ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 225 ไลฟ์สารพัดรูปแบบ
หลินจือไป๋กดเข้าไปในห้องไลฟ์เอาชีวิตรอดในป่าแห่งหนึ่ง!
ในไลฟ์นั้นสตรีมเมอร์กำลังถ่ายทอดจากสภาพแวดล้อมคล้ายป่าดงดิบ ภาพกล้องสั่นไหวเล็กน้อย เจ้าตัวกำลังคุยกับผู้ชมว่า
“ชู่ว!”
“พวกคุณดูสิว่าผมเจออะไร?”
“ตรงนี้มีตัวหนอนอ้วนหลงฝูงอยู่ตัวหนึ่ง เราน่าจะลองจับมันดูนะ เจ้านี่ให้พลังงานเราได้หลายวันเลย พวกมันอุดมไปด้วยโปรตีนสูงมาก เดี๋ยวเราค่อยๆ เข้าไปด้านหลังมัน ระวังอย่าส่งเสียงดังเกินไป…”
“ฮ่า! ผมจับได้แล้ว!”
“มันดิ้นแรงมาก เดี๋ยวเราตัดหัวมันออกก่อน ส่วนที่เหลือกินดิบได้เลย โปรตีนสูงกว่ากินเนื้อวัวถึงหกเท่าเลยนะครับ!”
“รสสัมผัสของพวกมันกรุบกรอบ รสชาติคล้ายเนื้อไก่เลย”
สตรีมเมอร์คนนี้ยัดหนอนอ้วนตัวโตที่เพิ่งตัดหัวเข้าปาก เคี้ยวเข้าไปทั้งตัวแบบนั้น ของเหลวข้างในกระจายออกมาทันที แถมยังบอกผู้ชมแบบเอร็ดอร่อยว่ารสเหมือนเนื้อไก่
พร้อมกับมุมมองของอู๋ฉือ ผู้ชมเกือบสามสิบล้านคนตกตะลึงกับภาพในไลฟ์นี้อย่างรุนแรง!
นี่มันไลฟ์บ้าอะไรกันเนี่ย!
‘อ้วก!’
‘พระเจ้า!’
‘พี่คนนี้โคตรเทพเลย!’
‘กินลงไปได้ยังไงเนี่ย!’
‘ไลฟ์แนวเอาชีวิตรอดกลางป่า?’
‘เพิ่งรู้ว่ามีไลฟ์แบบนี้ด้วย!’
‘ตื่นเต้น!’
‘ตาค้างเลยฉัน!’
หลินจือไป๋เองก็อึ้งเหมือนกัน คิดไม่ถึงว่าแค่สุ่มคลิกเข้าห้องไลฟ์เอาชีวิตรอดมาจะเจอฉากชวนช็อกขนาดนี้ แม้ว่าไลฟ์ประเภทนี้จะเป็นหมวดที่หลินจือไป๋เป็นคนพัฒนาเอง
แม้แต่นักเอาชีวิตรอดคนนี้ที่กำลังไลฟ์อยู่นี้ ก็ยังเป็นคนที่หลินจือไป๋สั่งให้หลี่อวี่ไลฟ์ไปหามา เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตะลึงว่า
“นัยน์ตาสั่นสะเทือน!”
ประโยคนี้ช่างได้อารมณ์พิกล เข้ากับอาการตกใจของทุกคนได้เป็นอย่างดี ทำให้คนดูพากันสาดคอมเมนต์ว่า ‘นัยน์ตาสั่นสะเทือน!’ คานี้กันเพียบ
“พี่เป้ยสุดยอด!”
สตรีมเมอร์คนนี้ชื่อเป้ยเป้ย หลินจือไป๋เลยชิงจังหวะตะโกนว่า “สู้ๆ!” จากนั้นก็รีบออกจากห้องไลฟ์ทันที เขาดูจำนวนผู้ชมอู๋ฉือลดลงไปเล็กน้อย คาดว่าคงอยู่ในห้องไลฟ์เอาชีวิตรอดในป่ากันต่อ หลินจือไป๋พึงพอใจมาก นี่แหละผลลัพธ์ที่เขาต้องการ
ต่อมาหลินจือไป๋ก็กดเข้าไลฟ์อีกห้องหนึ่ง ห้องนี้กำลังไลฟ์สำรวจสถานที่ร้าง
“ได้ยินว่าโรงเรียนนี้ถูกทิ้งร้างมาห้าปีแล้ว ข้างนอกลือกันว่าที่นี่มีผี วันนี้ในฐานะผู้ไม่เชื่อเรื่องผี ผมจะพาทุกคนไปสำรวจที่นี่ดูให้ชัดๆ”
“เฮือก!”
