ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 238 ต้นกำเนิดนิยายออนไลน์คือปู่เยโหว!
บนโลกออนไลน์เต็มไปด้วยเสียงถกเถียงเกี่ยวกับ ‘เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์’ เว็บไซต์นิยายออนไลน์ที่โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแห่งนี้ ทำให้ผู้อ่านฉินโจวได้สัมผัสกับนิยายออนไลน์เป็นครั้งแรกและก็หลงใหลมันเข้าเต็มๆ
ความร้อนแรงนี้ยังคงไม่จางหายแม้จะล่วงเข้าวันที่สองแล้ว บรรดานิยายไอเดียสุดล้ำบนเว็บทำให้ผู้คนพูดถึงกันอย่างอึงคะนึง
‘นิยายบนเว็บนี้อ่านแล้วติดงอมแงมเลย!’
‘สุ่มเปิดเรื่องไหนก็น่าสนใจไปหมด!’
‘ฉันตกหลุมรักนิยายออนไลน์แล้ว ติดหนักมาก!’
‘ทำไมจู่ๆ ถึงมีนิยายหลุดโลกพวกนี้โผล่มาเยอะแยะขนาดนี้?’
“พวกเทพเซียน ทะลุมิติ เกิดใหม่ เกมออนไลน์ นิยายแนวใหม่แบบนี้ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะยังมีสักเรื่อง แต่ทันทีที่เว็บไซต์นี้เปิดตัว กลายเป็นว่าแนวใหม่พวกนี้ก็เกิดขึ้นพร้อมกันหมดเลย!”
‘นั่นสิ’
‘แค่ปู่เยโหวยังพอว่า แต่นักเขียนพวกนี้มาจากไหนกัน?’
‘ทำไมแต่ละคนถึงมีของใหม่ของตัวเองหมดเลยละ?’
อยู่ดีๆ ก็มีนักเขียนโผล่ออกมาเป็นพรวน สร้างแนวใหม่ของนิยายออนไลน์ขึ้นมามากมาย ราวกับมีใครอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ ทุกคนย่อมตกตะลึง เพราะแนวคิดเหล่านี้ต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนากว่าจะมีนักเขียนออนไลน์จำนวนมากสรรสร้างออกมาในชาติก่อน แต่หลินจือไป๋กลับนำมันออกมาทั้งหมดในคราวเดียว พานิยายออนไลน์ข้ามพ้นช่วงเริ่มต้นไปในทันที!
คำถามเดียวกันนี้ก็ผุดขึ้นในหัวของคนในวงการเช่นกัน และในขณะที่ทุกคนยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผู้เขียน ‘ย้อนเวลาไปเป็นอ๋อง’ เหล่าหลาง ได้โพสต์ตอนพิเศษขึ้นมาว่า
‘มีผู้อ่านบางคนคอมเมนต์ในส่วนรีวิวว่า การเขียนนิยายแนวคนยุคปัจจุบันทะลุมิติไปสมัยโบราณเป็นแนวใหม่ที่ผมคิดค้นขึ้น… เหล่าหลางขอประกาศอย่างเป็นทางการ ณ ที่นี้ว่า ผู้บุกเบิกแนวคิดนี้ก็คืออาจารย์ปู่เยโหว!
ก่อนจะเริ่มเขียนนิยายเรื่องนี้ อาจารย์ปู่เยโหวในฐานะหัวหน้าบรรณาธิการของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ ได้สอนพวกเรานักเขียนนิยายออนไลน์กว่าสามร้อยคน รวมทั้งตัวผมเป็นเวลากว่าหนึ่งวันเต็มๆ ครอบคลุมตั้งแต่แนวทะลุมิติ เกิดใหม่ เกมออนไลน์ ไปจนถึงเทพสงคราม ทหารกล้า ราชบุตรเขย ทุกแนวใหม่ทั้งหมด และยังมีแนวโลกเซียนของท่านโหวด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็นไอเดียและแรงบันดาลใจที่ท่านโหวมอบให้ฟรีๆ ถ้าไม่มีเขาแบ่งปันความคิดอย่างไม่หวงแหน ก็จะไม่มีนิยายเหล่านี้ให้ทุกคนได้อ่านกันในเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์!’
