ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 221 ยอดขายชานมเชียงเวยเหมยพุ่งกระฉูด
ในเวลานี้ไม่ใช่แค่หลินกงที่ดูโฆษณาชานมเชียงเวยเหมย ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนก็ได้เห็นโฆษณานี้แล้วเช่นกัน!
เมื่อหลานเส้าเหยียนที่สวมผ้าพันคอสีเทา พูดกับซูจื่อชูที่สวมผ้าพันคอสีแดงด้วยประโยคบอกรักสุดคลาสสิกจากชาติก่อน ฟองสีชมพูก็ลอยฟุ้งในบรรยากาศโรแมนติกนั้น สะกิดใจผู้ชมนับไม่ถ้วนในพริบตา!
‘โฆษณาเชียงเวยเหมยนี่โรแมนติกจัง!’
‘เป็นคู่โฆษณาหลานเส้าเหยียนกับซูจื่อชูอีกแล้ว! เนื้อเรื่องเหมือนจะเชื่อมต่อกับโฆษณาช็อกโกแลตหลานฝูของพวกเขาก่อนหน้านี้เลย!’
‘ที่แท้โฆษณาสินค้าคนละตัว ก็ทำเป็นจักรวาลเชื่อมกันแบบนี้ได้ด้วย!’
“โอ้พระเจ้า! พวกเธอดูข้อมูลในเว็บทางการสิ โฆษณานี้ก็เป็นฝีมือของคุนเผิง ไม่แปลกที่รูปแบบพล็อตจะคล้ายกับช็อกโกแลตหลานฝูขนาดนี้!”
‘จวินหลินรู้ใจคนดูจัง!’
“จวินหลินคือใครเหรอ?”
‘ก็เป็นผู้วางแผนของคุนเผิงไง รายการวาไรตี้ของคุนเผิงถูกวางแผนโดยจวินหลินหมดเลย ทั้งโฆษณาช็อกโกแลตหลานฝู แล้วก็เขย่าก่อนดื่ม ก็เป็นผลงานของเขาทั้งนั้น!’
‘ที่แท้นักวางแผนคุนเผิงก็ชื่อจวินหลินเหรอ?’
‘ก่อนหน้านี้ฉันก็นึกว่าเขาชื่อนักวางแผนของคุนเผิงมาตลอด จนตอนที่อู๋ฉือไลฟ์สดแล้วเปิดเผยว่านักวางแผนคนนี้ชื่อจวินหลินนะ ชื่อนี้ฟังดูโคตรเท่เลย ให้อารมณ์เหมือนราชันผู้ครองใต้หล้าเลยว่าไหม?’
‘ฉันชอบหลานเส้าเหยียนกับซูจื่อชูคู่นี้มากๆ เลย!’
‘ชอบโฆษณานี้สุดๆ เลย ฉันจะไปซื้อชานมเชียงเวยเหมยเดี๋ยวนี้แหละ!’
‘ดูบรรยากาศโรแมนติกนี่สิ ดูประโยคจีบสุดคลาสสิกนี่สิ เอเจนซี่โฆษณาอื่นเรียนรู้วิธีบ้างนะ เธอคือเชียงเวยเหมยของฉัน แบบนี้ฉันจะได้ประคองเธอไว้กลางมือ อ๊ากกกก อาเหว่ยตายแล้ว!’
“ฆ่าฉันให้พวกเขาสองคนได้ฉลองกันเถอะ!”
‘ซูจื่อชูกับหลานเส้าเหยียนไม่แต่งงานกันคงจบยากแล้ว!’
“ฉันขนสำนักงานจดทะเบียนสมรสมารอพวกเขาสองคนแล้วนะ!”
