ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 203 ใครก็ดึงปู่เยโหวไม่ได้
เมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ หานเยว่ซวงคว้าอันดับหนึ่งชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลด้วยเพลง ‘ฟังเสียงทะเล’ ที่ฉู่ฉือแต่ง
นี่คือแชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลครั้งแรกนับตั้งแต่หานเยว่ซวงเดบิวต์
แต่หลินจือไปกลับไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้
วันที่หนึ่งเดือนมีนาคม เวลาแปดโมงเช้า
หลินจือไปนั่งรถมุ่งหน้าไปยังสำนักพิมพ์เสินฮว่า หน้าประตูสำนักพิมพ์เสินฮว่ามีเหล่าผู้บริหารระดับสูงแต่งตัวภูมิฐานยืนรอต้อนรับอยู่ที่หน้าอาคาร
“มาแล้วๆ!”
ทันทีที่รถเก๋งสีดำคันหนึ่งจอดนิ่งหน้าประตูสำนักพิมพ์ คนขับรีบลงมาเปิดประตูให้หลินจือไปก้าวลงจากเบาะหลัง
“สวัสดีครับ/ค่ะ ท่านประธาน!”
ผู้บริหารกว่าหลายสิบคนของสำนักพิมพ์โค้งคำนับพร้อมกัน แต่ในแววตาทุกคนล้วนแฝงความตกตะลึง
ประธานใหม่คนนี้หนุ่มเกินไปแล้วมั้งเนี่ย!
“ผมคือหลินจือไปครับ”
หลินจือไปมองดูบรรดาผู้บริหารแล้วยิ้มให้
“ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ”
“ผมหลัวต่า รองประธานครับ”
หลัวต่า รองประธานอายุประมาณห้าสิบปี หัวล้านเล็กน้อย ใบหน้าฉีกยิ้มกว้าง หลินจือไปจับมือทักทายเขา
“ผมเปยลี่ บรรณาธิการใหญ่ครับ”
เปยลี่แนะนำตัว หลินจือไปรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะคล่องแคล่วอะไรแต่ก็ยิ้มจับมือกับอีกฝ่าย
“เริ่นเจียชุน รองบรรณาธิการใหญ่ครับ”
“สวัสดีครับ”
ต่อมาก็คือหัวหน้าบรรณาธิการของแต่ละแผนก
สำนักพิมพ์เสินฮวาออกหนังสือทุกแนว แต่รายได้หลักยังมาจากหนังสือขายดีอย่าง กำลังภายใน สืบสวน วิทยาศาสตร์ แฟนตาซี ประวัติศาสตร์ นิยายรัก ฯลฯ ดังนั้นบรรณาธิการแผนกยอดนิยมเหล่านี้จึงมีอำนาจไม่น้อยในสำนักพิมพ์
หลังจับมือกับทุกคนในฐานะประธานคนใหม่เสร็จ รองประธานหลัวต่าก็นำหลินจือไปขึ้นไปชั้นบน
ชั้นแปดเป็นห้องประชุมผู้บริหารของสำนักพิมพ์ หลินจือไปเข้าห้องประชุมแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ประธานตรงปลายโต๊ะ จากนั้นทุกคนจึงนั่งตาม
“ผมเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ การทำงานต่อจากนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับๆ…”
ทุกคนถ่อมตัวตามมารยาทแต่ในใจก็ประเมินนิสัยใจคอของประธานใหม่อย่างเงียบๆ
จากนั้นเข้าสู่วาระประชุมเพื่อให้หลินจือไปในฐานะประธานคนใหม่เข้าใจภาพรวมของสำนักพิมพ์
