ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 222 อี้ต๋าของคุณ!
“โฆษณาตัวถัดไปของหลินกงคือหมากฝรั่ง?” เจียงเฉิงหูตาไว ได้ข่าวความเคลื่อนไหวฝั่งหลินกงมาอย่างรวดเร็ว
“ครับ!” เจียงเฉิงยิ้ม “หมากฝรั่งเซวียนมาย ตอนเด็กๆ ผมกินบ่อยเลย”
หลินจือไป๋ “…”
เซวียนมายก็ได้เหรอ? เหมือนชาติก่อนเคยมีแบรนด์หมากฝรั่งที่ชื่ออะไรมายนี่แหละ สโลแกนมันว่าอะไรนะ? บ้าจริงนึกไม่ออกเลย! แต่รู้สึกเหมือนจะคลาสสิกทีเดียวเสียดายจำไม่ได้ ต้องพึ่งระบบแล้ว
ไม่สิ นี่มันแบรนด์ที่หลินกงรับผิดชอบ ฉันจะช่วยคิดสโลแกนให้เขาทำไม? เอาไว้ถ้ามีโอกาสครอบครองธุรกิจฝั่งนั้นเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน เทียบกับสำนักพิมพ์แล้ว ธุรกิจที่หลินกงดูแลอยู่ดูเหมาะกับตนมากกว่าซะอีก!
ต่อมาเจียงเฉิงกล่าวว่า “หมากฝรั่งเซวียนมายมีคู่แข่งอยู่สองเจ้า เจ้าหนึ่งชื่อหมากฝรั่งอายซือ อีกเจ้าชื่อหมากฝรั่งอี้ต๋าครับ”
หลินจือไป๋: ? ชื่ออี้ต๋านี้ดูถูกโฉลกกับฉันแฮะ งั้นขอโทษทีนะหมากฝรั่งอายซือ ชื่อนี้ไม่คล่องปากเท่าอี้ต๋า
“งั้นเอาอี้ต๋าละกันครับ” หลินจือไป๋ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่งหลินกงได้รับโทรศัพท์ เสียงของพ่อเขาเย็นเยียบเล็กน้อย
“แกทำอะไรของแกกันแน่ เมื่อก่อนน้ำผลไม้ฉีเลอที่แกดูแลก็ขายดีอยู่แล้วแท้ๆ ยอดขายกลับตกฮวบยังพอว่า ทำไมตอนนี้ชานมชุนเชียงก็เริ่มจะขายไม่ออก ส่วนแบ่งตลาดโดนเชียงเวยเหมยแย่งไปเยอะขนาดนั้น แม้ปู่แกจะไม่พูดแต่ก็จับตามองอยู่ตลอดนะ!”
“ไม่ใช่ความผิดผมนะ!” หลินกงกัดฟันพูด “ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมคุนเผิงถึงจ้องเล่นงานผมตลอด ตอนที่ยอดขายน้ำผลไม้ฉีเลอตก ก็เพราะคุนเผิงทำโฆษณาให้คู่แข่งของเรา คราวนี้ชานมก็เหมือนกัน ดูเหมือนคุนเผิงจะชอบช่วยคู่แข่งผม กลั่นแกล้งผมตลอดเลย!”
“แกไม่รู้ว่าทำไมเหรอ?” หลินชุนผู้เป็นพ่อตวาด “ตอนยอดขายน้ำผลไม้ฉีเลอตก แกไปจ้างช่างภาพให้แอบป่วน ‘Unexpectedness’ ของคุนเผิง คิดว่าฉันไม่รู้หรือไง!”
“ก็พวกเขาลงมือก่อน!”
“น้ำผลไม้ฉีเลอครั้งนั้นน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ แกไม่ควรไปเอาคืนเลย ถ้าแกไม่ไปเอาคืนครั้งนั้นพวกเขาก็คงไม่ย้อนกลับมาเอาคืน คุนเผิงนะเหมือนเม่น ใครแตะพวกมัน พวกมันก็เอาถึงตาย ดูอย่างหลินหลิวสิ ก็ถูกพวกมันเล่นจนตายแล้วไม่ใช่เหรอ!”
