ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 250 เจ้าแม่สายหวานหวนคืนกระแส “แดนสุขาวดี” ฮิตถล่มทลาย
- Home
- ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
- ตอนที่ 250 เจ้าแม่สายหวานหวนคืนกระแส “แดนสุขาวดี” ฮิตถล่มทลาย
#Sisters Who Make Waves
#ไปตี้ปล่อยเพลงเทพอีกครั้ง
#เจ้าแม่สายหวานหลินซิ่วจิง
#แดนสุขาวดี
#มิซึฮาชิ มาอิ
#บุปผาสตรี
#อู๋ฉือจะเข้าร่วม Sis Waves
#ผลงานระดับราชินีเพลงของจ้าวหลานอิง
#อันดับเวทีแรกของ Sis Waves
#ดาราที่เราเคยตามติดกันในวันวาน
กวาดสายตามองกระแสฮอตเสิร์ชสิบอันดับแรก ล้วนเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ‘Sis Waves’
นี่คือการได้รับความนิยมที่มีแต่วาไรตี้ระดับปรากฏการณ์เท่านั้น
หลินจือไป๋ถึงกับรู้สึกได้ว่าความร้อนแรงและกระแสการถกเถียงของ ‘Sis Waves’ ในโลกนี้ประสบความสำเร็จยิ่งกว่าสถานีแมงโก้ในชาติก่อนเสียอีก
อาจเพราะเขาจัดให้มีความยุติธรรมกว่าละมั้ง
ไม่มีการให้คะแนนที่สวนทางกับความรู้สึกผู้ชมจนเกินไป
แถมยังมีข่าวเด็ดให้พูดถึงเยอะกว่า ทำให้มีพี่สาวหลายคนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่ผู้ชมมากขึ้นด้วย…
ใช่แล้ว พี่สาวหลายคนโด่งดัง เริ่มจากจ้าวหลานอิง
การแสดงแรกบนเวทีก็เผยให้เห็นระดับการร้องที่ไม่ต่างจากราชินีเพลงเลย
บวกกับบุคลิกที่เปิดเผยเป็นกันเอง ทำให้ผู้ชมที่มีมาตรฐานค่อนข้างสูงชื่นชอบเป็นพิเศษ
กระทั่งในวงการเองก็มีหลายคนออกมาให้คำวิจารณ์สูงลิบ แค่ลองดูจากพาดหัวข่าวของสื่อทั้งหลายก็พอจะรู้แล้ว
‘จ้าวหลานอิง ว่าที่ราชินีเพลงที่ถูกประเมินต่ำ!’
‘จ้าวหลานอิงโกยแฟนคลับด้วยฝีมือ ลุ้นชิงตำแหน่งราชินีเพลง?’
‘ผู้เชี่ยวชาญชี้: จ้าวหลานอิงอาจร้องแกร่งสุดในรายการ’
‘จ้าวหลานอิงในวัยใกล้ห้าสิบ กลับสู่ความเรียบง่ายแท้จริง!’
คะแนนเวทีแรกของจ้าวหลานอิงครองอันดับหนึ่ง และอาศัยโชว์นั้นผลักความนิยมขึ้นสู่อันดับสี่จากพี่สาวทั้งสามสิบคน!
ใช่ หลังจากจบตอนแรกทีมงานจัดโหวตความนิยมออนไลน์ ตอนนี้จ้าวหลานอิงอยู่ในอันดับสี่!
อย่าคิดว่าการโหวตออนไลน์ของชาวเน็ตไม่มีประโยชน์
ในฐานะรายการวาไรตี้ ภายหลังรายการนี้ย่อมต้องมีรอบตัดสิน การอยู่หรือไปของผู้เข้าแข่งขันตามอันดับความนิยมอยู่แล้ว
ดังนั้นอย่าได้หวังว่าจะมีความยุติธรรมสมบูรณ์แบบในรายการนี้เลย ความยุติธรรมเป็นเพียงสิ่งไม่แน่นอนเท่านั้น ไม่ว่าเวลาใดก็เป็นเช่นนี้เสมอ
ช่วงก่อนหน้านี้หลินจือไป๋สุ่มรางวัลจากระบบแล้วได้วาไรตี้รายการหนึ่งชื่อว่า ‘The Voice’ มา!