“มืดเกินไปแล้ว”
“ขอเปิดไฟฉายหน่อยนะ”
“นั่นอะไรนะ! นั่นอะไร!”
“เฮ้อ ไม่มีอะไร ที่แท้ก็แค่หุ่นฟางตัวหนึ่ง ไม่รู้ใครมันว่างมากเอาหุ่นฟางมาตั้งไว้ตรงนี้ เล่นเอาผมตกใจหมด”
“ข้างหน้าคงเป็นหอพัก?”
“เราจะเห็นว่าที่นี่ทิ้งร้างไปหมดแล้ว”
บรรยากาศตึงเครียดสุดๆ น่ากลัวยิ่งกว่าหนังผี คนดูที่ตามอู๋ฉือมาในไลฟ์นี้พากันกลั้นหายใจ ลุ้นตามทุกจังหวะที่สตรีมเมอร์สะดุ้งตกใจ!
“อูยยย”
“โคตรลุ้น!”
“ใจเต้นตุบๆ เลย!”
“นี่มันไลฟ์อะไรอีกเนี่ย!”
“เมื่อกี้เอาชีวิตรอด อันนี้คงเป็นสำรวจสถานที่ลึกลับ? ถึงรู้ว่าไม่มีอะไรแต่บรรยากาศแบบนี้ก็ชวนให้หวาดกลัว!”
ผู้ชมพากันคอมเมนต์ หลินจือไป๋พูดว่า “คนกลัวผีแต่ผีกลัวใจคน โลกนี้สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ภูตผีปีศาจหรอก”
‘พูดได้ดี!’
‘คนกลัวผีแต่ผีกลัวใจคน!’
‘หลายครั้งสิ่งที่น่ากลัวกว่าผีก็คือใจคนนี่แหละ!’
‘ชอบฟังอู๋ฉือพูดจัง พูดทีไรก็แทงใจดำทุกที!’
หลินจือไป๋ออกจากไลฟ์อีกครั้ง พบว่าจำนวนคนดูลดลงไปอีกเล็กน้อย คาดว่าคงอยู่ดูไลฟ์สำรวจห้องนั้นกันต่อ มีห้องไลฟ์ใหม่ๆ อีกเพียบ!
หลินจือไป๋พาผู้ชมตะลุยดูทีละห้อง! พูดง่ายๆ คือช่วยดึงคนให้ไลฟ์รูปแบบใหม่เหล่านี้ ผู้ชมที่ตามหลินจือไป๋ดูมาตลอดก็ถือว่าได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย! แพลตฟอร์มหลี่อวี่ไลฟ์รอบนี้เปิดหมวดใหม่หลายช่อง ไลฟ์สารพัดแนวมีครบ!
ไลฟ์ตระเวนชิมร้านดัง: สตรีมเมอร์บุกร้านอาหารชื่อดัง ช่วยผู้ชมรีวิวว่าร้านนี้เจ๋งแค่ไหน
ไลฟ์กินของอร่อย: ไม่ว่าจะปูจักรพรรดิ กุ้งมังกรต่างๆ ยกมาวางเต็มโต๊ะ ผู้ชมดูคนอื่นกินก็ยังรู้สึกน้ำลายไหลตาม!