“ชิ…” หลินกงพูดไม่ออก เรื่องน้ำผลไม้ฉีเลอในตอนนั้นที่คุนเผิงช่วยคู่แข่งของเขาอาจจะแค่เรื่องบังเอิญจริงๆ ก็ได้ ยังไงบริษัทฝั่งนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาจ้องเล่นงานเขาอยู่แล้ว แต่หลังจากตนไปเอาคืนเรื่องราวก็เปลี่ยนไปทันที สองฝ่ายได้กลายเป็นศัตรูกันไปแล้ว
เขาสูดลมหายใจลึกแล้วกล่าวว่า “ก็แค่พลาดครั้งเดียวเท่านั้นแหละครับ ผมจะทำโฆษณาต่อไป ต่อให้คุนเผิงเก่งกาจยังไงก็ไม่มีทางจะคิดสโลแกนโฆษณาได้ดีขนาดนั้นทุกครั้งหรอก…”
“สองครั้งแล้วต่างหาก!” หลินชุนเตือน “แกโดนพวกมันสับเละมาแล้วสองครั้ง!”
หลินกงผ่อนลมหายใจ เขารู้ตัวว่าแพ้แบบดับเบิลคิลไปแล้ว แต่มีคำกล่าวไว้ว่าความผิดพลาดไม่ควรเกินสาม โฆษณาหมากฝรั่งต่อจากนี้คงไม่ถึงกับล้มเหลวอีกหรอกมั้ง?
หลายวันต่อมา เสินฮวาไลฟ์ ที่นี่คือถิ่นของหลินหู วันนี้หลินเป้าผู้เป็นน้องชายมาเป็นแขกที่เสินฮวาไลฟ์ เมื่อเจอพี่ชายก็หัวเราะร่ากล่าวว่า
“นี่หูจื่อ ได้ข่าวหรือยัง ช่วงนี้ไอ้หลินกงซวยสุดๆ เลย ชานมชุนเชียงที่เขาดูแลยอดขายตกฮวบๆ ในช่วงสองสามวันนี้ แถมยังโดนคู่แข่งแย่งส่วนแบ่งตลาดไปมหาศาล เพิ่งจะเริ่มทำข้อสอบแผนนี้ คะแนนก็หล่นไปซะเยอะแล้ว!”
สำหรับทายาทสายตรงของเสินฮวาแล้ว ตำแหน่งงานที่ปู่มอบหมายให้นั้นเปรียบเหมือนข้อสอบที่ทุกคนต้องสอบ ผลงานดีหรือไม่ดีก็ส่งผลโดยตรงกับคะแนนสอบ ดังนั้นพอเห็นหลินกงซวย หลินเป้าก็อารมณ์ดีสุดๆ เขาไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้ตนเคยช่วยพูดเข้าข้างพี่ชายคนนี้ แต่กลับโดนอีกฝ่ายซัดให้หนึ่งหมัด!
แน่นอนต่อให้ไม่มีเหตุผลนี้ หลินเป้าก็ยังหัวเราะร่าได้อยู่ดี เพราะในตอนนี้เหล่าทายาทรุ่นสามของเสินฮวาได้กลายเป็นคู่แข่งกันไปหมดแล้ว! ใครทำผลงานได้ดีกว่า คนคนนั้นก็จะได้ประโยชน์มากกว่าในอนาคต ส่วนผลประโยชน์ของเสินฮวา ถ้าบ้านไหนได้มากขึ้น บ้านอื่นก็ต้องได้น้อยลง มันก็เหมือนกับการแบ่งเค้ก เธอกินเพิ่มคำหนึ่ง ฉันก็ได้น้อยลงคำหนึ่งไม่ใช่หรือ?
หลินหูก็อารมณ์ดีไม่น้อย “ช่างเรื่องซวยๆ ของหลินกงเถอะ เดาว่าตอนนี้ปู่คงผิดหวังในตัวเขาน่าดู ว่าแต่ธุรกิจมังงะที่แกดูแลตอนนี้เป็นไงบ้าง?”
