ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 253 บันทึกจอมโจรแห่งสุสานมาแล้ว
ทั้งซอฟต์แวร์หนังสือเสียงเอย ทั้งนิยายขโมยสุสานเอย ไม่ว่าจะเป็นโปรเจ็กต์ใหม่ของไปตี้ หรือผลงานเล่มใหม่ของปู่เยโหว ล้วนทำให้คนในวงการงงเป็นไก่ตาแตก นึกภาพก็ยังไม่ออกว่ามันคืออะไร
ครู่เดียว เพื่อนร่วมวงการต่างก็พากันถกเถียงขึ้นมา
สำนักพิมพ์นาเซิน
“ตั้งแต่ไปตี้คุมสำนักพิมพ์เสินฮวาก็มีแต่ทำเรื่องใหญ่ไม่หยุด ก่อนหน้านี้ดึงตัวปู่เยโหวไป ต่อมายังปั้นเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ แล้วคราวนี้ยังจะทำซอฟต์แวร์หนังสือเสียงอะไรนี่อีก นิยายไม่ได้มีไว้อ่านหรอกเหรอ?”
“แล้วใครจะมานั่งฟัง?”
“มีแต่คนโบราณละมั้งที่ฟังหนังสือ?”
“ของแบบนี้จะไปได้ไกลเหรอ?”
“ฟังดูงูนๆ งงๆ บอกไม่ถูกนะ”
“แต่ก่อนหน้านี้เว็บนิยายออนไลน์ที่พวกเขาทักษาก็สำเร็จนะ”
“ความสำเร็จของเว็บนิยายนะพึ่งพาปู่เยโหวแทบทั้งหมด ถ้าไม่มีคลังไอเดียเว็บนิยายที่เขาป้อนให้พวกนั้น จนนักเขียนมากมายพากันแต่งนิยายสไตล์ใหม่ๆ ออกมา อาศัยแค่ ‘กระบี่เทพสังหาร’ เล่มเดียวของปู่เยโหวยังไม่ถึงกับแบกทั้งเว็บนั่นได้หรอก”
“แต่ซอฟต์แวร์หนังสือเสียงนี่เหมือนจะต้องฝากความหวังไว้กับนิยายเล่มใหม่ของปู่เยโหวอย่างเดียวเลย นอกจากแฟนคลับของเขาจะยังมีใครยอมจ่ายเพื่อซอฟต์แวร์แบบนี้อีก?”
สำนักพิมพ์เทียนกวง
ทางด้านนี้ไม่ตัดสินกันแบบลอยๆ แต่ถึงขั้นเรียกประชุมศึกษาว่าซอฟต์แวร์หนังสือเสียงนี้จะมีศักยภาพทางตลาดหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ที่เพื่อนร่วมวงการไม่เชื่อมั่นก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ กลายเป็นข้อเตือนใจสำคัญไปแล้ว
“สรุปก่อนเลย โปรเจ็กต์นี้ไม่มีอนาคต”
“ผมให้คนไปแจกใบปลิวทำแบบสำรวจอย่างง่ายๆ แถวบริษัทมา คนส่วนใหญ่บอกว่าไม่เข้าใจความหมายของซอฟต์แวร์หนังสือเสียงเลย แต่ผลงานใหม่ของปู่เยโหวมีบางคนสนใจตั้งใจว่าจะลองฟังดู”
“งั้นก็แปลว่ามีแต่แฟนคลับของปู่เยโหวที่สนใจนะสิ?”
“ที่จริงแม้แต่แฟนคลับบางส่วนของปู่เยโหวเองก็ยังงงๆ พวกเขาอยากให้ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ ตีพิมพ์ออกมาตรงๆ มากกว่าที่จะต้องไปฟังในซอฟต์แวร์ครับ”
“ให้คนอื่นอ่านให้ฟังจะไปสนุกเท่าอ่านเองได้ยังไง?”