โฆษณานี้เชื่อมโยงกับช็อกโกแลตหลานฝูได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงขั้นเล่าเรื่องต่อเนื่องกันเหมือนเป็นพล็อตเดียวกัน ผู้ชมทุกคนต่างรู้สึกว่าการร่วมงานกันระหว่างสองซูเปอร์สตาร์นั้นหวานเกินต้าน
ถ้าแค่เท่านั้นก็คงไม่มีอะไร แต่ที่สำคัญคือบทพูดของพระนางก็สุดจะคลาสสิก ในโลกนี้ยังไม่มีคำว่ามุกจีบเชยๆ เลย อันที่จริงประโยคโฆษณานี้ในชาติก่อนของโจวเจี๋ยหลุน และชาตินี้จากหลานเส้าเหยียน ก็คือมุกจีบเชยๆ แบบคลาสสิก
ในโลกที่ไม่มีมุกจีบเชยๆ แบบนี้ ผู้คนจึงไม่รู้สึกเลี่ยน และถึงกับมองว่าโรแมนติกสุดๆ เสียด้วยซ้ำ บวกกับโฆษณาก่อนหน้าที่ทั้งคู่เคยร่วมงานกัน ซึ่งก็ใช้โทนเดียวกัน ทำให้ทุกคนที่ดูโฆษณานี้รู้สึกเหมือนกำลังดูละครไอดอลอยู่จริงๆ
ด้วยเหตุนี้! โฆษณานี้จึงได้รับคำชมถล่มทลาย!
และเชียงเวยเหมยก็เป็นแบรนด์ชานมที่ผู้คนรู้จักอยู่แล้ว พอมีโฆษณานี้หลายคนก็รู้สึกอยากดื่มชานมขึ้นมาทันที
แวดวงโฆษณา คนในวงการโฆษณามากมายก็จับตาดูโฆษณาชานมเชียงเวยเหมยเช่นกัน ทุกคนต่างเห็นตรงกันว่าโฆษณานี้สุดยอดจริงๆ ไม่ใช่แค่ออกแบบเนื้อหามาได้พิถีพิถัน คำโปรยก็โรแมนติกขั้นสุด แถมยังปลุกความทรงจำของผู้ชมต่อช็อกโกแลตหลานฝูขึ้นมาอีกด้วย
การจับคู่หลานเส้าเหยียนกับซูจื่อชู ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่หนึ่งบวกหนึ่งมากกว่าสองขึ้นมาในพริบตา!
“คุนเผิงอีกแล้ว!”
“จวินหลินอีกแล้ว!”
“หมอนี่เก่งเรื่องโฆษณาไม่แพ้ทำรายการวาไรตี้เลยจริงๆ”
“แม้จวินหลินจะปล่อยโฆษณาออกมาไม่กี่ชิ้น แต่ดูเหมือนทุกครั้งก็จะสร้างกระแสได้ไม่น้อยเลย นุ่มละมุนก่อนหน้านี้ไปจนถึงเขย่าก่อนดื่ม กระทั่งวันนี้ประคองไว้กลางมือของเชียงเวยเหมย โฆษณาทั้งสามอย่างออกแบบได้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ!”
“ไอเดียโฆษณานี่โคตรเจ๋งเลย!”
“หลายคนพยายามเลียนแบบโฆษณาช็อกโกแลตหลานฝูก่อนหน้านี้ แต่มีแค่ตัวจวินหลินเองเท่านั้นที่เอามาประยุกต์ใช้กับเชียงเวยเหมยได้สำเร็จ!”
“ไม่ใช่แค่การเลียนแบบเท่านั้นนะ”
“ความเด็ดของโฆษณานี้อยู่ที่บทพูดเลย!”
“คู่รักที่ดูโฆษณานี้ เวลาจะซื้อชานมแบบถัง ต้องเลือกเชียงเวยเหมยก่อนแน่ ถึงชานมชุนเชียงจะใช้ดาราแถวหน้ามาโฆษณาเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์โดนโฆษณานี้บดขยี้ซะยับเลย!”
“สองแบรนด์นี้แข่งกันดุเดือดมากเลยสินะ?”
“ก็เป็นแบรนด์ชานมลังที่ฮิตสุดๆ กันทั้งคู่ แต่ก่อนชานมชุนเชียงขายดีกว่าเชียงเวยเหมยมาตลอดเลย แต่อันว่าหลังจากโฆษณานี้ออกมายอดขายชานมเชียงเวยเหมยอาจจะไม่แพ้ชานมชุนเชียงเลยก็ได้!”