“แหะๆ” หลินเป้ายิ้มภูมิใจ “หลังจากผมได้ดูแลธุรกิจการ์ตูน ยอดขายการ์ตูนของเสินฮวาก็พุ่งขึ้นชัดเจนเลย พวกพี่ชอบหาว่าผมโง่ ที่จริงผมไม่โง่เลยสักนิด เวลาส่วนมากผมเนี่ยฉลาดสุดๆ!”
“หือ?” หลินหูประหลาดใจจริงๆ “แกทำได้ยังไง?”
หลินเป้ายกขาขึ้นไขว่ห้างพลางเขย่า “ก็ง่ายจะตายไม่ใช่เหรอ จับนักวาดที่ผมชอบที่สุดขังไว้ในห้องมืด อัปตอนใหม่แบบรัวๆ ใครอู้อิไม่ออกก็ไม่ให้ข้าวกิน วาดไม่สวยก็ไม่ให้ม่าน ผมอยากอ่านอะไรก็สั่งให้วาดตามนั้น แล้วยอดขายก็พุ่งขึ้นเอง!”
“พวกเขาไม่ประท้วงหรือไง?”
“จะประท้วงได้ยังไงละ พอพวกเขาวาดเสร็จผมก็พาไปสปาหรูที่ดีที่สุด จัดเลี้ยงชุดใหญ่ให้พวกเขาแต่ละคนเลย เชื่องเป็นลูกหมา!”
หลินหู “…” นี่สินะที่เขาว่าคนโง่มีโชคของคนโง่?
จริงๆ แล้วหลินหูก็คิดทำนองนี้ เพราะหลินเป้าชอบอ่านมังงะมาตั้งแต่เด็ก รสนิยมของเขาจึงตรงกับผู้อ่านส่วนใหญ่ ตอนนี้เหล่านักวาดจึงวาดตามรสนิยมของหลินเป้า ผลคือฟลุกถูกทาง ผู้อ่านมังงะดันชอบเนื้อเรื่องแบบที่หลินเป้าบังคับให้นักวาดวาดออกมาจริงๆ
“ไม่กี่วันก่อนมีนักวาดคนหนึ่งเขียนให้ตัวร้ายจับน้องสาวพระเอกไปแล้วฉีกเสื้อผ้าออก ทำให้ผมหัวร้อนสุดๆ พล็อตแบบนี้ผมไม่ยอมเด็ดขาด! แล้วตัวร้ายหญิงนั่นด้วย แค่เพราะสวยหน่อย ตัวเอกเลยคิดจะปล่อยไป? อะไรของมัน ผมสั่งให้เขาฆ่าตัวร้ายหญิงแบบโหดสุดๆ เอาให้ไส้แตกกระจายไปเลย โคตรสะใจ! ถ้ารู้ว่าตำแหน่งประธานสำนักพิมพ์มังงะสนุกขนาดนี้ ผมไม่ไปทำวาไรตี้อะไรนั่นหรอก! ถึงผมจะทำวาไรตี้ได้เจ๋งสุดๆ เลยก็เถอะ…”
หลินเป้าพูดพล่ามไม่หยุด หลินหูฟังไปก็งุนงง หลังจากโม้ได้พักใหญ่ หลินเป้าก็ถามพี่ชายว่า
“เหล่าหู เว็บไลฟ์สตรีมของพี่นี่ไหวไหม ถ้าไม่ไหวยกให้ผมดูแลก็ได้นะ บอกเลยว่าผมรู้เรื่องวงการนี้เป็นอย่างดี ผมเคยเปย์ในหลี่อวี่ไลฟ์ไปตั้งหกแสนกว่านะ พี่ไม่มีทางใจถึงเปย์เยอะเท่าผมหรอก…”
หลินหูมุมปากกระตุก แกนะเปย์แค่หกแสนกว่า ฉันแม่งเติมไปเกินล้านแล้วโว้ย!