“อรรถรสการจมดิ่งไปกับตัวหนังสือจากการอ่านเอง การฟังหนังสือนะทำไม่ได้หรอก”
“งั้นก็ดูท่าทีต่อไป ถ้าเป็นโปรเจ็กต์ที่ดีเราก็ยังรีบเกาะกระแสได้ แต่โปรเจ็กต์ประเภทนี้ไม่มีความจำเป็นต้องตามกระแส บางทีความสำเร็จของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ของไปตี้นั้นก็อาจเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ได้”
สำนักพิมพ์เสินฮวา
ภายในบริษัทก็มีเสียงคัดค้านต่อ [หนังสือเสียงบลูสตาร์] อยู่บ้างเช่นกัน แม้จะคุยกันเงียบๆ เป็นการภายใน แต่แกนนำระดับกลางถึงสูงในสายของหลัวต๋า ซึ่งเป็นรองประธาน กลับกดดันหลินจือไป๋อย่างต่อเนื่อง
“หนังสือเสียงก็เป็นของโบราณที่ตกยุคไปนานแล้ว!”
“ย้อนไปสักหลายสิบปีก่อน คนพเนจรเล่าเรื่องใต้สะพานลอยยังมีคนล้อมฟัง แต่สมัยนี้จะทำไปเพื่ออะไร?”
“ผมยอมรับว่าโปรเจ็กต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ของท่านประธานประสบความสำเร็จ แต่ความดีความชอบหลักๆ ตกเป็นของปู่เยโหว ปกติแล้วจะมีนักเขียนที่ปล่อยไอเดียได้เป็นพรวนแบบนั้นจากไหนกัน?”
“ปาฏิหาริย์แบบนั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก”
“ครั้งนี้แม้มีผลงานใหม่ของปู่เยโหวช่วยหนุน แต่เราไม่พูดถึงว่าคนจะสนใจนิยายแนวขโมยสุสานไหม ต่อให้เล่มใหม่ของเขาประสบความสำเร็จจริงๆ แต่ลำพังแค่เล่มเดียวก็แบกโปรเจ็กต์ทั้งก้อนไม่ไหวหรอก”
“เงินลงทุนช่วงต้นตั้งเยอะขนาดนั้น!”
“ถ้าโปรเจ็กต์ล่ม ท่านประธานตั้งใจจะทำยังไงครับ?”
หลินจือไป๋ฟังคนของหลัวต๋าอึงคะนึงกันไม่หยุดก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขารู้วว่าตอนนี้หลัวต๋ากำลังจนตรอกถึงขั้นไม่ค่อยยั้งมือแล้ว จึงคอยกดดันตนไม่หยุด คงเพราะเห็นว่าเปยลี่ถูกตนไล่ออกจากบริษัทไปแล้ว เริ่นเจียชุนก็เข้าร่วมฝั่งของตนซึ่งเป็นประธานแล้ว
ในหมู่ผู้บริหารระดับสูงของสำนักพิมพ์เหลือเพียงเขาซึ่งเป็นรองประธานที่ยังยืนชนกับประธานอยู่ สถานการณ์ยิ่งคับขันจนร้อนรนอยากเผยไพ่ในมือ คิดจะอวยโปรเจ็กต์หนังสือเสียงมาเป็นข้ออ้างเปิดศึก
ไม่เช่นนั้นหลัวต๋าคงได้แต่มองหลินจือไป๋กุมอำนาจในสำนักพิมพ์แห่งนี้ไปโดยสมบูรณ์ เพราะคนตาไวต่างก็ดูออกกันทั้งนั้น นับตั้งแต่โปรเจ็กต์เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ หลินจือไป๋ก็กดดันลดบทบาทคนในฝั่งหลัวต๋ามาโดยตลอด
รอให้คนในฝั่งหลัวต๋าถูกหลินจือไป๋จัดการไปทีละคนๆ ถึงตอนนั้นเขาที่เป็นรองประธานจะรอดไปได้ยังไง?