จริงๆ หลินจือไปทำการบ้านมาล่วงหน้าแล้วแต่ยังทำท่าตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ จะให้คนอื่นมองว่าตนเป็นคุณชายมาเดินสายรับตำแหน่งสวยๆ ไม่ได้ แม้จะรู้ดีว่าคนพวกนี้แค่ทำตัวสุภาพต่อหน้าแต่ในใจอาจไม่ได้นับถือเขาสักเท่าไหร่
การประชุมครั้งแรกที่ประธานคนใหม่เข้าร่วมจบลงด้วยแต่ละคนต่างมีความคิดในใจ
พอเลิกประชุม หลินจือไปเอ่ยขึ้นว่า
“หัวหน้าบรรณาธิการแผนกนิยายสืบสวนอยู่ก่อนครับ”
หัวหน้าบรรณาธิการแผนกสืบสวนชะงัก เงยหน้ามองรองประธานหลัวต่าโดยไม่รู้ตัว
ใบหน้าหลัวต่าฉายแววพอใจวูบหนึ่งแต่ปากกลับเอ็ดว่า
“มองผมทำไม…”
หัวหน้าบรรณาธิการแผนกสืบสวนจึงต้องอยู่ย่างเสียไม่ได้
หลินจือไปมองแผ่นหลังหลัวต่าแล้วเผยยิ้มมีนัยบางอย่างก่อนพูดขึ้นว่า
“หัวหน้าบรรณาธิการหวังกับรองประธานนี่สนิทกันมากเลยนะครับ”
หัวหน้าบรรณาธิการแผนกสืบสวนชื่อ หวังจื่อ แต่ดูเหมือนว่าหลินจือไปต่างหากคือ ‘หวังจื่อ (เจ้าชาย) เสินฮวา’ ตัวจริง
หวังจื่อเข้าใจความนัยในคำพูดของหลินจือไป รีบอธิบายว่า
“เพราะก่อนที่คุณจะมารับตำแหน่งที่นี่ มีแต่ประธานหลัวดูแลครับ…”
“รองประธานหลัวต่างหากครับ”
หลินจือไปยกเสียงขึ้นเล็กน้อย
หวังจื่อเหงื่อเย็นผุด
“ใช่ๆๆ ขออภัยครับ ควรจะเป็นรองประธานหลัว”
ตำแหน่งประธานว่างมากว่าสามเดือนแล้ว ตำแหน่งประธานสำนักพิมพ์เสินฮวาขาดคนถึงสามเดือนกว่า
ดวงตาหลินจือไปมีประกายวาบผ่าน ชวนให้สงสัยเจตนาแท้จริงของปู่อยู่ไม่น้อย
เขาหันไปมองหวังจื่อ
“แผนกนิยายสืบสวนของสำนักพิมพ์เสินฮวายอดขายตกลงมาก ผมเพิ่งมาแต่ก็รู้ดีว่าหมวดสืบสวนสำคัญมาก นักอ่านแนวนี้มีเยอะ เพราะงั้นผมเลยอยากคุยกับคุณหน่อย…”
“ประธานครับ สาเหตุหลักคือพวกเราโดนน่าเซินดึงตัวนักเขียนนิยายสืบสวนที่เป็นเสาหลักของเราไปคนหนึ่งครับ”
พอพูดถึงเรื่องนี้หวังจื่อก็ได้แต่จนใจ เสน่ห์ดึงดูดของนักเขียนระดับท็อปมีอิทธิพลมาก สำนักพิมพ์ใหญ่จึงแย่งตัวกันสุดฤทธิ์
“น่าเซินเหรอครับ?”
หลินจือไปอมยิ้มกล่าว
“เท่าที่ผมรู้น่าเซินก็มีนักเขียนชั้นเยี่ยมคนหนึ่งชื่อ ปู่เยโหว”
“ใช่ครับ”
ในฐานะบรรณาธิการแผนกสืบสวน หวังจื่อย่อมรู้จักนักเขียนชื่อดังทุกคน
“ปู่เยโหว ยังร่วมงานกับน่าเซินแน่นแฟ้น ตอนเข้าวงการใหม่ๆ ก็ร่วมงานกับนิตยสารสืบสวนปริศนาของน่าเซิน แต่ตอนนี้ปู่เยโหวไปโฟกัสงานเขียนบทละคร ถึงจะยังมีอิทธิพลในวงการนิยาย แต่ช่วงนี้ไม่ได้เป็นภัยกับเราสักเท่าไหร่ครับ…”
“คุณก็พูดเองนี่”
หลินจือไปกล่าว
“ปู่เยโหว ยังมีอิทธิพลทางการตลาด ถ้าเขากลับมาออกนิยายอีกครั้ง น่าเซินคงโกยยอดขายไปไม่น้อยเลยใช่ไหม?”
หวังจื่อพยักหน้า
หลินจือไปเคาะโต๊ะเบาๆ
“งานของปู่เยโหวหลักๆ จัดอยู่ในหมวดสืบสวนปริศนาได้ไหม?”