พอเห็นผลงานการร้องของจ้าวหลานอิง หลินจือไป๋ก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่า
หรือว่าในอนาคตถ้าได้ทำ ‘The Voice’ จริงๆ จะลองชวนเธอไปเป็นกรรมการดีไหมนะ?
อย่างไรเสียฝีมือจ้าวหลานอิงก็ถึงขั้นแล้ว กระแสความนิยมที่ได้แรงหนุนจาก ‘Sis Waves’ ก็น่าจะพุ่งขึ้นได้อีก
ทั้งจางซีหยางคราวหลังดึงไปเป็นกรรมการให้ ‘The Voice’ ด้วยก็ดี
คิดเพลินไกลไปหน่อย กลับมาที่อันดับความนิยมของเหล่าพี่สาวกันต่อ
จ้าวหลานอิงฮอตก็จริง แต่ความนิยมอยู่ที่อันดับสี่ อันดับสามคือฮั่วเหมย
ฮั่วเหมยได้อันดับนี้ได้เพราะอาศัยแสงของเพลง ‘บุปผาสตรี’ อย่างไม่ต้องสงสัย
เรามักจะพูดกันเสมอว่าเวลาจะดูว่าเพลงหนึ่งจะดังหรือไม่ ไม่ใช่แค่ดูที่คุณภาพของเพลง แต่ยังต้องดูด้วยว่าเพลงนั้นปล่อยในช่วงเวลาและเวทีแบบใด
ไม่ต้องสงสัยเลย การปล่อยเพลง ‘บุปผาสตรี’ บนเวที Sis Waves “เข้ากับจังหวะเวลา สถานที่ และผู้คนอย่างลงตัว”
บนเวทีของรายการ Sis Waves เพลง ‘บุปผาสตรี’ ถือเป็นผลงานที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
แถมยังยกระดับแนวคิดและสาระของรายการขึ้นไปอีกขั้น จึงถูกผู้ชมยอมรับอย่างรวดเร็ว
ส่งผลให้ความนิยมของฮั่วเหมยพุ่งขึ้นไปติดอันดับสาม นี่เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและสอดคล้องตามตรรกะ
ฮั่วเหมยเป็นนักแสดง ฝีมือการร้องเพลงอยู่ระดับทั่วไป แต่เธอก็ทำให้คนทั้งฮอลล์น้ำตาไหลได้ด้วยเพลง ‘บุปผาสตรี’ เพียงเพลงเดียว
ภาพที่พี่สาวทั้งหลายฟังเพลงนี้จับมือกันน้ำตาไหลพรากในตอนสุดท้าย ย่อมกลายเป็นฉากในตำนานอย่างไม่ต้องสงสัย
พอพูดถึงฉากในตำนาน ไม่เอ่ยถึงหลินซิ่วจิงคงไม่ได้
ในฐานะ “เจ้าแม่สายหวาน” ผู้โด่งดังไปทั่วฉินโจวในอดีต หลินซิ่วจิงต่างหากคือผู้ชนะที่แท้จริง
หลังการออกอากาศตอนแรกของรายการ เธอถูกชาวเน็ตโหวตให้ขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งบนตารางความนิยมทันที!
เหตุผลคือหลินซิ่วจิงเลือกขับร้องหนึ่งในผลงานตัวแทนยุคแรกของเธอบนเวที เพลง ‘รักเขา’
เมื่อผสานเข้ากับท่าเต้นประจำเพลงนั้น ได้ก่อให้เกิดพายุการหวนคืนกระแสที่เรียกว่า ‘ย้อนความทรงจำ’ ไปทั่วทั้งโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว!
พูดอีกอย่างคือ นี่คือพลังของความทรงจำและความผูกพัน!