แต่สุดท้ายท่านประธานก็เมินแรงกดดันเชิงรุกของหลัวต๋า เขาไม่จำเป็นต้องไปถือสากับคนที่ถือว่า ‘ตาย’ ไปแล้วมากนัก
รอให้โปรเจ็กต์หนังสือเสียงนี้สำเร็จ หลินจือไป๋ก็จะเตะหลัวต๋าออกจากบริษัท
แน่นอนว่าถ้าโปรเจ็กต์นี้ล้มเหลว เกียรติภูมิที่เพิ่มขึ้นจากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์ที่หลินจือไป๋อาศัยอยู่ย่อมถูกกระทบแน่
ในทางกลับกันถ้าโปรเจ็กต์นี้สำเร็จ หลินจือไป๋มองว่าไม่เพียงจะเขี่ยหลัวต๋าออกจากกระดานได้ แต่ยังเข้าใกล้เป้าหมายให้ผลงานบริษัทเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวอีกครั้งด้วย
แน่นอนว่าการประชุมครั้งนี้จบไม่สวย ทุกคนต่างสัมผัสได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างประธานกับรองประธานพร้อมจะปะทุราวกับดินปืนแล้ว
ในอีกไม่กี่วันถัดมา สำนักพิมพ์เสินฮวาก็ปล่อยโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ [หนังสือเสียงบลูสตาร์] ออกสู่ภายนอกในวงกว้าง
รถไฟใต้ดิน รถโดยสารประจำทาง สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งตามสถานที่สาธารณะอีกมากมาย ก็เห็นโฆษณาซอฟต์แวร์หนังสือเสียงนี้เช่นกัน
เพื่อดึงดูดคนให้มากที่สุด หลินจือไป๋ยังล็อกอินเข้าไปที่บัญชีจี๋กวงของไปตี้ รีโพสต์ข้อความโปรโมตของสำนักพิมพ์เสินฮวาพร้อมพิมพ์ว่า ‘ลองใช้หนังสือเสียงบลูสตาร์แล้วประสบการณ์ดีมาก’
ไปตี้โพสต์เสร็จ หลินจือไป๋ก็หยิบโทรศัพท์สีดำที่แทนตัวปู่เยโหวออกมา รีโพสต์ข้อความโปรโมตจากฝั่งไปตี้แล้วพิมพ์กำกับว่า ‘ลองฟังผลงานใหม่ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ ล่วงหน้าแล้ว ซอฟต์แวร์หนังสือเสียงบลูสตาร์ดีจริง’
แม่ค้าขายแตง… ขายเองก็ชมเอง…
แม้จะดูเหมือนเล่นหลายบทบาทอยู่บ้าง แต่หลังจากลังเลอยู่เล็กน้อย หลินจือไป๋ก็หยิบโทรศัพท์สีชมพูที่แทนตัวอู๋ฉือออกมา รีโพสต์ข้อความนี้จากฝั่งปู่เยโหวพร้อมแคปชันว่า ‘ตั้งตารอ ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’ ‘
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินจือไป๋ให้สามนามแฝงออกแรงพร้อมกัน!
ไม่ต้องกังวลว่าความลับอะไรจะแตก เพราะเหตุผลที่เชื่อมกันนั้นชัดเจนมาก
หนังสือเสียงบลูสตาร์เป็นโปรเจ็กต์ของไปตี้ จะโปรโมตเองก็ไม่แปลก ส่วนผลงานเล่มใหม่ของปู่เยโหวจะปล่อยบนหนังสือเสียงบลูสตาร์ ช่วยโปรโมตก็สมเหตุสมผล
และอู๋ฉือในฐานะ ‘เพื่อนซี้ของปู่เยโหว’ รีโพสต์ตามกระแสสักหน่อยก็มีเหตุผล อย่างไรในสายตาคนนอกอู๋ฉือไม่ได้โปรโมตหนังสือเสียงบลูสตาร์ แต่กำลังช่วยเพื่อนสนิทอย่างปู่เยโหวโปรโมตผลงานใหม่ต่างหาก ไม่มีอะไรแปลก!