ขอสรรเสริญท่านโหว! ทั้งที่นิยายพวกนี้ท่านโหวสามารถเขียนได้ด้วยตัวเอง และต้องเขียนออกมาได้ดีกว่าพวกเราแน่ๆ เขาคือบิดาแห่งนิยายออนไลน์ ราชาไร้มงกุฎแห่งวงการ และเป็นดั่งเทพผู้สถิตในใจเราทุกคน…
ในเวลาเดียวกัน เหล่านักเขียนคนอื่นๆ ของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ก็พากันโพสต์ตอนพิเศษเช่นกัน โดยเนื้อหาแทบไม่ต่างกันนัก ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านิยายของพวกเขานั้นล้วนเกิดจากคำแนะนำของปู่เยโหวทั้งสิ้น!
ฮือฮา! พอได้เห็นคำอธิบายในตอนพิเศษเหล่านี้ ทุกคนบนโลกออนไลน์ก็พากันตะลึง นิยายออนไลน์พวกนี้ที่แท้แล้วล้วนเป็นไอเดียของปู่เยโหวหมดเลยงั้นเหรอ!?
แพลตฟอร์มจี๋กวง ชาวเน็ตตาค้าง!
‘สิ่งที่นักเขียนพวกนี้พูดในตอนพิเศษมันเรื่องจริงเหรอ? นิยายออนไลน์แทบทั้งหมดของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์เป็นไอเดียของปู่เยโหวหมดเลย!’
‘ทั้งหมดเลยเหรอ!?’
‘เป็นไปได้ยังไง!’
‘ไอเดียเยอะขนาดนี้เขาคิดได้ยังไงกัน!’
‘ไม่มีหมดเลยเหรอไอเดียนะ!!’
‘นี่มันผลิตนิยายออนไลน์ขายส่งชัดๆ!’
‘แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของอู๋ฉือดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด เปิดไลฟ์แจกเพลงเป็นกระบุง แรงบันดาลใจในการแต่งนิยายของปู่เยโหวก็มีไม่หมดไม่สิ้นแบบนี้เหมือนกัน!?’
‘นี่มันพฤติกรรมแบบอู๋ฉือชัดๆ!’
‘ว่าแล้วทำไมนิยายแนวใหม่หลากหลายสไตล์ถึงโผล่มาพร้อมกันหมด ที่แท้ทั้งหมดนี้มีท่านโหวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนี่เอง!’
สำนักพิมพ์หนานเซิน ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก!
“นี่สินะเหตุผลที่ปู่เยโหวได้รับตำแหน่งหัวหน้าบรรณาธิการของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ นิยายหลุดโลกพวกนั้นที่แท้ก็เป็นไอเดียจากเขาทั้งหมด?”
“อะไรนะ?”
“นี่มันตัวประหลาดอะไรเนี่ย!”
“ไอ้ตัวบัดซบสำนักพิมพ์เสินฮวา!”
“ถ้าพวกเขาไม่ดึงตัวไปปู่เยโหวก็ยังอยู่กับเราที่หนานเซิน!”
“สิ่งที่เราสูญเสียไปอาจไม่ใช่แค่นักเขียนที่มีอิทธิพลในตลาด แต่คือคลังไอเดียนิยายทั้งโกดัง!”
“ถ้ารู้ว่าปู่เยโหวเจ๋งขนาดนี้ เราคงดึงเขามาเป็นหัวหน้าบรรณาธิการไปแล้ว!”
“หัวหน้าบรรณาธิการเหรอ? ให้เขาขึ้นนั่งประธานสำนักพิมพ์หนานเซินเลยก็ยังได้!”
สำนักพิมพ์เทียนกวง ทั้งบริษัทเกิดโกลาหลฮือฮา!