“รีบวิเคราะห์โฆษณานี้เร็ว!”
ถึงตอนนี้จวินหลินจะออกแบบโฆษณามาแค่สามชิ้น แต่ทุกชิ้นก็เรียกความสนใจในวงการโฆษณาได้มหาศาล คนในวงการเอามาแกะซ้ำไปซ้ำมา หวังว่าจะทำให้ได้แบบเดียวกัน
ด้านหลานเส้าเหยียน เห็นจำนวนแฟนคลับพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ใจก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ในฐานะนักแสดงแถวหน้า หลานเส้าเหยียนไม่ได้รับบทละครดีๆ มานานแล้ว กระแสของเขาเลยตกไปไม่น้อย แต่เขานึกไม่ถึงเลยว่าหลังจากรับงานโฆษณาช็อกโกแลตหลานฝูเมื่อปีก่อน ความนิยมของตนกลับพุ่งทะยาน!
มันเหลือเชื่อมาก ปกติมีดารากี่คนที่ดังขึ้นมาได้จากการถ่ายโฆษณากันละ? ผลงานของนักแสดงควรจะเป็นละครหรือหนัง โฆษณาก็นับเป็นผลงานด้วยเหรอ? ผลลัพธ์ไม่ต้องพูดถึง มันนับได้จริงๆ อย่างไรขอแค่ทำให้ความนิยมเพิ่มขึ้นได้ สำหรับหลานเส้าเหยียนแล้วจะถ่ายโฆษณาหรือละครมันต่างกันตรงไหน?
แล้วครั้งนี้หลานเส้าเหยียนก็ไม่คาดคิดเลยว่า ตัวเองจะโด่งดังขึ้นอีกครั้งเพราะโฆษณา! เขานึกถึงวันที่ชานมเชียงเวยเหมยติดต่อผู้จัดการขอให้ตนมาเป็นพรีเซนเตอร์
“ไม่รับ!” ตอนแรกหลานเส้าเหยียนก็ปฏิเสธ เพราะเชียงเวยเหมยทำให้ตนอยากถ่ายไม่ได้แล้ว จะให้ตนรีบไปรับถ่ายเลยเหรอ ก่อนอื่นฉันต้องลองก่อน…
ขอโทษครับเหตุผลหลักๆ คือชานมราคาแค่ไม่กี่หยวน จัดเป็นสินค้าระดับกลางค่อนต่ำ ไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของหลานเส้าเหยียน
จนกระทั่งผู้จัดการพูดขึ้นว่า “คนวางแผนโฆษณานี้คือจวินหลิน นักวางแผนคนเดียวกับที่ทำโฆษณาช็อกโกแลตหลานฝู”
งั้นลองรับงานดูสักหน่อยดีไหม?
พอได้ยินแบบนั้นหลานเส้าเหยียนก็นึกถึงตอนที่ถ่ายโฆษณาช็อกโกแลตหลานฝู แล้วความนิยมพุ่งกระฉูด ซึ่งนั่นก็เป็นฝีมือของจวินหลินเช่นกัน หลังจากเขาชั่งใจอยู่หนึ่งวัน เขาก็ตอบตกลงในที่สุด
ไม่ผิดคาดจริงๆ หลังจากถ่ายโฆษณาใหม่ของจวินหลิน ความนิยมของหลานเส้าเหยียนก็พุ่งอีกครั้ง! จวินหลินนี่มันอัจฉริยะนักวางแผนของแท้ ทำให้เขาดังระเบิดได้เพราะโฆษณาถึงสองครั้ง!
หลานเส้าเหยียนอดดีใจไม่ได้ที่ไม่ปฏิเสธโฆษณานี้ไป โฆษณานี้เขาถ่ายแค่วันเดียว แต่มีกระแสความนิยมไม่แพ้งานแสดงละครยาวๆ เรื่องหนึ่งเลย!
เทียนกวง ซูจื่อชูก็ดีใจสุดๆ เช่นกัน หลานเส้าเหยียนโด่งดัง กระแสของเธอก็พุ่งตามไปด้วย!