ความจริงแล้วหลังจากที่หลินซิ่วจิงเพิ่งแสดงจบไปไม่นาน ก็มีชาวเน็ตคนหนึ่งอัปโหลดคลิปวิดีโอที่ชื่อว่า ‘ปฏิกิริยาของสามีฉันหลังได้ยินเพลงของหลินซิ่วจิง’
ในวิดีโอชายอายุราวสามสิบปีรูปร่างท้วม เส้นผมมันเงา ร้องเพลง ‘รักเขา’ ไปพลาง เต้นประกอบเพลงไปพลาง ท่าทางชวนขำ
แม้ไม่ค่อยน่าชื่นชมสักเท่าไร แต่ท่วงท่ากลับแม่นยำ ถึงขั้นมีความพลิ้วไหวเย้ายวนอีกต่างหาก
ร้องเป็นยังไงนะเหรอ? เนื้อเพลงถูกต้องทุกคำ! แต่ทำนองเพี้ยนหมด!
คลิปจึงโด่งดังอย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตพากันคอมเมนต์ว่า
‘ขอแนะนำให้สามีคุณย้ายไปอยู่อีกดาว (หัวสุนัข)’
‘ฮาๆๆๆๆ จู่ๆ ก็รู้สึกเป็นห่วงสามีเธอเลยว่าวันพรุ่งนี้จะไปทำงานยังไง?’
‘นี่แหละที่เรียกว่าตายทางสังคม (ยกมือ)’
‘สุภาษิตว่าไว้ไม่ผิดจริงๆ เมื่อไหร่ผู้ชายแซ่บขึ้นมา ผู้หญิงก็ตกขอบไปเลย (หัวเราะทั้งน้ำตา)’
‘ขำน้ำตาเล็ด!’
‘นึกว่ามีแต่สามีฉันที่เป็นแบบนี้ (ปิดหน้า)’
‘ว้าว สามีรุ่นเดียวกัน +1’
‘อาพี่ชายฉันก็เต้นได้เหมือนกัน!’
‘พอหลินซิ่วจิงเริ่มร้องเพลงนี้นะ อาเล็กของฉันตื่นเต้นสุดๆ ทั้งที่ปีนี้อายุตั้งสามสิบห้าแล้ว แต่ดันมีท่าทีเหมือนพวกแฟนคลับคลั่งไคล้ไอดอลเลย!’
หลังจากนั้นบางคนก็มาร่วมเฮฮา บางคนก็มาเกาะกระแส หลายคนต่างลงคลิปในทำนองเดียวกัน
ตัวเอกส่วนใหญ่ในวิดีโอเป็นชายวัยราวๆ สามสิบสี่สิบ ผู้ชายเหล่านี้ร้องเพลง ‘รักเขา’ ไปพลาง เต้นท่าเดียวกับหลินซิ่วจิงไปพลาง
ต้องรู้ว่าเพลงนี้เป็นเพลงแนวสาวน้อยสายหวาน พอผู้ชายวัยสามสิบสี่สิบมาทั้งร้องทั้งเต้น ส่วนใหญ่ดูแล้วก็ชวนปวดตาสุดๆ
แต่ความฮาแบบล้อเลียนกลับถูกดันขึ้นมาเต็มพิกัดในชั่วพริบตา!
จากนั้นสถานการณ์ก็เริ่มควบคุมไม่อยู่ แฟนคลับรุ่นใหญ่ของหลินซิ่วจิงพากันโผล่มามากขึ้นเรื่อยๆ
พอดีกับที่รายการเปิดโหวตความนิยมออนไลน์ แฟนๆ ของหลินซิ่วจิงจึงคลั่งจัด เทคะแนนให้เจ้าแม่สายหวานในอดีตคนนี้แบบไม่คิดมาก แถมยังทำสโลแกนออกมาด้วย
“เธอหนึ่งโหวต ฉันหนึ่งโหวต เกิร์ลกรุปซิ่วจิงเดบิวต์อีกครั้ง!”
“ถ้าเธอไม่โหวต ฉันไม่โหวต แล้วซิ่วจิงจะได้แจ้งเกิดเมื่อไหร่!”
“แฟนคลับหลินซิ่วจิงรวมพลกันทั้งหมดเลย!”
“แฟนคลับหลินซิ่วจิงแค่แก่แล้วแต่ยังไม่ตาย!”
“ถึงเวลาทำให้วงการเห็นพลังแฟนคลับชายของหลินซิ่วจิงแล้ว!”
“ใครบอกว่ามีแต่หนุ่มสาวเท่านั้นที่ตามดารา?”