“เอาบรรณาธิการทั้งสำนักพิมพ์มารวมกัน ก็ยังคิดไอเดียใหม่ๆ แบบนี้ได้ไม่กี่ชิ้น ปู่เยโหวคนเดียวเทียบได้กับบรรณาธิการกี่คนกันเนี่ย!”
“แมเจ้าโว้ย! ประเด็นคือไอเดียเยอะขนาดนี้เขาเก็บไว้เขียนเองก็ยังได้แท้ๆ แต่เลือกจะแบ่งให้คนอื่นหมดเลย!”
“ฉันนึกว่าเขาเป็นต้นตำรับแนวโลกเซียนซะอีก!”
“ไม่คิดเลยว่าเขาคือผู้บุกเบิกนิยายออนไลน์!”
“ทั้งที่แค่เป็นผู้บุกเบิกแนวโลกเซียนก็สุดยอดจนขนลุกแล้วนะ!”
“สมองเขาสร้างมายังไงเนี่ย!”
“นี่คนคนเดียวสร้างยุคสมัยของนิยายออนไลน์เลยเหรอ?”
“แล้วต่อไปบรรณาธิการคนอื่นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันล่ะ อีกหน่อยนักเขียนนิยายออนไลน์ทุกคนไม่กลายเป็นศิษย์รุ่นต่อรุ่นของปู่เยโหวกันหมดเหรอ?”
ทุกคนต่างจินตนาการได้ไม่ยากเลย หากนิยายออนไลน์เติบโตขึ้นจริงในอนาคต เหล่านักเขียนรุ่นแล้วรุ่นเล่าก็คงกลายเป็นศิษย์ของบรมครูอย่างปู่เยโหว เขาคือต้นกำเนิดของนิยายออนไลน์! ในแง่หนึ่งก็เรียกว่า ‘ศิษย์ทั่วโลก’ เลยทีเดียว!
นี่น่ะหรือพลังของ 3O แห่งคุนเผิง ทำไมทั้งสามคนถึงเป็นอัจฉริยะเหนือมนุษย์กันหมด อู๋ฉือในไลฟ์ก็แต่งเพลงเจ๋งๆ ได้เป็นกระบุง จวินหลินก็คิดโฆษณากับรายการวาไรตี้ล้ำหน้ากว่าคนอื่นอยู่ตลอด แล้วตอนนี้ปู่เยโหวก็มาทำนิยายขายส่งอีกคน…
ยังจะถามอีกเหรอว่า 3O ในคุนเผิงใครเป็นตัว O? เห็นชัดๆ ขนาดนี้ว่าตรีศูลทั้งสามแบกอยู่ด้วยกัน!
ที่สำนักพิมพ์เสินฮว่า บรรดาพนักงานก็ช็อกกับความน่าทึ่งของปู่เยโหวเช่นกัน แต่สิ่งที่ถูกพูดถึงกันมากยิ่งกว่ากลับเป็นประธานคนใหม่ของบริษัทที่ช่วงนี้โดนข่าวลือภายในโจมตีมาตลอด หลินจือไป๋!
