ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 239 ฉากในตำนาน: การตายของปี้เหยา
ในวันต่อๆ มา ทราฟฟิกของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีคนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ตกหลุมพรางนิยายออนไลน์ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มอ่านย่อมติดงอมแงมเป็นธรรมดา!
ในช่วงหลายวันมานี้ หลินจือไป๋อัปเดตนิยายเรื่อง ‘กระบี่เทพสังหาร’ ทุกวัน และยิ่งเขียนอัปเดตทุกวัน ตัวละครในเรื่องก็ยิ่งเป็นที่คุ้นเคยของผู้อ่านมากขึ้นเรื่อยๆ จางเสี่ยวฝ่าน, หลินจิงอวี่, เถียนหลิงเออร์, ลู่เสวี่ยฉี และยังมีปี้เหยา ฯลฯ
ในส่วนคอมเมนต์ของนิยายนอกจากจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับเนื้อเรื่องอย่างเข้มข้นแล้ว ประเด็นที่ถกกันมากที่สุดก็คือเรื่องนางเอกของเรื่อง ตอนนี้บทที่ดูจะมีแววเป็นนางเอกที่สุดคือ ลู่เสวี่ยฉี กับ ปี้เหยา ส่วนเถียนหลิงเออร์ศิษย์น้องของจางเสี่ยวฝ่านนั้นชัดเจนว่าออกจากวงโคจรไปเรียบร้อย แม้ตอนแรกหลายคนจะคิดว่าเธอน่าจะเป็นนางเอกก็ตาม
เพราะศึกชิงตำแหน่งนางเอกดูเดือดมาก ผู้อ่านจึงแบ่งออกเป็นสองฝ่ายชัดเจน นั่นคือ ทีมเสวี่ยฉี กับ ทีมปี้เหยา ตอนนี้ฝั่งทีมเสวี่ยฉีถือธงนำข่มทีมปี้เหยาได้อย่างชัดเจน คาดว่าเป็นเพราะลู่เสวี่ยฉีปรากฏตัวตั้งแต่ต้นเรื่องและมีสายสัมพันธ์พิเศษกับจางเสี่ยวฝ่านทำให้ได้รับความนิยมมากกว่า ส่วนปี้เหยานั้นนิสัยออกจะซุกซนเกินไป มักชอบเถียงกับจางเสี่ยวฝ่านเหมือนคู่กัดสุดกวน แต่ปัญหาคือผู้อ่านสมัยนี้เริ่มเบื่อแนว ‘คู่รักกัดกัน’ แล้ว มองว่าอีกฝ่ายน่ารำคาญ พูดมากจุกจิก เลยไม่ค่อยปลื้มเท่าไร
และในเนื้อหาล่าสุด…
จางเสี่ยวฝ่านมาถึงบ่อน้ำโบราณยามพระจันทร์เต็มดวง ตำนานเล่าว่านี่คือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อายุสามพันปี หากใครก้มหน้าลงภาวนาด้วยใจศรัทธาในคืนจันทร์เต็มดวง ก็จะมองเห็นบุคคลที่อยู่ลึกที่สุดในใจตน แต่น่าเสียดายที่… ปู่เยโหวเจตนาทิ้งปมไว้ เนื้อเรื่องไม่ยอมบอกตรงๆ ว่าจางเสี่ยวฝ่านเห็นใครในบ่อน้ำ
แล้วคนที่เขาเฝ้าครวญหาอยู่ลึกสุดในใจเป็น ลู่เสวี่ยฉี, ปี้เหยา หรือรักแรกในวัยเยาว์อย่างเถียนหลิงเออร์กันแน่?
ต้องบอกเลยว่าช่วงนี้คนเริ่มสงสัยว่าผู้แต่งแอบปั่นกระแส ศึกชิงตำแหน่งนางเอกจึงยิ่งดุเดือด ทีมเสวี่ยฉีกับทีมปี้เหยาทะเลาะกันไม่หยุด แต่ว่าการถกเถียงแบบนี้กลับเป็นผลดีต่อยอดอ่าน ‘กระบี่เทพสังหาร’ ยังคงครองอันดับหนึ่งบนทุกชาร์ตออนไลน์!
