ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 251 Superstar กับ “ทะเลดอกไม้” (1)
หลินจือไป๋ได้กำหนดเพลงไว้ล่วงหน้าแล้ว เพลงใหม่ของไป๋ตี้ในตอนที่สองคือ ‘Superstar’!
เพลงนี้คือหนึ่งในผลงานตัวแทนของวง S.H.E ในชาติที่แล้ว สไตล์เกิร์ลกรุปจ๋า บรรยากาศในงานตอนนั้นคงคึกคักมากแน่ๆ
เพราะในชาติก่อนเป็นเพลงที่ปล่อยปุ๊บก็ดังเลย เพลงของฉูฉือก็ได้ข้อสรุปแล้วเช่นกัน เพลง “ทะเลดอกไม้” ผลงานของโจวตง!
มีสองเพลงนี้อยู่ รับรองว่าตอนที่สองของ ‘Sis Waves’ ไม่มีปัญหาเรื่องความน่าดูแน่นอน
แม้ ‘ทะเลดอกไม้’ จะไม่ใช่เพลงเกิร์ลกรุปโดยตรง แต่ก็สามารถดัดแปลงได้อยู่แล้ว หลินจือไป๋ตอนนี้ถือว่าชำนาญมากพอแล้ว
การปรับและเรียบเรียงดนตรีอะไรเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่ปัญหาเลย ส่วนผลแพ้ชนะของสองเพลงนี้?
ผู้ชมย่อมสนใจคำถามนี้แน่นอน แต่ไม่นานผู้ชมจะพบว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีความหมายอะไร เพราะสองเพลงนี้ไม่ได้อยู่หมวดเดียวกันตั้งแต่แรก
วันถัดมาเริ่มบันทึกเทปตอนที่สอง พี่สาวทั้งหลายเริ่มจับกลุ่มกัน
จากนั้นก็มาถึงช่วงสุดคลาสสิกของการแย่งชิงเพลงในแต่ละทีม
ไม่แปลกใจเลยที่เพลงใหม่ของไป๋ตี้และฉูฉือต่างก็ถูกพี่สาวทั้งหลายแย่งกันอย่างบ้าคลั่ง
สุดท้ายกลุ่มของมิชิฮาชิ ไมอิ กับเยเพย ก็คว้าเพลง “ทะเลดอกไม้” ไปได้
เยเพย พี่สาวที่อายุมากที่สุดในรายการปีนี้อายุห้าสิบสองแล้ว เคยเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าที่โด่งดังสุดๆ
แม้ตอนนี้จะตกลงมาอยู่ในแถวสองแล้ว แต่ฝีมือการร้องเพลงของเธอก็ยังคงทรงพลัง!
ต่อมา หลินซิวจิงจับคู่กับชินฮยอนอา นักร้องจากหานโจว และนักแสดงหญิงชิวอิง รวมเป็นทีมสามคน คว้าเพลง ‘Superstar’ ของไป๋ตี้มาได้!
ชิวอิงก็คือนักแสดงผู้รับบทหลินผินหรูใน ‘Home Temptation’ นั่นเอง
พี่สาวที่แย่งเพลงไม่ทันก็ได้แต่ทำใจ ใครจะไม่อยากร้องเพลงใหม่ของไป๋ตี้หรือฉูฉือกันละ
แต่สองคนนี้ก็มีให้เลือกแค่สองเพลงเท่านั้นเอง โชคยังดีที่เพลงอื่นๆ ก็มีคุณภาพดีมากเช่นกัน
ล้วนผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันจากหลินจือไป๋ จางซีหยาง และคนอื่นๆ ที่มั่นใจว่าเมื่อนำมาใช้บนเวทีแล้วต้องดูดีอย่างแน่นอน
คนนอกย่อมไม่รู้ทั้งการจับกลุ่มและการเลือกเพลง แต่กระแสถกเถียงเรื่อง ‘Sis Waves’ บนอินเทอร์เน็ตก็ยังคงพุ่งสูงไม่ตก
เหล่าชิ่วจิงบอยส์ยังคงบุกตะลุยอย่างกล้าหาญ ขณะที่บรรดาโอตาคุสายอนิเมะก็ยังคงคลั่งไคล้มิชิฮาชิ ไมอิ กับ ‘แดนสุขาวดี’ อย่างบ้าคลั่ง
การถกเถียงเกี่ยวกับฉูฉือและไป๋ตี้ยิ่งทวีคูณไม่รู้จบ!