หลินจือไป๋เองก็รู้สึกได้ชัดเจนว่า ท่าทีของพนักงานบริษัทที่มีต่อตนเปลี่ยนไปอีกครั้ง คล้ายกับช่วงที่ตัวตนไป๋ตี้ถูกเปิดเผยใหม่ๆ แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก ในเมื่อคิดจะลงมือทำก็ไม่ควรสนว่าใครจะมองยังไง หากเขาถอยแม้แต่นิดเดียว โปรเจกต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์นี้คงไม่มีทางได้เดินหน้าต่อไปแน่นอน
แต่… ตอนนี้สิ่งที่เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์แสดงออกมายังเป็นแค่ศักยภาพ ในอนาคตจะนับว่าสำเร็จได้หรือไม่ยังต้องดูหลังจากนิยายเหล่านั้นวางขาย ว่ากระแสตอบรับจากสมาชิกผู้อ่านเป็นอย่างไร เพราะนักเขียนนิยายออนไลน์ส่วนใหญ่ก็เลี้ยงชีพด้วยรายได้จากการสมัครอ่าน การโดเนทเป็นแค่ของแถมเท่านั้น
ดังนั้นตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาหยามใจ คาดว่าคนในวงการเองก็กำลังจับตาอยู่เงียบๆ ไม่ต้องเดาเลย ขอเพียงนิยายเหล่านั้นทำรายได้จากระบบสมาชิกได้ คู่แข่งในวงการต้องเข้าร่วมกระแสนิยายออนไลน์ พากันตั้งเว็บไซต์นิยายออนไลน์อย่างแน่นอน
แต่ในชาติก่อนนั้น ฉีเตี่ยนครองตลาดเพียงเจ้าเดียว เว็บไซต์นิยายออนไลน์เจ้าอื่นล้วนตามไม่ทันแม้แต่เงา หลินจือไป๋รู้สึกว่าตนเองคว้าโอกาสไว้ได้ก่อน ก็ย่อมสามารถทำให้เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์เป็นเจ้าตลาดเพียงเจ้าเดียวได้ แม้คู่แข่งจะตามกระแสมา ก็ทำได้แค่เก็บเศษน้ำแกงกิน เพราะยังไงนักเขียนที่สร้างผลงานโดดเด่นในช่วงแรกต่างก็อยู่ฝั่งเขาทั้งนั้น
และอนาคตก็จะมีสัญญาสัญญาผูกมัดด้วย นักเขียนก็มีระดับ ตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงห้า นักเขียนที่ทำผลงานได้ดีหลังจากวางขาย พวกเขาจะได้เซ็นสัญญานักเขียนเทพ หากมีผลงานโดดเด่นติดกันสองถึงสามเรื่องก็จะได้สัญญาระดับแพลตตินัมเลย ชาติกอนจีเตียนก็ใช้วิธีนี้ หลินจือไป๋ยกมาทั้งระบบ ยังไงก็เป็นสูตรสำเร็จที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว
ผ่านไปไม่กี่วัน การประชุมภายในสำนักพิมพ์เสินฮวา หลินจือไป๋ได้ปรับโครงสร้างบุคลากรระดับกลางเล็กน้อย เป้าหมายหลักคือ กวาดล้างพวกจิ้งจอกสองหน้า ก่อนหน้านี้มีหัวหน้าระดับกลางบางคนไม่พอใจเขา และบ่นเรื่องเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ของเขาไม่น้อย ตอนนี้หลินจือไป๋มีเหตุผลชอบธรรมที่จะลงมือได้แบบไม่ต้องแคร์ใคร
เสียงคัดค้านจากผู้บริหารระดับสูงมีไม่มาก ศักยภาพของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์มีให้เห็นชัดอยู่แล้ว จะบอกว่าโปรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่หรือไม่ยังตอบไม่ได้ ที่แน่ๆ ห่างไกลจากคำว่าล้มเหลว
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ หลินจือไป๋สังเกตเห็นว่ารองหัวหน้าบรรณาธิการของสำนักพิมพ์อย่าง เริ่นเจียชุน คอยหนุนหลังเขาอย่างเปิดเผยตลอดทั้งวัน คิดจะเปลี่ยนข้างแล้วเหรอ? จะไม่ตามพวกลุงสามอีกแล้ว? หลินจือไป๋ก็ไม่ได้ขัดข้องที่จะให้โอกาสอีกฝ่าย ‘ทิ้งด้านมืดพึ่งทางสว่าง’ แต่ยังต้องสังเกตอีกซักพัก หากอีกฝ่ายยังคิดจะเล่นสองหน้าก็เตะทิ้งไปแน่นอน
ตอนนี้ยังไม่สามารถเตะผู้บริหารระดับสูงออกไปได้ แม้บารมีของหลินจือไป๋จะพุ่งสูงแต่ก็ยังไม่มากพอที่จะจัดการตำแหน่งระดับสูงได้ตามอำเภอใจ มิเช่นนั้นอาจทำให้ภายในบริษัทปั่นป่วนได้
หลังจบการประชุม รองประธานหลัวต๋าหน้าตาไม่สู้ดี “ดูมันทำหน้าได้ใจเชียว เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ยังไม่แน่ว่าจะสำเร็จเลย นิยายออนไลน์กระแสแรงมากก็จริง แต่ใครจะรู้ว่าเป็นภาพลวงตาหรือเปล่า นิยายตื้นๆ ไร้สาระจะมีคนยอมจ่ายเงินสมัครอ่านกันสักกี่คนเชียว?”