วันที่สามสิบเดือนพฤษภาคม
วันนี้ก่อนที่หลินจือไป๋จะอัปเดตบทใหม่ ก็เปิดคอมเมนต์ของ ‘กระบี่เทพสังหาร’ ขึ้นมาดูอีกครั้ง แล้วก็เห็นว่าทีมเสวี่ยฉีกับทีมปี้เหยากำลังปะทะกันอีกรอบจริงๆ
‘ปี้เหยาน่ารำคาญจะตาย!’
‘ลู่เสวี่ยฉีเย็นชาไม่เหมือนคน!’
‘กราบวิงวอนให้ปู่เยโหวจัดให้ลู่เสวี่ยฉีเป็นนางเอกทีเถอะ’
‘คู่กัดมันน่าเบื่อจริงๆ ฉันเลือกเสวี่ยฉี!’
‘ปี้เหยาก็ดีออก แล้วช่วงนี้บทก็เริ่มหวานกับจางเสี่ยวฝ่านขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ถึงจะเถียงกันตลอดแต่ก็เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่เริ่มมีใจให้กันแล้วนะ’
‘ฉันมีความคิดที่บ้าบิ่นอยู่อย่างหนึ่ง… ทำไมจางเสี่ยวฝ่านถึงเลือกทั้งสองคนไม่ได้ละ?’
‘ฮ่าๆๆ นายมันพวกแตกแถว ไม่เลือกข้างก็เท่ากับไม่เลือกเลย นี่ไม่ใช่นิยายฮาเร็มนะ ถ้าจางเสี่ยวฝ่านทำตัวแบบซ้ายกอดขวาโอบ คาแรกเตอร์ก็พังหมดสิ มาอยู่ทีมเสวี่ยฉีกับฉันดีกว่า!’
‘หยุดคุยเรื่องนางเอกกันก่อนเถอะ ฉันสนใจเนื้อเรื่องเมื่อวานมากกว่า’
เมื่อวานนี้เนื้อเรื่องก็เร้าใจจริงๆ นับเป็นจุดพีคอีกจุดของทั้งเรื่อง จางเสี่ยวฝ่านได้รู้ความจริงเบื้องหลังการล่มสลายของหมู่บ้านเฉ่าเมี่ยว ปรากฏว่าคนที่ทำลายหมู่บ้านก็คือท่านปราชญ์ผู้อารีที่เคยช่วยเขากับหลินจิงอวี่ไว้ ความโกรธเกรี้ยวปะทุจนทำให้เขาก้าวสู่เส้นทางมาร…
ในเวลาเดียวกัน ราชาปีศาจบุกมา! กระบวนท่ากระบี่เทพสังหารกำลังจะถูกเปิดใช้งาน! ผู้อ่านทั้งกังวลต่อสภาพของจางเสี่ยวฝ่าน ขณะเดียวกันก็อดตื่นเต้นกับเนื้อเรื่องที่กำลังจะมาถึงไม่ได้ อย่างไรชื่อเรื่องก็คือ ‘กระบี่เทพสังหาร’ และทั้งเรื่องก็ปูทางยกย่องความแกร่งของกระบวนท่านี้มาตลอด!
‘ในที่สุดก็ถึงช่วงพีคอีกแล้ว!’
‘ฉันรอคอยกระบี่เทพสังหารมานานมากแล้ว!’
‘เมื่อก่อนอ่านนิยายกำลังภายในทีไร อาวุธเทพแต่ละชิ้นดูเท่สุดๆ แต่พอมาอ่าน ‘กระบี่เทพสังหาร’ แล้ว อาวุธเทพพวกนั้นธรรมดาไปเลย เทียบกับกระบวนท่ากระบี่เทพสังหารไม่ได้เลยสักนิด!’
‘ตอนนี้จางเสี่ยวฝ่านโคตรเก่งเลยนะ! แถมบทหลังๆ เริ่มมีความดาร์กขึ้นด้วย!’
‘ฉันชอบมากเลยแนวพระเอกดาร์กแบบนี้!’
‘ดาร์กแล้วพลังเพิ่มสิบ ชำระขาวอ่อนลงสามระดับ ฉะนั้นช่วงที่มันที่สุดก็คือตอนที่พระเอกมืดมนนี่แหละ ด้วยฝีมือปู่เยโหวตอนต่อไปต้องมันระเบิดแน่นอน!’
‘พวกนายว่าเรื่องนี้ถือเป็นโหวราตรีขาวไหม?’
