ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 252 ปู่เยโหวขึ้นสู่แถวสาม!
‘ทะเลดอกไม้: Sis Waves เซอร์ไพรส์ระเบิดดอกท้อ!’
‘ตอนที่สองของ Sis Waves เดือดระอุบนเวที!’
‘Sis Waves ครองอันดับหนึ่งชาร์ตรายการวาไรตี้อย่างมั่นคง!’
‘ไป๋ตี้จับมือหลินซิวจิงและพี่ๆ ขึ้นโชว์ ‘Superstar’!’
‘จบตอนที่สอง มีพี่สาวสามคนต้องตกรอบอย่างน่าเสียดาย…’
‘ไป๋ตี้กับฉูฉือสูสีกันอีกครั้ง!’
หลังจบรายการมีข่าวเกี่ยวกับตอนที่สองของ ‘Sis Waves’ อยู่เต็มไปหมด
ขณะที่บนเว็บไซต์วิดีโอของเสินฮวากรุ๊ปและคุนเผิง เวที ‘ทะเลดอกไม้’ ของฉูฉือมียอดเข้าชมพุ่งสูงมาก!
ในตอนที่สองมีเพียง ‘Superstar’ เท่านั้นที่ยอดเข้าชมพอจะเทียบเคียงได้ เวทีอื่นๆ ด้อยกว่าอย่างชัดเจน
ถ้าพูดตามคำของชาวเน็ตก็คือ “ช่วงแย่งเพลงในตอนที่สองนี่แหละคือตัวชี้เป็นชี้ตาย”
ทีมของหลินซิวจิงแย่งชิงเพลงใหม่ของไป๋ตี้ไปได้ ส่วนทีมของมิชิฮาชิ ไมอิ แย่งชิงเพลงใหม่ของฉูฉือไปได้
สองทีมนี้ถือว่าชนะไปครึ่งทางแล้ว
ขณะเดียวกัน ไป๋ตี้กับฉูฉือก็พิสูจน์คุณค่าของฉายา ‘คู่ดาวแฝดแห่งวงการเพลง’ อีกครั้ง!
แพลตฟอร์มจี๋กวงชาวเน็ตกำลังคุยกันอย่างคึกคัก
“ไป๋ตี้กับฉูฉือโหดเกิน ถ้าพ่อเพลงไม่ลงมาแล้วใครจะกล้าท้าชิง?”
“ฉูฉือกับไป๋ตี้สองคนนี้ไร้เทียมทาน เป็นรองก็แค่พ่อเพลงเท่านั้น!”
“จบรายการแล้วฉันเปิด ‘ทะเลดอกไม้’ วนไม่หยุดเลย!”
“ถึงเพลงของไป๋ตี้กับฉูฉือจะไม่ได้อยู่ทีมเดียวกัน แต่ดูจากแรงสนับสนุนหน้างานแล้วเพลงของไป๋ตี้น่าจะสูงกว่าอยู่นิดหน่อยนะ?”