โดยเฉพาะแฟนคลับของทั้งสองฝั่งที่เริ่มศึกคีย์บอร์ดปะทะคารมกันล่วงหน้าไปแล้ว!
“ไป๋ตี้ชนะแน่นอน!”
“ฉูฉือต้องกลัวเขาด้วยเหรอ?”
“ไป๋ตี้เป็นผู้อำนวยการรายการ ‘Sis Waves’ นะโว้ย!”
“ฉูฉือก็เป็นผู้ถือหุ้นคุนเผิงเหมือนกัน!”
“รายการนี้คุนเผิงเป็นผู้ผลิต!”
“ฉูฉือจะแต่งเพลงที่เหมาะสมได้เหรอ?”
“นายไม่เคยดูไลฟ์ฉูฉือละสิ เขาน่ะแต่งเพลงได้ทุกแนว แถมแต่งแค่ห้านาทีก็เสร็จแล้ว!”
“เหอะๆ! เร็วแล้วมีประโยชน์อะไร?”
“อาจารย์ไป๋ตี้ของเราเน้นคุณภาพย่ะ!”
“เพลงของฉูฉือก็มีคุณภาพไม่แพ้กันหรอก!”
ทั้งสองฝ่ายปะทะคารมกันมาหลายวันแล้ว ไม่มีใครกดใครได้ เพราะอย่างไรเสียก็ล้วนเป็นอัจฉริยะกันทั้งคู่
ไป๋ตี้ทำได้แทบทุกอย่างที่ฉูฉือทำได้ ส่วนฉูฉือก็ทำได้แทบทุกอย่างที่ไป๋ตี้ทำได้เช่นกัน!
ในวงการ:
“แฟนคลับไป๋ตี้กับฉูฉือตีกันอีกแล้ว”
“ชินแล้วละ”
“ดาวคู่แฝดแห่งวงการเพลงก็งี้”
“เห้! พวกนายดูนี่เร็ว! อันดับความนิยมของวาไรตี้ออกแล้ว!”
“‘Sis Waves’ ได้ที่เท่าไหร่?”
พร้อมกับเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง คนในวงการได้เห็นว่าอันดับความร้อนแรงของวาไรตี้ ‘Sisters Who Make Waves’ พุ่งขึ้นไปที่อันดับหนึ่ง!
กด ‘คลาวด์ซองโชว์’ ลงไปอยู่อันดับสอง!
ในบางแง่ ‘คลาวด์ซองโชว์’ ก็คือหน่วยวัดตัวหนึ่ง วาไรตี้ไหนที่เอาชนะ ‘คลาวด์ซองโชว์’ ได้ แปลว่าแตะถึงระดับปรากฏการณ์แล้ว
หากเอาชนะ ‘คลาวด์ซองโชว์’ ไม่ได้ ก็อย่าเรียกตัวเองว่าระดับปรากฏการณ์เลย
ตลอดไม่กี่ปีมานี้มีเพียงสองรายการเท่านั้นที่โค่น ‘คลาวด์ซองโชว์’ ลงได้ หนึ่งคือ ‘I Am a Singer’ ของคุนเผิง สองก็คือ ‘Sisters Who Make Waves’ ที่กำลังฮิตออกอากาศอยู่ตอนนี้
กล่าวอีกนัยหนึ่ง วาไรตี้ระดับปรากฏการณ์รายการที่สองของคุนเผิงได้ถือกำเนิดแล้ว!