‘แน่นอนว่าใช่ ถึงตอนต้นจะดราม่าหนักแต่ก็ไม่ใช่แบบที่ทำให้ฮึดอัดขมขื่น เป็นแค่ฉากพื้นหลังเท่านั้นเอง เนื้อแท้เรื่องนี้คือแนวสะใจชัดๆ เป็นโหวราตรีขาวแน่นอน เรียกท่านโหวให้เต็มปากยังได้เลย!’
ใครที่เคยอ่านนิยายของปู่เยโหวก็มักจะเผลอจำแนกสไตล์อัตโนมัติว่าเรื่องนี้เป็นโหวราตรีขาว โหวราตรีมืด หรือโหวราตรีเทา สำหรับนิยายโลกเซียนเรื่องนี้ทุกคนลงความเห็นตรงกันว่าเป็นแนวโหวราตรีขาว เพราะอ่านแล้วมันสะใจ ผู้อ่านต่างก็เฝ้ารอวันที่จางเสี่ยวฝ่านแข็งแกร่งขึ้น และพระเอกเรื่องนี้ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ จนหลายคนเริ่มออกมาแสดงความยินดีว่า ในที่สุดปู่เยโหวก็ดีได้ซะที!
‘เดี๋ยวนี้ท่านโหวเขียนนิยายไม่ดิบเถื่อนเลือดสาดกดดันมืดมนแบบเมื่อก่อนแล้วนะ สมัยก่อนเล่นเขียนพวกเรื่องสั้นสไตล์ทางลัดสู่ยมโลกแบบนั้น ฉันแทบอ่านไม่ไหวจริงๆ!’
ยังไงแนวดาร์กสุดขั้วก็เป็นตลาดเฉพาะทาง ยิ่งชื่อเสียงของปู่เยโหวโด่งดังขึ้น เขาก็ยิ่งพยายามเอาใจรสนิยมผู้อ่านมากขึ้น ผู้อ่านเองก็ยินดีตอบรับเรียกเขาด้วยความเคารพว่า ‘ท่านโหว’ อย่างเต็มปาก หลินจือไป๋ฟังแล้วก็อดรู้สึกผิดในใจไม่ได้
ยิ่งมองเนื้อหาที่เตรียมจะอัปเดตในวันนี้ เขายิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิม เพราะในตอนล่าสุด ปี้เหยาจะตายใต้คมกระบี่เทพสังหาร…
ช่วยไม่ได้ แม้หลินจือไป๋จะแก้ไขเนื้อเรื่องได้ แต่บางส่วนที่เป็นพล็อตสำคัญถึงเขาอยากแก้ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง อย่างการตายของปี้เหยา หากจะให้เธอรอด ทั้งเส้นเรื่องหลังจากนี้ก็ต้องยกเครื่องใหม่หมด เป็นงานใหญ่ยุ่งยากน่าปวดหัวไม่พอ ยังเสี่ยงจะทำให้เรื่องเพี้ยนได้ง่ายๆ สู้ใช้พล็อตเดิมของต้นฉบับไปเลยจะดีกว่า
คิดได้ดังนั้น หลินจือไป๋จึงกดอัปโหลดตอนของวันนี้ไป ไหนๆ นามปากกานี้ก็ก่อเรื่องไว้เยอะแล้ว เหมือนตัวมีเหาจะกี่ตัวก็ไม่กลัวคันแล้ว ปู่เยโหวจะกลัวน้ำร้อนอีกเหรอ?
เพราะวันนี้เป็นตอนเข้าสู่ไคลแมกซ์ ผู้อ่านนับไม่ถ้วนต่างก็เฝ้ารออยู่หน้าเว็บนิยาย รีเฟรชหน้าจอกันจนเมาส์แทบพัง!
‘มาแล้ว!’
‘อัปแล้ว!’
‘ในที่สุดก็มา!’
‘รอจนดอกไม้เหี่ยวหมดแล้วเนี่ย!’
‘ช่วงพีคนี้ต้องมันแน่!’
‘กระบี่เทพสังหารของฉันจะฟันราชาปีศาจได้ไหมเนี่ย?’
‘รอคอยสุดๆ!’
‘ตื่นเต้นมาก!’
‘นี่คือฉากสะใจที่สุดฉากหนึ่งของทั้งเรื่องเลย!’
ผู้อ่านพากันแชทพูดคุยกันอย่างเมามัน พลางคลิกเข้าไปอ่านตอนล่าสุดด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม ราชาปีศาจโผล่เข้ามาจริงๆ ส่วนกระบี่เทพสังหารก็โผล่ออกมาอย่างสง่างามไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง!
