“เหลืออีกแค่ไม่กี่วัน เรตติ้งเฉลี่ยต้องแซง ‘Conquer’ ได้อย่างไม่มีปัญหาแน่!”
“พูดง่ายๆ ก็คือจ้าวแห่งละครปีนี้ต้องเป็นของจี๋เฟิงมีเดียเรา!”
“ยังไม่แน่หรอก ตอนนี้เพิ่งเดือนมีนาคมเอง”
“ฮ่าๆๆ อย่าโลกสวยไปหน่อยเลย ‘Conquer’ ก็เหมือนภูเขาลูกใหญ่ ใครปีนข้ามไปได้คนนั้นก็เป็นจ้าวแห่งละคร ไม่มีผู้ท้าชิงหน้าใหม่อีกแล้วล่ะ!”
“เว้นแต่จะมีละครเรื่องไหนที่ทำได้อย่าง ‘The Knockout’ ของปีก่อน!”
“ถามจริง ละครของเราเรื่องนี้มันดังได้ยังไงกันนะ?”
“ฉันไม่รู้เลย”
“ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน”
ความจริงจี๋เฟิงมีเดียก็งงงัน ไม่คิดเลยว่าละครน้ำเน่า ‘ชนชั้นสูง’ จะฮิตถล่มทลายได้ถึงเพียงนี้
พูดง่ายๆ คือพวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมมันถึงดังเป็นพลุแตก แต่ในวงการเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ละครหลายเรื่องที่ดังระเบิดทีมสร้างเองก็มักไม่คาดฝันมาก่อนเช่นกัน
อย่างไรเมื่อโชคมาแล้ว ต่อให้หยุดก็หยุดไม่อยู่
วันที่เก้าเดือนมีนาคม ‘ชนชั้นสูง’ ออกอากาศตอนจบ เรตติ้งกระฉูดอีกครั้ง!
เรตติ้งเฉลี่ยออกมาแล้ว 3.97%!
ปีที่แล้ว ‘The Knockout’ ทะลุสี่ สถิตินั้นยังไม่ถูกทำลาย แต่ตัวเลขนี้ก็แซงค่าเฉลี่ย 3.88% ของ ‘Conquer’ ไปแล้ว!
เมื่อพิจารณาว่าในตอนนั้น ‘The Knockout’ ออกอากาศทางช่องเสินฮวา แต่ ‘ชนชั้นสูง’ ออกอากาศทางช่องแปดของทางการ ซึ่งมีฐานคนดูน้อยกว่า ด้วยกระแสนีก็ถือว่าแทบจะไม่เป็นรอง ‘The Knockout’ แล้ว!
แม้คำวิจารณ์ละครเรื่องนี้จะโดน ‘The Knockout’ ขยี้เละแต่ใครสนกันล่ะ?
สมัยก่อน ‘Meteor Shower’ ก็โดนด่ายับแต่นั่นก็ไม่อาจหยุดเรตติ้งที่พุ่งระเบิดได้เลย
ขอแค่กลุ่มผู้ชมเป้าหมายพอใจก็พอแล้ว
ในวงการทุกคนต่างช็อกเมื่อเห็นว่าเรตติ้ง ‘ชนชั้นสูง’ ระเบิดได้ถึงขนาดนี้!
“โหย!”
“เร็วขนาดนี้ก็มีละครแซงเรตติ้ง ‘Conquer’ ของปีนี้แล้วเหรอ?”
“แถมยังเป็นละครโคตรดราม่าน้ำเน่าอีก!”
“งูมีทางของงู หนูมีทางของหนู คำนี้กล่าวไม่ผิดจริงๆ ละครเรื่องนี้ของจี๋เฟิง ทั้งที่โดนด่าเละแต่ยิ่งด่ากลับยิ่งดัง!”
“ด่าว่าน้ำเน่าแต่ความจริงหลายคนด่าอย่างเมามัน เวลาดูกลับเมามันยิ่งกว่า”
“เอาเถอะ ฉันชอบละครเรื่องนี้มากนะ ‘Conquer’ อาจลุ้นระทึกแต่เรื่องนี้ดูแล้วฉันรู้สึกผ่อนคลายสบายๆ”
“ฆ่าเวลาเฉยๆ ดูไปก็เพลินดีเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
“นึกว่าปู่เยโหวแห่งคุนเผิงจะได้ครองบัลลังก์จ้าวแห่งละครซะอีก”
บนโลกออนไลน์ บริษัทคุนเผิงมีแฟนคลับอยู่ไม่น้อยแล้ว พอเห็นว่ามีละครน้ำเน่าเรื่องหนึ่งแซงเรตติ้ง ‘Conquer’ ละครปีนี้ของคุนเผิงไป แฟนคลับหลายคนก็เริ่มไม่พอใจ
‘บ้าเอ๊ย!’