“ก็เพราะเพลงของไป๋ตี้สนุกคึกคัก แถมได้ฟีลเกิร์ลกรุปเต็มที่เลยนะสิ”
“แต่ดูสิ หลังจากการแข่งขันจบ กระแสพูดคุยและเสียงชื่นชมจากผู้ชมกลับเทไปทาง “ทะเลดอกไม้” มากกว่านิดหน่อย ดังนั้นถึงพูดว่าสองคนนี้สูสีกันไงละ”
“ฮ่าๆ พวกนายไม่ได้อยู่ในกลุ่มแฟนคลับเลยอาจไม่รู้ ตอนนี้แฟนคลับของทั้งสองฝั่งเริ่มมีแนวโน้มจะหลอมรวมกันแล้วนะ”
“แฟนคลับไป๋ตี้หลายคนก็เริ่มชอบฉูฉือแล้วนะ”
“แฟนคลับฉูฉือจำนวนไม่น้อยก็เริ่มแอบฟังเพลงของไป๋ตี้แล้วเหมือนกัน”
ก่อนหน้านี้ คนที่ชอบไป๋ตี้มักจะไม่ชอบฉูฉือ ส่วนคนที่ชอบฉูฉือก็ไม่ชอบไป๋ตี้เช่นกัน
ส่วนใหญ่เลือกแค่คนเดียว แต่เพราะทั้งสองคนมีฝีมือสูสีกันมาก ตอนนี้จึงมีบางคนหันมาอยู่ตรงกลาง เชียร์ทั้งสองฝั่งไปพร้อมกัน
แม้ว่าสื่อจะยังชอบดึงให้ทั้งคู่เป็นฝั่งตรงข้ามกันอยู่ก็ตาม
ที่บ้านหลินจือไป๋สังเกตว่า หลังการปะทะใน ‘Sis Waves’ คราวนี้
ยอดผู้ติดตามของฉูฉือกับไป๋ตี้บนแพลตฟอร์มจี๋กวงต่างพุ่งทะลุสามสิบล้านพร้อมกัน
และในตารางจัดระดับคนดัง ทั้งคู่มีแนวโน้มจะขยับเข้าใกล้แถวสองมากขึ้น
ไม่ต้องสงสัยเลย รายการนี้ประสบความสำเร็จเต็มตัวแล้ว ถึงหลังจากนี้หลินจือไป๋จะไม่ต้องลงมือเองก็ไม่เป็นปัญหา
ดังนั้นหลินจือไป๋ตั้งใจว่าในอีกสองสามตอนข้างหน้า จะอยู่เงียบๆ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการรายการให้ดีไปก็พอ
ช่วงนี้ยังไม่ต้องปล่อยเพลงใหม่อะไร
ประจวบเหมาะโปรเจกต์หนังสือเสียงของทางสำนักพิมพ์เสินฮวาก็เตรียมงานเกือบเสร็จแล้ว ใกล้จะขึ้นระบบเต็มที
หลินจือไป๋ได้จดชื่อซอฟต์แวร์ไว้ว่า [หนังสือเสียงบลูสตาร์] จัดเป็นผลิตภัณฑ์ชุดเดียวกับเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์
เพราะเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์เพิ่งออกแอปไปไม่นาน ตอนนี้ยอดเข้าชมถล่มทลาย
แนวเขียนแบบนิยายออนไลน์ยังสร้างแรงสะเทือนให้ผู้อ่านฉินโจวอย่างมาก
ส่วนสำนักพิมพ์อื่นแม้จะทำตามกระแสลงนิยายออนไลน์เหมือนกัน แต่ส่วนแบ่งตลาดของพวกเขาก็เป็นรองเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์อย่างชัดเจน
เวลาค่อยๆ เดินมาถึงวันที่ยี่สิบเดือนมิถุนายน วันนั้นวงการนิยายออนไลน์เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเรื่องหนึ่ง
นิยายออนไลน์ ‘กระบี่เทพสังหาร’ ของปู่เยโหวประกาศจบอย่างเป็นทางการ!
เหตุผลหลักคือเรื่องนี้มีความยาวเพียงล้านกว่าคำ จึงรับมือกับการลงตอนใหม่จำนวนมากทุกวันของหลินจือไป๋ไม่ไหว
ถึงจะเคยผ่านพายุตดราม่า ‘การตายของปี้เหยา’ จนผู้อ่านพากันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
แต่พอถึงคราวปิดฉากจริงๆ การตายของปี้เหยายังทำให้ผู้อ่านหม่นหมองเศร้าโศกอยู่ดี
สิ่งที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเสียดายมีอยู่สองข้อหลักๆ ข้อแรกแน่นอนว่าผู้อ่านยังอ่านกันไม่หนำใจ
ข้อที่สอง เส้นเรื่องหลักช่วงท้ายจริงๆ แล้ววนอยู่กับภารกิจ ‘ชุบชีวิตปี้เหยา’
ตัวเอกจางเสี่ยวฝ่านทุ่มเทแทบสิ้นทุกอย่าง แต่จนจบเรื่องปี้เหยาก็ยังไม่ฟื้นคืนชีพกลับมา
ที่ช่องคอมเมนต์มีข้อความจากผู้อ่านมากมายนับไม่ถ้วน:
“หลังปี้เหยาตาย เหมือนทุกคนเข้าด้อมปี้เหยากันหมดเลย”
“แน่นอนว่าลู่เสวี่ยฉีก็ดีมากอยู่แล้ว แต่เราจะไม่มีวันลืมชายชุดสีเขียวนั่นเลย ดีที่ปู่เยโหวยังมีใจเมนต์ท้ายเรื่องแง้มๆ ว่าจางเสี่ยวฝ่านกับลู่เสวี่ยฉีน่าจะได้ลงเอยกัน อย่างน้อยพระเอกก็ไม่ต้องเดียวดาย”
“เชี่ย! ขันแผนของปู่เยโหวชัดๆ ตั้งแต่ปี้เหยาตายฉันก็ไม่มีวันลืมนิยายเรื่องนี้ได้ลงเลย”
“หลังจากนี้ปู่เยโหวจะยังเขียนนิยายออนไลน์อยู่ไหม?”