แต่พออ่านไปเรื่อยๆ หัวใจของผู้อ่านทุกคนกลับหวิวขึ้นมา!
ผู้นำสำนักชิงอวิ่นปล่อยทากระบี่เทพสังหารสุดอลังการออกมา แต่คนแรกที่เขาตั้งใจจะฆ่ากลับเป็นพระเอกของเรื่อง จางเสี่ยวฝ่าน เหตุผลคือเขาได้ตกสู่ทางมารแล้ว หากไม่กำจัดก็จะกลายเป็นหายนะของใต้หล้าในอนาคต!
เชี่ย!
แม้รู้อยู่แล้วว่าพระเอกคงไม่ตายหรอก ไม่งั้นนิยายจะดำเนินต่อยังไง แต่พออ่านถึงตรงนี้ทุกคนก็อดลุ้นและเป็นห่วงจางเสี่ยวฝ่านไม่ได้ อารมณ์พุ่งขึ้นสุดขีด เลือดในกายพลุ่งพล่าน จางเสี่ยวฝ่านจะแก้สถานการณ์ยังไง?
ผู้อ่านเบิกตากว้างไล่อ่านทีละอักษร แล้วจากนั้นพวกเขาก็เห็นร่างในชุดเขียวปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าจางเสี่ยวฝ่าน ยืนขวางทางกระบี่เทพสังหารที่งดงามสะท้านพิภพเอาไว้!
ปี้เหยา!?
ผู้อ่านทุกคนเบิกตากว้างพร้อมกัน รู้สึกเพียงศีรษะอื้ออึง ถ้อยคำสะเทือนใจบาดลึกบรรทัดแล้วบรรทัดเล่าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า:
“เหล่าภูตผีเทพมารเก้าหุบผา จงรับเรือนกายโลหิตข้าเป็นพลี สามชาติเจ็ดภพขอยอมตกสู่นรก เพียงเพราะรักถึงม้วยมรณาไม่เสียดาย…”
ในห้วงเป็นตายนี้ ปี้เหยาไม่ลังเลแม้เศษเสี้ยว นางตัดสินใจตายแทนจางเสี่ยวฝ่าน ต่อให้ต้องแลกด้วยการสลายทั้งจิตวิญญาณก็ไม่เกรงกลัวอำนาจแห่งกระบี่เทพสังหาร พายุกระโชกรุนแรง พลังกระบี่อันเย็นเยียบแผ่ปกคลุมฟ้าดิน ปี้เหยาถูกแรงหมุนยกสูงขึ้นกลางห้วงสายลม พุ่งเข้าหากระบี่มหึมาที่ตกลงมาจากท้องนภาราวกับแสงเขียวสว่างงดงามที่สุดในหล้า!
ชั่วพริบตาท่ามกลางเสียงฟ้าถล่มดินทลาย ปี้เหยาลาจากไปพร้อมรอยยิ้มเศร้า จางเสี่ยวฝ่านยื่นมือคว้าโดยสัญชาตญาณ กลับจับได้เพียงชายชุดเขียวที่ยังไม่ทันมอดไหม้ ชั่วขณะนั้นเขาพังทลายสิ้น!
“ทำไมเจ้าถึงได้โง่ขนาดนี้?” น้ำตาจางเสี่ยวฝ่านไหลพราก “ข้ายังไม่ได้บอกเจ้าเลย ในบ่อน้ำโบราณนั่น คนที่ข้าเห็นคือเจ้า…”
ปี้เหยาตายแล้ว?
วินาทีนี้ไม่ใช่แค่จางเสี่ยวฝ่านที่หัวใจแตกสลาย แต่ผู้อ่านมากมายที่ได้เห็นฉากนี้ก็แตกสลายไปเช่นกัน ตอนนี้ไม่มีทีมเสวี่ยฉีหรือทีมปี้เหยาอีกต่อไป การจากไปของปี้เหยาทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นจันทร์กระจ่างในใจทุกคน!
คมแรกกระบี่เทพสังหาร! ตัดยอดดวงใจเป็นคนแรก!
ช่องคอมเมนต์ของเรื่องพลันระเบิด ผู้อ่านทุกคนต่างบ้าคลั่งระเบิดอารมณ์กันไม่หยุด การตายของปี้เหยาอยู่เหนือความคาดหมาย กลับแทงลึกลงไปในใจของผู้อ่านทุกคนอย่างไม่ปรานี!