แม้จะน่าประหลาดใจ พอเห็นฮอตเสิร์ชเต็มไปด้วยประเด็นเกี่ยวกับ ‘Sisters Who Make Waves’ คนในวงการก็คาดการณ์ผลลัพธ์นี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว
ตลอดทั้งวันมีแต่แฮชแท็กพุ่งติดเทรนด์ไม่หยุด จะบอกว่ารายการนี้ไม่ดังก็คงไม่มีใครเชื่อ
หลินจือไป๋ไม่ได้ใส่ใจเรื่องวุ่นวายภายนอก เขากำลังให้คำแนะนำด้านเวทีกับเหล่าพี่สาวอยู่
สำหรับวิธีการเรียบเรียงใหม่ของเพลง “ทะเลดอกไม้” ได้วางแผนเสร็จแล้ว
เพราะมิชิฮาชิ ไมอิ เป็นนักร้องจากอูโจว จึงรับผิดชอบร้องบางส่วนเป็นภาษาอู
ส่วนเยเพยที่อยู่ทีมเดียวกับมิชิฮาชิ ไมอิ ก็จะร้องเป็นภาษาจีนกลาง
ระหว่างการแสดงทั้งสองยังสามารถสลับกันร้องได้ มิชิฮาชิ ไมอิ เองร้องภาษาจีนกลางได้ เยเพยก็สามารถใส่ท่อนภาษาอูได้บ้าง
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหลินจือไป๋เลย เพราะ “ทะเลดอกไม้” ในชาติก่อนเคยถูกฝั่งญี่ปุ่นนำไปคัฟเวอร์มาแล้ว
แม้กระทั่งเอฟเฟกต์เวทีเองก็ถูกออกแบบไว้เรียบร้อย เป็นความคิดของผู้อำนวยการเวทีที่จะให้โปรยกลีบดอกท้อจำนวนมหาศาลลงมาในช่วงไคลแมกซ์ของเพลง
ซึ่งจะกลายเป็นฉากที่งดงามมาก หลินจือไป๋เองก็รู้สึกตั้งตารอไม่น้อย
ส่วน ‘Superstar’ เพลงนี้หลินจือไป๋ยิ่งโค้ชง่ายขึ้นไปอีก เพราะต้นฉบับก็เป็นเพลงที่ร้องกันสามคนอยู่แล้ว
และในโลกนี้ก็ใช้สามคนเช่นกัน ก็แค่แบ่งเนื้อร้องตามแบบต้นฉบับก็พอ
แน่นอนไม่ใช่แค่สองเพลงนี้ ในฐานะผู้อำนวยการรายการ หลินจือไป๋ได้ให้คำแนะนำกับเวทีพี่สาวทุกคน
พร้อมร่วมปรึกษาหารือกับกรรมการอีกสามคน วุ่นวายแบบนี้อยู่หลายวันจนการบันทึกทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย
ในที่สุดตอนที่สองก็มาถึงวันออกอากาศ!
วันนี้เองผู้ชมนับไม่ถ้วนเฝ้าอยู่หน้าจอ คอมเมนต์ลอยพุ่งขึ้นไม่หยุด
“ไป๋ตี้ต้องชนะ!”
“ฉูฉือต้องชนะ!”
ใครไม่รู้คงนึกว่าไป๋ตี้กับฉูฉือจะขึ้นเวทีร้องประชันด้วยตนเองเสียแล้ว
บอกได้แค่ว่าแฟนคลับสองฝ่ายมีมากมายมหาศาลและทรงอิทธิพลมากจริงๆ โชคดีที่มีคอมเมนต์อื่นๆ ไหลมาเร็ว
“จ้าวหลานอิงสู้ๆ!”
“ซิวจิงบอยส์ลุยเลยๆ!”
“ชาวอนิเมะพร้อมใจรวมพลังเชียร์มิชิฮาชิ ไมอิ!”
“ฮั่วเหมยฉันรักเธอ!”
“ฮ่าๆ แย่งกันร้องเพลงของไป๋ตี้กับฉูฉือกันหมดเลย!”
“เป็นฉันก็แย่งเหมือนกัน!”
“แต่เพลงของไป๋ตี้กับฉูฉือไม่ได้ประชันกันตรงๆ หรอกเหรอ?”
การแข่งขันยังไม่ได้เริ่มต้นในทันที อย่างไรก็ต้องยืดเวลารายการสักหน่อย
ดังนั้นก่อนการแสดงเพลงแรกอย่างเป็นทางการ หลินเซิ่งเทียนจึงนำภาพเบื้องหลังการแย่งชิงเพลงไป๋ตี้กับฉูฉือของพี่สาวทั้งหลายมาให้ผู้ชมได้ดูกันก่อน
จากนั้นรายการก็ยังนำเสนอให้เห็นว่าพี่สาวแต่ละคนทุ่มเทแค่ไหนเพื่อฝึกซ้อมให้ดีที่สุด
บ้างนำทีมฝ่าฟันไปข้างหน้า บ้างถึงขั้นร้องไห้เสียใจหมดแรง บ้างบาดเจ็บจากการเต้นบ้างก็ลำบากกับการร้องเพลง
หลังจากผ่านภาพทั้งสุขทุกข์ปะปนกันไป จึงเข้าสู่การถ่ายทอดฉากการแสดงสดเพลงแรกอย่างเป็นทางการ
ถัดมาเพลงที่สอง เพลงที่สาม ถัดจากนั้นไม่กี่เวทีต่อมาก็ยังคงใช้รูปแบบเดียวกัน
ผู้ชมดูเพลินสุดๆ เพราะวิธีการตัดต่อของรายการน่าสนใจมาก ทุกคนสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาของพี่สาวแต่ละคนก่อนขึ้นเวทีจริง!