“เดี๋ยวนี้มีนิยายแนวเทพเซียนบำเพ็ญเซียนโผล่มาไม่น้อยเลย เลียนแบบเซ็ตติ้งจาก ‘กระบี่เทพสังหาร’ กันทั้งนั้น เล่มนี้มีอิทธิพลต่อพัฒนาการของนิยายออนไลน์สูงมากเลย”
“ไม่ใช่แค่แนวเทพเซียนหรอก ปู่เยโหวแทบจะทำให้นิยายออนไลน์ฮิตระเบิดด้วยตัวคนเดียวเลยต่างหาก”
ใช่แล้ว ตอนนี้ในเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ หมวดเทพเซียนบำเพ็ญเซียนไม่ได้มีโดดๆ แค่ ‘กระบี่เทพสังหาร’ อีกต่อไป
มีงานตามกระแสผุดขึ้นมาเพียบ หมวดนี้ฮิตถล่มทลาย!
เพียงแต่หลังจากปู่เยโหวปั้นนิยายออนไลน์จนโด่งดังแล้ว เจ้าตัวยังไม่พูดถึงผลงานใหม่ว่าจะยังเป็นนิยายออนไลน์หรือไม่
ว่าไปแล้วยังมีอีกคำถามที่ผู้อ่านสงสัยนั่นก็คือ ทำไม ‘กระบี่เทพสังหาร’ ของปู่เยโหวถึงอัปเดตได้เร็วขนาดนั้น!
“ต้องเขียนตุนไว้ล่วงหน้าแนๆ ใช่ไหม? อัปเดตวันละสามถึงห้าหมื่นคำ ถ้าเขียนสดก็คงเกินไปแล้วละ!”
“ต่อให้มือไวแต่สมองก็คงตามไม่ทันนะ! นิยายออนไลน์เจ้าอื่นวันละหมื่นคำก็ถือว่าโหดแล้ว!”
“พอนึกถึงความอุตสาหะด้านงานเขียนของปู่เยโหว ฉันว่าสปีดมือเขาอาจเว่อร์จริงๆ นั่นแหละ!”
“สมองน่าจะตามทันแหละ คนที่ปล่อยไอเดียนิยายออนไลน์ออกมาได้ทีเดียวเยอะขนาดนั้น แปลว่าเป็นนักเขียนที่แรงบันดาลใจล้นหลาม”
“นี่ไม่ใช่แค่ล้นหลามแล้วมั้ง! ปู่เยโหวแทบจะเป็นคลังไอเดียเดินได้แล้ว!”
เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ทั้งเว็บ แทบยืนอยู่ได้ด้วยบรรดาไอเดียของปู่เยโหว
แบบนี้จะไม่เรียกว่าคลังไอเดียเดินได้แล้วจะเรียกว่าอะไร
ขณะที่ทุกคนกำลังถกกันอยู่ มีคนสังเกตว่าตารางจัดระดับคนดังฉินโจวอัปเดตแล้ว!
เดิมทีปู่เยโหวยังอยู่แถวสี่ หลังการอัปเดตคราวนี้ก็ได้ก้าวขึ้นสู่แถวสามอย่างเป็นทางการแล้ว!
ในทันใดนั้น ประเด็นนี้จุดชนวนให้ทั้งโลกออนไลน์ถกกันสนั่น ถึงขั้นกลบกระแสพูดคุยเรื่อง ‘กระบี่เทพสังหาร’ ไปเลย!