ผู้จัดการเปิดแชมเปญฉลองอย่างตื่นเต้น “ฉันบอกแล้วไงว่ารับโฆษณาต้องมีชั้นเชิง ถึงสินค้าชานมจะไม่หรูเท่าโฆษณาช็อกโกแลต แต่มีนักวางแผนจากคุนเผิงหนุนหลังยังไงก็คุ้มค่าที่จะลอง!”
“ขอบคุณเธอนะ!” ซูจื่อชูจิบแชมเปญหนึ่งอึก
ตอนแรกเธอก็ปฏิเสธโฆษณานี้โดยไม่ลังเล เหมือนกับหลานเส้าเหยียน แม้จะรู้ว่าเป็นฝีมือของนักวางแผนจากคุนเผิงก็ยังไม่เปลี่ยนใจ แต่ผู้จัดการกลับบังคับรับงานนี้ให้เธอ (ผู้จัดการสายแข็งมีสิทธิ์ทำแบบนี้)
ซูจื่อชูทั้งหงุดหงิดทั้งโมโห แต่ในเมื่อรับงานโฆษณาแล้วก็ต้องถ่ายให้จบ ผลปรากฏว่าพอถ่ายออกมากระแสกลับดีเกินคาด ยิ่งกว่าตอนช็อกโกแลตหลานฝูเสียอีก เพราะเธอกับหลานเส้าเหยียนได้จุดกระแสคู่จิ้นขึ้นแล้ว!
“เขาชื่อจวินหลินใช่ไหม?” ซูจื่อชูจำชื่อนักวางแผนจากคุนเผิงไว้ขึ้นใจ “ต่อไปถ้ามีงานโฆษณาแนวนี้อีก แล้วคนวางแผนคือจวินหลิน ฉันจะให้ความสำคัญก่อนเลย”
“ให้ความสำคัญ?” ผู้จัดการเหลือบมองศิลปินของตนพลางพูดว่า “ฉันว่าเธออาจจะยังไม่รู้สถานะของตัวเองดีพอนะ หลังจากโฆษณาเชียงเวยเหมยประสบความสำเร็จครั้งนี้ นักแสดงแถวหน้าคนอื่นๆ ก็ต้องสนใจโฆษณาที่คุนเผิงเป็นคนวางแผนให้เหมือนกัน”
คำพูดนี้ยังนุ่มนวล ถ้าจะพูดให้ตรงๆ ก็คือ ต่อไปอาจกลายเป็นเขาที่เลือกว่าจะใช้เธอเป็นพรีเซนเตอร์หรือเปล่า ไม่ใช่เธอเลือกว่าจะรับงานของเขาหรือไม่!
แน่นอนอย่างไรซูจื่อชูก็เป็นดาราหญิงแถวหน้า ภาพลักษณ์ในโฆษณาก็ดี ดังนั้นแน่นอนว่าลำดับความสำคัญยังสูงมาก คุนเผิงเองก็ยังไม่ถึงขั้นที่สามารถเลือกพรีเซนเตอร์ได้ตามใจเสียทีเดียว อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่ถึงจุดนั้น
จากนั้นผู้จัดการก็พูดอีกว่า “บริษัทกำลังจะร่วมมือกับหนานเซินผลิตละครไอดอลเรื่องใหม่ ตั้งใจจะให้เธอกับหลานเส้าเหยียนแสดงนำนี่แหละ ผลพวงจากโฆษณาคืนนี้เธอก็ช่วยตอบแทนหน่อยละกัน ฉันจะถ่ายรูปเธอกินชานมเชียงเวยเหมยลงแพลตฟอร์มจิ่วกวง”
“ได้เลย!” ซูจื่อชูให้ความร่วมมืออย่างดี
จริงๆ แล้วซูจื่อชูไม่ชอบชานมถังเท่าไหร่ ถ้าจะดื่มก็มักเลือกชานมชุนเชียงมากกว่า แต่ในเมื่อเธอเป็นพรีเซนเตอร์ให้เชียงเวยเหมยแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดี ต่อไปจะดื่มชานมถังก็ต้องเชียงเวยเหมยเท่านั้น!