“ตอนที่พวกเราคลั่งหลินซิ่วจิงนะ หนุ่มสาวรุ่นนั้นยังอยู่อนุบาลร้องเพลงกันอยู่เลย!”
“พี่น้องทั้งหลาย ลุยเลย!”
“ถ้าหลินซิ่วจิงไม่ได้ที่หนึ่ง ทุกคนที่นี่มีส่วนรับผิดชอบ!”
“ต้องได้ที่หนึ่งเท่านั้น!”
ในยุคที่ความบันเทิงคือทุกสิ่ง เมื่อกระแสถูกจุดติดแล้วก็หยุดไม่อยู่ หลินซิ่วจิงก็เช่นกัน
ด้วยแรงสนับสนุนของแฟนคลับผู้ชายมากมายนับไม่ถ้วน เธอทะยานพุ่งขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนตารางความนิยมได้อย่างดื้อๆ จนพลิกกลับมาเฉิดฉายได้อย่างงดงาม!
ไม่ผิด เรียกว่าพลิกกลับมาเฉิดฉาย!
เพราะในบรรดาพี่สาวทั้งสามสิบคน ตอนที่ชื่อของหลินซิ่วจิงเพิ่งถูกประกาศออกมาแรกๆ แทบไม่ได้ก่อให้เกิดกระแสการถกเถียงอะไรมากนัก
ใช่ เคยเป็นเจ้าแม่สายหวานในอดีตแล้วยังไง? พี่สาวทั้งสามสิบคนล้วนเคยมีผลงานโดดเด่นในวันวานกันทั้งนั้น!
แม้แต่ในการตัดต่อของตอนที่หนึ่งก็แทบไม่ได้ให้พื้นที่หน้าจอกับหลินซิ่วจิงมากนัก
เห็นได้ชัดว่าทีมงานเองก็ไม่คิดว่าหลินซิ่วจิงจะพลิกกลับมาได้แรงขนาดนี้
แฟนคลับยุคเก่ามีพลังมหาศาลถึงเพียงนี้ และจนถึงวันนี้ก็ยังคงส่งอิทธิพลที่น่ากลัวอยู่
บางคนถึงกับมองว่าหลินซิ่วจิงได้บทของจางซีหยางเลยทีเดียว
เพราะตอนที่จางซีหยางกลับมาดังก็อาศัยพลังของความทรงจำและแฟนคลับเก๋าๆ อยู่ด้วยเช่นกัน
กระทั่งมีคนเรียกหลินซิ่วจิงว่า ‘จางซีหยางเวอร์ชันหญิง’
แฟนคลับของหลินซิ่วจิงถูกชาวเน็ตเรียกอย่างเอ็นดูว่า ‘ซิ่วจิงบอยส์’
เพราะเหล่าแฟนคลับชายกลุ่มนี้ได้ระเบิดพลังอิทธิพลออกมาจนช็อกวงการ
ปกติดาราแบบนี้ไม่ใช่ว่ามีแต่แฟนคลับหญิงที่รวมพลังกันได้ระดับนี้หรอกหรือ?
แฟนคลับชายของหลินซิ่วจิงเองก็ชื่นชอบกับการถูกเรียกว่า ‘ซิ่วจิงบอยส์’ มากเช่นกัน มีชาวเน็ตล้อเลียนว่า
‘แฟนคลับดาราคนอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกนักเรียน แต่พวกซิ่วจิงบอยส์เหล่านี้ ถึงหน้าตาจะดูธรรมดา แต่ความจริงแล้วมีทั้งรถทั้งบ้าน การงานมั่นคง อยู่ในช่วงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของชีวิต กระทั่งมีหลายคนที่ขึ้นแท่นเป็นเจ้าของกิจการแล้วด้วย!’
ชั่วขณะเดียวกัน ‘ซิ่วจิงบอยส์’ ก็กลายเป็นรหัสเรียกกระแสที่ดึงคนเข้ามามหาศาล!