“รอดูอีกสักเดือนก็คงรู้” หัวหน้าบรรณาธิการของสำนักพิมพ์อย่างเปยลี่ก็ไม่สบอารมณ์เช่นกัน เพราะในการปรับโครงสร้างวันนี้ คนของเขาหลายคนถูกจับไปนั่งสำรองหมด เช่นเดียวกับหลัวต๋า ตอนนี้ทั้งสองมีชะตากรรมเดียวกัน ได้แต่เกาะกลุ่มกันไว้ให้อุ่นใจ
แต่ตอนนี้ยังคิดหาวิธีตอบโต้ไม่ออก เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยเชื่อมั่นในโปรเจกต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ จึงไม่ได้ส่งคนของตนเข้าไปฝังไว้ในทีม ตอนนี้ทำได้แค่รอดูว่านิยายเหล่านั้นที่กำลังจะวางขาย จะสามารถทำเงินให้บริษัทได้จริงหรือไม่ หากรายได้ไม่มาก โปรเจกต์นี้ก็ไม่มีทางเรียกได้ว่าเป็นผลงานใหญ่…
เดิมทีมีเริ่นเจียชุนอยู่ด้วย ทั้งสามเคยร่วมมือกันอย่างรู้ใจต่อต้านหลินจือไป๋ แต่หลังจากโปรเจกต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์เปิดตัว เริ่นเจียชุนกลับตีตัวออกห่างจากทั้งสองคน แล้วหันมาสนับสนุนหลินจือไป๋อย่างเปิดเผย ไม่เกรงใจหลินชิวเลยด้วยซ้ำ
เรียกได้ว่า ในเวลานี้วินาทีนี้สายตาของคนทั้งวงการต่างจับจ้องมาที่ ‘เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์’ เพื่อดูว่านิยายออนไลน์จะทำให้ผู้อ่านยอมควักเงินสมัครอ่านด้วยความเต็มใจได้หรือไม่
ท่าทีของคนในวงการยังคงแบ่งออกเป็นสองฝ่าย บางฝ่ายเชื่อว่าผู้อ่านพร้อมจ่าย เพราะการโดเนทร้อนแรงขนาดนั้น อีกฝ่ายกลับมองว่าการโดเนทเป็นเรื่องชั่วคราว สิ่งสำคัญคือจำนวนคนสมัครอ่าน
แต่การสมัครเป็นเรื่องนามธรรม ไม่เหมือนหนังสือรูปเล่มที่ผู้อ่านสามารถจับต้องได้ และเป็นสิ่งของที่เก็บสะสมได้ หลินจือไป๋กลับไม่กังวลเรื่องนี้เลย ในชาติก่อนฉีเตี่ยนยังมีคนจ่ายเงินสมัครอ่านกันมากมาย ทั้งที่ตอนนั้นจีนแผ่นดินใหญ่โดนละเมิดลิขสิทธิ์กันกระหน่ำ ส่วนบลูสตาร์ในชาตินี้แทบไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์เลย สถานการณ์การสมัครอ่านนิยายออนไลน์ย่อมดีกว่าในชาติก่อนแน่นอน!
“ถ้าโปรเจกต์นี้สำเร็จ…” หลินจือไป๋หรี่ตา เขาเตรียมตัวจะลงมือกับฝ่ายบริหารระดับสูงแล้ว เริ่มจากเชือดเปยลี่ก่อนเป็นรายแรกแล้วกัน