แม้ว่าโฆษณาของชุนเชียงจะใช้ดาราเหมือนกันและไม่ได้แย่เลย แต่พอเอาโฆษณาของเชียงเวยเหมยมาเทียบกับโฆษณาของชุนเชียงแล้ว ผลลัพธ์กลับจืดสนิท ดังนั้นตลาดจึงเริ่มตอบสนองด้วยการกระทำ! ยอดขายชานมเชียงเวยเหมยพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ในขณะที่คู่แข่งอันดับหนึ่งอย่างชานมชุนเชียงย่อมได้รับผลกระทบไปเต็มๆ มองดูยอดขายคู่แข่งเพิ่มขึ้นต่อหน้าต่อตาอย่างช่วยไม่ได้! ระหว่างสถานการณ์นี้ ถึงกับมีคนเล่นมุกจากโฆษณาเชียงเวยเหมย ถ่ายคลิปล้อเลียน
ในคลิปมีหนุ่มคนหนึ่งดื่มชานมเชียงเวยเหมย ข้างๆ มีสาวที่กำลังยิ้มหวานเลียนแบบบทในโฆษณา
“ฉันเป็นอะไรของนาย?”
“เธอคือชานมเชียงเวยเหมยของฉัน” หนุ่มคนนั้นหน้าตาห่างไกลหลานเส้าเหยียนไปสิบแปดซอย แถมเสียงก็ยังฟังดูหื่นทะเล้น
“ที่แท้ฉันก็เป็นแค่ชานม!” สาวหัวเราะคิกคัก
“แบบนี้ฉันจะได้ประคองเธอไว้กลางมือ” หนุ่มพูดจบก็ซดชานมหมด แล้วบีบขวดจนแบนก่อนโยนทิ้งลงถังขยะไป สาวหน้าเขียวคล้ำลงทันที บังเกิดความฮาปั่นถึงขีดสุดในพริบตา!
แต่คลิปแนวนี้ไม่เพียงไม่ส่งผลเสียต่อยอดขาย กลับยิ่งทำให้โฆษณาติดตาตรึงใจคนมากขึ้นไปอีก! กระทั่งทำให้บทพูดพวกนี้กลายเป็นมีมยอดฮิต!
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเฮฮานั้น หัวใจหลินกงค่อยๆ พังทลาย หลินกงนึกถึงตอนที่ตัวเองเคยทำโฆษณาน้ำผลไม้แล้วโดนคุนเผิงโค่นลงด้วยคำที่ว่า ‘เขย่าก่อนดื่ม’ คำเดียวอย่างอดไม่ได้
คราวนี้เขาก็ถูกคุนเผิงเล่นงานอีกแล้ว! สองครั้งติด คุนเผิงยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาตลอดเลย!
นี่เป็นความบังเอิญเหรอ? ครั้งแรกอาจบังเอิญแต่ครั้งนี้ไม่ใช่แน่ คุนเผิงกำลังเอาคืนเขาอยู่ชัดๆ! เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยไปป่วนการถ่ายทำ ‘Unexpectedness’ ของคุนเผิงมาก่อน…
“ไอ้คุนเผิงนี่! มันช่างใจกล้านัก!” หลินกงโกรธจนแทบระงับไม่ไหว ช่วยคู่แข่งเขาถึงสองรอบติดแบบนี้ คุนเผิงไม่กลัวเขาจะแค้นจนกัดไม่ปล่อยหรือไง?
“ไม่เป็นไรนะครับพี่กง!” ลูกน้องที่อยู่ข้างๆ รีบปลอบ “สินค้าที่พี่ดูแลไม่ได้มีแค่ชานมชุนเชียงนะครับ เรายังมีสินค้าอื่นๆ อีก ถ้าแผนเพิ่มยอดขายสินค้าตัวนี้ล้มเหลว เราก็เอาแรงไปลงที่สินค้าอื่นๆ อย่างเช่นหมากฝรั่ง…”