ปิ๊งๆๆ! บนเว็บไซต์ถ่ายทอดสดชื่อดังในปีนี้อย่างหลื่อวี่ไลฟ์ บรรดาเน็ตไอดอลสายร้องเพลงในหมวดดนตรีต่างพากันร้องเพลง ‘รักเขา’
สายเต้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง บรรดาสตรีมเมอร์ต่างพากันเต้นท่าของหลินซิ่วจิงกันใหญ่
เพราะท่าเต้นก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เรียนรู้วัยอีกต่างหาก ทุกคนเกาะกระแสกันอย่างคึกคัก
ซิ่วจิงบอยส์ก็ช่วยดันอย่างเต็มที่ เวลาเห็นใครร้องเพลง ‘รักเขา’ หรือเต้นท่าเต้นที่เกี่ยวข้องก็โปรยของขวัญเป็นฟ่อน! ทีละเป็นหมื่น!
สมกับคำแซวของชาวเน็ตที่ว่า ซิ่วจิงบอยส์สายปาทุนหนาจริง!
เช่นนั้นหรือว่าความฮอตของหลินซิ่วจิงจะไร้คู่แข่งเสียแล้ว?
แน่นอนว่าไม่ใช่เลย! รายการนี้ไม่ได้ฮอตแค่หลินซิ่วจิงเท่านั้น!
ยังมีศิลปินหญิงจากอู๋โจวอีกคนที่ดังทะลุฟ้า! ไม่ผิด ก็คือมิซึฮาชิ มาอินั่นเอง!
ตอนนี้มิซึฮาชิ มาอิ อยู่ที่อันดับสองของชาร์ตความนิยม
แม้จะถูกหลินซิ่วจิงกดไว้ แต่ช่องว่างคะแนนโหวตของทั้งคู่จริงๆ แล้วไม่ห่างกันมากนัก
เพราะเบื้องหลังหลินซิ่วจิงคือกองทัพ ‘ซิ่วจิงบอยส์’ ส่วนเบื้องหลังมิซึฮาชิ มาอิ คือพลังของเพลงโลกสองมิติ!
เพลง ‘แดนสุขาวดี’ นั้นล้างสมองสุดๆ!
ซาวด์อิเล็กทรอนิกส์จังหวะจัดแรง เมโลดี้ติดหูราวกับเสพติด
กลิ่นอายอนิเมะเข้มข้น อีกทั้งเนื้อร้องและทำนองไปจนถึงการออกแบบท่าเต้นล้วนเป็นฝีมือของไปตี้
มีฐานแฟนคลับที่ชื่นชอบมหาศาลจนน่ากลัวเช่นเดียวกัน!
โดยเฉพาะสายเพลงโลกสองมิติ ตอนนี้ในหัวมีแต่ความคิดว่าจะทำยังไงให้มิซึฮาชิ มาอิ ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดได้
‘สายอนิเมะไม่มีวันยอมแพ้!’
‘คะแนนโหวตเริ่มไล่ตามหลินซิ่วจิงมาติดๆ แล้ว!’
‘โค่นซิ่วจิงบอยส์!’
‘ประสบความสำเร็จในการงานแล้วยังไง? แฟนอนิเมะพันธุ์แท้มีเรือนหมื่นเรือนแสน!’
‘มิซึฮาชิ มาอิ คือตัวแทนสายอนิเมะเพียงหนึ่งเดียวแห่ง ‘Sis Waves’ พวกเราจะยอมให้เธอแพ้ได้ยังไง? ไม่มีวัน!’
“ฉันเปิดวนเพลง “แดนสุขาวดี” จนบ้าคลั่งแล้ว!”
‘สมกับเป็นอีกหนึ่งเพลงเทพของไปตี้จริงๆ!’
‘นี่ไม่ใช่แค่เพลงเทพแล้ว แต่มันคือเพลงพิษแห่งยุค ฟังแล้วเสพติดเลย!’
ไม่ผิด เพลงนี้คือเพลงพิษแห่งยุคจริงๆ ถึงขั้นจะเรียกว่า ‘ต้นตอวายป่วงของยุคใหม่’ ก็ว่าได้
เช่นเดียวกับท่าเต้นประกอบเพลง ‘รักเขา’ ของหลินซิ่วจิง บนเว็บไซต์ไลฟ์สดก็มีเหล่าสตรีมเมอร์สายร้องเพลงนับไม่ถ้วนร้องเพลงนี้
และก็มีเหล่าสตรีมเมอร์สายเต้นนับไม่ถ้วนเต้นเพลง ‘แดนสุขาวดี’ เช่นกัน
ถ้าวัดกันที่ระดับความนิยมของท่าเต้นแล้ว… แท้จริง ‘แดนสุขาวดี’ ฮิตยิ่งกว่าท่าเต้นของหลินซิ่วจิงเสียอีก!