ที่บ้านแม่นั่งดูตลอดทางพลางเอ่ยไม่หยุดว่า “พี่สาวพวกนี้ไม่ง่ายเลยนะ หลายคนเริ่มจากไม่มีพื้นฐานอะไรเลย ถึงเวลาขึ้นเวทีแสดงได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ทุ่มแรงกายแรงใจนับไม่ถ้วนก็คงไม่มีทางทำได้แน่”
“ก็มีดราม่ากันอยู่บ้าง” หลินซีที่นั่งดูข้างๆ ก็เมาท์มอยกับแม่ไปด้วย
แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องธรรมดา เพราะสิ่งที่รายการอยากให้คนดูเห็นคือภาพลักษณ์ที่ทั้งสามสิบคนรักใคร่กลมเกลียว
แต่ให้ผู้หญิงสามสิบคนมาอยู่ด้วยกัน จะเป็นไปได้อย่างไรที่เธอดีฉันดีทุกคนดีต่อกันไปหมด
ย่อมมีปะทะและขัดแย้งกันเพียงแต่ห่วงภาพลักษณ์เลยไม่กล้าแสดงออกให้เห็นต่อหน้ากล้องเท่านั้นเอง
แม่เคยคลุกคลีอยู่ในวงการมาก่อน ย่อมรู้ดีว่านักแสดงหญิงในวงการกัดกันดุเดือดแค่ไหน
หลินจือไป๋เองก็รู้เรื่องซุบซิบดราม่ามาบ้าง แต่เขาไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว เว้นเสียแต่ว่าความขัดแย้งนั้นไปกระทบกับคุณภาพของผลงาน แบบนั้นก็คงต้องแสดงความเด็ดขาดกันหน่อย
ดูรายการไปคุยกันไป หลังจากการแสดงอีกหนึ่งเวทีจบลง
หลินจือไป๋ก็สังเกตเห็นว่าคอมเมนต์สดเริ่มทะเลาะกันขึ้นมา บ่นว่าคะแนนไม่ยุติธรรมบ้าง คนดูในฮอลล์หูเพี้ยนหรือเปล่าบ้าง
กระทั่งตั้งข้อสงสัยตรงๆ ว่ารายการนี้มีลับลมคมในกันหรือเปล่าเลยทีเดียว
หลินเซิ่งเทียนสงบนิ่งมาก แต่นี่ก็แค่เหตุการณ์เล็กน้อย ทำรายการวาไรตี้ก็ต้องมีคอมเมนต์แนวนี้อยู่แล้ว
การแข่งขันมันก็ไม่มีทางทำให้ทุกคนพอใจได้หมด
แต่แม่กลับถามขึ้นมาแทนว่า “เสี่ยวเฮย ทำไมเพลงของลูกยังไม่เริ่มอีกละ?”
“ถัดไปนี่แหละครับ” หลินเซิ่งเทียนยิ้มตอบแม่ พลันตื่นตัวฮึกเหิมขึ้นทันที
ในทีวีพิธีกรก็เกริ่นนำว่า “เพลงต่อไปเชื่อว่าทุกคนต้องรอคอยอย่างแน่นอนครับ ขอต้อนรับหลินซิวจิง, ชิวอิง, ชินฮยอนอา ที่มาพร้อมเพลงใหม่ของอาจารย์ไป๋ตี้ ‘Superstar’!”
‘Superstar?’ ภาษาอังกฤษของแม่ไม่ค่อยดีนัก
หลินซีกล่าวว่า “หมายถึงดารานะคะ” พอหันไปมองหลินจือไป๋ “เป็นเพลงอังกฤษเหรอ?”