แต่ตัวหลินจือไป๋เองก็คาดไม่ถึงว่าการให้สามนามแฝงลงแรงพร้อมกันคราวนี้ จะปลุกกระแสให้ผู้คนทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตมาสนใจกันอย่างล้นหลามหาได้ยาก!
อู๋ฉือถึงกับโปรโมตโปรเจ็กต์ของไปตี้?
หรือก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าอู๋ฉือช่วยโปรโมตไปตี้หรอกมั้ง อย่างไรเสียทุกคนก็ดูออกว่าอู๋ฉือทำเพราะเห็นแก่หน้าปู่เยโหว แต่พอเห็นอู๋ฉือกับไปตี้รีโพสต์โปรโมต [หนังสือเสียงบลูสตาร์] พร้อมกันก็รู้สึกประหลาดใจมากอยู่ดี
‘ช็อตนี้น่าสนใจมาก!’
‘อย่างนี้พอจะเข้าใจได้ไหมว่าสองคนนี้ไม่ได้เป็นศัตรูกัน?’
‘แน่นอนว่าไม่เป็นศัตรูกันสิ ถึงทั้งคู่จะดังพอๆ กัน แต่สองคนเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกันเองหรอก แค่สื่อชอบจับมาเทียบกันเท่านั้นเอง’
‘มีเหตุผล’
‘ถ้าสองคนนี้มีปัญหากันจริง ปู่เยโหวก็คงไม่ไปร่วมงานกับสำนักพิมพ์เสินฮวาที่ไปตี้เป็นประธานหรอกมั้ง?’
‘ยังไงอู๋ฉือก็เคยบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับปู่เยโหวและจวินหลินดีมาก…’
‘ยังไม่นับว่าอู๋ฉือยอมแต่งเพลงให้ ‘Sis Waves’ ด้วย’
‘ไปตี้นะเป็นผู้อำนวยการรายการของ ‘Sis Waves’ เลย’
แม้ประเด็นจะเริ่มออกนอกทาง แต่ก็ดีที่ท่ามกลางการถกเถียง ทุกคนจำชื่อซอฟต์แวร์ [หนังสือเสียงบลูสตาร์] ได้ งั้นก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้
เพราะไม่นานหลังจากที่หลินจือไป๋ใชนามแฝงทั้งสามรีโพสต์โปรโมตรวมกัน จางซีหยางก็มารีโพสต์โปรโมตด้วยพร้อมแคปชันว่า ‘งานของไปตี้ การันตีคุณภาพ’
หลังจากนั้นหลินซิ่วจิงก็รีโพสต์!
มิซึฮาชิ มาอิ ก็รีโพสต์!
หลินโสวจัวก็รีโพสต์!
ท้ายที่สุดยิ่งมีคนร่วมโปรโมตมากขึ้นเรื่อยๆ!
นักร้องจำนวนมาก! นักแสดงจำนวนมาก!
ฝั่งนักร้องส่วนใหญ่เป็นเพื่อนที่เคยร่วมงานกับไปตี้เช่น จางซีหยาง หลินโสวจัว รวมถึงพี่สาวทั้งหลายในรายการ ‘Sis Waves’ ด้วย
ส่วนนักแสดงนั้นมาจากฝั่งปู่เยโหว เพราะบทละครของปู่เยโหวเคยปั้นนักแสดงให้ดังมาหลายคน จึงมีนักแสดงที่เคยแสดงในบทของปู่เยโหวช่วยกันรีโพสต์
โดยแคปชันส่วนใหญ่ระบุว่าตั้งตารอผลงานเล่มใหม่ของอาจารย์ปู่เยโหว ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’
ระยะนี้ราวกับว่าครึ่งวงการบันเทิงต่างออกมาเชียร์ไปตี้และปู่เยโหว ชาวเน็ตพากันงงหนัก ทำไมทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตถึงมีดารามากมายพร้อมใจกันรีโพสต์โปรโมตซอฟต์แวร์ใหม่ตัวเดียวกันละ!