ไลฟ์ตกปลา: ผู้ชมหลายคนเป็นสายตกปลา เห็นแล้วก็ดวงตาเป็นประกาย รู้สึกสนุกเกินคาด คล้ายกับเวลาคอเกมที่ชอบดูสตรีมเมอร์เล่นเกมอย่างนั้นเลย
ไลฟ์อวดซูเปอร์คาร์: ที่กำลังไลฟ์คือทายาทเศรษฐี แนะนำทุกคนอย่างเพลิดเพลินแต่ไม่ได้โอ่อวดความร่ำรวย พูดจาเก่งมีเสน่ห์ แถมดูเข้าถึงง่าย ไม่ทำให้ผู้ชมรู้สึกหมั่นไส้ต่อต้านคนรวย
ไลฟ์ร้องเพลง/เต้นกลางแจ้ง: แปลกใหม่สุดๆ เพราะย้ายจากการไลฟ์ในบ้านออกมาข้างนอก ท่ามกลางคนเดินผ่านไปมา
หลังจากหลินจือไป๋พาชมครบรอบหนึ่ง ผู้ชมหลายคนแยกย้ายไปยังห้องที่ตนชอบ ก็พบว่าตัวเลขในไลฟ์ของตนเหลือผู้ชมอยู่สิบแปดล้านคน!
ดึงคนสำเร็จแล้ว ซ่อนความดีความชอบและชื่อเสียงไว้ หลังจากหลินจือไป๋ใช้ชื่ออู๋ฉือช่วยดึงกระแส ไลฟ์ประเภทใหม่บนหลี่อวี่ไลฟ์ก็กลายเป็นประเด็นฮือฮาบนโลกออนไลน์!
‘รีบไปดูหลี่อวี่ไลฟ์เร็ว!’
‘มีไลฟ์สนุกๆ เพียบเลย!’
‘ไม่นึกเลยว่าไลฟ์สดจะมีลูกเล่นเยอะขนาดนี้!’
‘พวกไลฟ์ทำอาหารกลางแจ้งเมื่อกี้น่าสนใจมากเลย นึกไม่ถึงเลยว่าดูเพื่อนๆ ไปแคมป์ปิ้งกลางแจ้งก็ยังทำให้ฉันสนุกได้ขนาดนี้!’
‘ฉันชอบไลฟ์เอาชีวิตรอดในป่านั่นมากเลย!’
‘พี่เป้ยใช่ไหม ฮ่าๆๆ อู๋ฉือดูยังนัยน์ตาสันสะเทือนเลย!’
‘ฉันชอบไลฟ์กินของอร่อย!’
‘สตรีมเมอร์พวกนี้บ้าไปแล้ว!’
‘โถเอย แม้แต่ตอนนอนยังไลฟ์ได้ ที่สำคัญฉันก็บ้านั่งดูอยู่ตั้งครึ่งชั่วโมง!’
‘มีไลฟ์ ASMR ด้วยนะ มหัศจรรย์สุดๆ!’
‘คืออะไรอะ?’
‘เฮะๆ ใครรู้ก็รู้นะ’
สิ่งที่ชาวโลกเห็นจนชินตาเหล่านี้ สำหรับชาวบลูสตาร์กลับแปลกใหม่สุดๆ ทุกคนพากันโปรโมตไลฟ์ที่ตัวเองชอบกันบนโลกออนไลน์อย่างบ้าคลั่ง ทำให้ยอดผู้ชมของหลี่อวี่ไลฟ์พุ่งทะยาน!
เสินฮวาไลฟ์
ดาราห้าคนรวมตัวไลฟ์ด้วยกัน ทำให้ยอดคนดูเพิ่มขึ้นจริงๆ ตอนนี้ใกล้แตะสามสิบล้านแล้ว แต่คอมเมนต์กลับเริ่มบ่นอย่างไม่พอใจเล็กน้อย
‘แค่คุยกันเฉยๆ เหรอ?’
‘ทำไมไม่โชว์ความสามารถอะไรบ้าง?’
‘ร้องเพลงไปสองเพลงเอง แถมยังเพี้ยนอีกต่างหาก’
‘นักแสดงทีวีมาร้องเพลงมันก็ไม่ถึงขั้นจริงๆ นั่นแหละ’
‘ทำไมฉันรู้สึกว่าห้าคนนี้ดูหวงภาพลักษณ์เกินไปนะ?’
‘ไม่เข้าถึงง่ายเลย’
‘เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รีบไปดูหลี่อวี่ไลฟ์เร็ว ฝั่งนั้นมีครบเลย โคตรมัน!’
‘ฝั่งนั้นอัปเดตใหญ่ มีของใหม่เพียบ!’