“ปู่เยโหวขึ้นแถวสามแล้ว!”
“โธ่เว้ย! เซ่นปี้เหยาเพื่อขึ้นแถวสามสินะ?”
“ฮ่าๆๆ จะบอกว่าเซ่นปี้เหยาก็พูดไปหน่อย จริงๆ แล้วกระแสนิยายออนไลน์รอบนี้แรงมาก ขึ้นแถวสามก็สมเหตุสมผลแล้ว”
“สมกับเป็น CEO แห่งคุนเผิง!”
“ฝั่งฉูฉือเพิ่งขึ้นแถวสามได้ไม่นาน ปู่เยโหวก็ไล่ทันแล้ว”
“ยังไงก็เถอะ ยินดีด้วยนะท่านโหว! ไม่รู้เมื่อไหร่จะขึ้นสู่แถวสองนะ”
“โดยทั่วไปความยากจากแถวสามไปแถวสอง หนักกว่าตอนจากแถวสี่ขึ้นแถวสามเป็นเท่าตัวเลย!”
หลินจือไป๋ยังคงนิ่งมากกับการที่ปู่เยโหวพุ่งขึ้นสู่แถวสาม
เขาถึงกับรู้สึกว่าตัวตนแฝงนี้ควรได้แถวสามมาตั้งนานแล้ว อย่างน้อยก็ปล่อยไอเดียนิยายออนไลน์ออกมามากมายถึงขนาดนั้นในคราวเดียว! เรียกได้ว่าเป็นราชานิยายออนไลน์ไปเลย!
แต่พอคิดดีๆ ก็สมเหตุสมผล ถึงไอเดียนิยายออนไลน์จะน่าทึ่งมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่านิยายออนไลน์ยังขาดชั้นเชิงทางเนื้อหาอยู่เล็กน้อย
เกรงว่าหน่วยงานทางการที่ดูแลการจัดระดับจะคำนึงถึงจุดนี้ จึงรอจนถึงวันที่ ‘กระบี่เทพสังหาร’ ปิดเล่ม ค่อยให้ปู่เยโหวได้ขึ้นสู่แถวสาม
หลินจือไป๋ยังดูมาผ่านๆ ว่า บนบลูสตาร์นักเขียนที่ไต่ถึงแถวสอง แถวหนึ่ง แม้กระทั่งแถวหน้านั้นมีจำนวนน้อยมาก
จุดร่วมกันของนักเขียนเหล่านี้ก็คือ ยอดขายผลงานมั่นคงและได้รับการยอมรับจากแวดวงวิชาชีพอย่างดีในเวลาเดียวกัน
กล่าวคือ… หลินจือไป๋เขียนนิยายออนไลน์ได้ค่าต้นฉบับงามกว่า รายได้สูงกว่าหนังสือรูปเล่ม
แต่ช่วยให้อันดับคนดังของปู่เยโหวขยับขึ้นได้ยาก
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดเรื่องนี้ อดีตบรรณาธิการแผนกสืบสวนหวังจื่อ ซึ่งหลินจือไป๋มอบหมายให้ไปรับผิดชอบโปรเจกต์ [หนังสือเสียงบลูสตาร์] ก็โทรมา
“ประธานครับ ซอฟต์แวร์ของเราเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณกำหนดวันเปิดระบบมาได้เลยครับ!”