‘ไม่จริงมั้ง!’
‘Conquer ที่ฉันรักที่สุดโดนละครน้ำเน่าโค่นลงมาซะงั้น?’
‘ได้ยังไงกัน!’
‘ก็แม่ฉันชอบเรื่องนี้สุดๆ เลยนะสิ…’
‘เหอะๆ’
‘เทียบกันแล้วยังห่างชั้นจากบทของปู่เยโหวของเราเยอะ ละครของอาจารย์ปู่เยโหวไม่มีน้ำเน่าเลยสักนิด มีแต่พล็อตเข้มข้นสุดฮาร์ดคอร์!’
‘ใช่เลย!’
‘ละครน้ำเน่าไร้สาระ!’
‘เสียดายนะ จ้าวแห่งละครปีนี้ของคุนเผิงพลาดไปซะแล้ว ฉันนี่ไม่ชอบละครน้ำเน่าเลยจริงๆ…’
แฟนคลับทอดถอนใจ ขณะนั้นเองมีแฟนคลับคนหนึ่งสังเกตเห็นข่าวจากคุนเผิงว่า
‘ละครเรื่องใหม่ที่เขียนบทโดยปู่เยโหว ‘Home Temptation’ กำลังจะออกอากาศ?’
ละครใหม่!?
ปู่เยโหวยังมีละครใหม่อีกเหรอ!?
แฟนๆ รีบเปิดอ่านเรื่องย่อในโฆษณาด้วยความตื่นเต้น
[ในสายตาคนรอบข้าง หลินผิ่นหรูแต่งเข้าตระกูลเศรษฐีคู่กับชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม หงซื่อเสียน เป็นคู่รักตัวอย่างที่ใครๆ ต่างอิจฉา สองคนเหมาะสมราวฟ้าประทาน ทว่าทุกบ้านล้วนมีปัญหาลำบากใจ เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความโรแมนติกในช่วงข้าวใหม่ปลามันค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยสารพัดปัญหาในชีวิตจริง… ผิ่นหรูโดนแม่สามีตำหนิเพราะยังไม่ตั้งครรภ์ ชีวิตประจำวันจึงเต็มไปด้วยการกระทบกระทั่ง ในเวลาเดียวกันเพื่อนสนิทของผิ่นหรูที่ไปเรียนต่อที่เว่ยโจวอย่างอ้ายลี่ จู่ๆ ก็พาเด็กชายชื่อซางเอินกลับประเทศ และซางเอินก็คือลูกในไส้ของซื่อเสียน! อ้ายลี่ต้องการทวงคืนรักที่สูญไป ไม่ลังเลจะประกาศสงครามกับเพื่อนรัก ขณะที่ผิ่นหรูก็อ่อนแอลงทุกวัน ท่ามกลางไฟสงครามทั้งเรื่องครอบครัวและความรักอันยืดเยื้อ…]
หืม?
แฟนคลับพากันนิ่งงัน
เรื่องย่อนี้จะว่าไงดี?
ยังไม่ทันได้ดูทุกคนก็ได้กลิ่นน้ำเน่ารุนแรงโชยมาแล้ว
ก่อนหน้านี้แฟนคลับยังบอกอยู่เลยว่าละครของอาจารย์ปู่เยโหวไม่มีน้ำเน่าเลยสักนิด มีแต่พล็อตเรื่องเข้มข้น สุดท้ายเจอแบบนี้ก็ทำเอาพูดไม่ออกเลย
แต่เพียงอยู่แค่ไม่กี่วินาที แฟนคลับคนนั้นก็เหมือนลืมสิ่งที่ตัวเองวิจารณ์ละครน้ำเน่าก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น พูดด้วยความทึ่งว่า
“ไม่เสียชื่ออาจารย์ปู่เยโหวจริงๆ เก่งรอบด้าน ละครตำรวจผู้ร้ายก็ทำได้ดี ละครน้ำเน่าก็ยังคุมได้อยู่หมัด!”
พูดได้ดี!
จะเอาเนื้อหาลึกซึ้งไปทำไม?
จะไปสนใจอะไรกับสาระ?
ละครน้ำเน่าเราก็ชอบดูเหมือนกัน!
แฟนคลับของคุนเผิงเริ่มส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น!