ในเมื่อลูกชายพูดภาษาอูได้ งั้นพูดอังกฤษได้ก็ไม่แปลกจริงไหม?
หลินจือไป๋ยิ้มพลางส่ายหัว “แค่ชื่อเพลงที่ใช้ภาษาอังกฤษครับ”
บนโลกออนไลน์ชาวเน็ตก็ตื่นเต้นขึ้นมา!
“เริ่มแล้ว! เพลงใหม่ของไป๋ตี้!”
“ตื่นเต้นจัง! จะเหมือนเพลง ‘แดนสุขาวดี’ อีกไหม?”
“ฮ่าๆ พอเถอะ จะให้ปล่อยเพลงเทพตลอดไปก็ไม่ได้หรอกนะ”
“สู้ๆ เว้ย! เพลงนี้ต้องโค่นฉูฉือได้แน่!”
เอาเถอะแฟนคลับของไป๋ตี้ตื่นเต้นกันที่สุด ต่างก็หวังให้เพลงนี้โค่นฉูฉือให้ได้
แม้ทุกคนจะเห็นและรู้ว่าเพลงของไป๋ตี้กับฉูฉือเป็นคนละแนวกัน จึงไม่ได้ถูกจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกัน
ซึ่งก็แปลว่าไม่มีโอกาสดวลกันตรงๆ แต่ถึงจะไม่ได้เผชิญหน้ากันโดยตรง ก็ยังเปรียบเทียบคุณภาพกันได้อยู่ดี!
ระหว่างถกเถียงกัน การแสดงก็ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
ทันใดนั้นเสียงอินโทรที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายร็อกก็ดังขึ้น
ถัดมานักร้องหญิงทั้งสามก็เริ่มร้องเพลงโดยผลัดกันรับผิดชอบท่อนของตน
“ยิ้มก็เหมือนบทเพลง เพียงขมวดคิ้วก็ปวดใจ ไม่มีเวลาให้รักตัวเอง มีเพียงความรู้สึกของเธอ
เธอจะไปไหน พาจิตวิญญาณฉันไปด้วย มันหลงรักเธอจนหมดใจ เก็บไว้ก็ไร้ความหมาย
เธอคือไฟ เธอคือแสง คือหนึ่งตำนานในหัวใจ ฉันรักเพียงเธอ You are my super Star…”
“เธอคือผู้ครอง ฉันขอภักดี ไม่มีทางใดจะดีกว่านี้ ฉันรักเพียงเธอ You are my super Star!”
ภายใต้แสงไฟเวทีอันเจิดจ้า พี่สาวทั้งสามเคลื่อนไหวร่างกายพลางเปล่งเสียงร้องก้องกังวานประสานเสียง
บรรยากาศในฮอลล์ถูกปลุกให้ลุกโชนขึ้นถึงจุดสูงสุดในทันที!
แฟนคลับของไป๋ตี้:
“เชี่ย!”
“เพราะเกินไปแล้ว!”
“เพลงนี้ให้เกิร์ลกรุปวงไหนร้องก็ต้องดังแน่นอน!”
“ไป๋ตี้เก่งเกินไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแต่งเพลงเกิร์ลกรุปล้วนๆ เลยสินะ!”
“ฟังแล้วอินสุดๆ!”
“ฉูฉืองานเข้าแล้ว!”
“ฉันละอยากเห็นว่าเขาจะรับมือยังไง!”
“บรรยากาศขนาดนี้ เพลงของเขาทำได้ไหมละ?”
“ชนะแล้ว! พวกเราชนะแล้ว!”
แฟนๆ ของไป๋ตี้ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความคาดหวังแต่ก็ยังมีความกังวลปะปนอยู่
กลัวว่าไป๋ตี้อาจทำได้ไม่ดีเพราะเขายังไม่เคยแต่งเพลงแนวเกิร์ลกรุปมาก่อน
แต่พอได้ยินคุณภาพของเพลงนี้จริงๆ และได้เห็นปฏิกิริยาของผู้ชมในห้องส่งที่เหนือกว่าทุกโชว์ก่อนหน้านี้
ก็รู้สึกได้ทันทีว่ารอบนี้ชนะแน่นอน สไตล์ที่เต็มไปด้วยความเร้าใจบวกกับการแสดงที่ระเบิดพลังขนาดนี้ ยากมากที่จะมีใครไม่ชอบ!