แต่เรื่องนี้พูดไม่ได้ บัญชีหลื่อวี่ ‘รักสามแซ่บ’ นั่น ชาตินี้เขาไม่มีทางล็อกอินเข้าไปอีกแน่ เขากระแอมเบาๆ แล้วพูดว่า
“หลื่อวี่ไลฟ์ประสบความสำเร็จมากเกินไป กินส่วนแบ่งตลาดถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนไลฟ์ของเสินฮวายังไม่โตเลย แต่ฉันวางแผนไว้แล้ว เดี๋ยวจะไปหาพวกดาราในเครือเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์มาช่วยไลฟ์ เหอะๆ ไลฟ์ของสตรีมเมอร์ทั่วไปจะเทียบกับดาราได้ยังไงจริงไหม? ถึงตอนนั้นต้องโค่นหลื่อวี่ไลฟ์ได้ในทีเดียว แย่งส่วนแบ่งตลาดพวกมันมาได้แน่นอน!”
“พวกดาราจะยินดีเหรอ?”
“ยินดีไม่ยินดี พวกเขาไม่ใช่คนตัดสิน ฉันคุยกับหลินจิ้งไว้แล้ว เขาจะส่งดาราไปไลฟ์ ถึงตอนนั้นฉันก็แบ่งผลประโยชน์ให้เขาสักหน่อย ยังไงหลินจิ้งก็รับผิดชอบดูแลนักแสดงโทรทัศน์ของเสินฮวาอยู่แล้ว”
“ดี!” หลินเป้ายิ้มร่า “ถึงผมจะรู้สึกว่าสตรีมเมอร์บางคนน่าสนใจกว่าดาราก็เถอะ แต่ในเมื่อหูจื่อคิดว่าดาราเรียกคนดูมาได้ก็ลองดูแล้วกัน ว่าแต่เรื่องของหลินจือไป๋พี่รู้ยัง ช่วงนี้มีข่าวเขาเต็มไปหมดเลย พอเปิดเผยตัวว่าเป็นไป๋ตี้ สาวๆ ในเน็ตหลายคนก็พากันบอกว่าอยากมีลูกให้เขา ผมอิจฉาจะตายอยู่แล้ว!”
“หลินจือไป๋” หลินหูได้ยินชื่อนี้ก็รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที งานเลี้ยงวันเกิดปู่วันนั้นที่หลินจือไป๋ใช้ขวดเหล้าฟาดเขา ทำเอาเจ็บยังไม่หายดีเลย
แววตาเย็นชา หลินหูพูดเน้นคำว่า “มันก็แค่ไอ้น้องชายน่ารังเกียจเท่านั้นแหละ!”
“หือ?” หลินหูหันมองหลินเป้าที่จู่ๆ ก็เงียบไป พลางถามอย่างเป็นห่วง “น้องพี่ทำไมไม่พูดอะไรละ?”
หลินเป้าไม่ตอบอะไรกลับอารมณ์ไม่ดี หยิบมือถือออกมาไถแล้วก็ได้เห็นโฆษณาของหมากฝรั่งเซวียนมาย
“โห หมากฝรั่งเซวียนมาย? โฆษณาใหม่เหรอ?”
หลินหูชะโงกมาดูด้วยแล้วก็เบะปาก “นี่หลินกงอาศัยความสะดวกจากหลินจิ้งจ้างดาราแถวหน้ามาเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าที่ตัวเองรับผิดชอบใหญ่เลย”
หลังจากนั้นหลินหูออกความเห็นว่า “โฆษณาคราวนี้ถ่ายดีกว่าโฆษณาชานมก่อนหน้านี้นะ พอมีไอเดียอยู่บ้าง”
ขณะพูดนั้น หลินเป้าก็เลื่อนมาเจอข่าวหนึ่ง “คุนเผิงออกโฆษณาใหม่อีกแล้ว คราวนี้เป็นหมากฝรั่ง!”