‘หลี่อวี่ไลฟ์สิถึงเรียกว่าไลฟ์จริง เสินฮวาไลฟ์นี่ไม่ไหวเลย’
ตอนแรกดาราทั้งห้าคนก็ดีใจอยู่ เพราะยอดผู้ชมตอนนี้พอๆ กับห้องไลฟ์ของอู๋ฉือแล้ว อย่างน้อยก็นับว่ารักษาศักดิ์ศรีไว้ได้หน่อย ส่วนคอมเมนต์แซะพวกเขาก็ทำเป็นมองไม่เห็น แต่ไม่นานนักทั้งห้าก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เพราะยอดผู้ชมเริ่มลดลงแล้ว ยี่สิบแปดล้าน… ยี่สิบห้าล้าน… ยี่สิบสองล้าน… สิบเก้าล้าน… แล้วก็พอจะทรงตัวอยู่ระดับนี้
หลินหูโมโห “นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย!”
ลูกน้องทำหน้าอมทุกข์ “อยู่ๆ ทางหลี่อวี่ก็มีไลฟ์แนวใหม่ผุดขึ้นมาหลายรายการเลยครับ พี่หูลองไปดูสิครับ มันเกินไปจริงๆ ผมได้ยินคำว่ากินข้าวนอนหลับก็ยังไลฟ์ได้เป็นครั้งแรกเลย!”
หลินหูรีบไปดูทันที ครูต่อมาหลินหูใบหน้ามืดมน เห็นได้ชัดเจนว่าหลี่อวี่เตรียมตัวมาดี สตรีมเมอร์แต่ละคนดูปราดเดียวก็รู้ว่าผ่านการเทรนมา ไม่อย่างนั้นจู่ๆ คงไม่โผล่มาพร้อมกันแบบนี้
“ยอดผู้ชมของเราตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?”
“ร่วงหนักมากเลยครับ!” ลูกน้องพูดอย่างจนใจ “คนดูจำนวนมากหนีไปฝั่งหลี่อวี่หมดแล้วครับ ยอดผู้ชมที่ดาราพวกนี้พามาได้อาจเป็นแค่แฟนคลับของพวกเขาเอง พอพวกเขาหยุดไลฟ์เมื่อไหร่ คาดว่าแฟนคลับพวกนี้ก็คงไม่อยู่ต่อครับ”
หลินหูนิ่งงัน กำหมัดแน่น ผู้จัดการของดาราเหล่านั้นที่อยู่ข้างๆ กรูกันเข้ามาหน้าตาตื่น “เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ยอดคนดูร่วงลงมากขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าถูกอู๋ฉือบดขยี้ไปแล้วเหรอ!”
“ไม่เป็นไร!” ลูกน้องเหลือบมองห้องไลฟ์ของอู๋ฉือ “ถึงยอดของหลี่อวี่จะพุ่งแรง แต่ไลฟ์แนวใหม่พวกนั้นก็ส่งผลกับอู๋ฉือเองเหมือนกัน ตอนนี้เขาเหลือผู้ชมแค่สิบกว่าล้านแล้ว พอๆ กับห้าคนของฝั่งเรา”
“งั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย” ผู้จัดการของดาราหลายคนรับได้ พวกเขาไม่ได้สนใจหรอกว่ายอดคนดูของแพลตฟอร์มเสินฮวาจะเป็นอย่างไร สนใจแค่หน้าตาศิลปินตัวเอง แต่ศักดิ์ศรีนั้นก็รักษาไว้ได้ไม่นาน!
เพราะจำนวนผู้ชมในห้องไลฟ์ของดาราทั้งห้าคนเริ่มร่วงลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง!
“คราวนี้มันเกิดอะไรขึ้นอีกละเนี่ย!” หลินหูกระวนกระวายขึ้นมาอีกครั้ง ลูกน้องคนเดิมเปิดห้องไลฟ์ของอู๋ฉือขึ้นดู พอเห็นก็ถึงกับมุมปากกระตุก
“เพราะอู๋ฉือกำลังจะร้องเพลง”
ใช่แล้ว หลินจือไป๋กำลังจะร้องเพลงในไลฟ์ อู๋ฉือยิ้มตาหยีพลางพูดว่า “ต่อไปก็ถึงช่วงขอเพลงสดแล้วครับ”