หวังจื่อตอบ
“ค่อนข้างหลากหลายครับแต่แกนหลักคือสืบสวนปริศนา”
นิยายจำนวนมากไม่ได้มีเส้นแบ่งประเภทตายตัว อย่างเรื่อง ‘ความลับ’ ที่ปู่เยโหวปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ ก็ว่าด้วยประเด็นศีลธรรมเป็นหลัก แต่จะจัดไว้ในหมวดสืบสวนปริศนาก็ไม่ผิด สุดท้ายน่าเซินเองก็จัดนิยายเรื่อง ‘ความลับ’ ลงในแผนกสืบสวนปริศนา
แม้แต่ชาติก่อนนิยายเรื่อง ‘ความลับ’ ก็ควารางวัลสมาคมนักเขียนนิยายสืบสวนของญี่ปุ่นมาแล้ว
เพราะฉะนั้นภาพจำของปู่เยโหว คือนักเขียนที่ถนัดแนวสืบสวนปริศนา สไตล์ค่อนข้างดาร์ก หม่นหมอง โหยราตรีขาว แทบไม่ค่อยปรากฏตัวสักเท่าไหร่
หลินจือไปพูดว่า
“ถ้าไม่ตอบแทนบ้างก็จะเสียมารยาท ผมจะมอบหมายงานให้คุณ ในเมื่อน่าเซินแย่งเสาหลักในหมวดสืบสวนของเราไป คุณก็ลองหาทางดึงคนของพวกเขามาบ้างสิ เลือกปู่เยโหวเป็นเป้าหมายแล้วกัน”
“ท่านประธาน…”
หวังจื่อทำหน้าจะร้องไห้
“ไม่พูดถึงว่าปู่เยโหวจะยินดีเขียนนิยายต่อไปหรือเปล่า ถึงจะเขียนนิยายต่อก็คงเลือกทำงานกับน่าเซินก่อนอยู่ดีครับ ไม่ใช่ผมไม่เคยลองดึงตัวเขามานะแต่ปู่เยโหวไม่เคยสนใจผมเลย ผมคิดว่าปู่เยโหว…”
หลินจือไปแอบหัวเราะเยาะในใจ
เขาย่อมรู้ดีว่าสำนักพิมพ์เสินฮวาเคยพยายามจีบปู่เยโหวมาก่อน ที่จริงสำนักพิมพ์เทียนกวงเองก็เคยลอง แต่หลินจือไปขี้เกียจยุ่งจึงเมินมาตลอด
แต่คราวนี้ต่างออกไป
หลินจือไปกล่าวอย่างเย็นชา
“ผมไม่ต้องการความเห็นคุณ ผมต้องการความเห็นผม ผมคิดว่าถ้าดึงปู่เยโหวมาได้ ยอดขายแผนกสืบสวนของพวกคุณจะต้องดีขึ้นแน่นอน!”
“ผมทำไม่ได้จริงๆ… ไม่ใช่ว่าไม่เคยลองนะครับ พวกเราถึงกับเพิ่มเงินให้แล้วด้วยครับ!”
“เหอะ น่าเซินแย่งคนของเราไปได้ แต่คุณกลับดึงคนของพวกเขามาไม่ได้ คุณเป็นหัวหน้าบรรณาธิการแผนกสืบสวนได้ยังไง?”
หลินจือไปเปิดฉากกดดันตรงๆ
อืมๆ กล้าส่งสายตาให้หลัวต่าต่อหน้าฉัน?
คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าหลัวต่าเป็นคนของลุงใหญ่?
เหล่าหัวหน้าบรรณาธิการพวกนี้ หลินจือไปจะทำให้พวกเขารู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นท้องฟ้าของสำนักพิมพ์เสินฮวา
ทำให้หัวหน้าบรรณาธิการพวกนี้เชื่องได้เมื่อไหร่ สายของลุงอย่างหลัวต่าก็จัดการง่ายแล้ว
คนมีฝีมือหลินจือไปอยากเก็บไว้ใช้งาน แต่พวกที่เป็นลูกน้องคนสนิทของลุงๆ ทั้งหลาย เขาจะต้องกำจัดออกไปแน่นอน
“งั้นผมจะลองดูอีกครั้งครับ…”
“ไม่ใช่ลองแต่ต้องทำให้ได้ครับ”
หลินจือไปโบกมือไลหวังจื่อออกไป
หวังจื่อเดินคอตกจากไป ใครๆ ก็ว่าหัวหน้าใหม่มักจุดไฟสามกอง ทำไมกองแรกก็ไหม้หัวตนเลยล่ะ?
หลังจากหวังจื่อออกไป หลินจือไปก็โทรหาใครบางคน
“ถ้าสำนักพิมพ์เสินฮวามาติดต่อขอดึงตัวปู่เยโหวไปละก็ อย่าไปสนใจล่ะ”
“หา ทำไมล่ะครับ?”
เจียงเฉิงเข้าใจทันที
“จะใช้โอกาสจัดการเก็บกวาดคนใช่ไหมครับ? แล้วนิยายเรื่อง ‘เจตนาเลือด’ เล่มนี้ผมยังจะส่งให้น่าเซินไหมครับ? พวกเขาเริ่มตามต้นฉบับไม่เลิกเลย”
ตอนนี้ปู่เยโหวมีอิทธิพลในตลาดน่ากลัวสุดๆ!
เพราะสถานะนักเขียนบทของปู่เยโหวโดดเด่นเกินใคร!
ก่อนหน้านี้มี ‘The Knockout’! ต่อมาก็ ‘Conquer’!
สองเรื่องนั้นล้วนเป็นละครที่โด่งดังถล่มทลาย ถ้าปู่เยโหวออกหนังสือเล่มใหม่กระแสต้องปะทุแน่นอน!