ได้ยินดังนั้นดวงตาหลินจือไป๋เป็นประกายวาบ ก่อนจะครุ่นคิดแล้วพูดว่า
“งั้นกำหนดเปิดใช้งานวันที่สามสมเดือนมิถุนายนก็แล้วกัน…”
วันนี้วันที่ยี่สิบ หลินจือไป๋จะเว้นเวลาโปรโมตสักสิบวัน
สำหรับแนวทางโปรโมตระลอกแรก หลินจือไป๋คิดไว้แล้ว เขาเข้าไปยังหลังบ้านเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์
เปิดหน้า ‘กระบี่เทพสังหาร’ แล้วพิมพ์หัวข้อไว้ว่า: ‘ความในใจหลังจบเล่มและแจ้งข่าวนิยายใหม่’
แน่นอนว่าความในใจหลังจบเล่มเป็นเพียงข้ออ้าง กล่าวขอบคุณการสนับสนุนจากผู้อ่านเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญอยู่หลังจากนั้นต่างหาก
“นิยายเล่มใหม่เขียนเสร็จแล้วนะครับ ชื่อ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’”
“วันที่สามสิบเดือนมิถุนายน นิยายเล่มนี้จะเผยแพร่บนซอฟต์แวร์ตัวใหม่ที่สำนักพิมพ์เสินฮวาเป็นผู้พัฒนา
ซอฟต์แวร์ตัวใหม่นี้ของสำนักพิมพ์เสินฮวามีชื่อว่า [หนังสือเสียงบลูสตาร์] ซึ่งรูปแบบนี้เกิดขึ้นบนบลูสตาร์เป็นครั้งแรกครับ ถึงตอนนั้นทุกคนจะได้ “ฟังหนังสือ” เพื่อ “อ่าน” นิยายเล่มใหม่ของผม…”
พิมพ์รวมเล่มแน่นอนว่าต้องพิมพ์อยู่แล้ว แต่ก่อนตีพิมพ์หลินจือไป๋อยากปล่อย ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ ในรูปแบบ ‘หนังสือเสียง’ เสียก่อน
ถ้าผู้อ่านอยากรู้เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ไวๆ ก็ต้องดาวน์โหลดแอปหนังสือเสียงที่เขาพัฒนาขึ้นมาใช้งาน
นับว่าเป็นการผูกผู้ใช้เข้ากับแพลตฟอร์มอย่างแน่นหนา
เป้าหมายก็ตรงไปตรงมาเช่นเดียวกับตอนก่อตั้งเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์
ก็คือต้องการอาศัยความนิยมของปู่เยโหว ดันให้แอปหนังสือเสียงบลูสตาร์สะสมผู้ใช้จำนวนมากอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ผู้อ่านยังจมอยู่กับอารมณ์ต่างๆ มากมายจากการปิดเล่มของ ‘กระบี่เทพสังหาร’
จู่ๆ มาเห็นประกาศเดี๋ยวนี้ก็พากันกดเข้ามา ถึงได้รู้ข่าวนิยายเรื่องใหม่ของปู่เยโหว
ในเวลาเดียวกัน คนในวงการจำนวนไม่น้อยก็กำลังจับตา ‘กระบี่เทพสังหาร’ อยู่เช่นกัน
แต่พอกดเข้ามาเห็นรายละเอียดแล้วกลับงงเป็นไก่ตาแตก
ขโมยสุสาน?
หนังสือเสียงบลูสตาร์?
ปล่อยผลงานใหม่ในรูปแบบหนังสือเสียง?
ประเด็นมันเยอะไปไหมเนี่ย!
อย่างแรกคือ ‘ขโมยสุสาน’ ทุกคนย่อมรู้ความหมายว่าอะไรคือ ‘ขโมยสุสาน’ อยู่แล้ว
แต่ว่าในบลูสตาร์ไม่มีนิยายแนวนี้เลย รวมถึงโลกก่อนด้วย
หากไม่มีผู้บุกเบิกอย่างเทียนเซี่ยป้าช่าง เกรงว่าคนคงไม่คิดว่าการลักลอบขุดสุสานอะไรนี่จะเอามาเขียนเป็นนิยายได้
ดังนั้นแค่เห็นชื่อผลงานใหม่ของปู่เยโหว บรรดาเพื่อนร่วมวงการก็เกาศีรษะกันแล้ว ปู่เยโหวคิดจะปล่อยลูกเล่นใหม่อีกแล้วหรือ?
ส่วนซอฟต์แวร์หนังสือเสียง… นี่ไม่ใช่แค่ลูกเล่นใหม่ธรรมดาแล้ว
สมัยโบราณมีอาชีพ ‘นักเล่าเรื่อง’ อยู่ โปรเจกต์ใหม่ของสำนักพิมพ์เสินฮวาคิดจะทำเวอร์ชันเล่าเรื่องสมัยใหม่หรือไง?
โถ่! ไป๋ตี้คนนี้! ปั้นเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ออกมายังพอว่า คราวนี้จะมีลูกเล่นพิเรนทร์อะไรอีกละเนี่ย?