ต่อจากนั้นลิงก์โฆษณาตัวเต็มก็ปรากฏขึ้นมา น่าจะเป็นโฆษณาที่โปรโมตโดยแบรนด์นั้นเอง หลินเป้าก็กดเข้าไปดูทันที
ฉากโฆษณาเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่สะอาดสะอ้านแห่งหนึ่ง พนักงานแคชเชียร์หนุ่มรูปหล่อคนหนึ่งกำลังกินขนมปัง ข้างๆ มีป้ายที่เขียนว่า ‘กำลังกินข้าว’ ตั้งอยู่ แล้วด้านนอกก็มีสาวผมยาวพริ้วไหวเดินมาอยู่ที่หน้าประตู หนุ่มพนักงานแคชเชียร์รีบยัดขนมปังใส่ปาก พับป้าย ‘กำลังกินข้าว’ แล้วลุกขึ้นยืนทันที
“ไฮ!” เขาทักทายด้วยเสียงอู้อี้ดูประหม่าเล็กน้อย
“ไฮ!” สาวคนนั้นยิ้มน้อยๆ ดวงตาสดใส ฟันขาวสะอาด ให้ความรู้สึกเหมือนรักแรก จากนั้นเธอก็เริ่มเดินเลือกของ สายตาทั้งสองบังเอิญสบกันเป็นระยะ ต่างคนต่างเขิน อบอวลไปด้วยความรู้สึกคลุมเครือราวกับมีใจให้กัน
“เลิกงานซะดึกเลยนะครับ?” หนุ่มแคชเชียร์เอ่ยขึ้นตอนที่เธอมาจ่ายเงิน
“ค่ะ”
“เดี๋ยวผมอุ่นให้นะ”
“ขอบคุณค่ะ… แล้วก็เอาอันนี้ด้วย!” สาวคนนั้นหยิบหมากฝรั่งหนึ่งกล่องขึ้นมา กล้องซูมชัดเห็นแบรนด์ “หมากฝรั่งอี้ต๋า”
“อันนี้ดีต่อฟันนะครับ” พนักงานแคชเชียร์พูดจบ สาวคนนั้นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบอีกกระปุกมาวางข้างๆ
“เรียบร้อยครับ ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ” หนุ่มแคชเชียร์คิดเงินเสร็จก็บอกด้วยความห่วงใย สาวยิ้ม “คุณก็เหมือนกันนะคะ!”
เธอถือของเดินออกไป ทันใดนั้นหนุ่มแคชเชียร์ก็เห็นว่าบนโต๊ะยังมีหมากฝรั่งอี้ต๋าอีกกระปุกวางอยู่
“เฮ้! อี้ต๋าของคุณนะ!” หนุ่มแคชเชียร์ตะโกน
“อี้ต๋าของคุณต่างหาก!” สาวน้อยหันมาด้วยรอยยิ้มพริ้มพราวสะกดสายตา ฉากหลังขึ้นสโลแกนว่า ‘หมากฝรั่งอี้ต๋า ใส่ใจฟัน ห่วงใยคุณ!’
สุดท้ายพนักงานแคชเชียร์เคี้ยวหมากฝรั่งอี้ต๋าคล้ายคนตกอยู่ในห้วงภวังค์ความรัก พูดกับตัวเองว่า “พรุ่งนี้เธอมา… พรุ่งนี้เธอไม่มา…” เดี๋ยวก็ยิ้มเดี๋ยวก็เศร้า
หลินเป้าตบต้นขาฉาด “ผู้หญิงคนนี้ใครกัน! ฉันชอบ!”
เจ้าน้องชายน่ารังเกียจนี่สนใจแต่สาวสวย ส่วนหลินหูหัวไวกว่า เขานึกได้ทันทีว่าหมากฝรั่งอี้ต๋าเป็นคู่แข่งโดยตรงกับแบรนด์เซวียนมายที่เสินฮว่าถือหุ้นอยู่
หลินกงจะพังอีกแล้วเหรอ?
เป็นโฆษณาหมากฝรั่งเหมือนกัน แต่เซวียนมายที่หลินกงดูแลทำได้แค่พอใช้ ในขณะที่โฆษณาอี้ต๋ากลับจำขึ้นใจได้ง่ายเหลือเกิน โดยเฉพาะฉากที่สาวน้อยหันมายิ้มแล้วพูดสโลแกนประโยคนั้นว่า “อี้ต๋าของคุณต่างหาก!”
ถ้าแพลตฟอร์มไลฟ์ของตนทำรายได้ดี แล้วสินค้าที่หลินกงดูแลยังล้มเหลวติดๆ กันแบบนั้น ตนจะมีหวังสืบทอดตำแหน่งของเขาหรือเปล่านะ!?