แฟนคลับสายอนิเมะเปิดวนซ้ำจนแทบตายกันไปข้าง ยิ่งมองการแสดงของมิซึฮาชิ มาอิ เท่าไรก็ยิ่งชอบมากขึ้นเท่านั้น
แม้แต่ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลก็ถูกเพลงนี้พิชิต!
อันดับหนึ่งชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลของเดือนนี้ กลายเป็นเพลง ‘แดนสุขาวดี’ ไปแล้ว!
ต้องเข้าใจว่าตอนนี้คือเดือนมิถุนายน รายการออกอากาศวันที่สิบมิถุนายน
กล่าวได้ว่าถึงแม้ไปตี้จะลงสนามช้ากว่าคนอื่นตั้งสิบวันเต็ม แต่เพลง ‘แดนสุขาวดี’ ยังพุ่งขึ้นอันดับหนึ่งของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้อย่างดี
แสดงให้เห็นถึงความนิยมของเพลงนี้ รวมไปถึงความร้อนแรงของวาไรตี้นี้ด้วย!
เมื่อเทียบกันแล้ว เพราะเพลง ‘รักเขา’ ของหลินซิ่วจิงเป็นเพลงเก่าจึงเข้าแข่งขันในชาร์ตฤดูกาลไม่ได้
กลายเป็นว่ามิซึฮาชิ มาอิ ไร้คู่ต่อกรไปเลย
ในรายการไปตี้ยังแต่งเพลง ‘บุปผาสตรี’ ด้วย แต่ตอนนี้อยู่เพียงอันดับสามในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเท่านั้น
ดูก็รู้เลยว่ายากจะข่ม ‘แดนสุขาวดี’ ลงได้
ส่วนบรรดาศิลปินที่อยู่บนชาร์ตฤดูกาลก็ได้แต่ทำใจ ยอมรับที่ไปตี้โผล่มากลางทาง
เพลงของเขามีคุณภาพสูง แถมยังได้แรงหนุนจากกระแสวาไรตี้อีก จะทะลวงขึ้นมาได้ก็ถือเป็นเรื่องปกติมาก
ความจริงแล้วเหล่าศิลปินที่อยู่บนชาร์ตฤดูกาล หรือพูดให้กว้างกว่านั้นคือทั้งวงการเอง ต่างก็กำลังวุ่นอยู่กับการตามเสพข่าวกัน
หลินซิ่วจิงกับมิซึฮาชิ มาอิ เหมือนจะเปิดศึกชิงความนิยมขึ้นมาแล้วจริงๆ ทำให้ทั้งในและนอกวงการต่างก็ถูกดึงดูดความสนใจไปไม่น้อย
แน่นอน เมื่อเทียบกับศึกชิงกระแสของสองเจ้าแม่ความนิยมแล้ว
สิ่งที่ทุกคนตั้งตารอมากกว่าก็คือการปะทะกันของอู๋ฉือและไปตี้ในตอนถัดไป
ดาวคู่แฝดแห่งวงการเพลงกำลังจะชนกันในรายการวาไรตี้!
ความหมายทุกคนเข้าใจชัดเจนอยู่แล้ว ไปตี้กับอู๋ฉือต่างจะออกเพลงใหม่ให้เหล่าพี่สาวเลือก แล้วให้เวทีตัดสิน
วิธีนี้ช่วยลบล้างผลกระทบจากตอนแรกที่ไปตี้ลงมาช่วยมอบเพลงให้กับมิซึฮาชิ มาอิ กับฮั่วเหมยด้วยตัวเองไปได้ไม่น้อย
เพราะในตอนที่สองทุกคนจะได้ออกสตาร์ทจากเส้นเริ่มต้นเดียวกัน
จะเลือกร้องเพลงใหม่ของไปตี้ก็ได้! หรือร้องเพลงใหม่ของอู๋ฉือก็ได้!
สองคนนี้ใครกันเล่าที่จะด้อยไปกว่ากัน?