‘บารมีของไปตี้นี่ใหญ่เกินไปแล้วมั้ง!’
‘ของปู่เยโหวใหญ่กว่า!’
‘สองคนนี้จับมือกันทีเดียว กวาดทั้งนักร้องและนักแสดงมาหมดเลย!’
‘อิทธิพลนี่น่ากลัวจริงๆ!’
‘ปู่เยโหวกับไปตี้พอผนึกกำลังกันก็เหมือนดาบคู่ประสาน ทั้งวงการไร้คู่ต่อกร’
‘อู๋ฉือ: งั้นไปละ?’
‘อู๋ฉือ: เรามันก็แค่ส่วนเกิน’
‘ฮะๆๆๆๆ อู๋ฉือไปเล่นกับจวินหลินเถอะไป’
ครั้งนี้เป็นความร่วมมือของไปตี้กับปู่เยโหว ผลลัพธ์ชวนทึ่งอยู่ไม่น้อย เมื่อมีดารามากมายช่วยกันโปรโมต ต่อให้หลายคนไม่สนใจซอฟต์แวร์หนังสือเสียงอะไรมากนัก ก็ยังจำชื่อซอฟต์แวร์นี้ได้
และหลังจากการโปรโมตครั้งใหญ่นี้ เวลาก็มาถึงสิ้นเดือนในที่สุด
คืนวันนี้หนึ่งทุ่ม ซอฟต์แวร์ [หนังสือเสียงบลูสตาร์] เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการ ผลคือเพิ่งปล่อยขึ้นระบบ ยอดดาวน์โหลดก็พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งทันที!
นี่แหละผลของสามนามแฝงและดารานับไม่ถ้วนที่ช่วยกันโปรโมต!
อีกฟากหนึ่ง คนในฝั่งหลัวต๋าของสำนักพิมพ์เสินฮวา เห็นยอดดาวน์โหลดพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สีหน้ากลับย่ำแย่ถึงขีดสุด
“แค่ปล่อยให้เขาดีใจไป!”
หลัวต๋ากัดฟัน ซอฟต์แวร์นี้เพิ่งเปิดใช้งาน ยอดดาวน์โหลดสูงเพราะการโปรโมตของหลินจือไป๋ทำได้ดีมาก
แต่ท้ายที่สุดจะรักษาผู้ใช้ไว้ได้หรือไม่ต่างหากคือกุญแจสำคัญ
“ถ้าบังเอิญเขาทำสำเร็จละครับ? เพราะก่อนหน้านี้เว็บวรรณกรรมบลูสตาร์…”
“ไม่มีทางสำเร็จแน่! ครั้งก่อนก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละ!”
“ความสำเร็จแบบฟลุกๆ ไม่มีทางเกิดขึ้นกับเขาได้สองครั้งหรอก!”
“เขาก็แค่นักทำเพลง ไม่เข้าใจสายงานของพวกเราเลยสักนิด!”
คนในฝั่งหลัวตามีท่าทีหวั่นๆ ส่วนบางคนเป็นสายลงมือ ได้เปิดซอฟต์แวร์ขึ้นมาแล้ว
นิยายชุดที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเว็บวรรณกรรมบลูสตาร์มีอยู่ครบในซอฟต์แวร์หนังสือเสียงนี้ ดูเหมือนจะบันทึกเสียงโดยทีมงานเฉพาะทาง
ส่วนบนหน้าแรกของแอปที่สะดุดตาที่สุดก็คือ ผลงานเล่มใหม่ของปู่เยโหว ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’