แฟนนิยายพร้อมอุดหนุน แฟนละครที่ชอบผลงานปู่เยโหวก็พร้อมอุดหนุน
เดบิวต์ด้วยนิยายแต่ดังระเบิดด้วยบทละคร นี่เป็นข้อได้เปรียบที่นักเขียนคนอื่นไม่มี
หลินจือไปพูด
“หนังสือ ‘เจตนาเลือด’ ไม่ต้องส่งให้น่าเซินแล้วครับ ผมจะเอามาตีพิมพ์ที่สำนักพิมพ์เสินฮวา”
หวังจื่อไม่มีทางดึงตัวปู่เยโหวมาได้
ไม่เป็นไร ถึงเวลานั้นหลินจือไปจะ ‘ลงมือด้วยตัวเอง’
“ให้นายไปดึงตัวปู่เยโหว?”
หลัวต่าฟังรายงานแล้วอดขำไม่ได้
“ไอ้หนูนั่นคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน บอกจะดึงตัวปู่เยโหวก็คิดว่าจะดึงได้งั้นเหรอ?”
สำนักพิมพ์ไหนบ้างไม่อยากร่วมงานกับปู่เยโหว?
ไม่มีทางหรอก ทั้งสำนักพิมพ์เสินฮวาและเทียนกวงต่างก็อยากดึงปู่เยโหวมาทั้งนั้น เสนอค่าตัวก็ไม่น้อยแต่ไม่เห็นปู่เยโหวย้ายออกจากน่าเซินสักที ชัดเจนว่าน่าเซินรู้วิธีเอาใจคุณชายปู่เยโหวเป็นอย่างดี
“แต่ถ้าผมทำไม่ได้ล่ะ…”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะช่วยพูดให้ นายดึงตัวปู่เยโหวไม่สำเร็จ เขาจะปลดนายออกจากตำแหน่งได้ยังไง?”
หลัวต่าแค่นหัวเราะ
“เรื่องนั้นผมไม่กังวลหรอกครับแต่ว่ารองประธานหลัว…”
“รอง?”
หลัวต่าสะดุ้งเล็กน้อย
หวังจื่อแทบร้องไห้
“ประธานหลัว… ช่วยผมด้วยนะครับ หรือไม่คุณลองคุยกับคุนเผิงด้วยตัวเอง ดึงตัวปู่เยโหวมาดูสิครับ?”
“ฉันจะลองดูนะแต่นายอย่าคาดหวังมากละ”
หลัวต่าตบไหล่หวังจื่อ
“ประธานใหม่นี่ก็แค่มือสมัครเล่นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เรื่องนี้ถ้าทำไม่สำเร็จ ฉันก็รับแรงกดดันจากเขาไหวอยู่ดี”
“ขอบคุณครับท่านรอง… ประธานหลัว”
“อืม”
พอหวังจื่อเดินออกไป หลัวต่ามีประกายวาบผ่านดวงตา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก
“ติดต่อคุนเผิง ถามปู่เยโหวว่าอยากได้เงื่อนไขอะไร เขาถึงยินยอมร่วมงานกับสำนักพิมพ์เสินฮวา”
ปู่เยโหวคือไพ่ใบเด็ด ใครดึงปู่เยโหวมาได้ คนนั้นก็จะมีบารมีสูงลิ่วในสำนักพิมพ์เสินฮวา
เจ้าหนูนี่ไม่มีรากฐานอะไรเลยสักนิด ตนมีหวังโค่นอีกฝ่ายได้แน่นอน!
เบื้องบนก็ส่งสัญญาณมาแล้ว นี่เป็นแค่การทดสอบเท่านั้น พอถึงเวลาส่งกระดาษข้อสอบ ถ้าเด็กนี่ทำผลงานได้ไม่ดี ก็ต้องลงจากเก้าอี้ไป ตอนนั้นตำแหน่งประธานก็ย่อมเป็นของตน!
คืนนั้นเอง หลัวต่าได้รับสายโทรศัพท์ ปลายสายถอนหายใจ
“ปู่เยโหวร่วมงานกับน่าเซินแน่นแฟ้น ไม่อยากมาทำกับสำนักพิมพ์เสินฮว่า…”
ไม่เป็นไรหรอก
เดิมทีหลัวต่าก็แค่ลองดู ดึงตัวมาไม่ได้ก็ช่าง
“ฉันแค่ต้องแน่ใจว่าไม่มีใครดึงตัวเขาได้ก็พอ”
“เรื่องนี้สบายใจได้เลยครับ”
ปลายสายหัวเราะเอ่ยรับรองว่า
“ไม่มีใครดึงปู่เยโหวไปได้แน่นอนครับ!”