‘ไอ้คนเขียนเฮงซวย!’
‘คืนปี้เหยาของฉันมา!’
‘ทำไมถึงเป็นแบบนี้!’
‘ใช้กระบี่เทพสังหารแลกหลังจางเสี่ยวฝ่านเข้าสู่ด้านมืด พลังถึงจุดสูงสุด ทั้งที่เป็นฉากพีคควรจะมันสะใจแท้ๆ ทำไมคนที่ต้องตายถึงเป็นปี้เหยา?’
‘ปี้เหยา ปี้เหยาของฉัน!’
‘ฉันเป็นทีมเสวี่ยฉีแท้ๆ แต่ก็ยังกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หรือฉันเหมือนจางเสี่ยวฝ่าน คนที่ฉันเห็นในบ่อน้ำคืนจันทร์เต็มดวงวันนั้นคือปี้เหยา?’
‘แก้เนื้อเรื่องเลย!’
‘โหวราตรีขาวกับผีสิ! ไอ้บ้านี่มันโหวราตรีมืดชัดๆ!’
‘ฉันไม่ยอม เรียกโหวราตรีขาวกลับมาเดี๋ยวนี้เลย!’
‘นายกล้าเขียนให้ปี้เหยาตาย นายกล้าทำได้ยังไง!’
‘คิดเหรอว่าปี้เหยาไม่มีแฟนคลับ ไอ้โหวราตรีมืดเฮงซวย’
‘ร้องไห้ไม่หยุดเลย นี่แหละปู่เยโหว ถ้าไม่แทงสักดาบจะลงแดงตายใช่ไหม นิยายออนไลน์ไม่ควรจะมันสะใจเหรอ นายเป็นบิดาแห่งนิยายออนไลน์ไม่ใช่เหรอ ทำไมคนอื่นเขาไม่เพี้ยนแต่นายต้องเพี้ยนอยู่คนเดียว!’
ฟึ่บๆๆ ผู้อ่านคอมเมนต์ด่าทะลุหลักร้อยแล้ว… ผู้อ่านคอมเมนต์ด่าทะลุหลักพันแล้ว…
เมื่อเสียงด่าทะลุหนึ่งหมื่นข้อความ ลามไปถึงคอมเมนต์นิยายเรื่องอื่น แม้แต่หนิงเหมิงก็ยังตกใจ นึกว่าเว็บไซต์มีปัญหาอะไร แต่พอรู้เหตุผลแล้วก็แทบอยากจะร้องไห้ คมแรกกระบี่เทพสังหารตัดยอดดวงใจเป็นคนแรก? เว่อร์เกินไปแล้วมั้ง!
เมื่อก่อนปู่เยโหวก็เชือดตัวละครบ่อย ยังไม่เห็นคนจะเดือดขนาดนี้ ทำไมรอบนี้ดูผู้อ่านหัวร้อนกันหนักขนาดนี้?
เดี๋ยวนะ! แปลกๆ แล้ว! เพราะช่วงออกนิยายใหม่แต่ละเรื่องจะอัปเดตรัวๆ กันอยู่แล้ว อีกแค่สองวันนิยายชุดแรกของเว็บไซต์ก็จะขึ้นระบบวางขาย ปู่เยโหวดันมาสร้างกระแสใหญ่แบบนี้ จะกระทบกับยอดหลังวางขายหรือเปล่า หรือจะถึงขั้นกระทบเรื่องอื่นๆ ไปด้วย?
หนิงเหมิงเหงื่อแตกพลั่กๆ นักเขียนคนอื่นอาจไม่มีอิทธิพลแบบนี้ แต่ปู่เยโหวเนี่ยมี! หมอนี่คือบรมครูนิยายออนไลน์เลยนะ นิยายดังๆ ในเว็บแทบทั้งหมดก็ได้ไอเดียจากเขาทั้งนั้น
“ประธานครับ!” หนิงเหมิงถึงกับร้อนรน รีบติดต่อประธานบริษัททันที เพราะมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ควรจะหยุดนักเขียนหัวแข็งอย่างปู่เยโหวได้ “ปู่เยโหวก่อเรื่องแล้วครับ!”
หลินจือไป๋เห็นประโยคนั้นถึงกับมุมปากกระตุก อยากทุบโต๊ะเปรี้ยงพลางตะโกนลั่น “ใต้อาณัติผู้นั้นเป็นใคร ใยกล้าข้ามมาฟ้องข้า!”